ประวัติย่อของเซ็กส์ทอย - National Geographic Thailand

ประวัติย่อของเซ็กส์ทอย

ประวัติย่อของเซ็กส์ทอย

เอื้อนเอ่ยคำว่า “เซ็กส์ทอย” ขึ้นมา หลายคนที่ได้ฟังคงเกิดความรู้สึกต่างกันไป ก็คำว่า “เซ็กส์” ในสังคมไทยเรานั้น ใช่ว่าจะเป็นคำที่พูดกันได้คล่องๆ ไม่กระดากปากเสียเมื่อไหร่ ทว่าใครที่รู้สึกระคายหูคงต้องทนเอาหน่อย เพราะช่วงนี้คงได้ยินคำว่าเซ็กส์ทอยถี่ขี้นจากกระแสในโลกโซเชียล

ย้อนกลับไปเมื่อวันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน 2018 รายการ “นโยบาย by ประชาชน” ของช่องไทยพีบีเอสหยิบยกประเด็นการให้เซ็กส์ทอยถูกกฎหมายไทยขึ้นมาอภิปราย และกลายเป็นประเด็นในสังคมออนไลน์ตามมา เมื่อมีทั้งผู้ที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย ปัจจุบันกฎหมายไทยยังมองว่าเซ็กส์ทอยเป็นของต้องห้ามซึ่งเข้าข่ายลามกอนาจาร ผิดศีลธรรม และชักนำสังคมไปในทางที่ผิด ตลอดจนมีส่วนก่อให้เกิดอาชญากรรมทางเพศ โดยผู้ที่ครอบครองหรือค้าขาย รวมไปถึงโฆษณาการค้าวัตถุลามกเหล่านี้มีโทษจำคุกไม่เกินสามปี ปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

และแน่นอนว่าไทยไม่ใช่ประเทศเดียวที่ประกาศแบนเซ็กส์ทอยอย่างจริงจัง แต่ยังมีประเทศอีกมากมายรวมถึงมัลดีฟส์, ซาอุดีอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, เวียดนาม, อินเดีย และมาเลเซีย เป็นต้น ในขณะที่อีกหลายประเทศทั่วโลก เซ็กส์ทอยสามารถใช้และพกพาได้อย่างเสรี เรียกได้ว่ามีร้านค้าเซ็กส์ทอยโดยเฉพาะ ไม่ต่างจากร้านหนังสือ หรือร้านกาแฟ ซึ่งผลการสำรวจในสหรัฐฯ เมื่อปี 2015 ผู้หญิงและผู้ชาย 50% ระบุว่า พวกเขาเคยใช้เซ็กส์ทอยทั้งแบบส่วนตัวและแบบกับคู่นอน และสัดส่วนนี้จะเพิ่มเป็น 70% ในกลุ่ม LGBT

เซ็กส์ทอยนี้อยู่คู่เรามาช้านาน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเซ็กส์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์ และคุณมีโอกาสได้มาอ่านบทความนี้ก็เพราะเซ็กส์ หลักฐานการมีอยู่ของเซ็กส์ทอยที่เก่าแก่ที่สุดนั้นย้อนกลับไปได้ถึงยุคก่อนประวัติศาสตร์ หรือ 28,000 ปีก่อน ปรากฎในรูปศิวลึงค์ขนาด 19.2 เซนติเมตร สร้างขึ้นจากทราย ในถ้ำแห่งหนึ่งที่เยอรมนี  โดยนักโบราณคดียังไม่สามารถหาคำตอบได้ชัดเจนว่า เซ็กส์ทอยชิ้นนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อบูชาในพิธีกรรม, เป็นอาวุธ หรือเพื่อความสุขส่วนตัวของใครบางคนกันแน่ นอกจากนั้นยังมีรายงานการพบศิวลึงค์ที่ทำจากก้อนหิน และกระดูกมากมาย เช่นเดียวกับเครื่องมือเครื่องใช้อื่นๆ เช่น หวี และเข็มเย็บผ้า

