เซ็กส์ของ แมลงวันผลไม้ ไขปริศนาอาการติดยา - National Geographic Thailand

เซ็กส์ของแมลงวันผลไม้ ไขปริศนาอาการติดยา

เซ็กส์ของ แมลงวันผลไม้ ไขปริศนาอาการติดยา

ไม่ต้องมีข้อสงสัยเลยว่ามนุษย์เราพึงใจทุกครั้งที่ได้มีเซ็กส์ ผลการศึกษาก่อนหน้านี้รายงานว่าความรู้สึกเช่นนี้เกิดขึ้นทั่วไปกับบรรดาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แต่ในบรรดาสัตว์วงศ์อื่นล่ะ พวกมันมีความสุขที่ได้ผสมพันธุ์เช่นเราหรือไม่?

ผลการศึกษาใหม่แสดงให้เห็นว่า ในแมลงวันผลไม้เพศผู้เองพวกมันเองก็มีความสุขที่ได้หลั่งเซลล์สืบพันธุ์ไม่ต่างกัน ดูเหมือนว่าความพึงใจขณะผสมพันธุ์สามารถเกิดขึ้นได้ใน “สัตว์ทั่วไป ไม่ใช่แค่ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเท่านั้น” รายงานจาก Galit Shohat-Ophir นักประสาทวิทยาจากมหาวิทยาลัย Bar-Ilan ในอิสราเอล โดยในการศึกษาก่อนหน้านี้ Shohat-Ophir พบว่า ร่างกายของแมลงวันผลไม้มีกลไกที่ให้รางวัลแก่ตนเองเมื่อผสมพันธุ์ เพียงแต่ยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่นัก

 

ทดสอบกับไฟสีแดง

ในการหาคำตอบ Shohat-Ophir และทีมนักวิจัยของเธอ ร่วมกับ Janelia Research Campus ในนครเวอร์จิเนียทำการตัดแต่งพันธุกรรมของแมลงวันผลไม้เพศผู้กลุ่มหนึ่ง เพื่อให้เซลล์ระบบประสาทภายในช่องท้องของพวกมันตอบสนองต่อแสงไฟสีแดง ระบบประสาทกลุ่มนี้มีหน้าที่ผลิตโปรตีนที่มีชื่อเรียกว่า corazonin ซึ่งช่วยในกระบวนการหลั่งเซลล์สืบพันธุ์

พวกเขาปล่อยแมลงวันกลุ่มนี้ลงในสนามทดลอง โดยกำหนดให้ริมฝั่งหนึ่งฉายไฟสีแดง ผลปรากฏว่าแมลงวันส่วนใหญ่บินตรงเข้าไปหาบริเวณที่มีแสงสีแดง และหลั่งเซลล์สืบพันธุ์ออกมา สิ่งนี้เกิดขึ้นซ้ำราว 7 ครั้งต่อนาที “ความสนใจในแสงสีแดงเกิดขึ้นเร็วมากค่ะ” Shohat-Ophir กล่าว “และบางตัวก็เกาะอยู่ตรงไฟสีแดงนั้นเลยไม่ไปไหน”

ในอีกการทดลองหนึ่งทีมนักวิจัยทดลองกับแมลงที่ได้รับการดัดแปลงทางสมอง หลังกระตุ้นเซลล์ประสาท corazonin ซ้ำไปซ้ำมาไม่กี่วัน พวกเขาพบว่าพวกมันมีระดับของโปรตีนที่เรียกว่า neuropeptide F (NPF) มากขึ้น ซึ่งสารเคมีดังกล่าวเป็นสารกระตุ้นที่จะพบในสมองจากสถานการณ์ให้รางวัลตนเอง เช่นในกรณีของการเสพติดน้ำตาลเป็นต้น

ในกระบวนการทดลองพวกเขาแบ่งแมลงวันผลไม้เพศผู้ออกเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มที่ได้ผสมพันธุ์และไม่ได้ผสมพันธุ์ ผลการทดสอบพบว่าแมลงวันกลุ่มที่ไม่ได้ผสมพันธุ์มีแนวโน้มที่จะชื่นชอบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่าพวกที่ได้ผสมพันธุ์ ราวกับว่าเป็นการให้รางวัลตนเองในอีกรูปแบบหนึ่ง และเมื่อพวกมันได้รับการผสมพันธุ์หรือได้รับการกระตุ้นประสาทแล้ว แมลงวันกลุ่มดังกล่าวกลับไม่สนใจแอลกอฮอล์อีก

Shohat-Ophir สรุปผลว่า ในการหลั่งเซลล์สืบพันธุ์แต่ละครั้งนำมาซึ่งความพึงพอใจตามมา ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ช่วยขับเคลื่อนให้บรรดาสัตว์ต่างๆ ยังคงสืบพันธุ์กันต่อไป

