ทำไมการมี ตำรวจหญิง จึงเป็นเรื่องสำคัญ? - National Geographic Thailand

ทำไมการมีตำรวจหญิงจึงเป็นเรื่องสำคัญ?

ทำไมการมี ตำรวจหญิง จึงเป็นเรื่องสำคัญ?

“ยกเลิกการจัดสรรอัตราในการรับสมัครและสอบคัดเลือกข้าราชการตำรวจและบุคคลภายนอก (หญิง) เข้าเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ” ประโยคจากเอกสารอย่างเป็นทางการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ดับฝันของผู้หญิงเป็นพันๆ คน ในการเข้ามาทำงานยังสายอาชีพนี้

นั่นหมายความว่า นักเรียนนายร้อยตำรวจหญิงจะมีเพียงแค่ 10 รุ่นเท่านั้น หลังเปิดรับสมัครเป็นครั้งแรกในปี 2552 ท่ามกลางคำถามมากมายจากทั้งสื่อและองค์กรเพื่อความเท่าเทียมทางสังคม ว่าอะไรคือเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังข้อกำหนดใหม่นี้?

(ใครคือผู้หญิงที่มีอำนาจมากที่สุดในประวัติศาสตร์?)

ข้ามทวีปไปยังประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา Bheki Cele ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติออกมาประกาศว่าต้องการรับสมัครตำรวจหญิงเพิ่ม เพื่อรับมือกับคดีข่มขืน เนื่องจากเจ้าหน้าที่หญิงมีความเหมาะสมมากกว่าที่จะจัดการคดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีที่มีเหยื่อเป็นเด็กและผู้หญิง สอดคล้องกับความเห็นของน.ส.สุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง ผู้จัดการมูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคมระบุว่า ตำรวจหญิง โดยเฉพาะพนักงานสอบสวนคือกลไกสำคัญที่ช่วยคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้หญิงที่ถูกล่วงละเมิดสิทธิ “ในคดีความผิดเกี่ยวกับเพศ การถามปากคำผู้เสียหายซึ่งเป็นหญิง ให้พนักงานสอบสวนซึ่งเป็นหญิงเป็นผู้สอบสวน แต่ทำไมสำนักงานตำรวจแห่งชาติกลับยกเลิกนักเรียนนายร้อยตำรวจหญิง” เธอตั้งคำถาม

ตำรวจหญิง
แผนภูมิเปรียบเทียบสัดส่วนของตำรวจชายและหญิงในสหรัฐอเมริกา
ขอบคุณภาพจาก datausa.io

ในสหรัฐอเมริกา สัดส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงปัจจุบันอยู่ที่ราว 13.3% เพิ่มขึ้นจากเดิม 3% ในทศวรรษ 1970 (ข้อมูลอัพเดทล่าสุดจากปี 2016) และคาดกันว่าน่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากสัดส่วนความหลากหลายของจำนวนผู้หญิงในแต่ละหน่วยงานยังคงถือว่าน้อย ท่ามกลางข้อจำกัดด้านเพศสภาพและอคติทางเพศ เหตุใดผู้เชี่ยวชาญบางท่านจึงออกมาชี้แนะว่าการมีผู้หญิงในองค์กรคือสิ่งที่ดี? หนึ่งในข้อที่เห็นเด่นชัดที่สุดเลยก็คือ ผู้หญิงมีความสามารถในการสื่อสารที่ช่วยลดความผันผวนของสถานการณ์ และช่วยยับยั้งความรุนแรงให้เบาบางลง

ในงานวิจัยตลอด 40 ปีที่ผ่านมาบ่งชี้ว่า ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะแสดงความก้าวร้าวและลุกขึ้นมาจับอาวุธน้อยกว่าผู้ชาย นอกจากนั้นพวกเธอยังมีความสามารถในการคลี่คลายสถานการณ์ตึงเครียด โดยไม่ใช้กำลังได้ดีกว่าผู้ชายอีกด้วย รายงานจาก National Center for Women and Policing มีประชาชนเพียง 5% เท่านั้นที่ร้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงใช้กำลังเกินกว่าเหตุ

งานวิจัยในปี 1974 ที่ได้รับการสนับสนุนโดย กรมตำรวจสหรัฐฯ ทดลองให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชายและหญิงเผชิญกับสถานการณ์เดียวกัน (ความรุนแรง, คนเมา, คนที่กำลังโกรธเกรี้ยว) พบว่าผู้หญิงสามารถจัดการกับสถานการณ์ได้ดีกว่า งานวิจัยในปี 1997 ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงมีแรงจูงใจ และความรับผิดชอบในการแก้ไขคดีความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงด้วยกันมากกว่าตำรวจชาย อีกทั้งเหยื่อยังสบายใจ และเปิดใจที่จะเล่ารายละเอียดกับตำรวจหญิงมากกว่าอีกด้วย และรายงานจาก The Atlantic ให้ข้อมูลว่า การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงมีแนวโน้มที่จะใช้กำลังบังคับหรือใช้อาวุธน้อยกว่า เมื่อเทียบกับเจ้าหน้าที่ชาย ดังนั้นพวกเธอจึงตกเป็นจำเลยในคดีที่ผู้เสียหายฟ้องร้องกลับน้อยกว่าด้วย ซึ่งช่วยประหยัดงบประมาณของรัฐไปได้มาก