ข้ามมาในยุคสมัยของอารยธรรมกรีกและโรมัน เชื่อกันว่าดิลโด้ “ท่อน” แรกถือกำเนิดขึ้นที่นี่จากบันทึกของพ่อค้าโบราณที่กล่าวถึงเซ็กส์ทอยที่มีชื่อเรียกว่า “Olisbos” ทำจากดินเหนียวหรือไม้ ปั้นเป็นรูปอวัยวะเพศชาย ซึ่งผู้หญิงชาวกรีก (และผู้ชายบางคน) โปรดปรานกับสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้มาก นอกจากนั้น พวกเขายังใช้ขนมปังที่มีรูปร่างคล้ายดิลโด้ และน้ำมันมะกอกเป็นสารหล่อลื่นอีกด้วย ตามความเชื่อของชาวกรีก หากผู้หญิงว่างเว้นจากการมีเซ็กส์ไปนานๆ จะก่อให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมา ซึ่งในยุคสมัยที่ผู้ชายต้องออกจากบ้านหลายเดือนเพื่อรบในสงคราม บรรดาเซ็กส์ทอยเหล่านี้นี่เองที่ช่วยให้พวกเธอยังคงรื่นรมย์กับชีวิตได้

เซ็กส์ทอย
ภาพถ่ายของศิวลึงค์อายุ 28,000 ปีที่พบในถ้ำของเยอรมนี / Getty Images
เซ็กส์ทอย
หญิงคนหนึ่งกำลังใช้ Olibos ภาพเขียนอายุ 490 ปีก่อนคริสต์กาล สมบัติของพิพิธภัณฑ์ศิลปะฝรั่งเศส

ด้านฝั่งเอเชียเอง ในประวัติศาสตร์จีนเองมีบันทึกถึงของเล่นเพื่อความสุขทางเพศของผู้หญิงไว้เช่นกัน โดยมีลักษณะเป็นกิ่งไม้ที่ตัดแต่งเป็นรูปอวัยวะเพศชาย แต่ที่แปลกที่สุดเห็นจะเป็น “Ben Wa ฺBalls” จากบันทึกในประวัติศาสตร์ ผู้หญิงในราชวงศ์หมิงใช้ลูกบอลลูกเล็กๆ ที่ทำจากทองแดง, ทองคำ หรือดิน ใส่ลงไปในอวัยวะเพศ และออกแรงกล้ามเนื้อยึดเอาไว้ ซึ่งเชื่อกันว่าจะเป็นการช่วยเพิ่มความแข็งแรง และเพิ่มความสุขทางเพศให้มากยิ่งขึ้น ในขณะที่ฝั่งอาหรับ ในวรรณกรรมเรื่องอาหรับราตรี หรือ Arabian Nights ซึ่งรวบรวมนิทานพื้นบ้านของตะวันออกกลางเอาไว้ มี การระบุถึงการใช้ผักและผลไม้ที่มีรูปร่างคล้ายอวัยวะเพศชายเพื่อความสุขทางเพศเช่นกัน

ส่วนอุปกรณ์เซ็กส์ทอยที่สั่นสะเทือนได้ในปัจจุบันนี้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อมนุษย์เรามีไฟฟ้าใช้แล้ว แต่ไวเบรเตอร์ในยุคแรกๆ ถูกนิยามว่าเป็นเครื่องมือทางการแพทย์เพื่อรักษาโรคฮิสทีเรียในผู้หญิงมากกว่าที่จะใช้เพื่อความบันเทิงส่วนตัว ซึ่งเจ้าเซ็กส์ทอยไฟฟ้าเหล่านี้ในยุคแรกๆ มีหน้าตาไม่ต่างจากเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่เลยทีเดียว ก่อนที่จะพัฒนาให้มีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ และใช้แบตเตอรี่ดังเช่นที่เราเห็นกันในปัจจุบัน

