เมื่อบรรดาคุณพ่อชาวสวีเดนขอใช้สิทธิ์ " ลาคลอด " เพื่อขอดูแลลูกด้วยตัวเอง

เมื่อบรรดาคุณพ่อขอใช้สิทธิ์ “ลาคลอด”

ลูกๆของผมเชื่อมั่นในตัวผมพอๆกับที่เชื่อในภรรยาของผม” แอนเดรส  เบิร์กสตรอม เจ้าหน้าที่คุมความประพฤติ กล่าว ในภาพคือเวลาอาบนํ้าของแซม (ที่อยู่ในอ่าง) และอีเลียต


ในสวีเดน สิทธิการขอ ลาคลอด นั้นใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง จึงมีคุณพ่อชาวสวีเดนจำนวนมากขอใช้สิทธิเพื่อดูแลลูกอย่างใกล้ชิดด้วยตัวเอง และออกมาเป็นภาพถ่ายชุดนี้

เมื่อลูกชายของโจฮัน บาฟแมน ชื่อ วิกโก ลืมตาดูโลก ผู้เป็นพ่อก็เริ่มโครงการถ่ายภาพที่เขารู้สึกผูกพันใกล้ชิด นั่นคือการถ่ายทอดเรื่องราวของบรรดาคุณพ่อที่ใช้สิทธิ์ลางานตามนโยบาย ลาคลอด ที่บังคับใช้อย่างครอบคลุมในประเทศสวีเดนเพื่อใช้เวลาอยู่กับลูกๆ

การหยุดงานแบบได้ค่าตอบแทนระหว่าง ลาคลอด เป็นเรื่องปกติที่พบได้ทั่วโลก และถือเป็นนโยบายระดับชาติของ 34 จาก 35 ประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาหรือโออีซีดี (Organisation for Economic Co-operation and Development:OECD) ยกเว้นก็แต่เพียงสหรัฐฯ และราวสองในสามของประเทศสมาชิกให้เงินอุดหนุนสำหรับการลาเลี้ยงลูกเป็นเวลาสั้นๆ แก่ผู้ชาย การขยายสิทธิประโยชน์นี้นำมาใช้ครั้งแรกในสวีเดนเมื่อปี 1974

สวีเดนอนุญาตให้พ่อแม่แบ่งวันลางานสูงสุด 480 วัน เพื่อเลี้ยงดูลูกโดยได้ค่าตอบแทนและโบนัส  แม้จะมีสิ่งจูงใจเหล่านี้  แต่กลับมีคุณพ่อชาวสวีเดนเพียงร้อยละ 14 “ที่แบ่งวันลาเท่าๆ กับภรรยาเพื่อเลี้ยงดูลูก” บาฟแมนบอก

เขาเป็นหนึ่งในคุณพ่อเหล่านั้นที่ใช้เวลาอยู่กับวิกโก ซึ่งคลอดในปี 2012 “ผมอยากใช้เวลาอยู่กับลูกที่บ้าน ผมอยากรู้ความต้องการของเขาครับ” และในปี 2016 เขายังใช้สิทธิ์นี้อยู่กับแมนเฟร็ด ลูกคนที่สอง บาฟแมนบันทึกภาพบรรดาคุณพ่อในสวีเดนที่ใช้เวลาเลี้ยงดูลูกและทำงานบ้าน เขาบอกว่า “ผู้คนมักมองข้ามและไม่คิดว่านี่เป็นงานยาก  ต้องทุ่มเทเวลาเต็มที่  และผู้หญิงทำกันมานานแล้ว”

แคโรไลน์ อีลฮ์สตรอม ตั้งหน้าตั้งตาที่จะได้กอดและให้นมลูกเกิดใหม่ของเธอ  แต่เด็กฝาแฝด  ปาริสาและลีอา ที่คลอดก่อนกำหนดต้องได้รับการพยาบาลอย่างใกล้ชิด เมื่อบาฟแมนเดินทางไปถ่ายภาพหลังจากแฝดคู่นี้เกิดได้ไม่นาน พ่อของพวกเธอ  ซามัด  โคฮีโกลตาเปห์  กำลังให้อาหารเหลวโดยใช้กระบอกฉีดยาและโอบอุ้มทารกทั้งสองไว้แนบอก

ตลอดช่วงเวลาของโครงการ บาฟแมนถ่ายภาพคุณพ่อ 45 คนที่หยุดงานเพื่อเลี้ยงดูลูก เขามีความสุขที่ได้นำเสนอคุณพ่อเหล่านี้ในฐานะแบบอย่างของการทำหน้าที่พ่อ แต่เขาไม่ค่อยชอบชื่อเล่นที่ชาวสวีเดนบางคนเรียกคุณพ่อเหล่านี้ว่า ปาป๊าลาเต้  หรือ “คุณพ่อลาเต้” สักเท่าไร  ที่มาของชื่อนี้เกิดจากคุณผู้ชายเลี้ยงลูกไป พลางจิบกาแฟไป ถึงตัวเขาเองจะเป็นคนดื่มกาแฟ แต่บาฟแมนบอกว่า “ผมไม่มีเวลาแม้แต่จะนั่งเลยครับ”

