สมบัติแห่งนอเทรอดาม มีชิ้นใดบ้างที่ยังคงอยู่และมอดไหม้ในกองเพลิงไปแล้ว

ศิลปวัตถุของอาสนวิหารนอเทรอดามที่ยังคงอยู่และมอดไหม้ไปแล้ว

อัคคีภัยแห่งอาสนวิหารนอเทรอดามนำพาความโศกเศร้ามายังมนุษยชาติ เนื่องจากศิลปวัตถุซึ่งแสดงถึงภูมิปัญญาของคนยุคก่อนและวัตถุศักดิ์สิทธิ์อันประเมินค่ามิได้ต้องสูญสลายไป แต่ยังมี สมบัติแห่งนอเทรอดาม หลายชิ้นที่รอดมาได้โดยผู้คนที่ยินดีฝ่ากองเพลิงเพื่อรักษาเอาไว้

การสูญเสียสิ่งก่อสร้างที่เป็นมรดกโลกซึ่งมีอายุมานานกว่า 850 ปีอย่างอาสนวิหารนอเทรอดาม นำพาความโศกเศร้ามาสู่คนทั่วไป เพราะอาสนวิหารแห่งนี้มิใช่แหล่งท่องเที่ยวอันสวยงามที่เป็นสัญลักษณ์ของกรุงปารีสและฝรั่งเศสเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นสถานที่ซึ่งแสดงถึงความสามารถทางสถาปัตยกรรมที่ต้องอาศัยความเพียรพยายามในการสร้างสรรค์ รวมไปถึงการเป็นที่เก็บรักษางานศิลปะและสมบัติหลายชิ้นที่ไม่อาจประเมินค่าได้ ทั้งงานศิลปวัตถุโบราณ เครื่องดนตรี รูปปั้น งานไม้ และวัตถุศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาที่เก็บรักษาไว้มาจนถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ ได้มีประชาชนที่เห็นความสำคัญของวัตถุและ สมบัติแห่งนอเทรอดาม ที่อยู่ภายในอาสนวิหารได้ทั้งพนักงานดับเพลิง บาทหลวง ตำรวจ และคนทั่วไปรวมตัวกันสร้างโซ่มนุษย์ และบางคนก็ยืนกรานเข้าไปในพื้นที่อันตรายเพื่อจะนำสมบัติและศิลปวัตถุเหล่านี้ออกมาให้จงได้ จนให้มีสมบัติล้ำค่าจำนวนมากรอดจากอัคคีภัยครั้งนี้ แต่ก็มีวัตถุบางส่วนที่ไม่สามารถระบุชะตากรรมได้ว่าเป็นอย่างไร หรือบางชิ้นก็ได้รับการระบุว่าสูญสลายไปในกองเพลิงไปโดยสิ้นเชิงแล้ว

นี่คือข้อมูลของ สมบัติแห่งนอเทรอดาม ที่ยังเหลือรอด ไม่ทราบสถานะ และถูกทำลายไปแล้ว

สมบัติที่เก็บรักษาไว้ได้

มงกุฎหนามศักดิ์สิทธิ์ (The Holy Crown of Thorns)
เป็นหนึ่งในสมบัติทางศาสนาที่ตกทอดมาอย่างยาวนานซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ในอาสนวิหารนอเทรอดาม โดยมงกุฎหนามศักดิ์สิทธิ์นี้เชื่อกันว่าถูกวางไว้บนศีรษะของพระเยซูในขณะที่พระองค์ถูกตรึงกางเขน แต่เดิมนั้นอยู่ที่กรุงเยรูซาเลม และได้ถูกมอบให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 9 แห่งฝรั่งเศส ผู้สร้าง Sainte-Chappelle ในกรุงปารีส และต่อมาได้กลายเป็นนักบุญ Louis เป็นผู้เก็บรักษาในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13 โดยมงกุฎหนามศักดิ์สิทธิ์นี้ถูกส่งต่อมาที่นอเทรอดามในภายหลัง

