บันทึกช่างภาพ : ดรุณีผู้เป็นสัญลักษณ์ของ ฤดูใบไม้ผลิ - National Geographic Thailand

บันทึกช่างภาพ : ดรุณีผู้เป็นสัญลักษณ์ของ ฤดูใบไม้ผลิ

บันทึกช่างภาพ :  ดรุณีผู้เป็นสัญลักษณ์ของ ฤดูใบไม้ผลิ  

เมื่อถึงเดือนพฤษภาคมของทุกปี เมืองเล็กๆ ในสเปนต้อนรับ ฤดูใบไม้ผลิ ด้วยธรรมเนียมเก่าแก่ นั่นคือการให้เด็กหญิงนั่งบนแท่นบูชาที่ตกแต่งอย่างงามวิจิตร

                                                                                                                                               

เราจะนิยามประเพณีเก่าแก่อย่างไร และเพราะเหตุใดผู้คนจึงยังรักษาประเพณีเหล่านั้นไว้ คุณอาจลองถามเด็กหญิงสักคน            ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น ลาสมายาส  (Las Mayas) หรือ “เด็กหญิงมายา”  ที่เมืองโกลเมนาร์เวียโคในสเปน ทุกปีเมื่อถึง ฤดูใบไม้ผลิ เด็กหญิงสองสามคนซึ่งโดยทั่วไปมีอายุระหว่างเจ็ดถึง 11 ปี จะได้รับแต่งองค์ทรงเครื่องแล้วนั่งบนแท่นบูชาประดับประดาด้วยดอกไม้สดเพื่อเฉลิมฉลองการเปลี่ยนผ่านฤดูกาล

ขณะที่ผู้คนสัญจรผ่านไปมาอยู่ราวสองชั่วโมง เด็กหญิงเหล่านั้นนั่งนิ่งแทบไม่ไหวติง สีหน้าและแววตาบ่งบอกถึงความเอาจริงเอาจังต่อหน้าที่หรือบทบาทที่ได้รับ  ครอบครัวจะถือเป็นเกียรติหากลูกสาวได้รับคัดเลือกจากบรรดาเด็กหญิงหลายสิบคนที่สมัครเข้าร่วมประเพณีท้องถิ่นที่มีประวัติความเป็นมายาวนานนี้ ทว่าการเข้าร่วมนั้นย่อมหมายถึงการตระเตรียมเครื่องแต่งกายและแท่นบูชาที่อาจใช้เวลานานหลายสัปดาห์

ช่างภาพ ดานีแอล โอโชวา เอ โอลซา ติดตามบันทึกภาพประเพณีต่างๆในสเปนมายาวนาน ประเพณีเหล่านั้นมีทั้งที่จริงจังและดูสบายๆ แต่ละครั้ง เขาอดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมผู้คนจึงยังคงสืบสานประเพณีเหล่านั้น เช่น เทศกาลซานเฟอร์มินหรือการวิ่งวัวกระทิงอันโด่งดังในเมืองปัมโปลนา บ้านเกิดของเขา “มันบ้าชัดๆ ครับ แล้วก็อันตรายด้วย” เขาบอกแต่ก็ยอมรับว่า ตัวเองเข้าร่วมมาแล้วเจ็ดครั้ง

แม้การถ่ายภาพลาสมายาส  อาจไม่ใช่เรื่องท้าทายมากนัก โอโชวา เอ โอลซา บอก ถึงกระนั้น การค้นพบประเพณีใหม่ๆที่ทั้งสดใสและงดงามในบ้านเกิดเมืองนอนก็เป็นประสบการณ์ที่ช่วยเปิดหูเปิดตา

มนตร์เสน่ห์ของการเป็นลาสมายาสมักเสื่อมคลายลงเมื่อเด็กหญิงเติบใหญ่ขึ้น โอโชวา เอ โอลซา บอกและเสริมว่า พอย่างเข้าวัยรุ่น เด็กสาวที่เคยผ่านการเป็นลาสมายาส  มักหัวเราะกลบเกลื่อนเมื่อพูดถึงความกระตือรือร้นในอดีต กระนั้นเมื่ออดีตลาสมายาสออกเรือนและมีลูกสาวของตัวเอง ประเพณีเก่าแก่ก็ได้รับการสืบสานต่อไป

