เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย - มีอะไรอยู่ในตู้ยา... และตู้ยาบอกอะไรเราได้บ้าง

มีอะไรอยู่ในตู้ยา… และตู้ยาบอกอะไรเราได้บ้าง

มีอะไรอยู่ใน ตู้ยา… และ ตู้ยา บอกอะไรเราได้บ้าง

เมื่อช่างภาพขอให้ผู้คนที่เขาพบเจอเปิด ตู้ยา ประจำบ้านให้ดู

สิ่งที่เห็นอาจไม่ได้มีเพียงแค่หยูกยา  

เรื่อง  แดเนียล สโตน

ภาพถ่าย กาบรีแอล กาลิมเบอร์ตี

เมื่อใดก็ตามที่ช่างภาพ กาบรีแอล กาลิมเบอร์ตี พบเจอผู้คนในที่ต่างๆ ระหว่างเดินทาง เขาจะถามคำถามเดิมว่า  ผมขอดูตู้ยาของคุณได้ไหมว่าข้างในมีอะไร?  หลายคนเขินอาย  บางคนภูมิใจนำเสนอ “ยาเผยให้เห็นว่าผู้คนเหล่านั้นเป็นใคร” กาลิมเบอร์ตีบอกและเสริมว่า “แล้วยังมีความปรารถนา ความต้องการ และโรคภัยไข้เจ็บของพวกเขา เป็นอะไรที่ใกล้ชิดกับผู้คนมากครับ”

ยาบอกอะไรเกี่ยวกับเราได้บ้าง  อย่างหนึ่งก็คือความมั่งคั่งของเรา ตู้ยาในประเทศพัฒนาแล้วมักอัดแน่นไปด้วยยาสารพัด ขณะที่คนในประเทศเจริญน้อยกว่ามักมียาสะสมอยู่บ้างหรือไม่ก็ไม่มีเลย หญิงชาวเฮติคนหนึ่งไม่มียาในบ้านเลยสักเม็ดเดียว ถ้าป่วย ฉันจะซื้อยาจากพ่อค้าข้างถนนค่ะ” เธอว่า

การเก็บภาพชุด “ยาประจำบ้าน” (Home Pharma) นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ยาแห่งความสุข” (Happy Pills) ซึ่งกาลิมเบอร์ตีกับเพื่อนร่วมงานอีกสามคน  มุ่งบันทึกการแสวงหาความสุขอันไม่มีที่สิ้นสุดของมนุษย์ผ่านการใช้สารเคมี ผู้คนกินยาเพื่อให้แข็งแรงขึ้น หลับได้มากขึ้น (หรือน้อยลงในบางครั้ง) ชะลอความชรา เพิ่มพลังทางเพศ ช่วยให้ตั้งครรภ์ หรือเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์  เหตุผลที่ผู้คนซื้อยาและกักตุนยานั้นมีมากมายพอกัน  เพราะยามีราคาถูก หรือเพราะการรักษาที่ก้าวหน้ากว่ามีราคาแพง  เพราะพวกเรากังวลกับความไม่พร้อมของตัวเอง หรือเป็นเพราะเราได้รับการจ่ายยาและไม่รู้ว่าจะจัดการกับยาที่เหลืออย่างไร

เมื่อพินิจความหลากหลายในตู้ยาเหล่านั้น เราจะเริ่มเห็นวัฒนธรรมเป็นรูปเป็นร่างขึ้น ในปารีสและนิวยอร์ก กาลิมเบอร์ตีเห็นยาต้านซึมเศร้าและยาคลายกังวลมากมาย  คนอินเดียมักเลือกยาที่มีฉลากเป็นภาษาท้องถิ่นโดยไม่คำนึงถึงคุณภาพหรือความแรงของยา ตู้ยาของชาวแอฟริกันมียาที่มาจากจีน และมักไม่มีฉลากกำกับ แต่เรื่องหนึ่งที่ผู้คนที่ถูกถ่ายภาพมีเหมือนกันคือ พวกเขาไม่ป่วยเลยสักคน