 

เซ็กส์และยา

David Anderson นักประสาทชีววิทยาจากสถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย เห็นด้วยกับผลการทดลองนี้ “การผสมพันธุ์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ช่วยให้สายพันธุ์นั้นๆ ยังคงอยู่รอดต่อไปได้ และแน่นอนว่าฟังก์ชั่นใดก็ตามที่เอื้อประโยชน์ต่อการสืบพันธุ์ย่อมได้รับการสืบทอดกันมาในวิวัฒนาการ”

Anderson ตั้งข้อสังเกตว่า กระบวนการให้รางวัลแก่ตนเองของแมลงวันนั้นอาจไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ ในการทดลองแรกสมองของพวกมันอาจได้รับการกระตุ้นโดยตรงจากไฟสีแดง ฉะนั้นแล้วจึงต้องทดสอบเพิ่มเติมเพื่อความแน่ใจกว่านี้

อย่างไรก็ดี ตัวเขามองว่าการวิจัยครั้งนี้จะมีส่วนช่วยเหลือบรรดาผู้ติดยาเสพติด เช่นโคเคน และเฮโรอีนที่ทำปฏิกิริยาต่อการให้รางวัลในสมองโดยตรง หากเราสามารถไขปริศนาการทำงานของระบบสมองในสัตว์ที่มีอวัยวะไม่ซับซ้อนเช่นแมลงวันผลไม้ได้ Anderson กล่าวว่า ผลการศึกษาที่มากขึ้นจะยิ่งช่วยให้เราเข้าใจอาการเสพติดที่เกิดขึ้นกับสมองของมนุษย์ด้วยเช่นกัน

เรื่อง Katarina Zimmer

 

อ่านเพิ่มเติม

กลไกการเสพติดของสมอง

เรื่องแนะนำ

ทำไมตั๊กแตนบางชนิดจึงมีรูปร่างคล้ายดอกไม้

ทำไมตั๊กแตนบางชนิดจึงมีรูปร่างคล้ายดอกไม้ ตั๊กแตนกล้วยไม้แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้วิวัฒน์อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เมื่อดอกกล้วยไม้ไม่ใช่ดอกกล้วยไม้? ตั๊กแตนกล้วยไม้เพศเมียมีการกระจายพันธุ์ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียง และมีรูปร่างคล้ายดอกไม้เพื่อล่าเหยื่อ ด้วยขาที่ดูคล้ายกลีบดอกไม้ บวกกับลำตัวสีขาวอมชมพู ทำให้ตั๊กแตนเพศเมียดูเหมือนจะเป็นเพศผู้ ในขณะที่เพศผู้มีลำตัวเล็กกว่าและมีสีเขียวอมน้ำตาล นักวิทยาศาสตร์รายงานว่า การวิวิฒนาการนี้นำไปสู่กลยุทธ์การล่าเหยื่อ ซึ่งอาหารชองตั๊กแตนกล้วยไม้เป็นพวกแมลงผสมเกสรทั้งหลาย ในขณะที่ตัวเมียพรางตัวเพื่อการล่าเหยื่อ แต่ผู้ผัวกลับพรางตัวเพื่อการหลบซ่อน (รู้หรือไม่ ยุงสามารถจดจำกลิ่นคุณได้ หากคุณเคยพยายามที่จะตบมัน) กำเนิดนักล่า จากหลักฐานทางวิวัฒนาการ นักวิทยาศาสตร์พบว่า บรรพบุรุษของตั๊กแตนกล้วยไม้เริ่มเรียนรู้จากการเกาะอยู่รอบๆ ดอกไม้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการล่าแมลงผสมเกสร ลักษณะทางสายพันธุ์ดังกล่าวจึงถ่ายทอดไปยังรุ่นลูกรุ่นหลาน และส่งผลให้ตั๊กแตนชนิดนี้แตกต่างจากสายพันธุ์อื่น เรื่อง Mary Bates   อ่านเพิ่มเติม ทำไมราชินีมดและแมลงอื่นๆ จึงฝังศพพวกที่ตายแล้ว

