ร้านยาเคลื่อนที่ ในเฮติ - National Geographic Thailand

ร้านยาเคลื่อนที่ในเฮติ

ร้านยาเคลื่อนที่ ในเฮติ

สำหรับผู้คนจำนวนไม่น้อยในเฮติ พ่อค้าเร่ข้างถนนคือ ร้านยาเคลื่อนที่ สำหรับพ่อค้า นี่คือหนทางหาเลี้ยงชีพเพื่อให้มีข้าวสารกรอกหม้อ “คุณเห็นไหม ผมวางแอมพิซิลลินไว้ข้างๆ ไทลีนอล แผงยาเม็ดสีชมพูอยู่คู่กับแผงยาเม็ดสีฟ้า สีต้องดูสวยเข้ากันด้วย ถ้าสินค้าของผมไม่เด่นสะดุดตา ก็คงไม่มีใครซื้อหรอกครับ”

อาริสติล โบนาร์ด ขยับถังสีฟ้าบนบ่าข้างขวาให้เข้าที่ขณะพูดไปด้วย  สิ่งที่อยู่ข้างในคือแผงยาหลากสีสันที่กองสุมสูงขึ้นไปราวกับหอคอยย่อมๆ  ด้านบนมีกรรไกรเสียบอยู่คู่หนึ่งไว้สำหรับตัดแบ่งแผงยา  สินค้าทั้งหมดยึดอยู่ด้วยกันด้วยแผ่นยางเส้นยาว กว่า 20 ปีมาแล้ว  ที่โบนาร์ดท่องไปตามท้องถนนของกรุงปอร์โตแปรงซ์เมืองหลวงของเฮติ  เพื่อเร่ขายยาเหล่านี้ แต่เขาไม่ใช่เภสัชกร  เป็นเพียงพ่อค้า

ในอพาร์ตเมนต์ห้องเล็กๆ ในย่านปาโกต์ของเมืองหลวงแห่งนี้  พ่อค้าแม่ขายอย่างโบนาร์ดมาเข้าแถวรอให้เปาโล วูดส์ และกาบรีแอล กาลิมเบอร์ตี ถ่ายภาพ  ช่างภาพทั้งสองซึ่งอยู่ระหว่างทำงานให้โครงการสำรวจการเข้าถึงบริการสาธารณสุขในกว่า 20 ประเทศ  สงสัยใคร่รู้ในเรื่องราวของพ่อค้าเร่ขายยาเหล่านี้มานานแล้ว

สำหรับชาวเฮติจำนวนมาก  พ่อค้าแม่ขายเหล่านี้คือแหล่งที่มาของยารักษาโรค  “เภสัชกรคืออาชีพใกล้สูญพันธุ์ครับ” ลีโอเนล  เอเตียน  ผู้นำเข้ายาในท้องถิ่น  อธิบาย  “คนที่นี่มองว่ายาเป็นเหมือนสินค้าทั่วไปครับ”

ร้านขายยาเคลื่อนที่เหล่านี้  อาจดูเหมือนผลงานศิลปะร่วมสมัยหรือแผงขายลูกกวาด  แต่ก็อาจเป็นอันตรายเหมือนเกมเดิมพันชีวิต  การกำกับดูแลที่หย่อนยานของภาครัฐเปิดช่องให้พ่อค้าแม่ขายที่ไม่มีความรู้  หรือไม่ได้รับการอบรมซื้อหาและขายผลิตภัณฑ์ยา  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นยาชื่อสามัญจากจีน  ยาเม็ดหมดอายุ  ยาของกลางที่ถูกยึดและนำเข้ามาจากสาธารณรัฐโดมินิกัน

ร้านยาเคลื่อนที่
พ่อค้าแม่ค้าเหล่านี้สวมบททั้งเภสัชกรและคนที่คอยรับฟังเรื่องราว  “กับพวกเรา  พวกเขาไม่มีความลับหรอกครับ”  เรโนลด์ แจร์แมง วัย 26 ปี  บอก  “พวกเขาบอกเราทุกเรื่อง  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการติดเชื้อ  อาหารไม่ย่อย  หรือเรื่องบนเตียง  แต่ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไร พวกเรามียาแก้เสมอ”

