ประวัติย่อของเซ็กส์ทอย

0
2004
เซ็กส์ทอย
ภาพถ่ายโดย Rebecca Hale

ประวัติย่อของเซ็กส์ทอย

เอื้อนเอ่ยคำว่า “เซ็กส์ทอย” ขึ้นมา หลายคนที่ได้ฟังคงเกิดความรู้สึกต่างกันไป ก็คำว่า “เซ็กส์” ในสังคมไทยเรานั้น ใช่ว่าจะเป็นคำที่พูดกันได้คล่องๆ ไม่กระดากปากเสียเมื่อไหร่ ทว่าใครที่รู้สึกระคายหูคงต้องทนเอาหน่อย เพราะช่วงนี้คงได้ยินคำว่าเซ็กส์ทอยถี่ขี้นจากกระแสในโลกโซเชียล

ย้อนกลับไปเมื่อวันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน 2018 รายการ “นโยบาย by ประชาชน” ของช่องไทยพีบีเอสหยิบยกประเด็นการให้เซ็กส์ทอยถูกกฎหมายไทยขึ้นมาอภิปราย และกลายเป็นประเด็นในสังคมออนไลน์ตามมา เมื่อมีทั้งผู้ที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย ปัจจุบันกฎหมายไทยยังมองว่าเซ็กส์ทอยเป็นของต้องห้ามซึ่งเข้าข่ายลามกอนาจาร ผิดศีลธรรม และชักนำสังคมไปในทางที่ผิด ตลอดจนมีส่วนก่อให้เกิดอาชญากรรมทางเพศ โดยผู้ที่ครอบครองหรือค้าขาย รวมไปถึงโฆษณาการค้าวัตถุลามกเหล่านี้มีโทษจำคุกไม่เกินสามปี ปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

และแน่นอนว่าไทยไม่ใช่ประเทศเดียวที่ประกาศแบนเซ็กส์ทอยอย่างจริงจัง แต่ยังมีประเทศอีกมากมายรวมถึงมัลดีฟส์, ซาอุดีอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, เวียดนาม, อินเดีย และมาเลเซีย เป็นต้น ในขณะที่อีกหลายประเทศทั่วโลก เซ็กส์ทอยสามารถใช้และพกพาได้อย่างเสรี เรียกได้ว่ามีร้านค้าเซ็กส์ทอยโดยเฉพาะ ไม่ต่างจากร้านหนังสือ หรือร้านกาแฟ ซึ่งผลการสำรวจในสหรัฐฯ เมื่อปี 2015 ผู้หญิงและผู้ชาย 50% ระบุว่า พวกเขาเคยใช้เซ็กส์ทอยทั้งแบบส่วนตัวและแบบกับคู่นอน และสัดส่วนนี้จะเพิ่มเป็น 70% ในกลุ่ม LGBT

 

เซ็กส์ทอยนี้อยู่คู่เรามาช้านาน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเซ็กส์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์ และคุณมีโอกาสได้มาอ่านบทความนี้ก็เพราะเซ็กส์ หลักฐานการมีอยู่ของเซ็กส์ทอยที่เก่าแก่ที่สุดนั้นย้อนกลับไปได้ถึงยุคก่อนประวัติศาสตร์ หรือ 28,000 ปีก่อน ปรากฎในรูปศิวลึงค์ขนาด 19.2 เซนติเมตร สร้างขึ้นจากทราย ในถ้ำแห่งหนึ่งที่เยอรมนี  โดยนักโบราณคดียังไม่สามารถหาคำตอบได้ชัดเจนว่า เซ็กส์ทอยชิ้นนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อบูชาในพิธีกรรม, เป็นอาวุธ หรือเพื่อความสุขส่วนตัวของใครบางคนกันแน่ นอกจากนั้นยังมีรายงานการพบศิวลึงค์ที่ทำจากก้อนหิน และกระดูกมากมาย เช่นเดียวกับเครื่องมือเครื่องใช้อื่นๆ เช่น หวี และเข็มเย็บผ้า