ลาคลอด
ซามัด โคฮีโกลตาเปห์  กำลังให้อาหารเหลวโดยใช้กระบอกฉีดยาและโอบอุ้มทารกทั้งสองไว้แนบอก
ลาคลอด
โจฮัน เอ็กเคนกอร์ด จัดสรรและแบ่งเวลาลาหยุดเลี้ยงลูกเท่าๆกับภรรยา ในภาพเขาจัดการกิจวัตรยามเช้าของลูกๆ จากซ้าย: ทีรา, สตีนา และเอ็บเบ
ลาคลอด
เฟดริก คาร์ลส์สัน โอบกอดลูก ๆ
ลาคลอด
อีริก ลินด์บลาด อ่านหนังสือให้ลูกฟัง
ลาคลอด
มาร์ติน แกกเนอร์ ทาเล็บให้ลูกสาว
ลาคลอด
โอลา ลาร์สสัน กำ ลังดูดฝุ่น
ลาคลอด
“ผมรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณช่วงเวลาที่ได้อยู่กับลูกๆนานขนาดนี้” ควน คาร์เดนัล คุณพ่อซึ่งยังเป็นนักศึกษาอยู่ กล่าว เขาใช้เวลาเก้าเดือนเลี้ยงลูกแต่ละคน  ได้แก่ อัลมา (ซ้าย) และอีโว

เรื่อง แพทริเซีย เอดมอนส์

ภาพถ่าย โจฮัน บาฟแมน


อ่านเพิ่มเติม ชีวิตเริ่มต้นที่วัย 9 ขวบ

เรื่องแนะนำ

ท่องเที่ยวไปยังโลกพระจันทร์ในลาดัก

ออกเดินทางไปยัง "โลกพระจันทร์" ดินแดนที่มีสภาพภูมิประเทศไม่ต่างจากผิวดวงจันทร์ในภูมิภาคลาดักห์ ทางตอนเหนือของอินเดีย ทว่าช่างงดงามจับใจ

ทำไมมนุษย์จึงอพยพ: บทเรียนจากการ เดินเท้ารอบโลก กว่า 39,000 กิโลเมตร

การ เดินเท้ารอบโลก สอนอะไรเกี่ยวกับการก้าวผ่านศตวรรษแห่งความอลหม่านของเรา ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเพราะเหตุใดหลังท่องอยู่ในแอฟริการาว 240,000 ปี มนุษย์ที่มีโครงสร้างทางกายวิภาคสมัยใหม่เหมือนพวกเรา จึงเริ่มตั้งหน้าตั้งตาเดินออกจากทวีปมารดรและพิชิตโลก ผมหมกมุ่นกับคำถามนี้ เพราะเกือบเก้าปีในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการเล่าเรื่อง ผมออกเดินเท้าไปตามเส้นทางยุคหินของบรรพบุรุษเราที่แยกย้ายออกจากแอฟริกา ผมเดินมาถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว โดยท้ายที่สุดแผนที่วางไว้คือย่ำไปให้ถึงปลายสุดของทวีปอเมริกาใต้ ที่ซึ่ง โฮโม เซเปียนส์ เดินไปจนจดขอบฟ้าทวีปแล้ว เป้าหมายของผมเรียบง่ายตลอดมา นั่นเหยียบเบรคให้ชีวิต ชะลอความคิด หน้าที่การงาน และโมงยามให้ช้าลง โชคไม่ดีที่โลก ก็มีความคิดอ่านของตัวเอง วิกฤติสภาพภูมิอากาศถึงขั้นสิ้นโลก การสูญพันธุ์อย่างกว้างขวาง การอพยพของมวลมนุษย์เพราะสถานการณ์บังคับ การลุกฮือของประชาชน ไวรัสโคโรนาที่คร่าชีวิต กว่า 3,000 รุ่งอรุณแล้วที่ผมผูกเชือกรองเท้าบู๊ต ออกก้าวไปบนดาวเคราะห์ที่เหมือนกำลังเร่งความเร็วจนฝ่าเท้าสะเทือน สู่วิกฤติมากมายที่จะส่งผลลึกล้ำต่ออนาคต ก่อนมาถึงเมียนมา ผมยังไม่เคยเดินหน้าเข้าหารัฐประหารเลย มีสมมติฐานมากมายว่าด้วยเหตุที่ทำให้เรากระจัดกระจายออกจากแอฟริกา นักวิจัยบางคนเชื่อว่า ทุพภิกขภัยขนานใหญ่ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันเหวี่ยงเราออกไปสู่โลกที่กว้างขึ้น หมายความว่าพวกเราเก็บอาหารกินจนหมดทุ่งสะวันนาอันเป็นถิ่นกำเนิดแล้ว ผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆ บอกว่า ดินแดน“อาหรับเขียว” หรือตะวันออกกลางที่เคยเขียวขจีกว่าตอนนี้ล่อใจบรรพบุรุษขายาวของเราไปสู่พื้นที่ล่าสัตว์ใหม่ๆ กระนั้นก็ยังมีบางคนที่อ้างว่า เราเริ่มออกเร่ร่อนเก็บของตามชายหาด แล้วพลัดออกจากพื้นที่คุ้นเคยในแอฟริกา ไปตามแนวชายฝั่งที่เพิ่งผุดเมื่อระดับทะเลลดลง (ทฤษฎีการอพยพย้ายถิ่นทางแนวชายฝั่ง) สมมติฐานอธิบายมูลเหตุแห่งความอยู่ไม่ติดที่ของมนุษย์ที่ถูกใจผมมากกว่านั้นเกี่ยวข้องกับเสียงแห่ง ความทรงจำ พอจะอธิบายได้ดังนี้ เผ่าพันธุ์มนุษย์โบราณเดินโซซัดโซเซไปตามขอบเหวแห่งการสูญพันธุ์อยู่นานเหลือเกิน พวกเรามีจำนวนน้อยมากจนแทบไร้ตัวตนบนแผ่นดินบรรพกาล ใครบางคนอาจประดิษฐ์สิ่งของ […]