เซ็กส์ทอย
ภาพถ่ายของไวเบรเตอร์รุ่นแรกๆ จาก VICE
เซ็กส์ทอย
ตัวอย่างของเซ็กส์บอท จาก CNET

อาชีพแปลกจากเซ็กส์ทอย

แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีงานวิจัยชัดเจนว่า เซ็กส์ทอยมีส่วนช่วยลดปัญหาการข่มขืนและการล่วงละเมิดทางเพศได้จริง แต่การมีอยู่ของเซ็กส์ทอยนอกจากจะช่วยสร้างงานให้แก่บรรดาคนงานในกระบวนการผลิตแล้ว ยังให้กำเนิดอาชีพใหม่ที่คาดไม่ถึงนั่นคือ “พนักงานทดสอบคุณภาพเซ็กส์ทอย” ยกตัวอย่างบริษัทผลิตเซ็กส์ทอยในสหราชอาณาจักรที่มีการจ้างพนักงานให้ทำหน้าที่รีวิวสินค้าของพวกเขาโดยเฉพาะ ยกตัวอย่างจากเงื่อนไขของบริษัท LoveWoo ที่ให้ค่าตอบแทนสูงเสียด้วย โดยมีค่าจ้างต่อปีถึง 36,000 ดอลลาสหรัฐ หรือประมาณ 1 ล้านบาทเลยทีเดียว

สำหรับเงื่อนไขในการเข้าทำงาน พนักงานจะเข้าทำงานที่ออฟฟิศสามวัน ทำงานที่บ้านสองวัน และจะต้องทดลองใช้สินค้าทุกอย่างของบริษัท พร้อมบอกข้อดีและข้อเสียของมัน ซึ่งตรงจุดนี้พนักงานต้องรู้จักใช้โซเชียลมิเดียให้เป็นประโยชน์ในการเขียนรีวิวได้ นอกจากนั้น ทางบริษัทยังมอบสวัสดิการมากมาย เช่น ส่วนลดค่าสมาชิกฟิตเนส หรือบัตรประกันสุขภาพ เป็นต้น

ทั้งนี้หากสนใจทำงานในตำแหน่งดังกล่าว คุณสมบัติที่ทางบริษัทระบุว่าต้องการคือ พนักงานผู้นั้นต้องเปิดใจกว้าง, มีอารมณ์ขัน และมีทักษะในการสื่อสารที่ดีเป็นพิเศษ ซึ่งหากคุณสมบัติตรงก็สามารถเขียนใบสมัครพร้อมตัวอย่างการรีวิวเซ็กส์ทอยหนึ่งชิ้นยื่นเข้าไปได้เลย

เซ็กส์ทอย
Karley Sciortino นักข่าวจาก VICE ทดลองหลับนอนกับ Gabriel ตุ๊กตายางผู้ชาย ในสารคดี Making The World’s First Male Sex Doll: Slutever / VICE

ฟังดูเป็นอาชีพแห่งอนาคตมากๆ ที่งานประจำของเราคือการใช้เวลาในแต่ละวันให้หมดไปกับบรรดาเซ็กส์ทอยต่างๆ Cara Sutra คือตัวอย่างที่ดี หากคุณผู้อ่านรู้สึกสนใจงานนี้ขึ้นมา อดีตพนักงานธนาคารรายนี้ทดลองใช้เซ็กส์ทอยมาแล้วกว่า 2,000 ชิ้น แต่ใช่ว่าจะง่ายดายดังภาพฝัน เพราะทุกอาชีพเองก็มีรายละเอียดของมัน