สุนัขเปลี่ยนสีหน้าเมื่อมนุษย์ให้ความสนใจ

สีหน้าของสุนัขไม่ได้มีดีแค่ไว้สำหรับเป็นคลิปบันเทิงบนโลกออนไลน์ แต่มันยังเป็นข้อมูลสำคัญที่แสดงให้เห็นวิวัฒนาการของการเป็นสุนัขเลี้ยงอีกด้วย นักวิทยาศาสตร์ประเมินปฏิกิริยาที่แสดงออกผ่านสีหน้าของสุนัข เมื่อเผชิญกับมนุษย์และเมื่อมนุษย์หันหลังให้ พวกเขาพบว่าขณะที่สุนัขถูกมนุษย์จ้องมองพวกมันสามารถแสดงสีหน้าได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งนี้สุนัขเป็นสัตว์ที่อยู่เคียงข้างกับมนุษย์มานาน มิตรภาพต่างสปีชีส์นี้มีอายุย้อนไปได้ถึง 30,000 ปีก่อน และสายสัมพันธ์อันดีระหว่างเราเป็นส่วนหนึ่งที่เราวิวัฒนาการร่วมกันมาเพื่อการสื่อสารที่ดีขึ้น   อ่านเพิ่มเติม : วิทยาศาสตร์ว่าด้วยความน่ารัก, ทดลองให้ปลาไหลไฟฟ้าช็อต เพื่อวิทยาศาสตร์

เทียบกันตาต่อตา

การจำลองภาพการมองเห็นของสัตว์อย่างสมบูรณ์แบบเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่ช่างภาพของเราสร้างภาพให้ใกล้เคียงได้โดยใช้ชุดอุปกรณ์ของเขาผสมผสานข้อมูลจากห้องปฏิบัติการ เช่น ความหนาแน่นของตัวรับแสงและปฏิกิริยาต่อแสง จากภาพเปรียบเทียบนี้ ภาพด้านซ้ายคือการมองเห็นของมนุษย์ เทียบกับภาพด้านขวาแทนการมองเห็นของสัตว์ หนอนตัวแบน (พลานาเรีย) (Dugesia dorotocephala) ตาของหนอนตัวแบนประกอบด้วยเซลล์ ตัวรับแสงรูปทรงคล้ายถ้วยขนาดเล็กที่สามารถระบุได้ว่า แสงมาจากทิศทางใด หนอนจำเป็นต้องใช้เบาะแสนี้ในการระบุถิ่นอาศัยที่เหมาะสม ซึ่งต้องมีที่กำบังแสงอาทิตย์ แมงกะพรุนกล่อง (Tripedalia cystophora) แมงกะพรุนกล่องไม่มีสมองสำหรับแปลผลข้อมูล ที่ได้จากประสาทรับความรู้สึก แต่มันตอบสนองต่อภาพความคมชัดตํ่าแบบเรียบง่ายได้ ดวงตาที่มีเลนส์สี่ดวงมองขึ้นด้านบนเพื่อรับรู้ร่มเงาพืชชายเลนซึ่งเป็นบริเวณที่มีอาหารอุดมสมบูรณ์ ดวงตาที่มีเลนส์อีก สี่ดวงมองลงด้านล่างผ่านร่างกายโปร่งใสเพื่อช่วยให้มันหลบหลีกสิ่งกีดขวางด้านล่างได้ ผีเสื้อเหยี่ยวงวงช้าง (Deilephila elpenor) รูม่านตาขนาดใหญ่ของผีเสื้อเหยี่ยวงวงช้างเอื้อให้แสงปริมาณมากผ่านเข้าสู่ดวงตา ช่วยให้มันแยกแยะสีได้แม้แต่ในแสงสลัวของดวงดาวในคืนข้างแรม ดังนั้นผีเสื้อที่หากินในเวลากลางคืนและมีเครื่องนำทางชนิดนี้จึงสามารถเสาะหานํ้าต้อยในดอกไม้ ซึ่งมีสีสันที่มนุษย์มองไม่เห็นในเวลากลางคืนได้ แมว (Felis catus) ดวงตาของแมวบ้านมีเซลล์รูปแท่งที่ไวต่อสภาวะแสงน้อยดีกว่าของมนุษย์ และรูม่านตาแบบช่องเล็กยาวเปิดได้กว้างในความมืด ช่วยให้แมวล่าสัตว์ขนาดเล็กในเวลากลางคืนได้อย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตาม ความที่มีเซลล์รูปกรวยที่ไวต่อสีน้อยกว่า แมวจึงแยกแยะสีเขียวกับสีแดงไม่ได้ นกอินทรีหัวล้าน (Haliaeetus leucocephalus) ถ้าอยากมองหาดวงตาที่มีความคมชัดสูงเป็นพิเศษ (2.5 เท่าของดวงตามนุษย์) ให้ดูนกอินทรีหัวล้าน เป็นตัวอย่าง ขณะที่จอตาของมนุษย์มีบริเวณที่มี ตัวรับแสงหนาแน่นอยู่บริเวณเดียว นกอินทรีมี สองบริเวณ ซึ่งช่วยให้มันเห็นตรงด้านหน้าและ ด้านข้างได้ในเวลาเดียวกัน […]