ผลกระทบของ แก๊สน้ำตา ซึ่งอันตรายกว่าที่คิด-National Geographic Thailand

ประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์ของแก๊สน้ำตา

แก๊สน้ำตา ในทางเทคนิคคืออาวุธเคมี ที่หลายคนอาจคาดไม่ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อร่างกายในระยะยาว

ช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2562 เหตุการณ์ที่อยู่ในความสนใจของผู้คนเกือบทั้งโลกคือเหตุการณ์ที่ตำรวจฮ่องกงใช้ แก๊สน้ำตา และกระสุนยางใส่ผู้ประท้วงที่ต่อต้านการพิจารณากฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนเข้าไปในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ แม้ผู้ชุมนุมต้องสลายตัวไปเนื่องจากเกรงกลัวอันตรายจากแก๊สน้ำตา แต่ก็มีผู้ชุมนมจำนวนไม่น้อยที่เตรียมตัวรับมือกับการใช้แก๊สน้ำตาของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เป็นอย่างดี

การใช้ แก๊สน้ำตา กลายเป็นภาพจำของการสลายการชุมนุมของผู้ประท้วงทั่วโลกมาเนิ่นนาน แม้ว่าตามอนุสัญญาเจนีวาจะห้ามมิให้ใช้แก๊สน้ำตาในภาวะสงคราม แต่การใช้แก๊สน้ำตากับประชาชนยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลหลายประเทศมีการใช้แก๊สน้ำตาปราบปรามผู้ชุมนุม ทำให้มีผู้บาดเจ็บ บางกรณีมีผู้สียชีวิต

เพื่อให้เข้าใจอันตรายของแก๊สน้ำตาให้มากขึ้น เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ได้ติดต่อไปยัง สเวน-เอริก จอรด์ (Sven-Eric Jordt) ศาสตราจารย์ด้านเภสัชวิทยาที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเยลมาให้ข้อมูล ผู้เชี่ยวชาญด้าสแก๊สน้ำตามาให้ข้อมูล

ในช่วงทศวรรษที่ 2000 เขาค้นพบว่าแก๊สน้ำตาส่งผลกับร่างกายโดยการกระตุ้นประสาทสัมผัสความเจ็บปวดของร่างกาย โดยร่างกายของเขาเคยได้รับแก๊สน้ำตาในช่วงทศวรรษ 1980 เมื่อครั้งเขายังเป็นนักศึกษาในประเทศเยอรมนีและเข้าร่วมการประท้วงเรื่องการกำจัดขยะนิวเคลียร์

รบกวนเล่าประวัติย่อของแก๊สน้ำตาให้กับเรา

จริงๆ แล้วแก๊สน้ำตาไม่ใช่แก๊ส มันเป็นของแข็งหรือของเหลวที่กลายเป็นละอองของเหลว ซึ่งมีสารเคมีบางประเภทที่ถือว่าเป็นแก๊สน้ำตา

ชนิดแก๊สน้ำตาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก มีชื่อว่า CS และ OC โดย OC คือ Oleoresin Capsicum (น้ำมันพริก, พริกไทย) อันเป็นส่วนประกอบในสเปรย์พริกไทย ซึ่งมีสารแคปเซอิซิน (Capsaicin – สารที่ให้ความเผ็ดในพริก) ซึ่งเป็นสารจากธรรมชาติที่ก่อให้เกิดความฉุนหรือแสบ ส่วนแก๊ส CS นั้นประกอบไปด้วยสารเคมีที่ชื่อว่า 2-chlorobenzalmalononitrile ซึ่งกระตุ้นความเจ็บปวดกับประสาทสัมผัสในร่างกาย และในอดีตยังมีการใช้งานสารประเภทอื่นๆ ซึ่งบางส่วนเป็นสารผิดกฎหมายเนื่องจากคุณสมบัติความเป็นพิษของมัน เช่นแก๊ส CN ที่เคยใช้ในอุโมงค์ของทหารเวียดกงในช่วงสงครามเวียดนาม

แก๊สน้ำตาเป็นแก๊สที่ส่งผลให้เกิดความเจ็บปวดต่อระบบประสาท โดยระบุว่าเริ่มใช้ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่หนึ่งเป็นต้นมาโดยไม่มีความรู้ หรือวิธีการที่แก๊สนั้นทำงานในแง่ของชีววิทยาเลย

แก๊สน้ำตา
ผู้ประท้วงขว้างแก๊สน้ำตากลับไปที่โบสถ์ลามาดแลน กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2018 ภาพถ่ายโดย Olivier Ortelpa, National Geographic Your Shot