Sutra เล่าให้ฟังว่า ในการรีวิวเซ็กส์ทอยแต่ละชิ้นของเธอนั้น เธอต้องพิจารณาตั้งแต่วัสดุที่ใช้ การออกแบบว่ามีเหลี่ยมมุมที่จะทำให้ผู้ใช้บาดเจ็บหรือไม่ หากเป็นแบบสั่น ก็ต้องพิจารณาว่ามันใช้แบตเตอร์รี่แบบใด มีปลั๊กหรือไม่ นอกจากนั้นยังต้องคำนึงถึงความชอบส่วนบุคคลซึ่งจุดนี้ Sutra เน้นย้ำว่าสำคัญมาก เพราะตัวเธอนั้นชื่นชอบการสั่นแบบแรงๆ ดังนั้นเมื่อเขียนรีวิวก็ต้องระบุว่าตัวเธอชอบแบบใดด้วย… และจุดสำคัญก็คือเจ้าเซ็กส์ทอยที่รีวิวนั้นทำให้เธอถึงจุดสุดยอดหรือไม่ ซึ่งจุดนี้คือประเด็นที่ผู้อ่านต้องการทราบมากที่สุด หากเซ็กส์ทอยชิ้นนั้นไม่สามารถทำให้เธอไปถึงฝั่งฝัน ก็จำเป็นต้องชี้ให้เห็นถึงคุณประโยชน์อื่นๆ ที่ลูกค้าจะได้รับจากมัน

อนาคตของเซ็กส์ทอย

แม้อนาคตของเซ็กส์ทอยในไทยจะยังมองไม่เห็นทางเท่าไหร่นัก แต่วงการเซ็กส์ทอยในต่างประเทศยังคงพัฒนาไปเรื่อยๆ VICE รายงานถึงแนวโน้มของเซ็กส์ทอยในอนาคตว่าจะมีลักษณะไม่แบ่งแยกเพศหรือ Nonbinary มากขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้คนได้ทดลองกับเซ็กส์ทอยได้หลากหลาย นั่นแปลว่าเซ็กส์ทอยหนึ่งชิ้นสามารถใช้ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แทนที่จะเป็นเซ็กส์ทอยเพื่อผู้หญิง หรือเซ็กส์ทอยเพื่อผู้ชายเช่นในปัจจุบัน

Stu Nugent นักออกแบบเซ็กส์ทอยจากบริษัท LELO ผู้ทำงานในวงการเซ็กส์ทอยเล่าถึงเซ็กส์ทอยเมื่อ 14 ปีก่อนให้ฟังว่า การออกแบบดิลโด้มักเป็นอะไรที่ ใหญ่ น่าเกลียด แต่งแต้มสีสันสดใสอย่างสีม่วงหรือสีชมพู “มันน่าจะมีทางเลือกอื่นสำหรับสาวๆ ที่ไม่ต้องการดิลโด้แบบนั้นนะครับ” เขากล่าว

ด้าน Zoe Ligon ผู้ก่อตั้งบริษัท Spectrum Boutique กล่าวเสริมว่า “บริษัทเซ็กส์ทอยทั้งหลายควรหยุดยัดเหยียดนอแรดสีชมพูอันยักษ์ให้แก่ผู้บริโภคได้แล้ว ไม่ใช่ทุกคนที่ชอบแบบนั้น” เพราะความหมายของเซ็กส์ทอยนั้นคือเครื่องมือที่ช่วยสอนให้เรารู้จักร่างกายของตัวเองให้ดียิ่งขึ้นต่างหาก ไม่ใช่เพื่อให้ผู้ใช้เกิดความรู้สึกลบกับร่างกายของตนเอง