สมบัติแห่งนอเทรอดาม, มงกุฎหนาม
มงกุฎหนามที่เชื่อกันว่าถูกสวมไว้บนศีรษะของพระเยซูก่อนถูกตรึงกางเขน อันเป็นสมบัติทางศาสนาอันศักดิ์สิทธิ์นั้นรอดจากกองเพลิงมาได้ ภาพถ่ายโดย GODONG, UIG/GETTY

ออแกนหลังใหญ่ (The Great Organ)

ออแกนหลังใหญ่ที่ประกอบไปด้วยท่อกว่า 8,000 ท่อนั้นไม่ได้มอดไหม้ไปกับกองเพลิง แต่ก็ยังไม่แน่ชัดว่าจะสามารถกลับมาเล่นได้อีกหรือไม่ ออแกนหลังใหญ่นี้สร้างขึ้นในปี 1403 และได้ถูกปรับปรุงใหม่อยู่เรื่อยๆ (ครั้งสุดท้ายคือในปี 2013)

เสื้อคลุมของนักบุญ Louis

เสื้อคลุมของนักบุญ Louis เป็นผ้าลินินที่ผลิตขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13 โดยพระองค์เป็นกษัตริย์ฝรั่งเศสพระองค์เดียวที่ได้เป็นนักบุญในศาสนาคริสต์

แท่นบูชาและไม้กางเขน

แท่นบูชาของโบสถ์และไม้กางเขนทองคำที่ตั้งอยู่ด้วยกันนั้นยังคงตั้งอยู่อย่างไม่บุบสลายท่ามกลางซากปรักหักพัง

กางเขนอันจริงแท้และตะปูศักดิ์สิทธิ์ (True Cross and Holy Nails)

นอกจากมงกุฎหนามแล้ว นอเทรอดามก็เป็นสถานที่เก็บรักษาชิ้นส่วนที่เชื่อกันว่าเป็นไม้กางเขนที่พระเยซูถูกตรึงกางเขน รวมไปถึงตะปูที่ถูกใช้ในครั้งนั้น

หน้าต่างกุหลาบ (The Rose Windows)

หน้าต่างกุหลาบแห่งนอเทรอดามนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 13 สภาพในขณะนี้ดูสมบูรณ์ราวกับว่าไม่ได้โดนไฟเลย แต่ก็ยังมีความวิตกกังวลอยู่เนื่องจากความเปราะบางของอาคารอาจส่งผลกับมันได้

สมบัติแห่งนอเทรอดาม, หน้าต่างกุหลาบ
หน้าต่างลายกุหลาบ ที่สร้างขึ้นในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 13 เป็นหนึ่งในสมบัติที่รอดมาจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ ภาพถ่ายโดย PATRICK KOVARIK, AFP/GETTY

รูปปั้นมาดอนนาและบุตร (Madonna and Child)

รูปปั้นนี้เป็นที่รู้จักกันในนาม Notre Dame de Paris (พระแม่ของปารีส) ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับอาสนวิหารแห่งนี้ เป็นรูปปั้นของพระนางเมรีกับพระเยซู สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 14 และถูกย้ายมาเก็บรักษาที่ปารีสเมื่อปี 1818

ภาพวาดของนักบุญ Thomas Aquinas

สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 17 และถูกมอบให้มาที่อาสนวิหารแห่งนี้ในปี 1974 เป็นภาพที่แสดงถึงนักบุญและผู้คนกำลังดื่มน้ำจากน้ำพุแห่งปัญญา (a fountain of wisdom)

รูปปั้นที่ประดับบนดาดฟ้า

อาจจะเป็นโชคช่วยที่ รูปปั้น 16 รูปปั้น ที่แสดงบรรดาอัครสาวกและผู้สอนศาสนาซึ่งประดับอยู่บนดาดฟ้าได้ถูกเคลื่อนย้ายไปยังที่เมือง บอร์กโดซ์ เนื่องจากการบูรณะในช่วงก่อนหน้านี้

หอคอยคู่ (Two Tower)

หอคอยคู่อันเป็นสัญลักษณ์โดดเด่นของมหาวิหารแห่งนี้สร้างเสร็จในปี 1250 โดยหอคอยทั้งคู่มีความสูง 68 เมตร มีบันได 387 ขั้น ที่สามารถชมภาพมุมกว้างของกรุงปารีสได้

