พลังงานของประชาชน - National Geographic Thailand

พลังงานของประชาชน

เรื่อง ไมเคิล เอดิสัน เฮย์เดน
ภาพถ่าย รูเบน ซัลกาโด เอสกูเดโร

ประศานต์ มัณฑ์ล กดปุ่มเปิดโคมไฟแอลอีดีขนาดเท่าห่อขนมในกระท่อมที่เขาอยู่กับภรรยาและลูกสี่คน ทันใดนั้นแสงเรื่อเรืองสีเหลืองสดและสีฟ้าน้ำทะเลที่สะท้อนออกมาจากแผ่นผ้าใบมุงหลังคาและฝาผนังของครอบครัวก็อาบพื้นที่แคบๆที่พวกเขาใช้ซุกหัวนอน  มัณฑ์ลวัย 42 ปีชี้นิ้วไปตามสมบัติซึ่งมีอยู่เพียงไม่กี่ชิ้นภายในบ้าน  เขาปิดชุดผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ให้แสงสว่าง  ถอดปลั๊กออกทีละชิ้น  และหอบไปยังเต็นท์ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 18 เมตร ที่นั่นเขาเป็นคนขายชา หรือไจวัลลาห์ ให้คนที่เดินผ่านไปมาบนถนนอันเงียบเหงาของเมืองมโธตันทะ  เมืองที่แวดล้อมไปด้วย ผืนป่าใกล้พรมแดนด้านเหนือของอินเดีย

“ชีวิตผมมันเศร้าครับ แต่ผมตั้งใจจะอยู่รอดให้ได้” มัณฑ์ลบอก “และแสงจากพลังงานแสงอาทิตย์นี่แหละที่ช่วยให้ผมเปิดร้านตอนกลางคืนได้”

ที่เตาเผาอิฐแห่งหนึ่งในรัฐอุตตรประเทศ รัฐชนบทของอินเดีย คนงานใช้โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ให้แสงสว่างตามทางเดิน ประเทศกำลังพัฒนาพยายามอย่างยิ่งในการทำให้ประชาชนมีไฟฟ้าใช้ ปัจจุบันมีผู้คนราว 1,100 ล้านคนทั่วโลกที่ไม่มีไฟฟ้าใช้

มัณฑ์ลผู้สร้างบ้านอย่างผิดกฎหมายบนที่ดินสาธารณะ เป็นเพียงฟันเฟืองตัวเล็กๆของเครื่องจักรทางเศรษฐกิจใหม่ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว  เป็นเครื่องจักรที่มีหลายร้อยบริษัททำงานเชิงรุกเต็มที่ในการขายเครื่องผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดเล็กให้ลูกค้าที่อยู่นอกโครงข่ายไฟฟ้าในประเทศกำลังพัฒนา ประมาณการว่ามีผู้คนราว 1,100 ล้านคนในโลกที่อยู่โดยไม่มีไฟฟ้าใช้ และเกือบหนึ่งในสี่อยู่ในประเทศอินเดียที่ซึ่งคนอย่างมัณฑ์ลถูกบีบให้ต้องพึ่งพาน้ำมันก๊าดและแบตเตอรี่ลูกใหญ่เทอะทะที่มีน้ำกรดรั่วซึมออกมา

ชุดผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของมัณฑ์ลที่ให้พลังงานแก่โคมไฟแอลอีดีสองดวงและพัดลมหนึ่งเครื่องนี้ได้พลังงานจากแผงเซลล์สุริยะขนาด 40 วัตต์  การทำงานเริ่มจากดวงอาทิตย์สาดแสงลงมายังแผง และชาร์จพลังงานเข้าเครื่องชาร์จประจุขนาดเล็กสีส้มครั้งละราวสิบชั่วโมง  มัณฑ์ลเช่าชุดผลิตไฟฟ้านี้จากซิมปาเน็ตเวิร์กส์ (Simpa Networks) ซึ่งเสนอขายแผนสมาชิกที่ออกแบบให้เหมาะกับงบของลูกค้าผู้มีรายได้น้อย ถึงกระนั้น เงินราวๆ 35 เซ็นต์ต่อวันก็ถือเป็นค่าใช้จ่ายก้อนโตสำหรับมัณฑ์ลผู้หาเลี้ยงครอบครัวด้วยเงินไม่ถึงสองดอลลาร์สหรัฐต่อวัน