และด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันที่ปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคตเซ็กส์ทอยจะไม่ใช่แค่เซ็กส์ทอยอีกต่อไป แต่จะพัฒนาไปเป็น “เซ็กส์บอต” หรือหุ่นยนต์ที่ทำหน้าที่เสมือนคู่นอน ซึ่งสามารถแสดงความรู้สึก และตอบสนองต่อการสัมผัส และตอบโต้บทสนทนากับคนจริงๆ ได้ในระดับหนึ่ง เรียกได้ว่าเป็นเซ็กส์ทอยที่ล้ำหน้าไปอีกขั้น ถึงขนาดที่ว่าบรรดาผู้เชี่ยวชาญทางสังคมอย่าง Ian Pearson นักอนาคตวิทยาคาดการณ์ว่าในอนาคตการที่มนุษย์จะมีเซ็กส์กับหุ่นยนต์นั้น ถือเป็นเรื่องปกติเลยทีเดียว (เหมือนในภาพยนตร์เรื่อง A.I. Artificial Intelligence ปี 2001 ไม่มีผิด) จะเป็นอย่างไรลองชมได้จากวิดีโอโดย CNET

อ่านเพิ่มเติม

ส่องโรงแรมม่านรูดสารพัดธีมในญี่ปุ่น

 

แหล่งข้อมูล

History of dildos

A Brief and Twisted History of Dildos and Vibrators

Playing with Pleasure l HISTORY OF SEX TOYS

Why the Future of Sex Toys Is Nonbinary

This Woman Tests And Reviews Sex Toys For A Living. Here’s What She’s Discovered.

This brand will pay you $36,000 a year to review sex toys

ถึงเวลาหรือยังที่ “เซ็กส์ทอย” ควรถูกกฎหมายในไทย?

ไวเบรเตอร์ – เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านชนิดที่ห้าของโลก

มาดู “วิวัฒนาการของเซ็กส์ทอย” ในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา พัฒนาไปมากน้อยแค่ไหนกัน!?

นวัตกรรมเซ็กส์บอท

เรื่องแนะนำ

เมื่อเกิดในอัฟกานิสถาน เด็กหญิงบางคนเลือกใช้ชีวิตในร่างเด็กชาย

ค่านิยมลูกชายในวัฒนธรรมของอัฟกานิสถาน ส่งผลให้พ่อแม่บางคนจับลูกสาวแต่งตัวแบบเด็กผู้ชาย ด้วยความหวังว่าวิธีนี้จะนำลูกชายจริงๆ มาให้

ซานตาคลอสเดินทางมาแล้วทั่วโลก

ซานตาคลอส เดินทางมาแล้วทั่วโลก ซานตาคลอส สนุกสนานเพลิดเพลินไปกับทุกพื้นที่บนแผนที่เก่านี้ ในแอฟริกา ซานตาวัดความสูงของตนกับยีราฟ ขี่ช้างเล่นในอินเดีย ล่องเรือข้ามมหาสมุทร หรือแม้กระทั่งไต่เดินเส้นศูนย์สุตรที่พาดผ่านกลางมหาสมุทรแอตแลนติกเล่น แผนที่เก่าแก่นี้มีชื่อว่า “A World of Good Wishes at Christmastime” ถูกสร้างขึ้นในปี 1955 โดยบริษัท General Drafting ผู้ผลิตแผนที่สำหรับถนนหนทาง “มันเป็นอะไรที่คลาสสิกมาก” Stephen Hornsby ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเมนและผู้เขียนหนังสือเรื่อง “Picturing America: The Golden Age of Pictorial Maps” กล่าว “มันสนุกสนานและเต็มไปด้วยจินตนาการ” แผนที่นี้ถูกผลิตขึ้นในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกากำลังเติบโต ส่งผลให้ประเทศนี้กลายเป็นมหาอำนาจเช่นเดียวกับแผนที่อื่นๆ จำนวนมากในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ที่นำเสนอประเทศสหรัฐอเมริกาในลักษณะโดดเด่น เต็มไปด้วยความมั่นใจ ดังจะเห็นได้จากแผนที่นี้ที่สหรัฐอเมริกาอยู่ตรงกลางพอดิบพอดี “มันสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่ชนชั้นกลางชาวอเมริกันมองโลกในปี 1950” ทุกประเทศในแผนที่นี้ที่ซานตาไปเยือนเต็มไปด้วยความซุกซน เขาทรงตัวบนยอดหอไอเฟลด้วยปลายนิ้ว, เตรียมกระโดดลงมาจากพีรามิดในอียิปต์, ชำเลียงเมียงมองประเทศในตยุโรปตะวันออกที่อยู่ใต้การปกครองของสหภาพโซเวียต, แทงฉมวกใส่วาฬนอกชายฝั่งของไอซ์แลนด์ ตลอดจนคลานหาเครื่องดื่มพลางจินตนาการถึงเบียร์เย็นๆ สักแก้วกลางทะเลทรายลิเบีย มองในอีกแง่มุมหนึ่ง แผนที่จากปี […]