สมบัติที่ยังไม่ระบุสถานะความเสียหาย

ระฆัง

นอเทรอดามมีระฆังอยู่ 10 ใบ ใบที่ใหญ่ที่สุดรู้จักกันในนาม เอมมานูเอล (Emmanuel) มีน้ำหนักมากกว่า 23 ตัน ถูกนำไปติดตั้งที่หอคอยด้านใต้เมื่อปี 1685 โดยระฆังนี้มีส่วนสำคัญในนวนิยายที่ชื่อว่า “คนค่อมแห่งนอเทรอดาม” (The Hunchback of Notre-Dame) ของวิกตอร์ อูโก นักประพันธ์ชื่อดังของฝรั่งเศส ที่ตัวละครเอกทำอาชีพเป็นคนตีระฆังในอาสนวิหารนอเทรอดาม

สมบัติแห่งนอเทรอดาม, ระฆังนอเทรอดาม
ระฆังแห่งนอเทรอดามที่มีชื่อเสียงมาจากนวนิยายของวิกตอร์ อูโก ที่ชื่อว่า “คนค่อมแห่งนอเทรอดาม” (The Hunchback of Notre-Dame) ภาพถ่ายโดย GODONG, UIG/GETTY

บรรดาภาพเขียนและสิ่งทอโบราณ (บางชิ้นเก็บรักษาไว้ได้ แต่บางชิ้นยังไม่ระบุสถานะความเสียหาย)

มีรายงานว่าภาพเขียนที่ประดับอยู่ภายในนอเทรอดามนั้นมีขนาดใหญ่เกินกว่าจะเคลื่อนย้ายได้ ส่วนชิ้นใดที่พอจะเคลื่อนย้ายได้ก็นำไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ แต่แน่นอนว่าบรรดาภาพเขียนเหล่านี้น่าจะได้รับผลกระทบจากควันไฟไม่มากก็น้อย เช่นเดียวกับบรรดาเสื้อผ้าโบราณบางส่วนที่ถูกเก็บรักษาไว้ได้เช่นกัน

สมบัติแห่งนอเทรอดาม
มีรายงานเสื้อคุลมตัวนี้ซึ่งเคยถูกสวมใส่โดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 9 แห่งฝรั่งเศส รอดจากกองเพลิงมาได้ ภาพถ่ายโดย PATRICK KOVARIK, AFP/GETTY

สมบัติที่ถูกทำลาย

ยอดแหลมของอาสนวิหาร

ยอดแหลมอันมีชื่อเสียงของอาสนวิหารนอเทรอดามซึ่งสร้างมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 12 นี้ได้พังทลายลงระหว่างเหตุการณ์เพลิงไหม้ นั่นหมายความว่าวัตถุโบราณหลายชิ้นที่อยู่ในยอดแหลมก็อาจถูกทำลายไปด้วยเช่นกัน

สมบัติแห่งนอเทรอดาม,
ภาพเหตุการณ์ของยอดแหลมอาสนวิหารที่ถูกเพลิงไหม้ ก่อนจะถูกเผาผลาญไปกับกองเพลิงในที่สุด ภาพถ่ายโดย FABIEN BARRAU, AFP/GETTY

