ทานาคา สิ่งสุดท้ายที่บ่งบอกอัตลักษณ์ของชาวโรฮิงญา - National Geographic

ทานาคา: สิ่งสุดท้ายที่บ่งบอกอัตลักษณ์ของชาวโรฮิงญา

ทานาคา สิ่งสุดท้ายที่บ่งบอกอัตลักษณ์ของชาวโรฮิงญา

หญิงสาวชาวโรฮิงญาบางคนในค่ายผู้อพยพทางตอนใต้ของบังกลาเทศยังคงทำกิจวัตรเดิมๆ ที่พวกเธอคุ้นเคย นั่นคือการนำผงแป้งสีเหลืองของ ทานาคา มาใช้ชโลมใบหน้า

ในบางประเทศผงจากต้นทานาคานี้อาจเป็นยารักษาโรค แต่สำหรับหญิงชาวเมียนมา และหญิงชาวโรฮิงญาแล้วทานาคาคือเครื่องสำอางในชีวิตประจำวันที่ช่วยปกป้องผิวหน้าของพวกเธอจากแสงแดดและการเกิดสิว ผงสีเหลืองเหล่านี้ถูกสกัดมาจากเปลือกของต้นทานาคา ไม้เนื้อแข็งที่เติบโตทั่วไปในเขตแห้งแล้ง ทางตอนกลางของเมียนมา คนขายจะตัดเปลือกไม้เป็นท่อนๆ และส่งมาขายให้กับบรรดาผู้ลี้ภัย พวกเธอจะนำเปลือกไม้เหล่านี้ไปฝนหรือบดกับหินขัดที่มีชื่อเรียกว่า “kyauk pyin” จากนั้นก็จะได้ผงสีเหลืองของทานาคา เมื่อใช้งานก็แค่ผสมน้ำ และทาในจุดที่ต้องการ

ทานาคา
Amina หญิงชาวโรฮิงญาในค่ายผู้อพยพกูตูปาลอง เมืองคอกส์บาซาร์ ของบังกาเทศ ชโลมทานาคาทั่วใบหน้า

เมื่อผู้หญิงชาวโรฮิงญาเหล่านี้พอกใบหน้าด้วยทานาคา สิ่งนี้เป็นวัฒนธรรมเดียวที่ยังคงหลงเหลืออยู่ และถูกรักษาเอาไว้เพื่อย้ำเตือนว่าพวกเขาเป็นใคร มาจากที่ใด

(อ่านเรื่องราวของ ชาวโรฮิงญา หนึ่งในชาติพันธุ์ที่ถูกจองล้างจองผลาญมากที่สุดได้ ที่นี่ )

ตลอดหลายปีที่ผ่านมามีชาวโรฮิงญามากมายที่ต้องอพยพหนีออกจากเมียนมา เพราะความขัดแย้งที่มีมาอย่างยาวนานระหว่างพวกเขาชาวมุสลิม กับชาวพุทธในรัฐยะไข่ ส่งผลให้เกิดการประหัตประหาร เผาที่อยู่อาศัย ด้านสหประชาชาติประมาณจำนวนชาวโรฮิงญาที่ต้องกลายเป็นผู้ลี้ภัยขณะนี้มีจำนวนมากกว่า 800,000 คนแล้วที่อพยพมาอาศัยอยู่ในค่ายพักของบังกลาเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงความตายจากการไล่ล่าของกองกำลังทหารเมียนมา

ทั้งนี้ทานาคาเป็นไม้มีกลิ่นหอม และมีคุณสมบัติเย็น ปัจจุบันนอกจากเป็นสินค้ายอดนิยมของคนเมียนมาแล้ว ยังเป็นของฝากที่นักท่องเที่ยวมักซื้อติดไม้ติดมือไปลองกันอีกด้วย