แม้กิจกรรมนี้จะผิดกฎหมาย  แต่กฎหมายก็แทบไม่เคยบังคับใช้โดยหน่วยงานหลักอย่างกระทรวงสาธารณสุขและประชากรของเฮติ  ดังนั้น  พ่อค้าแม่ขายเหล่านี้จึงขายทุกอย่างที่พวกเขาพอจะหามาได้ ตั้งแต่ยาทำแท้งไปจนถึงไวอากรา  บางครั้ง  พวกเขาให้คำแนะนำผิดๆ แก่ลูกค้า  เหมือนอย่างที่พ่อค้าคนหนึ่งแนะนำลูกค้าวัยรุ่นให้กินยาปฏิชีวนะแรงๆ เพื่อรักษาสิว

“ทุกครั้งที่เห็นคนขายยาข้างถนน  ฉันรู้สึกเหมือนถูกตบหน้า” ฟลอรีน  โจเซฟ  ผู้อำนวยการกองเภสัชกรรม  กระทรวงสาธารณสุขเฮติ  บอก  “พวกเขาก็เหมือนระเบิดเวลาดีๆนี่เอง เราแทบไม่มีทางหยุดยั้งคนเหล่านี้ได้เลย”

ในการถ่ายภาพทั้งหมด  วูดส์และกาลิมเบอร์ตีใช้กล้องขนาดใหญ่ (large-format view camera)  กับฟิล์ม 8×10 และกล้องขนาดกลาง (medium-format) แบบดิจิทัล  ใช้ผนังสีขาวแทนฉากหลัง

ระหว่างที่รอถ่ายภาพ  พ่อค้าแม่ขายต่างมองสินค้าของกันและกัน  แต่แทบไม่พูดคุยกัน  นี่เป็นเวลาพักช่วงเดียวของวันอันยาวนานกลางแดดเปรี้ยง  พวกเขาดีใจที่ได้พัก  แต่ก็กังวลว่าจะเสียลูกค้า

วูดส์และกาลิมเบอร์ตีบอกว่า  พวกเขาอยากสื่อสารออกไปว่า  การเข้าถึงยาซึ่งเป็นเรื่องที่คนในประเทศพัฒนาแล้วไม่เคยมองว่าเป็นปัญหา  คือความท้าทายในหลายประเทศ  ในเฮติ  ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต้องดิ้นรนกับสิ่งที่พวกเขามีหรือพอหาได้ “ผมเลือกอาชีพนี้ก็เพราะชีวิตที่นี่ยากลำบากครับ”  โบนาร์ดบอก  “ผมอยากให้ลูกๆ ได้เรียนหนังสือ  และเราทุกคนล้วนจำเป็นต้องใช้ยาครับ”

ร้านยาเคลื่อนที่ ร้านยาเคลื่อนที่

จูแลน  แคลร์เจร์  วัย 37 ปี  และสามีชื่อ เปแลจ  อาริสติล  วัย 35 ปี มี ลูกด้วยกัน 5 คน  เธอคิดอยากเลิกอาชีพขายยา  ไปขายกล้วยหอมและไข่ต้มแทน  ส่วนอาริสติลเองก็อาจลงเอยด้วยการเลิกอาชีพนี้เช่นกัน  เพราะปลายปีนี้  หลังเรียนจบด้านเทววิทยา  เขาจะได้รับคุณวุฒิให้เป็นนักเทศน์ได้

ร้านยาเคลื่อนที่ ร้านยาเคลื่อนที่

อาดี  ดูเม วัย 38 ปี  และอาริสติล  โบนาร์ด  วัย 36 ปี  ขายยาบนท้องถนน  พ่อค้าแม่ค้าบางรายมีแผงค้าอยู่ในตลาด  บางรายเอายาใส่กระเป๋าเดินทางขึ้นรถโดยสารประจำทางในกรุงปอร์โตแปรงซ์  เพื่อหาลูกค้าใหม่ๆ

อ่านเพิ่มเติม

อยากนอนหลับใช่ไหม ลองอ่านเรื่องนี้สิ

เรื่องแนะนำ

เปิดชีวิตเสี่ยงตายของนักล่าจระเข้

"มันยากที่จะมีสมาธิกับภาพถ่ายตรงหน้า ในขณะที่คุณเองไม่มั่นใจว่าแขนหรือมือจะยังอยู่หรือไม่" คำบอกเล่าจาก เทรเวอร์ ฟรอสต์ ช่างภาพผู้ถ่ายภาพจระเข้แทบทุกชนิดเป็นเวลาสามปีเต็ม

