โฮลี: เทศกาลแห่งสีสันแดนภารตะ - National Geographic Thailand

โฮลี: เทศกาลแห่งสีสันแดนภารตะ

โฮลี: เทศกาลแห่งสีสันแดนภารตะ

ภาพละอองฝุ่นหลากสีสันกระจายทั่วผืนฟ้า มีวัดฮินดูเป็นฉากหลัง มีผู้คนตัวเปื้อนสีเรือนพันเป็นฉากหน้า ดูช่างสวยงามปนน่าอัศจรรย์ต่อผู้พบเห็น บรรยากาศที่ผู้คนออกมาเล่นสาดผงสีใส่กันอย่างสนุกสนานนี้เกิดขึ้นทุกปีในเทศกาลโฮลี (Holi หรือ “โหลี”) หรือเทศกาลแห่งสีสันที่ฉลองกันทั่วประเทศอินเดียและยังมีการเฉลิมฉลองในที่อื่น เช่น ประเทศที่มีชุมชนชาวอินเดียขนาดใหญ่อย่าง สหราชอาณาจักร แคนาดา สหรัฐอเมริกา แม้แต่ประเทศเล็กๆ อย่างมอริเชียสด้วย

ตามปฏิทินวิกรมสัมวัตซึ่งเป็นปฏิทินทางจันทรคติและสุริยคติของศาสนาฮินดู วันโฮลีจะตกในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 4 ของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงเดือนกุมภาพันธ์หรือเดือนมีนาคมของแต่ละปีตามปฏิทินสากล  ตามการคำนวณปฏิทินแบบศาสนาฮินดูนั้น วันโฮลีจะเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวงสุดท้ายของฤดูหนาว  เทศกาลโฮลีจึงเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าฤดูหนาวที่หนาวเหน็บกำลังจะสิ้นสุดลง และวสันตฤดู ซึ่งเป็นฤดูกาลแห่งการเพาะปลูกกำลังเริ่มต้นขึ้น  บางตำราก็ว่าเป็น ฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งสอดคล้องกับการละเล่นสาดสีใส่กัน อันเป็นสัญลักษณ์ของดอกไม้นานาพันธุ์ที่เริ่มผลิบานสร้างความสดใส

โฮลี
ผงสีวางขายในเมืองชัยปุระ รัฐราชสถาน ก่อนถึงเทศกาลโฮลี ในอดีตนิยมใช้ผงสีที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ดอกไม้ เปลือกและรากไม้ ปัจจุบัน ผงสีส่วนใหญ่เป็นสารสังเคราะห์ซึ่งอาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังและดวงตา

แม้ไม่มีใครล่วงรู้ชัดว่าการเล่นโฮลีเริ่มขึ้นครั้งแรกเมื่อใด แต่มีการกล่าวถึงเทศกาลโฮลีตั้งแต่ศตวรรษที่สี่ ในคัมภีร์ปุราณะ ซึ่งเป็นตำรารวบรวมความรู้ของชาวฮินดูโบราณเกี่ยวกับการกำเนิดเทพเจ้า ปรัชญา ประวัติศาสตร์ และดำเนินเรื่องด้วยเทพสามองค์ คือพระพรหม พระวิษณุ และพระศิวะ ศาสนาฮินดูมีแก่นสำคัญประการหนึ่งที่มักปรากฏในตำนานต่างๆ นั่นคือ “ธรรมะย่อมชนะอธรรม” เช่นในมหากาพย์รามายณะก็มีพระรามเป็นตัวแทนของความดีกับยักษ์ทศกัณฐ์เป็นตัวแทนแห่งความชั่ว และบทสรุปก็มักจะลงเอยตรงที่คนชั่วถูกคนดีสังหาร หรือถูกเทพเจ้า (ซึ่งก็เป็นตัวแทนของความดีอีกเช่นกัน) ลงโทษ  ความเชื่อนี้สะท้อนออกมาในงานเทศกาลต่างๆ เช่นโฮลีด้วย

ในคืนวันก่อนวันที่เล่นสาดสีกันนั้น ชาวอินเดียจะจัดพิธีกรรมชื่อว่า “โฮลิกาดาฮัน” (Holika Dahan หรือ “โหลิกาทหนะ”) แปลตรงๆ ได้ว่าพิธีเผานางโฮลิกา (หรือนางโหลิกา) ซึ่งเอกตา ราย ชาวฮินดูวรรณะพราหมณ์ผู้เคร่งครัดเล่าให้ฉันฟังว่า “เทศกาลโฮลีเป็นเทศกาลที่ระลึกถึงการที่ความดีชนะความชั่ว ในวันก่อนวันสาดสี ชาวอินเดียจะเตรียมสุมกองไฟในบริเวณใกล้ๆ วัดฮินดูเพื่อจำลองการเผานางโฮลิกา ซึ่งเป็นปีศาจร้ายในตำนานที่ถูกเพลิงเผาตายเพราะคิดร้ายกับผู้อื่น  ชาวฮินดูบางกลุ่มจะสวดภาวนารอบกองไฟ  บางคนอาจจะทำทีว่าปัดฝุ่นผงจากตัวลงเข้ากองไฟเพื่อให้ไฟเผา เปรียบได้กับการเอาสิ่งไม่ดีและพลังงานลบต่างๆ ออกจากร่างกายของเราค่ะ”