แหล่งข้อมูล

Notre-Dame fire: Treasures that make it so special

Priest helped rescue treasures from burning Notre Dame 

What was saved — and what was lost — in the Notre Dame Cathedral fire


อ่านเพิ่มเติม นอเทรอดาม รำลึกอาสนวิหารอันเป็นที่รักของชาวปารีส

เรื่องแนะนำ

เทศกาลขว้างไฟของชาวฮินดู

เทศกาลขว้างไฟ ของชาวฮินดู ผู้คนเหล่านี้ไม่ได้ทะเลาะกัน แต่พวกเขากำลังประกอบพิธีกรรมทางศาสนา คลิปวิดีโอดังกล่าวถูกถ่ายจากวัด Kateel Durga Parameswari เมือง Mangalore ในอินเดีย เทศกาลขว้างไฟ สุดแปลกนี้มีชื่อเรียกว่า Agni Keli จัดขึ้นในเดือนเมษายนของทุกปี และใช้เวลาในการทำพิธีกรรมต่างๆ นาน 8 วัน เพื่อบูชาพระแม่ทุรคา เทพีแห่งสงครามตามความเชื่อของศาสนาฮินดู สำหรับกิจกรรมขว้างปาไฟซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมนี้ บรรดาผู้เข้าร่วมจะแบ่งออกเป็นสองกลุ่มและถูกจัดให้ยืนห่างกันประมาณ 50 ฟุต จากนั้นพวกเขาจะขว้างปากิ่งไม้ติดไฟใส่กัน โดยมีเป้าหมายคือขว้างให้โดนใครสักคน ซึ่งหากใครโดนกิ่งไม้ไฟขึ้นมาพวกเขาจะรีบเอาน้ำศักดิ์สิทธิ์ราดตามตัวทันทีเพื่อทุเลาบาดแผล และเพื่อป้องกันแผลไฟไหม้ไม่ให้รุนแรงดังนั้นผู้เข้าร่วมจึงสวมเสื้อผ้าให้น้อยชิ้นที่สุด   อ่านเพิ่มเติม โฮลี: เทศกาลแห่งสีสันแดนภารตะ

ชีวิตที่จำจากจรของแรงงานอพยพ

ในโลกที่เชื่อมถึงกันมากกว่าที่เคย ประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศพบว่า สินค้าส่งออกที่ทำกำไรงามที่สุดคือพลเมืองของตน ทว่า แรงงานข้ามชาติ และครอบครัวจำต้องยอมรับผลกระทบที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง นั่นคือการสูญเสียทางด้านจิตใจเพื่อแลกกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เรื่อง ซินเทีย กอร์นีย์ ภาพถ่าย โจนัส เบนดิกเซน เที่ยงวันในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คือเวลาสี่โมงเย็นในฟิลิปปินส์ ซึ่งหมายความว่า ลูกคนโตสองคนของเทเรซา ครูซ ควรจะกลับจากโรงเรียนมาถึงอพาร์ตเมนต์ของน้าสาวที่ช่วยดูแลพวกแกแทนพี่สาวซึ่งใช้ชีวิตอยู่ในดูไบ นครที่มีประชากรมากที่สุดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อยู่ห่างจากฟิลิปปินส์ 6,900 กิโลเมตร เทเรซาเป็นพนักงานขายวัย 39 ปีอยู่ที่ร้านขายเสื้อผ้าในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งของดูไบ เธอยืนทำงานสัปดาห์ละหกวัน และหยุดทุกวันศุกร์ เที่ยงวันศุกร์จึงเป็นเวลานัดหมายประจำที่เทเรซาจะพบกับลูกสาวและลูกชายวัย 11 และ 8 ขวบของเธอ และเนื่องจากเธอเป็น แรงงานข้ามชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ใหญ่หลายล้านคนที่ต้องจากบ้านเกิดไปไกลหลายพันกิโลเมตรเพื่อทำงานและส่งเงินกลับไปให้ครอบครัว เธอเจอกับลูกๆ ด้วยวิธีสมัยใหม่ซึ่งเป็นที่นิยมใน หมู่แรงงานข้ามชาติ นั่นคือการนั่งลงหน้าคอมพิวเตอร์ในห้องนอนที่เธออาศัยอยู่ร่วมกับคนอื่นๆอีกสี่ชีวิต ลงชื่อเข้าใช้เฟซบุ๊ก คลิกปุ่มวิดีโอแช็ต โน้มตัวเข้าไปใกล้ๆ แล้วอดใจรอ เทเรซาอาศัยอยู่ในห้องนอนร่วมกับสามีชื่อลูอิสซึ่งจากฟิลิปปินส์มาหลายปีแล้วเช่นกัน ลูกคนเล็กสองคนของทั้งคู่ คนหนึ่งยังแบเบาะ ส่วนอีกคนอายุ 3 ขวบ และใครก็ตามที่สองสามีภรรยาสามารถชวนให้มาเป็นพี่เลี้ยงได้ระหว่างที่ทั้งคู่ไปทำงาน (เราจำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อของทุกคนเพื่อปกป้องครอบครัวนี้จากผลกระทบใดๆ ที่อาจเกิดขึ้น) ในช่วงหลายสัปดาห์ที่เราทำความรู้จักคุ้นเคยกันในดูไบ ฉันเห็นเทเรซาควบคุมอารมณ์ไม่อยู่เพียงครั้งเดียว เป็นตอนที่เธอเล่าถึงคํ่าวันหนึ่งในฟิลิปปินส์เมื่อสิบกว่าปีก่อน ตอนนั้นเธอยืนอยู่หน้าบ้านของครอบครัวและมองไปเห็นบ้านทุกหลังบนถนนประดับประดาไปด้วยไฟคริสต์มาส ยกเว้นบ้านของเธอ “บ้านเราไม่มีไฟเลยสักดวง” เธอบอกและเริ่มร้องไห้ “ฉันได้ยินคนพูดถึงเรื่อง ‘เมืองนอก’ เขาพูดกันว่าคุณสามารถซื้อทุกสิ่งที่ต้องการได้ถ้าอยู่เมืองนอก” เทเรซาบอก […]