รูปที่มีทุกบ้าน

หากมองเผิน ๆ เราคงไม่รู้สึกประหลาดใจกับภาพถ่ายภาพนี้สักเท่าไร แต่ถ้าผมบอกว่าภาพนี้ถ่ายโดยช่างภาพชื่อ ดีน คองเกอร์ มีดีกรีเป็นช่างภาพ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ก็อาจจุดประกายความสนใจขึ้นมาได้บ้าง แล้วถ้าผมบอกเพิ่มอีกว่า ภาพนี้ถ่ายไว้ตั้งแต่ปี 1967 หรือตรงกับ พ.ศ. 2510 เป็นภาพหนึ่งที่ประกอบสารคดีเรื่อง “Hope and Fears in Booming Thailand” ตีพิมพ์ใน เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับเดือนกรกฎาคม ปีเดียวกันนั้น ก็น่าจะทำให้ใครหลายคนอยากรู้เรื่องราวเบื้องหลังมากขึ้น คำบรรยายภาพภาพนี้ระบุสั้น ๆ ว่า “พระภิกษุหนุ่มรูปหนึ่งกำลังศึกษาพระธรรมอยู่ในกุฏิที่วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ชายไทยส่วนใหญ่รวมถึงพระมหากษัตริย์ซึ่งพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ประดับอยู่บนผนังห้องจะได้รับผลบุญยิ่งใหญ่จากการบวชเรียนเป็นพระภิกษุ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ตาม” ภาพถ่ายภาพนี้มีอายุเกือบครึ่งศตวรรษ หากบวกเวลาเพิ่มเข้าไปอีก 20 ปีคงหมายถึงหนึ่งชั่วอายุคนและหมายถึงช่วงเวลา 70 ปีที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ของปวงชนชาวไทย รัชสมัยอันยาวนานนี้หมายความว่า คนไทยส่วนใหญ่เกิดและเติบโตขึ้นใน แผ่นดินรัชกาลที่ 9 แม้วันนี้พระองค์จะจากพวกเราไป พร้อม ๆ กับที่ยุคสมัยหรือหน้าประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่หน้าหนึ่งได้ปิดฉากลง นั่นคือความเป็นจริงอันเจ็บปวดที่เราจำต้องยอมรับ  และก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยกัน ในบทความเรื่อง “พระราชวงศ์ผู้ทรงงานของไทย” หรือ “Thailand’s Working Royalty” ตีพิมพ์ใน เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับตุลาคม ปี 1982 ผู้เขียนมีโอกาสเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อกราบบังคมทูลสัมภาษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัสถึงความเปลี่ยนแปลงในบ้านเมืองโดยทรงไล่เรียงความเป็นไปในแต่ละรัชกาล จนมาถึงรัชสมัยของพระองค์ว่า “แล้วเราก็เข้ามา [เสด็จขึ้นครองราชย์] ตอนนั้นเราอายุ 18 ถึงตอนนี้ก็ 36 ปีแล้ว เป็นเวลายาวนานทีเดียว ตอนที่เราเข้ามารับหน้าที่นี้ในพระราชวัง ทั้งเก้าอี้และพรมมีรูโหว่ พื้นก็ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด พระราชวังอยู่ในสภาพเก่าทรุดโทรม ตอนนั้นเป็นช่วงหลังสงคราม และไม่มีใครคอยดูแล เราต้องสร้างสิ่งต่าง ๆ ขึ้นใหม่ เราไม่รื้อทำลาย แต่ค่อย ๆ ประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ เข้าด้วยกันทีละชิ้น นี่ก็ล่วงเข้า 36 ปีแล้ว ดังนั้นรัชสมัยนี้อาจเป็นเรื่องของการก้าวไปทีละก้าว [เป็น] วิวัฒนาการมองหาสิ่งดี ๆ จากอดีต ประเพณียังคงอยู่และได้รับการปรับเปลี่ยน นี่คือบทเรียน: เรานำประเพณีเก่าแก่มาบรูณะขึ้นใหม่ เพื่อใช้ประโยชน์ในปัจจุบันและอนาคต”      ปวงข้าพระพุทธเจ้าขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้   อ่านเพิ่มเติม : คุยกับซีซาร์ มิลแลน, ๙ ช่างภาพสารคดีกับในหลวงรัชกาลที่ ๙

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.