เรื่อง  แดเนียล สโตน

ภาพถ่าย  ดานีแอล โอโชวา เอ โอลซา

ฤดูใบไม้ผลิ
เด็กหญิงคนนี้รับบทบาทที่ได้รับมอบหมายในเทศกาลลามายา (La Maya) เพื่อเฉลิมฉลองการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิที่เมืองชโกลเมนาร์เวียโคในสเปน
ฤดูใบไม้ผลิ
ลามายาเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในแถบภาคกลางของสเปนมาช้านาน และมีกฎระเบียบเป็นลายลักษณ์อักษรไม่กี่ข้อ แท่นบูชาต้องได้รับการประดับตกแต่งด้วยดอกไม้สด และเด็กหญิงผู้เป็นดาวเด่นของพิธีต้องนั่งนิ่งแทบไม่ไหวติงตลอดสองชั่วโมง
ฤดูใบไม้ผลิ
เด็กหญิงผู้หวังจะสวมบทลาสมายาสอาจต้องรอคอยเป็นเวลานาน แต่ละปีจะมีเด็กหญิงได้รับคัดเลือกเพียงประมาณห้าคน เจ้าหน้าที่ผู้จัดงานจะรวบรวมรายชื่อเด็กหญิงในท้องถิ่นที่อาจอยู่ในข่ายได้รับคัดเลือกในอนาคต
ฤดูใบไม้ผลิ
ฝูงชนจะเดินไปตามถนนสายต่างๆ ในเมืองเพื่อชื่นชมแท่นบูชาแต่ละแท่น หลังเสร็จสิ้นพิธีการ ลาสมายาสจะลงจากแท่นบูชาและเข้าร่วมพิธีมิสซาตอนเย็นกับคนในชุมชน
ฤดูใบไม้ผลิ
ตลอดหนึ่งวัน ลาสมายาสคือศูนย์รวมความสนใจของคนทั้งหมู่บ้าน ขณะที่ผู้คนพากันชื่นชมความงามของแท่นบูชาแต่ละแท่น

***อ่านสารคดีเรื่่องอื่นๆ ได้ในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับเดือนพฤษภาคม 2562

 


แนะนำสารคดีภาพน่าชม

ยาคุตสค์ เมืองหนาวที่สุดในโลก

เรื่องแนะนำ

เหมืองแร่ ไทย ประวัติศาสตร์และสถานะความมั่งคั่งบนทุกขลาภจากชีวิตมนุษย์

ปฐมบทเหมืองแร่ไทย ประเทศไทยในอดีตพบแร่ธาตุที่มีความสำคัญทางการค้าอย่างดีบุก  ทองคำ   และพลวง  โดยเฉพาะดีบุกเป็นแร่ที่สยามค้าขายกับยุโรปมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา  โดยมีเกาะภูเก็ตเป็นแหล่งแร่ดีบุกที่ดีและสมบูรณ์ที่สุด หลังสนธิสัญญาเบาว์ริ่ง  ปี พ.ศ. 2398  กลุ่มชาวตะวันตกที่พร้อมด้วยเงินทุนและความชำนาญเข้ามาทำกิจการเหมืองแร่ในสยาม  เปลี่ยนการผลิตแบบร่อนแร่ของคนพื้นถิ่น  หรือเหมืองของชาวจีนแต่เดิม  เป็นการทำเหมืองที่ทันสมัย  แต่กิจการเหมืองแร่ซึ่งควรนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจกลับไม่เป็นเช่นนั้น  เพราะเป้าหมายการผลิตเป็นไปเพื่อการส่งออกแร่ดิบ  ปัจจัยการผลิตทั้งทุนและเทคโนโลยีถูกควบคุม รายได้กระจุกในหมู่นักลงทุนต่างชาติ ขณะที่เศรษฐกิจในประเทศยังล้าหลังและขาดความสมดุล  จนนำมาซึ่งความขัดแย้งมากมายในภายหลัง “เก็บหาดป่าตองเอาไว้ให้ฝรั่งมานอนแก้ผ้าเล่น  จะมีประโยชน์สักแค่ไหนกัน”  ข้อแย้งเถียงของฝ่ายธุรกิจเหมืองดีบุก  เมื่อสมาคมการท่องเที่ยวและสภาจังหวัดภูเก็ต  มีมติเป็นเอกฉันท์เสนอให้รัฐบาลในยุคหนึ่งระงับการขุดแร่ในทะเลรอบเกาะภูเก็ตทุกแปลง  ช่วงนั้นความขัดแย้งเรื่องเหมืองแร่ทวีขึ้น  เกิดเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงคัดค้านเหมืองหลายครั้ง  กระทั่งในที่สุดก็มีการชุมนุมของมวลชนนับแสนซึ่งนับเป็นการชุมนุมทางสิ่งแวดล้อมที่มีผู้เข้าร่วมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศไทย  เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2529  เหตุการณ์บานปลายกลายเป็นเหตุจลาจลเผาโรงงานถลุงแร่แทนทาลัม  หรือแร่ผลพลอยได้จากการถลุงดีบุก  ด้วยเหตุผลว่าโรงถลุงแร่กลางเมืองจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ  สิ่งแวดล้อม  และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่กำลังเฟื่องฟู เหตุการณ์นั้นนับเป็นหมุดหมายสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่แสดงว่า  ชาวภูเก็ตได้หันหลังให้กิจการเหมืองแร่โดยเด็ดขาด  แม้ว่าที่ผ่านมาผู้คนต่างจดจำว่าอุตสาหกรรมเหมืองแร่มีส่วนสร้างเศรษฐกิจอันรุ่งโรจน์ให้ภูเก็ต  แต่พวกเขากลับเลือกจะเก็บภูเก็ตไว้เป็นไข่มุกแห่งอันดามัน อำเภอร่อนพิบูลย์  จังหวัดนครศรีธรรมราช  แหล่งผลิตแร่ดีบุกขนาดใหญ่ที่พัฒนาขึ้นมายุคเดียวกับภูเก็ต  โดยมีบริษัททุ่งคาร์  ฮาร์เบอร์  ทิน  เดรดยิง  จำกัด  ซึ่งเคยทำเหมืองที่ภูเก็ตขยายกิจการเหมืองเรือขุด (dredging) มาขุดแร่ที่ร่อนพิบูลย์  เรือขุดที่ว่านั้นล่องขุดแร่บนบกแทบทุกตารางนิ้วทั่วทั้งเมือง  […]