คุณช่วยสรุปการทดลองเรื่องแก๊สน้ำตาที่กำลังทำอยู่ให้กับเราได้ไหม

ในปี 2006 และปี 2009 เราเผยแพร่งานวิจัยที่ระบุว่าแก๊สน้ำตาทำงานโดยกระตุ้นต่อมประสาทสัมผัสความเจ็บปวด ซึ่งทำให้ร่างกายมีปฏิกิริยาตอบสนอง เช่น หลับตา, การเจ็บปวดแบบกะทันหัน, หลอดลมหดเกร็ง ทำให้หายใจลำบาก เป็นต้น หลังจากนั้น เราได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยสถาบันเพื่อสุขภาพแห่งชาติเพื่อหาวิธีการตอบโต้ผลกระทบเหล่านี้

มาจนถึงตอนนี้ คุณได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวการป้องกันประสาทสัมผัสจากแก๊สน้ำตา (tear gas receptor blocker) บ้าง

ตอนนี้เรายังไม่ได้เผยแพร่เรื่องนี้ แต่สิ่งที่เรารู้ตอนนี้คือการป้องกันนี้ช่วยลดปฏิกิริยาตอบสนองความเจ็บปวดในสัตว์ รวมไปถึงการบวมอักเสบของผิวหนังที่สัมผัสกับแก๊สน้ำตา ซึ่งเมื่อแก๊สน้ำตาเข้าสู่ร่างกาย มันสามารถก่อให้เกิดแผลบวมไหม้ โดยเฉพาะส่วนของร่างกายที่มีความชุ่มชื้น เช่นดวงตาหรือรักแร้

ควรใช้แก๊สน้ำตากับประชาชนหรือไม่

ภายใต้อนุสัญญาเจนิวา แก๊สน้ำตาถูกกำหนดให้เป็นสารเคมีที่ใช้ในสงคราม และถูกขัดขวางไม่ให้ใช้ในสงครามด้วยเช่นกัน แต่กลายเป็นว่ามันถูกนำไปใช้กับพลเรือนอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย

แม้จะมีกรณีตัวอย่างของผู้คนที่ต้องทรมานจากการบาดเจ็บและแผลไหม้จากแก๊สน้ำตา โดยเฉพาะผู้ที่อยู่สภาพแวดล้อมที่มีเมือง หรือถนนที่มีตึกอยู่ล้อมรอบ ดังเช่นชาวบ้านที่อาศัยใกล้จัตุรัสทาห์รีร์ในช่วงอาหรับสปริงที่ได้รับแก๊สน้ำตาจำนวนมาก ก็ได้รับผลกระทบในระยะยาว ก่อให้เกิดปัญหาต่อระบบหายใจ ซึ่งเป็นปัญหาอย่างยิ่ง

แก๊สน้ำตา, บราซิล
ภาพหญิงชาวบราซิลคนหนึ่งกำลังถูกฉีดสเปรย์พริกไทยในนครรีอูดีจาเนรู ซึ่งทำให้มีการถกเถียงในเรื่องการใช้กับผู้ประท้วง ภาพถ่ายโดย VICTOR R. CAIVANO, AP IMAGES

คนที่เป็นภูมิแพ้หรืออาการป่วยอื่นๆ สามารถมีปฏิกิริยาตอบสนองที่รุนแรงได้ แก๊สน้ำตาเป็นสารเคมีที่มีผลร้ายแรง ผมคิดว่าการใช้แก๊สน้ำตานั้นเป็นปัญหาและเป็นอันตราย ในอดีต มีกรณีที่พบว่ามีการใช้แก๊สน้ำตามากเกินไป

การบังคับใช้กฎหมายต้องให้น้ำหนักไปกับความเสี่ยงของอาการบาดเจ็บที่เกิดจากแก๊สน้ำตาของผู้คนที่อยู่รอบ นอกเหนือไปจากการใช้เพื่อควบคุมฝูงชนในการประท้วง อันเป็นกรณีที่คาดการณ์ได้ว่าฝูงชนนั้นฝ่าฝืนกฎหมาย รัฐบาลจะต้องมีกระบวนการกำจัดการปนเปื้อนของแก๊สน้ำตาทันทีในพื้นที่ หรือพื้นที่อาศัยของประชาชนใบบริเวณที่มีการใช้งานแก๊สน้ำตา

ในสหรัฐอเมริกา นักรณรงค์บางคนให้เหตุผลว่าพวกเขาถูกละเมิดสิทธิพลเมืองโดยการแก๊สน้ำตา คุณคิดว่ามันเป็นกรณีแบบไหน

ที่สหรัฐอเมริกา การบังคับใช้กฎหมายก็มีการใช้สเปรย์พริกไทย ซึ่งกระตุ้นต่อมความเจ็บปวดและก่อให้เกิดผลกระทบที่ร้ายแรง แต่ก็ไม่ได้รุนแรงเท่าแก๊สน้ำตาแบบดั้งเดิมที่ใช้งานกันในตะวันออกกลาง (ช่วงเหตุการณ์อาหรับสปริง)