โฮลี
ใน “ลัฏฐมารโฮลี” หรือเทศกาลแห่งไม้และสีสัน หนุ่มๆ จากนันทคามพากันมาหาสาวๆ ที่บรสนา ก่อนถูกสาดสีใส่และตีด้วยไม้ หรือ “ลัฏฐ” หากหนุ่มคนใดถูกสาวจับได้ จะต้องสวมใส่เสื้อผ้าผู้หญิงและเต้นรำในที่สาธารณะ

เมื่อคืนแห่งพิธีเผานางโฮลิกาผ่านพ้นไป วันรุ่งขึ้นเป็นวันเล่นสาดสีเรียกว่า “วันธุลันดี” (Dhulandi หรือ “ธุลันฐี”) ตามขนบธรรมเนียมดั้งเดิม ชาวอินเดียจะตื่นแต่เช้ามาสวดมนต์ในวัดฮินดูและถวายผงสีชนิดต่างๆ แก่เทพฮินดูที่ตนนับถือ ส่วนใหญ่เป็นพระวิษณุหรือพระกฤษณะกับพระนางราธา ซึ่งล้วนเป็นเทพที่เกี่ยวข้องกับตำนานโฮลี  จากนั้นจึงกลับบ้านมาขอพรจากบุพการี  หนุมันต์ ภารทวาช ครูสอนโยคะผู้ศึกษาศาสตร์ของโยคะและปรัชญาฮินดู  บอกว่า  “ชาวอินเดียอาจฉลองเทศกาลโฮลีแตกต่างกันไป  สำหรับผมจะตื่นเช้าไปวัดเพื่อสวดมนต์และบูชาเทพเจ้า จากนั้นจะกลับมาขอพรพ่อแม่ โดยใช้ผงสีแตะที่หัวแม่เท้าของท่านและขอพร แล้วค่อยเปลี่ยนเสื้อเป็นชุดใหม่สีขาว ออกไปเล่นสาดสีกับครอบครัวและเพื่อนฝูงครับ”

 

เรื่องแนะนำ

มหัศจรรย์แห่งอาหาร ชมกระบวนการทำ “ซุปหิน” ในเม็กซิโก

อาหาร คือวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นตามมา เมื่อมนุษย์รู้จักวิธีการควบคุมไฟ หากคุณผู้อ่านมีโอกาสได้เดินทางไปท่องเที่ยวในเม็กซิโก ขอเชิญชวนให้ไปท่องเที่ยวยังรัฐโออาซากา เพราะที่นั่นมีเมนูอาหารเก่าแก่ ที่อาจเรียกได้ว่ากรรมวิธีการปรุงอาหารของพวกเขานั้นสามารถย้อนรอยไปได้ถึงยุคก่อนประวัติศาสตร์เลยทีเดียว เมนูที่ว่านี้คือ “ซุปหิน” ครอบครัวนี้กำลังเดินทางไปที่ริมน้ำตกแห่งหนึ่ง เพื่อสาธิตวิธีการปรุงซุปหินให้ชมกัน เริ่มต้นด้วยการจับกุ้งและปลานิลจากแม่น้ำขึ้นมา มองหาหินภูเขาไฟขนาดพอเหมาะจำนวนหนึ่ง นำไปอังไฟไว้ให้ร้อน จากนั้นเทส่วนผสมทุกอย่างทั้งสมุนไพร เนื้อสัตว์ และน้ำเปล่าลงไปในแอ่งหินที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หย่อนหินภูเขาไฟที่กำลังร้อนได้ที่ลงไปในน้ำ ความร้อนจากหินจะทำให้น้ำเดือดทันที เท่านี้ก็จะได้เมนูซุปหินอันขึ้นชื่อของภูมิภาคนี้ ปัจจุบันพวกเขานำมรดกตกทอดจากบรรพบรุษนี้มาเปิดร้านอาหารเล็กๆ แห่งหนึ่งในเมือง และได้รับความสนใจจากผู้คนมากมาย เมนูซุปหินถูกเปลี่ยนมาใส่ภาชนะ แต่ลูกค้ายังคงได้รสสัมผัสและความรู้สึกไม่ต่างจากต้นฉบับดั้งเดิม ลองชมภาพยนตร์สั้นที่จัดทำขึ้นโดย เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกนี้ แล้วจะเห็นว่าวัฒนธรรมของพวกเขานั้นงดงามมากแค่ไหน   อ่านเพิ่มเติม : กล้ากินหมึกตัวเป็นๆ ไหม?, การเดินทางของอาหาร

ConIFA ฟุตบอลของคนไร้รัฐ

ไซปรัส, บาราวา, หรือคาร์ปาตาเลีย คุณอาจไม่คุ้นหูกับชื่อประเทศเหล่านี้ เพราะพวกเขาคือชนชาติที่ไม่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ แต่การแข่งขันฟุตบอลโดย ConIFA จะเปิดโอกาสให้ทั่วโลกได้ทำความรู้จักกับเรื่องราวของพวกเขามากยิ่งขึ้น