ข้ามมาในยุคสมัยของอารยธรรมกรีกและโรมัน เชื่อกันว่าดิลโด้ “ท่อน” แรกถือกำเนิดขึ้นที่นี่จากบันทึกของพ่อค้าโบราณที่กล่าวถึงเซ็กส์ทอยที่มีชื่อเรียกว่า “Olisbos” ทำจากดินเหนียวหรือไม้ ปั้นเป็นรูปอวัยวะเพศชาย ซึ่งผู้หญิงชาวกรีก (และผู้ชายบางคน) โปรดปรานกับสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้มาก นอกจากนั้น พวกเขายังใช้ขนมปังที่มีรูปร่างคล้ายดิลโด้ และน้ำมันมะกอกเป็นสารหล่อลื่นอีกด้วย ตามความเชื่อของชาวกรีก หากผู้หญิงว่างเว้นจากการมีเซ็กส์ไปนานๆ จะก่อให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมา ซึ่งในยุคสมัยที่ผู้ชายต้องออกจากบ้านหลายเดือนเพื่อรบในสงคราม บรรดาเซ็กส์ทอยเหล่านี้นี่เองที่ช่วยให้พวกเธอยังคงรื่นรมย์กับชีวิตได้

เซ็กส์ทอย
ภาพถ่ายของศิวลึงค์อายุ 28,000 ปีที่พบในถ้ำของเยอรมนี / Getty Images
หญิงคนหนึ่งกำลังใช้ Olibos ภาพเขียนอายุ 490 ปีก่อนคริสต์กาล สมบัติของพิพิธภัณฑ์ศิลปะฝรั่งเศส

ด้านฝั่งเอเชียเอง ในประวัติศาสตร์จีนเองมีบันทึกถึงของเล่นเพื่อความสุขทางเพศของผู้หญิงไว้เช่นกัน โดยมีลักษณะเป็นกิ่งไม้ที่ตัดแต่งเป็นรูปอวัยวะเพศชาย แต่ที่แปลกที่สุดเห็นจะเป็น “Ben Wa ฺBalls” จากบันทึกในประวัติศาสตร์ ผู้หญิงในราชวงศ์หมิงใช้ลูกบอลลูกเล็กๆ ที่ทำจากทองแดง, ทองคำ หรือดิน ใส่ลงไปในอวัยวะเพศ และออกแรงกล้ามเนื้อยึดเอาไว้ ซึ่งเชื่อกันว่าจะเป็นการช่วยเพิ่มความแข็งแรง และเพิ่มความสุขทางเพศให้มากยิ่งขึ้น ในขณะที่ฝั่งอาหรับ ในวรรณกรรมเรื่องอาหรับราตรี หรือ Arabian Nights ซึ่งรวบรวมนิทานพื้นบ้านของตะวันออกกลางเอาไว้ มี การระบุถึงการใช้ผักและผลไม้ที่มีรูปร่างคล้ายอวัยวะเพศชายเพื่อความสุขทางเพศเช่นกัน

ส่วนอุปกรณ์เซ็กส์ทอยที่สั่นสะเทือนได้ในปัจจุบันนี้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อมนุษย์เรามีไฟฟ้าใช้แล้ว แต่ไวเบรเตอร์ในยุคแรกๆ ถูกนิยามว่าเป็นเครื่องมือทางการแพทย์เพื่อรักษาโรคฮิสทีเรียในผู้หญิงมากกว่าที่จะใช้เพื่อความบันเทิงส่วนตัว ซึ่งเจ้าเซ็กส์ทอยไฟฟ้าเหล่านี้ในยุคแรกๆ มีหน้าตาไม่ต่างจากเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่เลยทีเดียว ก่อนที่จะพัฒนาให้มีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ และใช้แบตเตอรี่ดังเช่นที่เราเห็นกันในปัจจุบัน

ภาพถ่ายของไวเบรเตอร์รุ่นแรกๆ จาก VICE