อิบรอฮิม คาลุงจี กับกอดฟรีย์ อึมเทซา วัย 20 ปี ทำงานกลางคืนในร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ที่เมืองอึนเบดา ประเทศยูกันดา ช่างเครื่องทั้งสองคนยกเครดิตให้โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ที่ช่วยให้พวกเขาทำงานได้นานขึ้นและหาเงินได้มากขึ้น

แต่ถึงอย่างนั้น มัณฑ์ลกลับบอกว่า การจ่ายเงินร้อยละ 20 ของรายได้เพื่อแลกกับบริการของซิมปาก็ยังดีกว่าการใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ท่ามกลางความมืด  เขาบอกว่า “ผมใช้เงินมากขนาดนี้ในการชาร์จไฟแบตเตอรี่มาก่อนหน้านี้แล้วครับ และต้องเดินไปกลับราวหนึ่งกิโลเมตรเพื่อไปชาร์จไฟ บางทีน้ำกรดในแบตเตอรี่ก็กระเซ็นมาโดนผิวจนไหม้ ครั้งหนึ่งถึงกับกัดทะลุเนื้อผ้ากางเกงของผมลงไป ทั้งหมดนี้ก็เพื่อไฟฟ้าละครับ”

การดิ้นรนเพื่อให้ได้มาซึ่งไฟฟ้าของมัณฑ์ลเป็นเรื่องราวที่พบเห็นได้ตามหมู่บ้านต่างๆในประเทศอย่างอินเดีย เมียนมาร์ (พม่า) และในทวีปแอฟริกาที่ซึ่งบริษัทเอกชนขายชุดผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และแผงเซลล์สุริยะ ตลอดจนสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์หรือหรือโซลาร์ฟาร์ม (solar farm) องค์การพลังงานระหว่างประเทศหรือไออีเอ (International Energy Agency: IEA) ประมาณการว่า  ผู้คนราว 621 ล้านคนในภูมิภาคซับสะฮาราของแอฟริกาไม่มีไฟฟ้าใช้  ขณะที่ในอินเดีย  ข้อมูลสำมะโนประชากรเมื่อปี 2011 ระบุว่า  การมีสายส่งไม่เพียงพอทำให้ประชากรเพียงร้อยละ 37  จากจำนวนเกือบ 200 ล้านคนในรัฐอุตตรประเทศซึ่งเป็นบ้านเกิดของมัณฑ์ล มีไฟฟ้าเป็นแหล่งพลังงานหลักในการให้แสงสว่าง บริษัทซิมปาคาดการณ์ว่า ราว 20 ล้านครัวเรือนที่นั่นต้องอาศัยน้ำมันก๊าดเป็นส่วนใหญ่โดยรัฐบาลให้เงินอุดหนุน ตามเมืองกสิกรรมขนาดเล็กต่างๆ ชาวบ้านชาร์จโทรศัพท์มือถือจากแบตเตอรี่รถแทรกเตอร์ ฤดูร้อนแต่ละคราวซึ่งอุณหภูมิอาจพุ่งสูงถึง 46 องศาเซลเซียส จะมีคนหลายร้อยคนคนเสียชีวิตจากโรคลมแดด (heatstroke) ขณะที่เขม่าดำจากการเผาน้ำมันก๊าดก็กัดกินทำลายปอด

โสนี สุเรศ วัย 20 และสุเรศ กัศยัป วัย 22 ปี ถือโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ในงานฉลองมงคลสมรสที่รัฐอุตตรประเทศ ที่ซึ่งผู้คน 20 ล้านครัวเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้