ตำรวจหญิงในประเทศสวีเดน
สวีเดนคือประเทศที่มีตำรวจหญิงมากที่สุดในโลก สัดส่วนอยู่ที่ 30% รองลงมาคือสหราชอาณาจักร และไอร์แลนด์
ขอบคุณภาพจาก imgs.aftonbladet-cdn.se

ด้านคุณเรืองรวี พิชัยกุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยบทบาทหญิงชายและผู้ประสานงานขบวนผู้หญิงปฏิรูปประเทศไทย (We Move) กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า การกีดกันผู้หญิงที่จะเข้ามาทำงานเป็นตำรวจสร้างความกังวลว่าอาจนำไปสู่การกีดกันทางเพศในองค์กรอื่นๆ ตามมา พร้อมระบุว่าข้อกำหนดเช่นนี้ขัดแย้งกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของรัฐบาล ที่หนึ่งในนั้นคือการส่งเสริมความเท่าเทียมในสังคม  และยังฝากคำถามไปถึงผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ซึ่งถือว่าเป็นคนที่มีความคิดสมัยใหม่คนหนึ่ง ทั้งยังเคยทำงานวิจัยตำรวจในอาเซียน ดังนั้นจึงน่าจะเข้าใจว่ากลุ่มประเทศอาเซียนโปรโมตตำรวจผู้หญิงขนาดไหน

(สัญชาตญาณความเป็นแม่มีแค่ในผู้หญิงหรือ?)

ย้อนกลับไปเมื่อต้นเดือนสิงหาคม ที่ญี่ปุ่นมีรายงานข่าวว่ามหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์โตเกียวจงใจกดคะแนนสอบของผู้เข้าสมัครที่เป็นผู้หญิงตลอดหลายปีที่ผ่านมา เพื่อคงสัดส่วนนักศึกษาแพทย์หญิงเอาไว้ไม่ให้เกิน 30% จากการสอบสวนพบหลักฐานว่า มหาวิทยาลัยแพทย์โตเกียวจะหักคะแนนเด็กนักเรียนหญิงที่เข้าสอบถึง 20% และนำคะแนนนี้ไปเพิ่มให้เด็กนักเรียนชายแทน ด้านแหล่งข่าวอื่นๆ เสริมว่า ที่มหาวิทยาลัยทำเช่นนี้เพราะมีทัศนคติว่าอาชีพแพทย์ของผู้หญิงนั้นมีอายุสั้นกว่าผู้ชาย หากพวกเธอแต่งงานมีลูก เรื่องราวจบลงเมื่อกรรมการผู้จัดการของมหาวิทยาลัยออกมายอมรับผิดทั้งหมด กล่าวขอโทษ และให้สัญญาว่าจะชดเชยความเสียหายให้

ดูเหมือนว่าอคติทางเพศเป็นที่พบเจอในทุกชนชาติ ต่างกันที่ใครจะกล้ายอมรับอย่างตรงไปตรงมา…จนถึงตอนนี้เชื่อว่าผู้หญิงหลายคนยังคงรอคอยคำตอบที่ชัดเจนว่าเหตุใดพวกเธอจึงไม่มีโอกาสเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจหญิง?

 

อ่านเพิ่มเติม

ชีวิตจะเป็นอย่างไรหากเกิดเป็นเด็กผู้หญิงในฉนวนกาซา

 

แหล่งข้อมูล

STUDIES SHOW FEMALE POLICE OFFICERS BENEFIT TO SERVICES

Why We Need More Women Working in Law Enforcement

Why Women Are Needed in Law Enforcement

ยกเลิกรับสมัคร “นักเรียนนายร้อยตำรวจหญิง”

ปิดตำนาน นายร้อยหญิง 10 รุ่น ไขเหตุผล ทำไม สตช. ให้รับแต่ชาย!

 