ซานตาคลอสเดินทางมาแล้วทั่วโลก

ซานตาคลอส เดินทางมาแล้วทั่วโลก ซานตาคลอส สนุกสนานเพลิดเพลินไปกับทุกพื้นที่บนแผนที่เก่านี้ ในแอฟริกา ซานตาวัดความสูงของตนกับยีราฟ ขี่ช้างเล่นในอินเดีย ล่องเรือข้ามมหาสมุทร หรือแม้กระทั่งไต่เดินเส้นศูนย์สุตรที่พาดผ่านกลางมหาสมุทรแอตแลนติกเล่น แผนที่เก่าแก่นี้มีชื่อว่า “A World of Good Wishes at Christmastime” ถูกสร้างขึ้นในปี 1955 โดยบริษัท General Drafting ผู้ผลิตแผนที่สำหรับถนนหนทาง “มันเป็นอะไรที่คลาสสิกมาก” Stephen Hornsby ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเมนและผู้เขียนหนังสือเรื่อง “Picturing America: The Golden Age of Pictorial Maps” กล่าว “มันสนุกสนานและเต็มไปด้วยจินตนาการ” แผนที่นี้ถูกผลิตขึ้นในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกากำลังเติบโต ส่งผลให้ประเทศนี้กลายเป็นมหาอำนาจเช่นเดียวกับแผนที่อื่นๆ จำนวนมากในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ที่นำเสนอประเทศสหรัฐอเมริกาในลักษณะโดดเด่น เต็มไปด้วยความมั่นใจ ดังจะเห็นได้จากแผนที่นี้ที่สหรัฐอเมริกาอยู่ตรงกลางพอดิบพอดี “มันสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่ชนชั้นกลางชาวอเมริกันมองโลกในปี 1950” ทุกประเทศในแผนที่นี้ที่ซานตาไปเยือนเต็มไปด้วยความซุกซน เขาทรงตัวบนยอดหอไอเฟลด้วยปลายนิ้ว, เตรียมกระโดดลงมาจากพีรามิดในอียิปต์, ชำเลียงเมียงมองประเทศในตยุโรปตะวันออกที่อยู่ใต้การปกครองของสหภาพโซเวียต, แทงฉมวกใส่วาฬนอกชายฝั่งของไอซ์แลนด์ ตลอดจนคลานหาเครื่องดื่มพลางจินตนาการถึงเบียร์เย็นๆ สักแก้วกลางทะเลทรายลิเบีย มองในอีกแง่มุมหนึ่ง แผนที่จากปี […]

บริการเช่าลุงในญี่ปุ่น เมื่อขาดใครสักคนรับฟัง

ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตามสามารถใช้บริการนี้ได้ผ่านการจองออนไลน์ คุณลุงพร้อมให้เช่ามีอายุตั้งแต่ 45 - 55 ปี สนนราคาชั่วโมงละ 1,000 เยน หรือราว 300 บาท โดยมีข้อแม้ว่าห้ามแตะเนื้อต้องตัวกันเป็นอันขาด