เกิดเป็น (เด็ก) หญิง แท้จริง แสนลำบาก

เรื่อง อเล็กซิส โอเคโอโว ภาพถ่าย สเตฟานี ซินแคลร์ เซียร์ราลีโอนคือหนึ่งในสถานที่เลวร้ายที่สุดในโลก ถ้าเกิดเป็นเด็กผู้หญิง ในประเทศแถบแอฟริกาตะวันตกที่มีประชากรราวหกล้านคน  ถูกแบ่งแยกจากสงครามกลางเมืองเลวร้ายที่กิน    เวลายาวนานกว่าสิบปี  และเมื่อไม่นานมานี้ยังย่อยยับด้วยโรคอีโบลา  ลำพังการเกิดเป็นเด็กหญิงก็หมายถึงชั่วชีวิตที่เต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนามและประเพณีที่มักให้คุณค่าแก่เรือนร่างมากกว่าความรู้สึกนึกคิด  องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติหรือยูนิเซฟระบุว่า  ประชากรหญิงส่วนใหญ่ของเซียร์ราลีโอนหรือราวร้อยละ 90 ผ่านพิธีกรรมการขริบอวัยวะเพศหญิง (Female Genital Mutilation: FGM)  เพื่อประกาศความเป็นสาว  และเชื่อว่าเป็นการเพิ่มโอกาสของการแต่งงานออกเรือน   ทว่านี่ยังเป็นวิถีทางวัฒนธรรมอันหยั่งรากลึกเพื่อกดหรือควบคุมความต้องการทางเพศด้วยในประเทศนี้เด็กสาวเกือบครึ่งหนึ่งแต่งงานก่อนอายุ 18 ปี  และอีกไม่น้อยที่ตั้งครรภ์ตั้งแต่อายุน้อยกว่านั้น ส่วนมากเพียงไม่กี่เดือนหลังจากมีประจำเดือนครั้งแรก  หลายคนตกเป็นเหยื่อความรุนแรงทางเพศ  การข่มขืนมักเกิดขึ้นโดยไร้การลงโทษ  ในปี 2013  กว่าหนึ่งในสี่ของเด็กสาวอายุ 15 ถึง 19 ปีในเซียร์ราลีโอนตั้งครรภ์หรือมีลูกแล้ว ซึ่งถือเป็นอัตราการตั้งครรภ์สูงที่สุดแห่งหนึ่งในโลกของเด็กในช่วงอายุดังกล่าว “ถ้าไปตามต่างจังหวัด คุณจะเห็นเด็กอายุ 13 บ้าง 15 บ้าง แต่งงานหรืออุ้มลูกกันแล้ว” แอนนี มาฟินดา พยาบาลบำรุงครรภ์ที่ศูนย์เรนโบ (Rainbo Center) ซึ่งให้การช่วยเหลือแก่เหยื่อความรุนแรงทางเพศในกรุงฟรีทาวน์ เล่าและเสริมว่า คนไข้ของศูนย์แห่งนี้ส่วนมากมีอายุเพียง 12-15 […]