ในตลาดตามชนบทของอินเดีย  พ่อค้าทำเงินจากแสงอาทิตย์กันมานานหลายปีแล้ว ก่อนหน้าที่บริษัทอย่างซิมปาจะเริ่มเสนอให้บริการลูกค้าอย่างมัณฑ์ล บรรดาพ่อค้าโฆษณาชุดผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ราคาถูกด้วยการนั่ง เปิดพัดลมเย็นสบายอยู่ที่แผงขนาดพอๆกับตู้เสื้อผ้า ชุดอุปกรณ์เหล่านี้มีราคาสามถึงสี่ดอลลาร์สหรัฐ หรือเพียงเศษเสี้ยว ของราคาที่มัณฑ์ลจ่ายให้ซิมปาทุกเดือน

จูเลียน มาร์แชล  อาจารย์ด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า อุตสาหกรรมบริการด้านพลังงานแสงอาทิตย์มีศักยภาพในการเติบโตสูงมาก และช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในประเทศกำลังพัฒนา มาร์แชลเฝ้าติดตามมลภาวะทางอากาศในบ้านของลูกค้าทั้งที่อยู่ภายในโครงข่ายและนอกโครงข่ายไฟฟ้า เขายังทำวิจัยเกี่ยวกับอันตรายที่เกิดจากน้ำมันก๊าดและแหล่งพลังงานสกปรกอื่นๆ มาร์แชลชื่นชมบริษัทพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีอยู่ราวหกบริษัทรวมทั้งซิมปาที่นำนวัตกรรมทางการค้ามาใช้ในชนบทของอินเดีย เขาบอกว่า “เหตุผลหลักที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อบริการด้านพลังงานแสงอาทิตย์มาจากเรื่องการเงินส่วนบุคคลก็จริง แต่สิ่งที่ได้มาด้วยคือประโยชน์ด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมสำหรับชุมชนครับ”

ไฟฟ้าเป็นความหรูหราที่หาได้ยากในยูกันดา เมื่อสองปีที่แล้ว เดนิส โอกิรอร์ วัย 30 ปี เริ่มใช้แสงสว่างจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ร้านตัดผมของเขาในเมืองคายุงกา เขาบอกว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ชอบมากันตอนเย็นมากกว่า

กลับมาที่มโธตันทะ  ภายในเต็นท์ขายชา มัณฑ์ลประกอบชุดผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ของเขา และนำโคมไฟมาแขวนไว้ บริเวณนั้นว่างเปล่าท่ามกลางความร้อนระอุยามบ่าย ขณะที่เขาคนชาในหม้อโลหะบนเตาฟืน เมื่อพระอาทิตย์ตกดินและอากาศเย็นลงก็น่าจะมีลูกค้าผ่านมาบ้าง

มัณฑ์ลหวังว่า เขาจะเช่าชุดผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์เครื่องที่สองได้ เพื่อที่ลูกๆจะได้มีที่ที่เงียบกว่านี้สำหรับนั่งทำการบ้าน แต่ขณะนี้สิ่งสำคัญลำดับแรกสุดคือ ทำให้ธุรกิจของเขาเติบโตซึ่งเป็นเป้าหมายที่มัณฑ์ลเชื่อว่าพลังงานแสงอาทิตย์จะทำให้เป็นจริงได้