ตู้ยา
อิตาลี:  เรโม บัลลาร์ดินี บรรณารักษณ์ในรีวาเดลการ์ดา เผยยาประจำบ้านของเขา ซึ่งมีทั้งที่เป็นยารักษาและยาป้องกัน รวมไปถึงยาฆ่าเชื้อชนิดทา
ตู้ยา
สวิตเซอร์แลนด์: นักสะสมงานศิลปะ คานเดลิตาและอาร์โนด์ บรูแนล มียามากมายราวกับขุมสมบัติ
ตู้ยา
อิตาลี: อันเดรอา บุกโกลินี พกยาขี้ผึ้งติดตัวไว้สำหรับอาการฟกช้ำที่เกิดจากการแสดงการต่อสู้แบบโรมันโบราณ
ตู้ยา
อินเดีย : ยาส่วนใหญ่ของครอบครัวชาวเมืองมุมไบนี้เป็นของอับบาส อาลี ซากรี (นั่งอยู่ทางขวา) ที่ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง
ตู้ยา
ลัตเวีย : อินกรีดา ปูเลคเซ คุณครูวัยเกษียณ กินยาไม่กี่เม็ด แต่เก็บยาที่เหลือจากการเจ็บป่วยคราวก่อนๆ ไว้
ตู้ยา
เฮติ : โวลล์-ลินส์ บาลทาซาร์ (ซ้าย) ถ่ายรูปกับแม่สามีและญาติ เธอไว้วางใจในยาแผนโบราณของเฮติซึ่งเป็นพืชชนิดต่างๆ ที่ได้จากตลาดในท้องถิ่น หรือจากหมอใบไม้ ที่รู้จักกันในชื่อ เมดเซนเฟย์
ตู้ยา
คอสตาริกา : พ่อแม่ซื้อยารักษาโรคสมาธิสั้นมา แต่ยังไม่ได้ให้โยฮาน ลูกชายวัยเจ็ดขวบ (คนที่สามจากทางซ้าย)
ตู้ยา
ญี่ปุ่น : ยาสึมะสะและโนบูโกะ คาวาอิ ใช้ยาเพื่อรักษาโรคหัวใจของเขา และโรคกระดูกพรุนของโนบูโกะ
ตู้ยา
ฝรั่งเศส : อะเล็กซิสและออเรลี โชแฟร์-อีวาร์ ใช้ยาหลายขนาน ตั้งแต่ยาคลายกังวลไปจนถึงยาปฏิชีวนะ
ตู้ยา
โคลอมเบีย :  ฮิลดา ตาราโซนา (ขวาสุด) ลูกสาว และหลานของเธอ (กลาง) อาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกันและใช้ตู้ยาร่วมกัน
ตู้ยา
สวิตเซอร์แลนด์ : ซูซาน ฟิสเชอร์ ครูสอนโยคะ ใช้เพียงการรักษาแบบโฮมีโอพาที ซึ่งรวมถึงสารสกัดจากพืช

อ่านเพิ่มเติม

ร้านยาเคลื่อนที่ในเฮติ

เรื่องแนะนำ

กล้าทดสอบความกล้ากับฝูงมดกระสุนนี้ไหม?

ในหลากหลายวัฒนธรรมมีพิธีกรรมที่จัดขึ้นเพื่อให้เด็กชายเตรียมความพร้อมไปสู่การเป็นชายชาตรี สำหรับพิธีกรรมของชนเผ่า Sateré-Mawe ในป่าแอมะซอน ของบราซิลนี้จะทำให้คุณขนหัวลุก เพราะพวกเขาใช้มดกระสุนเจ้าของฉายามดกัดเจ็บราวกับถูกปืนยิง เป็นเครื่องมือในการทดสอบ เมื่อเริ่มพิธีกรรมบรรดาผู้ใหญ่ในชนเผ่าจะไปคุ้ยหามดกระสุนและทำให้พวกมันสลบ จากนั้นพวกเขาจะนำมดกระสุนสอดเข้าไปในถุงมือที่สานขึ้นจากใบไม้ ทำให้มดไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ เด็กชายที่เข้าร่วมพิธีกรรมจะต้องสอดมือเข้าไปในถุงมือดังกล่าว และเต้นรำอยู่นาน 10 นาที จึงจะสามารถถอดถุงมือออกได้ ซึ่งแม้จะทาผงถ่านทั่วมือแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่วายถูกมดกระสุนกัดอยู่ดี ความเจ็บปวดจะลุกลามไปทั่วมือและอาจต้องใช้เวลาถึง 24 ชั่วโมงกว่าจะหาย แต่นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะพวกเขาต้องทำเช่นนี้จนครบ 20 ครั้งจึงจะได้รับการยอมรับในฐานะ “นักรบ” ของเผ่าอย่างเต็มภาคภูมิ   อ่านเพิ่มเติม : มหัศจรรย์แห่งอาหาร ชมกระบวนการทำ “ซุปหิน” ในเม็กซิโก, ความงามที่เปลี่ยนแปลงไปของชนเผ่าอะปาตานี