ความสัมพันธ์ของบุคลในช่วงสถานการณ์โควิด-19

ไม่ใช่แค่ร่างกายเท่านั้นที่ต้องการวัคซีน แต่จิตใจก็เช่นกัน เมื่อโควิด-19 ส่งผลให้ความสัมพันธ์ต้องเปลี่ยนแปลงไป ความสัมพันธ์ในยุคโควิด “เพราะมนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างมาให้อยู่คนเดียว” ผศ.ดร.ไชยันต์ สกุลศรีประเสริฐ อาจารย์ประจำภาควิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวกับทีมงานระหว่างการพูดคุยกันภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดังนั้น ความสัมพันธ์จึงเป็นสิ่งที่เราไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เลย ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ด้านครอบครัว หรือเพื่อนฝูง ความสัมพันธ์ในยุคโควิด และสิ่งที่มีผลต่อความรู้สึกของเราอย่างมากคือ “ความรัก” ไม่ว่าใครก็อยากจะมีความรักที่ดี แต่ปัจจัยมากมายนั้นต่างก็มีผลต่อความรัก การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ก็เช่นกัน มนุษย์จึงต้องการวัคซีนไม่ใช่แค่ร่างกาย แต่เป็นจิตใจด้วย ภาวะสมดุลที่เปลี่ยนแปลงไป ในสถานการณ์ปกติ ความสัมพันธ์ของแต่ละคู่ต่างก็มีสิ่งที่เรียกว่า “ภาวะสมดุล” ของตัวเอง เป็นภาวะที่ทำให้ทั้งคู่ต่างประคับประคองให้ผ่านไปได้ แม้จะมีเรื่องราวให้ทะเลาะกันบ้าง ร้องไห้กันบ้าง มีทั้งทุกข์และสุขในความสัมพันธ์แต่ทั้งคู่ก็ยังคงอยู่ในภาวะสมดุลและก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยกัน  บางคู่อาจเจอกันในช่วงเย็นของทุก ๆ วันเพื่อรับประทานอาหารด้วยกัน หรือบางคู่อาจเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกันทุกเดือน ทั้งหมดนี้เรียกว่า “ภาวะสมดุล” ที่ทั้งคู่ได้ตกลงกัน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้ความรักนั้นงอกงามอยู่เสมอ  แต่ด้วยการอุบัติของโรคติดเชื้อโควิด-19 ได้ส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงของภาวะสมดุลที่ทั้งคู่มีอยู่ เช่น จากเดิมที่เคยได้รับประทานอาหารเย็นด้วยกันทุกวันหลังเลิกงาน มาตรการป้องกันการแพร่เชื้อโคโรนาไวรัส 2019 ทำให้ทั้งคู่ไม่สามารถนั่งรับประทานอาหารที่ร้านด้วยกันได้ และกลายเป็นว่าต่างคนต่างซื้ออาหารกลับไปรับประทานที่บ้านของตนเอง เพียงแค่การไม่ได้นั่งรับประทานอาหารด้วยกันทุกเย็นอีกแล้ว อาจทำให้ทั้งคู่รู้สึกห่างเหินกันมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม โควิด-19 ก็อาจทำให้คู่รักต้องใช้เวลาด้วยกันมากขึ้น ซึ่งสามารถส่งผลให้ภาวะสมดุลเสียไป […]

สวาซิแลนด์เปลี่ยนชื่อเป็นเอสวาตินีแล้ว

สวาซิแลนด์ถือเป็นประเทศล่าสุดที่เปลี่ยนชื่อของประเทศมาเป็น "เอสวาตินี" มาย้อนชมประวัติศาสตร์กันว่าก่อนหน้านี้มีประเทศไหนอีกบ้างที่เคยเปลี่ยนชื่อ