“พอลูกค้าเห็นแสงไฟก็จะมาที่ร้านกันครับ” เขาบอก

เรื่องแนะนำ

สำรวจโลกซ่อนเร้นของเปรู

เรื่อง เอมมา แมร์ริส ภาพถ่าย ชาร์ลี แฮมิลตัน เจมส์ เอลิอัส มาชีปังโก ชูเวรีเรนี คว้าธนูและลูกธนูที่ทำจากไม้ไผ่เหลาแหลมขึ้นมา  เราจะออกล่าลิงในอุทยานแห่งชาติมานูของเปรู ป่าดิบชื้นผืนใหญ่ที่ได้รับการคุ้มครองและพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก การล่านี้ถูกกฎหมาย เอลิอัสเป็นชนพื้นเมืองเผ่ามาชีเกงคา เผ่าที่มีประชากรไม่ถึงหนึ่งพันคนซึ่งดำรงชีวิตอยู่ในอุทยาน โดยส่วนใหญ่อยู่ตามริมแม่น้ำมานูและลำน้ำสาขา  ชนพื้นเมืองที่นี่ทุกเผ่ามีสิทธิ์เก็บพืชพรรณและล่าสัตว์ป่ามาใช้ประโยชน์ แต่ห้ามนำทรัพยากรในอุทยานไปขายถ้าไม่ได้รับอนุญาต  และห้ามใช้ปืนล่าสัตว์ พวกเขาเรียกขานกันด้วยชื่อต้น เอลิอัสกับภรรยาปลูกฝ้ายและพืชผลอื่นๆในลานเล็กๆริมแม่น้ำโยมีบาโต ลูกๆของพวกเขาเก็บผลไม้และพืชสมุนไพร เอลิอัสจับปลาตัดไม้ และล่าสัตว์ โดยเฉพาะลิงแมงมุมและลิงขนปุย อันเป็นอาหารโปรดของชาวมาชีเกงคา สรรพสิ่งดำเนินเช่นนี้มาช้านาน แต่ประชากรชนเผ่ามาชีเกงคากำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้นักชีววิทยาที่รักอุทยาน   เริ่มวิตกว่า จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อประชากรเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า จะเกิดอะไรขึ้นถ้าพวกเขาเริ่มใช้ปืน ฝูงลิงจะอยู่รอดหรือไม่ และหากไม่ได้ลิงเหล่านี้ช่วยแพร่กระจายเมล็ดพันธุ์ระหว่างที่มันตระเวนหากินไปทั่วผืนป่าแล้ว สภาพป่าจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ขณะที่ป่านอกอุทยานเริ่มแหว่งเว้าขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากการขุดเจาะก๊าซธรรมชาติ การทำเหมือง และการตัดไม้ การปกป้องอุทยานก็ทวีความสำคัญยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับคำถามที่ว่า การมีคนอยู่ในอุทยานส่งผลดีหรือผลเสียต่ออุทยานกันแน่ และการมีอุทยานส่งผลดีต่อชีวิตพวกเขาหรือไม่ เอลิอัสวัย 53 ปี มีผมหยักศกสีดำและสายตาเข้มลึก เขาสวมเสื้อฟุตบอลสีเขียว กางเกงขาสั้น และรองเท้าแตะที่ทำจากยางรถเก่าๆ เราเดินตัดทุ่งเข้าป่า โดยมีทาเลียกับมาร์ติน ลูกสาวและลูกเขยของเขา กับหลานปู่วัยรุ่นอีกคนติดตามไปด้วย […]