ไฟไหม้เจดีย์ไม้สูงสุดในเอเชียจนเหลือแต่ฐาน

ชมภาพฟุตเทจเหตุเพลิงไหม้เจดีย์ไม้เก่าแก่ที่สูงที่ทุดในทวีปเอเชีย ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ธันวาคมที่ผ่านมาในวัดจิ่วหลง เมืองเหมือนจู๋ ประเทศจีน เจดีย์เก่าแก่ความสูงเทียบเท่ากับตึก 15 ชั้นนี้ ถูกสร้างขึ้นในสมัยของราชวงศ์หมิง และเพิ่งจะได้รับการบูรณะใหม่ไปเมื่อปี 2008 ที่ผ่านมา หลังเจดีย์หลังเดิมได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว ขณะนี้ดูเหมือนว่าเจ้าหน้าที่ชาวจีนเตรียมที่จะต้องบูรณะเจดีย์หลังงามนี้อีกครั้ง เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้น ไฟลุกโหมกระหน่ำอยู่นาน 4 ชั่วโมงกว่าจะดับได้ และขณะนี้ยังคงไม่ทราบสาเหตุของเพลิงไหม้ ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุดังกล่าว   อ่านเพิ่มเติม : เป็ปซี่บนก้ามกุ้งล็อบสเตอร์สะท้อนปัญหาใหญ่ในมหาสมุทร, อินเดียรถชนระนาว หมอกควันเป็นเหตุ

คัมภีร์พระมาลัยในวาติกัน

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสรับมอบ คัมภีร์พระมาลัย ฉบับปริวรรตจากอักษรขอมบาลีเป็นภาษาไทยปัจจุบันจากคณะสงฆ์วัดพระเชตุพน เพื่อจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์แห่งวาติกัน

ประวัติศาสตร์กล้วยกล้วย

ประวัติศาสตร์กล้วย กล้วยผลไม้บ้านๆ ที่พบเห็นได้ในหลายประเทศทั่วโลก กล้วยผลไม้ราคาแพงที่ต้องนำเข้าสำหรับหลายประเทศอีกเช่นกันที่ไม่สามารถปลูกได้ ไม่ว่าสถานะของกล้วยจะเป็นอย่างไรปฏิเสธไม่ได้ว่ากล้วยคือผลไม้อันดับต้นๆ ที่ผู้คนนิยมทาน แต่กว่าจะมาถึงสถานะผลไม้ยอดนิยมเช่นทุกวันนี้ กล้วยผ่านอะไรมาบ้างเราไปย้อนชมกัน ย้อนกลับไปเมื่อ 5,000 ปีก่อนคริสต์กาล มนุษย์เราเริ่มรู้จักการเพาะปลูกกล้วยบนเกาะปาปัวนิวกินี กล้วยเป็นผลไม้เมืองร้อนที่เพาะปลูกได้ในหลายพื้นที่ ต่อมาชาวยุโรปมีโอกาสได้ลิ้มลองกล้วยเป็นครั้งแรกเมื่อพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชนำกล้วยจากอินเดียเข้ามายังอาณาจักรกรีก ในช่วง 327 ปีก่อนคริสต์กาล คริสต์ศักราชที่ 650 ชาวตะวันออกกลางตั้งชื่อให้ผลไม้สีเหลืองเมื่อสุกแล้วนี้ว่า “Banan” ซึ่งแปลว่านิ้วในภาษาอารบิก จากรูปร่างเพรียวยาวอันเป็นเอกลักษณ์ของมัน จนกระทั่งในปีคริสต์ศักราชที่ 1516 มิชชันนารีชาวสเปนนำกล้วยเดินทางไปเพาะพันธุ์ยังหมู่เกาะในแคริบเบียน ก่อนที่จะพยายามปลูกพวกมันในฟลอริดา ในปี 1600 แต่น่าเสียดายที่ไม่ประสบผลสำเร็จเนื่องจากฟลอริดามีสภาพอากาศที่หนาวเย็นเกินไปในหน้าหนาว ชาวอเมริกันมีโอกาสได้พบกับกล้วยเป็นครั้งแรก ในงานเวิล์ดแฟร์ที่จัดขึ้นเมื่อปี 1876 ในฟิลาเดเฟีย อีก 9 ปีต่อมาบริษัท Boston Fruit ก็ผงาดขึ้นด้วยการนำเข้ากล้วยเพื่อตอบสนองความต้องการของชาวอเมริกัน จนเกิดมาเป็นเครือข่ายผลไม้ที่บริษัทอเมริกันเข้าครอบครองพื้นที่ทำสวนกล้วยในหลายประเทศของอเมริกากลาง ปี 1951 Jacobo Arbenz ประธานาธิบดีคนใหม่ของกัวเตมาลาชูนโยบายต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยในประเทศ นโยบายของเขาเกิดขึ้นจริงและชนะในเวลาต่อมา ก่อนที่เขาจะถูกขับไล่ออกจากตำแหน่งในอีก 3 ปีต่อมา จากการปฏิวัติโดยมีซีไอเออยู่เบื้องหลัง และในปี 1985 โรคปานามาที่เคยทำลายผลผลิตกล้วยไปมากในอเมริกากลางเมื่อครั้งอดีต ก็เกิดขึ้นกับผลผลิตกล้วยในเอเชีย […]

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.