ผมคิดว่าต้องพิจารณากันไปในแต่ละกรณี แต่ทุกกรณีนั้นก็มีความรุนแรง เพราะไม่มีวิธีการใดที่จะหยุดยั้งความเจ็บปวดจากอาการติดเชื้อในร่างกายที่เกิดจากแก๊สน้ำตาได้

เรื่องโดย BRIAN CLARK HOWARD


อ่านเพิ่มเติม เกรียตา ทุนแบร์ย เด็กสาววัย 16 ผู้ปลุกเยาวชนโลกออกเดินขบวนเพื่อต้านภาวะโลกร้อน 

เรื่องแนะนำ

สิ่งมีชีวิตบนดาวศุกร์ มีจริงหรือ

สัญญาณความเป็นไปได้ที่จะพบ สิ่งมีชีวิตบนดาวศุกร์ ทำให้เกิดการถกเถียงกันอย่างดุเดือด “บางอย่างแปลกๆ กำลังเกิดขึ้น” ในดาวเคราะห์เพื่อนบ้านของเรา แต่ผู้เชี่ยวชาญบางท่านก็กังขาในคุณภาพของข้อมูลเกี่ยวกับ สิ่งมีชีวิตบนดาวศุกร์ เรื่อง NADIA DRAKE อาจมีบางอย่างลอยผ่านกลุ่มเมฆที่ปกคลุมดาวศุกร์ เป็นกลุ่มก๊าซที่มีกลิ่นและติดไฟได้ เรียกว่าฟอสฟีน ซึ่งสามารถทำลายสิ่งมีชีวิตที่อาศัยออกซิเจนเพื่อความอยู่รอด แต่นักวิทยาศาสตร์ที่ประกาศการค้นพบนี้ในชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์กล่าวว่า มันอาจเป็นหลักฐานของสิ่งมีชีวิตบนโลกใบถัดไป เท่าที่มนุษย์ได้ศึกษาเรื่องดาวเคราะห์ อย่างดาวศุกร์และโลก ฟอสฟีนสามารถสร้างได้ด้วยสิ่งมีชีวิตเท่านั้น ทั้งสัตว์ที่มีวิวัฒนาการสูงและจุลินทรีย์ ฟอสฟีนถูกใช้เป็นอาวุธเคมีในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เป็นสารรมยาทางการเกษตร ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตสารกึ่งตัวนำ และเป็นผลพลอยได้จากห้องทดลองทางเคมี แต่ฟอสฟีนยังสามารถเกิดขึ้นตามธรรมชาติโดยแบคทีเรียที่ไม่ใช้ออกซิเจนบางชนิด ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ขาดออกซิเจน เช่นหลุมขยะแบบฝังกลบ ที่ลุ่มแม่น้ำที่มีตะกอนทับถม และในทางเดินอาหารของสัตว์ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ Jane Greaves จาก Cardiff University สหราชอาณาจักร คาดการณ์ว่า การค้นพบสารเคมีบนดาวเคราะห์ดวงอื่นอาจบ่งบอกถึงกิจกรรมการเผาผลาญพลังงานของสิ่งมีชีวิตนอกโลก และพวกเขาแนะนำให้เล็งกล้องโทรทรรศน์ที่คมชัดที่สุดในอนาคตไปยังดาวเคราะห์นอกระบบที่อยู่ไกลออกไป เพื่อหาสัญญาณของก๊าซ ตอนนี้ เราอาจจะพบสัญญาณของก๊าซฟอสฟีนบนดาวเคราะห์ใกล้เคียง และเธอได้เผยแพร่ผลงานการค้นพบในวารสาร Nature Astronomy “แน่นอนว่าฉันรู้สึกประหลาดใจทันที ฉันคิดว่ามันเป็นความผิดพลาด แต่ฉันอยากให้มันไม่ใช่เรื่องผิดพลาดเป็นอย่างมาก” Clara Sousa-Silva ผู้ร่วมเขียนงานวิจัย และนักศึกษาหลังปริญญาเอก สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ […]