ผู้อพยพ คนเกาหลีเหนือ แสวงเส้นทางแห่งเสรีภาพให้ตัวเองได้อย่างไร

สำหรับ คนเกาหลีเหนือ ผู้ที่หนีตายจากเงื้อมมือเผด็จการในบ้านเกิด การเดินทางฝ่าอันตรายกว่า 3,000 กิโลเมตรข้ามประเทศจีนเป็นเพียงจุดเริ่มต้น หลังจากนั้นพวกเขาต้องเผชิญกับความท้าทายของการเริ่มชีวิตใหม่ ความหนาวเหน็บของเดือนพฤศจิกายนเบียดตัวแนบหน้าต่างอพาร์ตเมนต์โกโรโกโสในเมืองเอี๋ยนจี๋ของจีน  ซึ่งอยู่ห่างจากพรมแดนเกาหลีเหนือ 16 กิโลเมตร  สูงขึ้นไปสามชั้น  เสียงฝีเท้าหยุดที่หน้าประตูบานหนึ่ง  เมื่อได้ยินเสียง  หญิงสาวสองคนก็รีบไปยังห้องด้านหลังและซุกตัวแนบผนังห้อง  จากนั้นก็มีเสียงเคาะประตู  หญิงสาว คนเกาหลีเหนือ ทั้งสองซึ่งเป็นผู้หลบหนีออกนอกประเทศก้มศีรษะลง  ราวกับจะยอมรับในสิ่งเลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้น  หากตำรวจจีนพบว่าไม่มีบัตรประชาชน  พวกเธอจะถูกส่งกลับประเทศโดยใส่กุญแจมือและโซ่ตรวน  และเมื่อไปถึงเกาหลีเหนือ  พวกเธอจะถูกจองจำให้ทำงานหนักในค่ายกักกันหลายปี อดีตเจ้านายเชื้อสายจีน-เกาหลีของพวกเธอ  ซึ่งเป็น เจ้าของธุรกิจขายบริการทางเพศผ่านอินเทอร์เน็ตก็กำลังตามล่าพวกเธอเช่นกัน  ตลอดปีที่ผ่านมา  “แดง” และ “ขาว” (นามแฝงที่ผมใช้เรียกพวกเธอ) ต้องเก็บตัวอยู่แต่ในห้องไม่ต่างอะไรกับนักโทษ  ถูกบังคับให้ “พูดจาลามกอนาจาร” และเปลื้องผ้าหน้ากล้องให้ลูกค้าออนไลน์ในเกาหลีใต้ได้เชยชม  เมื่อคืนก่อนองค์กรมิชชันนารีช่วย พวกเธอออกมาได้แล้วนำมาซ่อนตัวในเซฟเฮ้าส์แห่งนี้ เสียงเคาะประตูยังดังไม่หยุด ชายคนหนึ่งตะโกนถามว่า “พวกเธออยู่ในนั้นหรือเปล่า  เปิดเร็ว” ขาวจำเสียงนั้นได้  เพราะเป็นเสียงของหนึ่งในกลุ่มคนที่ช่วยพวกเธอออกมา เธอรุดไปที่ประตูและค่อยๆเปิดออกอย่างเงอะงะทุลักทุเล  ชายร่างผอมที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูส่งยิ้มแหยๆ เขาถือหม้อหุงข้าวและถุงข้าวสารอยู่ในมือ “พวกเธอคงหิวแย่แล้วสิ” สองสาวโค้งศีรษะเป็นเชิงทักทายก่อนจะนำ เขาเข้าไปในครัว  ไม่ช้าเสียงพูดคุยก็ดังไปทั่วห้อง มิชชันนารีส่งข่าวมาด้วยว่า “เตรียมตัวออกเดินทางเร็วๆ นี้ เพิ่งได้รับโทรศัพท์ยืนยัน” […]

เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ร่วมพันธมิตรกับเอมมา วัตสัน เพื่อเฉลิมฉลองวันสตรีสากล

ชมตัวอย่างโปรเจคภาพถ่ายจากช่างภาพหญิงซึ่งสะท้อนเรื่องราวของผู้หญิงในหลายหัวข้อไม่ว่าจะเป็น ความไม่เท่าเทียมหรือการถูกลิดรอนสิทธิสตรี นำเสนอโดยเอมมา วัตสัน ร่วมกับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เนื่องในวันสตรีสากล