บันทึกนักจับผีเสื้อ

บันทึกนักจับผีเสื้อ ภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้จะพาคุณผู้อ่านไปสัมผัสกระบวนการจับและเปลี่ยนผีเสื้อให้กลายมาเป็นสินค้าและรายได้หลักของชุมชน ออกเดินทางเข้าดงพงไพรไปกับบรรดานักจับผีเสื้อบนเกาะสุลาเวสี ประเทศอินโดนีเซีย อันที่จริงมนุษย์เราจับผีเสื้อสวยๆ มานานแล้วแต่ครั้งโบราณกาล จนกระทั่งเมื่อถึงยุคของอินเตอร์เน็ต นักจับผีเสื้อเหล่านี้ไม่ได้ขายผีเสื้อสตัฟฟ์ให้แก่คนท้องถิ่นหรือนักท่องเที่ยวที่มาเยือนอีกต่อไป แต่พวกเขายังขายความสวยงามเหล่านี้ให้แก่คนต่างประเทศอีกด้วย ทว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจับและค้าผีเสื้อนั้นเต็มไปด้วยความซับซ้อน และสินค้าที่ได้มาอย่างถูกกฎหมายเองก็ยากที่จะแยกแยะออกจากสินค้าตลาดมืด ยกตัวอย่างเช่นในผีเสื้อบางสายพันธุ์นั้นทางการอนุญาตให้ค้าขายได้เฉพาะจากฟาร์มเท่านั้น อย่างไรก็ดีประเด็นนี้ยากที่จะตรวจสอบ มาชมขั้นตอนการเปลี่ยนผีเสื้อตามธรรมชาติให้คงอยู่ชั่วนิรันดร์ในกรอบกระจกกัน ผีเสื้อเหล่านี้มีนักสะสมหรือนักธุรกิจบางคนยอมจ่ายเงินเป็นพันดอลลาร์เพื่อให้ได้ครอบครองความงดงามอันเปราะบางนี้   อ่านเพิ่มเติม ตามติดชีวิตนักจับผีเสื้อ

ชีวิตตกค้างระหว่างอดีตกับปัจจุบันบนเกาะในสก็อตแลนด์

เรื่อง : เย หมิง ภาพถ่าย : เลติเชีย วองกง ถ้าลองเสิร์ชชื่อ “Western Isles” หรือที่รู้จักกันว่า “Outer Hebrides” จะพบภาพชวนฝันเต็มไปหมด เขตดังกล่าวถูกเอเจนซีท่องเที่ยวแปะยี่ห้อให้เป็นสวรรค์ด้วยชายฝั่งทะเลห่างไกลใต้ฟ้ากว้าง ที่นี่ยังเป็นเพียงสถานที่ไม่กี่แห่งที่คนยังพูดภาษาเกลิกเป็นหลัก  เมื่อได้ยินกิตติศัพท์ดังกล่าว เลติเชีย วองกง ช่างภาพฝรั่งเศสต้องแปลกใจเมื่อเธออ่านหนังสืออัตชีวประวัติของนักเขียนชาวสก็อต เควิน แมคนีล เรื่อง The Stornoway Way ที่ผู้เขียนวาดภาพ “เกาะตะวันตก” ว่าเป็นสถานที่โดดเดี่ยวที่ผู้คนต้องดิ้นรนกับโรคพิษสุราเรื้อรังและความอลหม่าน  ความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงที่บรรยายไว้ในหนังสือเล่มดังกล่าวกับในแผ่นพับท่องเที่ยวที่พาให้วองกงเดินทางไปยังเกาะเหล่านั้นหลายครั้งหลายครา วองกงพยายามทิ้งภาพในใจเกี่ยวกับเกาะเหล่านี้และพยายามเข้าใจความเป็นไปของชุมชนให้ได้มากที่สุด  การเดินทางด้วยการพักฟรีตามบ้านแบบ couch-surfing ทำให้เธอได้พบกับหนุ่มสาวชาวสก็อตรุ่นใหม่อายุ 18-35 และชวนพวกเขามาถ่ายภาพ  สำหรับวองกงการฟังเสียงสะท้อนจากบุคคลที่เธอถ่ายภาพเป็นเรื่องสำคัญ  “สิ่งสำคัญคือพวกเขารู้สึกภาพพอร์เทรตเหล่านี้สื่อความหมายแทนชีวิตของชีวิตบนเกาะได้” วองกงกล่าว เจ้าบ้านที่เธอไปพำนักคนหนึ่งสร้างแรงบันดาลใจให้เธอทำโปรเจ็กต์ “At the End of the Day” ซึ่งมาจากวลีภาษาเกลิก “Aig deireadh an latha”  ซึ่งคนท้องถิ่นใช้เพื่อสะท้อนถึงวันที่ผ่านมาและมองไปข้างหน้าในขณะเดียวกัน  วองกงพบว่าหลังจากใช้เวลา 2 […]

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.