วิทยาศาสตร์ว่าด้วยการร้องไห้

วิทยาศาสตร์ว่าด้วยการร้องไห้ คุณผู้อ่านร้องไห้ล่าสุดเมื่อไหร่? และอะไรคือสาเหตุที่ทำให้คุณร้องไห้ เมื่อร้องไห้เราทุกคนมีน้ำตา น้ำตาคือสารเติมความชุ่มชื้นให้แก่ดวงตาซึ่งพบในสัตว์หลายชนิด แต่ในมนุษย์น้ำตายังถูกใช้เพื่อแสดงอารมณ์อีกด้วย ว่าแต่ทำไมมนุษย์ถึงมีน้ำตาเมื่อรู้สึกเสียใจ? คำตอบที่แน่ชัดนั้นนักวิทยาศาสตร์ยังคงไม่ทราบแต่มีทฤษฎีบางทฤษฎีสนับสนุน มองไปที่เด็กทารกตัวน้อย สัตว์อื่นๆ เมื่อแรกเกิดนั้นพวกมันมาพร้อมกับสัญชาตญาณในการเอาตัวรอดและการปกป้องตัวเอง แต่กับมนุษย์ไม่ใช่ ลูกมนุษย์อ่อนแอบอบบางและต้องการการปกป้องจากมนุษย์ที่โตกว่า การร้องไห้จึงเป็นการส่งสัญญาณให้ผู้ใหญ่รู้ได้ว่าทารกนั้นๆ กำลังต้องการอะไรบางอย่าง พอโตขึ้นมาหน่อยการร้องไห้จึงเป็นการส่งสัญญาณไปยังสมาชิกในสังคมว่าเราต้องการความช่วยเหลืออะไรบางอย่าง ดูกันที่น้ำตาบ้าง น้ำตาจะเกิดขึ้นเมื่อมีอารมณ์สุดโต่งอย่างเสียใจสุดๆ ดีใจสุดๆ หรือตกใจสุดๆ ที่น่าสนใจก็คือในน้ำตาจากสถานการณ์ที่แตกต่างกันนั้นมีสารกระกอบทางเคมีที่แตกต่างกัน เช่นน้ำตาจากการร้องไห้ไม่เหมือนกับน้ำตาจากการหั่นหัวหอม การศึกษาในปี 1980 พบว่าน้ำตาจากการร้องไห้มีส่วนประกอบของโปรตีนมากกว่า นั่นจึงทำให้น้ำตาค่อยๆ ไหลช้าๆ เป็นทางยาวลงมาที่แก้ม อีกการศึกษาหนึ่งพบว่าน้ำตาเป็นเครื่องมือของการจัดการ เมื่อใครสักคนทำผิดแล้วเขาร้องไห้ น้ำตาจะทำให้คนๆ นั้นได้รับการอภัยง่ายขึ้น ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เองพบว่าในน้ำตาของผู้หญิงนั้นมีสารเคมีที่ช่วยยับยั้งความโกรธของผู้ชาย เคยได้ยินกันใช่ไหมว่าการร้องไห้ออกมานั้นดีต่อคุณ วิทยาศาสตร์เองมีผลยืนยันเรื่องนี้ เมื่อคุณร้องไห้คุณอาจไม่ได้รู้สึกดีขึ้นมาเลยในทันที แต่ใน 90 นาทีหลังร้องไห้คุณจะรู้สึกดีขึ้น นอกจากนั้นในคนที่ไม่ได้ร้องไห้ออกมายังมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นคนเก็บกดและมีทัศนคติในทางลบมากขึ้นอีกด้วย เห็นอย่างนี้แล้วครั้งหน้าอย่าอายที่จะร้องไห้ เพราะมันดีต่อคุณเอง!   อ่านเพิ่มเติม วิทยาศาสตร์ว่าด้วยความน่ารัก

ยินดีต้อนรับสู่ฟาร์มศพ

สถานที่แห่งนี้ไม่เหมาะสำหรับคนขวัญอ่อน เพราะไม่ว่าคุณจะมองไปที่ไหนก็ตาม คุณจะเห็นแต่ศพ ศพ และศพเต็มไปหมด และทั้งหมดนี้คือของจริงล้วนๆ ร่างของผู้เสียชีวิตทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาจากคณะมานุษยวิทยา สาขามานุษยวิทยานิติเวช ของมหาวิทยาลัยเท็กซัส ศพเหล่านี้ถูกทิ้งให้เน่าเปื่อยตามเงื่อนไขและสภาพแวดล้อมต่างๆ เพื่อช่วยให้นักวิจัยศึกษาวิธีการเน่าสลายที่แตกต่างกัน ในการไขปริศนาอาชญากรรม Krystle Lewis นักศึกษาผู้เข้าร่วมการศึกษาครั้งนี้ด้วยกล่าวว่า เธอกำลังศึกษาว่าเสื้อผ้าที่ติดอยู่กับร่างของผู้ตายนั้น จะส่งผลอย่างไรต่อศพ ในขณะที่ Justin Demere นักศึกษาอีกคนศึกษาเกี่ยวกับศพที่ถูกฆาตกรรมซึ่งร่องรอยที่ฆาตกรอำพรางไว้ จะถูกไขให้กระจ่าง ทั้งนี้ร่างของผู้เสียชีวิตทั้งหมด ทางคณะได้รับมาจากการบริจาค เพื่อการศึกษาทดลองโดยเฉพาะ   อ่านเพิ่มเติม : กลไกการเสพติดของสมอง, ทำความรู้จักกับสุริยุปราคาให้มากขึ้น