เรื่องแนะนำ

ธรรมเนียมการแข่งขันอูฐ

ธรรมเนียมการแข่งขันอูฐ ใครจะคิดว่าอูฐสามารถทำความเร็วได้มากถึง 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกเหนือจากการเป็นสัญลักษณ์ของการปรับตัวให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสภาพภูมิอากาศรุนแรงสุดขั้วอย่างทะเลทรายแล้ว อูฐยังเป็นสัตว์สำคัญของมนุษย์ที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง พวกเขาใช้อูฐในการขนส่ง, ใช้เป็นอาหาร ไปจนถึงเป็นความบันเทิง เช่น การแข่งอูฐ ในโอมาน ซึ่งเป็นวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมของผู้คนในภูมิภาคอาหรับ จากวิดีโอภาพมุมสูง การแข่งขันครั้งนี้ถูกบันทึกผ่านโดรนให้เรามีโอกาสได้ชมธรรมเนียมของชาวอาหรับกัน ปกติแล้วในการแข่งขันนิยมใช้อูฐหนอกเดียวมากกว่าอูฐสองหนอก ทว่าการแข่งจะต่างจากการแข่งขันสัตว์อื่นๆ เนื่องจากจ็อกกี้จะไม่ขึ้นขี่หลังอูฐ แต่จะใช้รีโมทคอนโทรลควบคุมแส้ให้ตวัดไปมาในอากาศเป็นการสั่งอูฐ โดยจ็อกกี้แต่ละคนนั้นจะนั่งอยู่ในรถยนต์ที่วิ่งขนานไปกับอูฐนั่นเอง หากสงสัยว่าเหตุใดอูฐจึงเอาชีวิตรอดท่ามกลางทะเลทรายได้ และเหล่านี้คือวิวัฒนาการที่มันปรับตัวขึ้นมาโดยเฉพาะ ภายในหนอกของอูฐประกอบด้วยไขมันที่มันจะนำมาใช้เมื่อไม่มีอาหารกิน นอกจากนั้นอูฐยังมีขนตายาวมากเพื่อป้องกันทรายพัดเข้าตา นอกจากนั้นอูฐยังสามารถอุดจมูกได้ทันทีที่ต้องการ พายุทรายจึงไม่มีผลใดๆ กับมัน และพวกมันยังมีมีพื้นเท้าที่กว้างกว่าสัตว์อื่นๆ ช่วยไม่ให้จมลงในทรายอ่อนๆ ได้อีกด้วย   อ่านเพิ่มเติม สัตว์เหล่านี้ดื่มน้ำด้วยวิธีแปลกๆ

ดื่มวอดก้าแบบคนรัสเซีย

ดื่มวอดก้าแบบคนรัสเซีย ที่อเมริกามีคอฟฟี่ช็อป และคาเฟ่ให้ผู้คนได้นั่งดื่มหรือพบปะสังสรรค์ ที่รัสเซียเอง พวกเขาก็ชอบการดื่ม และพูดคุยไม่แพ้กัน เพียงแต่ว่าเครื่องดื่มที่พวกเขาโปรดปรานคือวอดก้า สุราสีใสนี้มีที่มาจากภาษาสลาวิก ซึ่งแปลว่า น้ำ จุดเด่นของมันคือเป็นเหล้าที่ไม่มีรส และกลิ่น ซึ่งนอกจากจะดื่มเพียวๆ แล้ว ยังนิยมใช้ผสมกับค็อกเทลสำหรับเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ชนิดอื่นๆ อีกมากมาย ทว่าวิธีการดื่มแบบรัสเซียจริงๆ นั้นเขาทำกันอย่างไร Sergey Gordeev นักข่าวจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกจะพาคุณผู้อ่านไปเรียนรู้กัน กฏง่ายๆ และมีเพียงแค่สองข้อเท่านั้นในการดื่มวอดก้าของคนรัสเซีย นั่นคือก่อนดื่มคุณต้องหายใจออก ยกแก้วกระดก จากนั้นค่อยหายใจเข้า แค่นี้ก็เป็นอันเรียบร้อย… ข้อมูลเพิ่มเติม ชายชาวรัสเซียกว่า 25% เสียชีวิตก่อนอายุ 55 ปี เหตุมาจากการดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนักเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ฉะนั้นแล้วคุณผู้อ่านดื่มวอดก้าแบบวัฒนธรรมรัสเซียได้ แต่พึงระวังอย่าดื่มมากเช่นคนรัสเซีย เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเอง   อ่านเพิ่มเติม มัมมี่ช่วยนักฟุตบอลคนหนึ่งให้ไปแข่งฟุตบอลโลกได้อย่างไร?

ซิลิคอนแวลลีย์ : หวนคืนสู่ดินแดนแห่งโอกาส

ซิลิคอนแวลลีย์ ยังคงเป็นดินแดนแห่งโอกาสก็จริง แต่ตอนนี้กำลังเผชิญกับราคาแห่งความสำเร็จของตนเอง คำฮิตใหม่ของที่นี่จึงมีอยู่สองคำ นั่นคือ ความรับผิดชอบและความเห็นอกเห็นใจ

โรคซึมเศร้า คุณหายได้ : ดนตรีคือพลัง

โรคซึมเศร้า คุณหายได้ : ดนตรีคือพลัง “วิทยา มากสิน” มีอาชีพเป็นนักร้อง ผลกระทบจาก โรคซึมเศร้า ทำให้ความมั่นใจของเขาหายไป การทำงานจิตอาสาและเสียงดนตรีช่วยให้เขาสามารถกลับมามีความสุขได้อีกครั้ง หลังหายป่วยแล้ววิทยามองย้อนกลับไปพบว่า โรคซึมเศร้า ไม่ได้ทำลายตัวตนของเขา ตรงกันข้ามมันกลับทำให้เขาเข้าใจคนรอบข้างมากยิ่งขึ้น   อ่านเพิ่มเติม : คุณหายได้ : ลุกขึ้นมาเปลี่ยน, ไฉนชันสูตรจึงสำคัญ ติดตามข้อมูลดีๆจาก NGThai.com ได้ที่นี่