มนตราแห่งนครที่สาบสูญ

เรื่อง ดักลาส เพรสตัน ภาพถ่าย เดฟ โยเดอร์ วันที่ 18 กุมภาพันธ์ ปี 2015 เฮลิคอปเตอร์ทหารลำหนึ่งทะยานขึ้นจากลานบินใกล้เมืองกาตากามัส ประเทศฮอนดูรัส บ่ายหน้าไปทางเทือกเขาลามอสกีเตีย เบื้องล่าง เรือกสวนไร่นาค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นลาดเนินสูงชันอาบแสงอาทิตย์ บ้างปกคลุมด้วยป่าดิบชื้น  บ้างถูกแผ้วถางเป็นฟาร์มปศุสัตว์  นักบินมุ่งหน้าไปยังช่องเขาเล็กๆรูปตัววี (V) ฝูงนกยางบินอยู่เบื้องล่าง  ยอดไม้สั่นไหวจากการเคลื่อนไหวของฝูงวานรที่มองไม่เห็นตัว  ที่นี่ไม่มีร่องรอยกิจกรรมใดๆของมนุษย์ นักบินบังคับเครื่องให้โฉบลงด้านข้างก่อนจะลดระดับลง  เป้าหมายคือพื้นที่โล่งริมฝั่งแม่น้ำ ในกลุ่มผู้ที่ก้าวลงมาจากเฮลิคอปเตอร์มีนักโบราณคดีคนหนึ่งชื่อ คริส ฟิชเชอร์ หุบเขาแห่งนี้อยู่ในภูมิภาคซึ่งเล่าลือกันมาช้านานว่าเป็นที่ตั้งของเมือง “ซิวดัดบลังกา” (Ciudad Blanca) มหานครในตำนานที่สร้างด้วยศิลาสีขาว หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า นครสาบสูญแห่งวานรเทพ  ฟิชเชอร์ไม่เชื่อตำนานเหล่านั้น แต่เชื่อว่าในหุบเขาที่เขาและเพื่อนร่วมงาน เรียกกันง่ายๆว่า ที1 (T1) นี้มีซากปรักนครสาบสูญของจริงซึ่งถูกทิ้งร้างมาอย่างน้อยครึ่งสหัสวรรษ จะว่าไปแล้ว นี่เป็นเรื่องที่เขาแน่ใจด้วยซ้ำ ในการเดินทางครั้งนี้ ทีมสำรวจใช้เทคนิคที่เรียกว่าไลดาร์ [lidar ย่อมาจาก light detection and ranging หรือการตรวจหาและวัดระยะทางด้วยแสง] เทคนิคนี้ใช้ทำแผนที่นครการากอลของชาวมายาในประเทศเบลีซ ไลดาร์ทำงานด้วยการสะท้อนลำแสงเลเซอร์อินฟราเรดนับแสนๆลำกลับขึ้นมาจากป่าดิบชื้นเบื้องล่าง และบันทึกตำแหน่งของจุดการสะท้อนแสงในแต่ละครั้ง […]

วิทยาศาสตร์ว่าด้วยรสชาติ

เรื่อง เดวิด โอเวน ภาพถ่าย ไบรอัน ฟิงก์ เมื่อไม่นานมานี้ ผมไปพบจูลี เมนเนลลา นักชีววิทยาผู้ศึกษาเรื่องประสาทการรับรสของทารกและเด็กก่อนวัยเรียนที่ศูนย์วิจัยการรับรู้ทางเคมีมอเนลล์ในฟิลาเดลเฟีย เธอมักบันทึกวิดีโอการทดลองไว้และให้ผมดูวิดีโอทารกเพศหญิงซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้  ขณะที่ผู้เป็นแม่กำลังป้อนอะไรหวานๆให้  แทบจะทันทีที่ช้อนเข้าปาก ใบหน้าแม่หนูน้อยก็เปล่งประกายความสุข พร้อมๆกับที่เธอทำปากคล้ายจะดูดนม ต่อมา เมนเนลลาให้ผมดูวิดีโอของเด็กชายที่ได้ชิมบร็อกโคลีซึ่งมีรสขมเล็กน้อยเป็นครั้งแรก เจ้าหนูทำหน้าเบ้ สำลัก  ก่อนจะทุบถาดวางอาหารบนเก้าอี้และทำท่าคล้ายจะบอกว่า “หยุด” น้ำนมของมนุษย์มีแล็กโทสซึ่งเป็นน้ำตาลชนิดหนึ่งเป็นองค์ประกอบ “สิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับทารกคือ เด็กๆชอบรสหวานมาตั้งแต่เกิดค่ะ” เมนเนลลาบอก “ถ้าเป็นเมื่อไม่กี่ร้อยปีก่อน คุณไม่รอดแน่ถ้าไม่ได้น้ำนมจากแม่หรือแม่นม” ความรังเกียจอาหารรสขมเป็นสิ่งที่ติดตัวทารกมาตั้งแต่เกิดเช่นกัน เธอบอก และนั่นมีประโยชน์ในการดำรงชีวิต เพราะช่วยให้เราไม่รับประทานสารพิษที่พืชวิวัฒน์ขึ้นเพื่อไม่ให้ถูกสัตว์กินเป็นอาหาร และนั่นรวมถึงพวกเราด้วย นี่เป็นอาหารหรือพิษร้ายกันนะ สัตว์มีกระดูกสันหลังถือกำเนิดขึ้นในมหาสมุทรเมื่อกว่า 500 ล้านปีก่อน และการรับรสก็วิวัฒน์ขึ้นเพื่อจัดการกับปัญหาดังกล่าว สัตว์มีกระดูกสันหลังทั้งหมดมีตัวรับรสคล้ายกับของเรา แต่อาจอยู่คนละตำแหน่ง ลิ้นของเราจะมีตัวรับรสหวานเพียงหนึ่งหรือสองชนิด แต่ลิ้นมีตัวรับรสขมที่แตกต่างกันถึง 20 กว่าชนิด ข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการหลีกเลี่ยงพิษร้ายมีความสำคัญต่อบรรพบุรุษของเรามากเพียงไร ปัจจุบัน เราต้องเผชิญกับความท้าทายที่ต่างจากเดิม นั่นคือ ความพึงพอใจที่ได้จากอาหารกลับทำให้เราประสบปัญหา เมื่ออาหารนานาชนิดที่รายล้อมเราอยู่เป็นแหล่งที่มาของความพึงพอใจมากมายกว่าตอนที่บรรพบุรุษของเราวิวัฒน์ขึ้นหลายเท่า  ขณะเดียวกัน ความพึงพอใจในรสอาหารที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ ประกอบกับอุตสาหกรรมอาหารสามารถผลิตให้ถูกลิ้นเรามากขึ้นทุกที ก็ทำให้เรามีนิสัยการบริโภคที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ความหมกมุ่นในอาหารของเราทำให้การวิจัยด้านรสชาติขยายตัวขึ้น เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา […]