การเดินทางแสนทรมานของคุณแม่ผู้ลี้ภัย

เรื่อง เมโลดี ราวเวลล์ ภาพถ่าย เมอร์โต ปาปาโดปูลอส เมื่อคุณได้ยินเรื่อง “วิกฤติการณ์ผู้ลี้ภัย” คุณอาจนึกถึงภาพถ่ายเรือลำน้อยล่องลอยอยู่บนน่านน้ำมืดมิดและแออัดไปด้วยผู้คนที่สวมเสื้อชูชีพสีส้มสะท้อนแสง คุณอาจคิดถึงภาพมือที่ยื่นออกมาหาบุคคลอันเป็นที่รัก ภาพชายแดนที่มีผู้ชายถือปืนกลเฝ้ารักษาการณ์ หรือภาพเต็นท์ชั่วคราวในค่ายผู้ลี้ภัยที่ครอบครัวคนไร้บ้านอยู่กันอย่างเบียดเสียดยัดเยียด ภาพที่เรานึกถึงเหล่านี้มีพลัง วุ่นวายสับสน และเปี่ยมชีวิตชีวา ภาพถ่ายของช่างภาพข่าวชาวกรีก เมอร์โต ปาปาโดปูลอส กลับต่างออกไป ภาพถ่ายเหล่านี้ดูเงียบงัน นิ่งสงบ และลึกซึ้ง ผู้หญิงเหล่านี้แต่ละคนเป็นแม่ บางคนกำลังตั้งครรภ์ บางคนกำลังอุ้มลูก ปาปาโดปูลอสบันทึกภาพวิกฤติการณ์ผู้ลี้ภัยมาตั้งแต่ปี 2010 ตอนที่ใช้เวลาอยู่ที่ค่ายผู้ลี้ภัยในประเทศกรีซ เธอสังเกตเห็นว่า พวกผู้หญิงมักจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังพร้อมกับลูกๆ ขณะที่สามีของพวกเธอออกไปค้นหาชีวิตใหม่ในยุโรป “ฉันรู้สึกว่าพวกผู้หญิงถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และเป็นคนที่ทนทุกข์ทรมานอย่างแท้จริงค่ะ” ปาปาโดปูลอสบอก “และในทางกลับกัน ฉันรู้สึกว่าพวกเธอทำให้ผู้คนเหล่านี้ยังคงมุ่งหน้าต่อไป พวกเธอและลูกๆคือเหตุผลที่ทำให้การเดินทางยังดำเนินต่อไปค่ะ” และสำหรับผู้หญิงเหล่านี้ การเดินทางเป็นเรื่องยากลำบากอย่างเหลือเชื่อ บางคนคลอดบุตรระหว่างการเดินทาง ปาปาโดปูลอสเล่าว่า เธอเห็นพวกผู้หญิงกำลังเดินเท้าขณะอุ้มลูกที่เพิ่งเกิดได้แค่สิบวัน แม่บางคนแท้งลูกเองเนื่องจากสภาพธรรมชาติที่ทารุณ บางคนต้องทำแท้ง และอีกหลายคนต้องทนทุกข์จากความตายของลูกน้อย มีองค์กรพัฒนาเอกชนในค่ายผู้ลี้ภัยบางแห่งที่ช่วยพยาบาลทั้งก่อนและหลังคลอด และจัดการคุมกำเนิดแบบต่างๆเมื่อทำได้ แต่โดยรวมแล้ว การตั้งครรภ์หรือการเป็นแม่ที่มีลูกเยาว์วัยทำให้ความยากลำบากที่ผู้ลี้ภัยทุกคนต้องเผชิญเพิ่มมากขึ้น เธอขอให้ผู้หญิงเหล่านี้แต่ละคนแบ่งปันประสบการณ์ของตนเอง เรื่องราวของพวกเธอ  มาพร้อมกับภาพถ่ายบุคคลด้านล่าง ปาปาโดปูลอสบอกว่า ยิ่งสถานการณ์ยากลำบากเท่าไร แม่หลายคนก็มองลูกๆของตนเป็นดังแรงจูงใจสำคัญมากเท่านั้น […]