เรื่อง Heather Brady

ภาพถ่าย Clodagh Kilcoyne

ทานาคา
Razina Begum สาวโรฮิงญาวัย 16 ปี จากค่ายผู้อพยพ Jamtoli เล่าว่าเธอใช้ทานาคาทุกวันเพื่อช่วยให้ใบหน้าสะอาด
ทานาคา
“หนูทาเพื่อให้หน้าสะอาด” Zannat Ara เด็กหญิงชาวโรฮิงญาวัย 9 ขวบจากค่ายผู้อพยพกูตูปาลองกล่าว “บางครั้งมีแมลงมากัดที่ใบหน้า ทานาคาจะช่วยปกป้องหน้าหนูจากพวกมัน”
ทานาคา
Romzida เด็กหญิงชาวโรฮิงญาวัย 8 ขวบ กับทานาคาบนใบหน้า
ทานาคา
Laila Begum หญิงชาวโรฮิงญาวัย 23 ปี จากค่ายผู้ลี้ภัย Balukhali
ทานาคา
Nur Kayas วัย 6 ขวบ จากค่ายผู้อพยพกูตูปาลอง
ทานาคา
Majuma วัย 10 ขวบจากค่ายผู้อพยพกูตูปาลองใช้ทานาคาทาเป็นวงที่จมูกและแก้ม
ทานาคา
Rozia วัย 10 ขวบขมวดคิ้วให้แก่กล้อง เธอใช้ทานาคาทาตั้งแต่ใบหน้าลงมาถึงคอเพื่อช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด
ทานาคา
Zannat Ara วัย 10 ขวบ กับทานาคาที่หนาเป็นก้อนบริเวณจมูก

 

อ่านเพิ่มเติม

ประวัติเครื่องสำอางอายุ 5,000 ปี จากเมืองโบราณ

เรื่องแนะนำ

ศาสตร์ ศิลป์ สืบสาน ณ บ้านปลายเนิน แหล่งบ่มเพาะงานศิลป์แผ่นดินสยาม

บ้านปลายเนิน หรือ วังคลองเตย คือสถานที่ประทับสุดท้ายของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ผู้ทรงได้รับการเทิดทูนในฐานะ "นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม" หรือ สมเด็จครู ปัจจุบัน ทายาทราชสกุลจิตรพงศ์ กำลังเร่งมือปฏิสังขรณ์พระตำหนักต่างๆ และอนุรักษ์ศิลปวัตถุทรงคุณค่ามากมายท่ามกลางกระแสธารแห่งการพัฒนาอันเชี่ยวกรากที่รุกคืบเข้ามา รวมถึงโครงการก่อสร้างคอนโดมิเนียมความสูง 36 ชั้นที่อยู่ห่างออกไปเพียง 23 เมตร

ของเล่นทำมือ สมบัติเดียวที่เด็กผู้ลี้ภัยในยูกันดามี

ณ ค่ายผู้ลี้ภัยอันห่างไกลในยูกันดา เด็กๆ ชาวเซาท์ซูดานเหล่านี้สร้างความบันเทิงให้แก่ชีวิตตนเอง ด้วยของเล่นที่ประดิษฐ์จากโคลน, กระดาษ และพลาสติก

บ้านแสนสุขของผู้ลี้ภัยเซาท์ซูดาน

หลังหลบหนีเอาชีวิตรอดจากสงครามและความขัดแย้ง บรรดาผู้พลัดถิ่นเหล่านี้กำลังก่อร่างสร้างบ้านของพวกเขาใหม่ ภายในค่ายผู้ลี้ภัยของยูกันดา ประเทศเพื่อนบ้าน

เหตุใดคนรุ่นใหม่ในยุโรปจึงเข้าร่วมกับกลุ่มไอซิส

ผู้คนที่เข้าร่วมกับไอซิสมีทั้งคนขาดการศึกษาและมีการศึกษา อะไรคือสิ่งที่ชักจูงคนหนุ่มสาวเหล่านี้ให้เข้าร่วมกับกลุ่มก่อการร้าย?