เจ้าพระยา นครากับมหานที

เรื่อง ราชศักดิ์ นิลศิริ ภาพถ่าย เอกรัตน์ ปัญญะธารา 18 นาฬิกา 52 นาทีของเสาร์หนึ่ง   ฟ้าหรุบหรู่และมีเมฆมาก  สายน้ำเจ้าพระยาเต้นเร่าตามระลอกคลื่น สีสันพรรณรายจากหลอดแอลอีดีแดง เขียว และน้ำเงิน สะท้อนผิวน้ำ ขณะนั้นเรือยอดพิมานล่องมาถึงบริเวณศาลเจ้าเกียนอันเกง แสงไฟจากตัวศาลและชุมชนวัดกัลยาณมิตรแลมัวซัว  เวลานี้ชาวบ้านในชุมชนคงกำลังดูข่าวหัวค่ำ  นอนเอกเขนก ไม่ก็ตั้งวงกินดื่ม แต่บนเรือยอดพิมาน เสียงเพลง “Pretty Boy” ของวง M2M กำลังแผดเสียงกระหึ่มกลางดาดฟ้าเรือ “รอบแรกเราจะเปิดเพลงชิลๆ สบายๆ ครับ  แขกรอบนี้ส่วนมากอยากโรแมนติก”  โจ้ – อภิรักษ์ หมื่นสุวรรณ์ วัย 24 ปี บอกผมเขาเป็นดีเจประจำเรือยอดพิมาน เรือนำเที่ยวแม่น้ำเจ้าพระยาแบบทริประยะสั้น คนขับเรือเร่งเครื่องแซงเรือโยง  ซ้ายมือผมคือวัดกัลยาณมิตร พระปรางค์ผิวสีทองและอุโบสถประดิษฐานหลวงพ่อโต (พระพุทธไตรรัตนนายกหรือที่คนไทยเชื้อสายจีนเรียกว่า “ซำปอกง”)  ฝั่งตรงข้ามคือตลาดยอดพิมาน ช็อปปิ้งมอลล์ติดเครื่องปรับอากาศ ชั้นบนมีร้านชาบู อาหารทะเล บาร์บีคิว และลานเบียร์ “รอบสุดท้ายเลยครับพี่ ‘ตื๊ด’ มาก” […]