มาพัฒนาทักษะงานของมนุษย์ ที่ หุ่นยนต์ ไม่สามารถทดแทนได้

เหตุใดหุ่นยนต์ยังไม่สามารถแทนที่การทำงานของมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

วิศวกรเครื่องกล Jesse Rochelle ต้องทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ที่ชื่อว่า  Baxter ในหน่วยการผลิตแบบอัตโนมัติของโรงงาน Stenner Pumps ในเมือง Jacksonville มลรัฐฟลอริดา ภาพถ่ายโดย  RICK WILSON


เป็นความจริงว่าในอนาคต หุ่นยนต์ จะเข้ามามีอิทธิพลในการทำงาน ดังนั้น อาจถึงเวลาที่เราต้องทบทวนทักษะ “ของมนุษย์” ที่จำเป็นต่อการทำงาน

สังคมกำลังมาถึงจุดของการเปลี่ยนแปลง เมื่อเข้าสู่ยุคการนำเครื่องจักรมาใช้ทำงานแทนทรัพยากรมนุษย์ คนหนุ่มสาวจำนวนไม่น้อยที่กำลังกระโจนเข้าสู่ตลาดแรงงานต่างกังวลถึงการมาเยือนของเครื่องจักร หุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์

ถึงแม้ว่าเครื่องมือและเทคโนโลยีเหล่านี้กำลังค่อยๆ เข้ามาบทบาทในการทำงาน แต่มนุษย์กลับเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เช่นกัน

ทุกวันนี้ มีนักธุรกิจจำนวนไม่น้อยที่กำลังประสบภาวะของการขาดแคลนแรงงาน เช่นในประเทศแคนาดาหรือสหรัฐอเมริกา เป็นเพราะว่าเทคโนโลยีในขณะนี้ไม่สามารถแทนที่บรรดาทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงาน เพราะเทคโนโลยีที่พวกเขาใช้นั้นทำหน้าที่เป็นเพียงผู้สนับสนุนและบูรณาการในการทำงานเท่านั้น ดังนั้นในอนาคต การทำงานในระบบดิจิทัลจะราบรื่นไปได้ต้องผ่านการทำงานควบคู่ไปกับทักษะการรู้หนังสือและการคิดคำนวณของมนุษย์

นี่คือสิ่งที่ได้จากการศึกษาในรายงานที่ชื่อว่า Human Wanted (สิ่งที่ต้องการจากมนุษย์) ของศูนย์ศึกษาเศรษฐกิจของ Royal Bank of Canada (RBC) ที่ได้ศึกษาตลาดแรงงานของประเทศแคนาดา อันเป็นรายงานที่ได้ศึกษาอาชีพกว่า 300 อาชีพ เพื่อหาคำตอบว่ามีทักษะใดที่จำเป็นต่อการทำงาน ซึ่งออกมาเป็นข้อสรุปดังนี้

ทักษะ 5 อันดับแรกที่จำเป็นต่องานในอนาคต

1. ทักษะการฟังอย่างกระตือรือร้น (Active Listening) – ร้อยละ 58
2. ทักษะการพูด (Speaking) – ร้อยละ 52
3. ทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) – ร้อยละ 48
4. ทักษะการอ่านเพื่อจับใจความ (Reading Comprehension) – ร้อยละ 47
5. ทักษะการสังเกต (Monitoring) – ร้อยละ 28

เราอาจกล่าวได้ว่า ทักษะเหล่านี้เป็นสิ่งที่เทคโนโลยีหรือเครื่องจักรยังทดแทนได้ยากนัก

หุ่นยนต์
แขนกลหุ่นยนต์กำลังประกอบรถยนต์ในรายการผลิตรถยนต์ยี่ห้อดังยี่ห้อหนึ่งที่ประเทศฮังการี ภาพถ่ายโดย AKOS STILLER, BLOOMBERG/GETTY

อนึ่ง รายงานฉบับนี้ได้สรุปว่าตำแหน่งงานครึ่งหนึ่งในประเทศแคนาดาสุ่มเสี่ยงที่จะถูกแทรกแซงหรือเปลี่ยนแปลงโดยเทคโนโลยีต่างๆ ในช่วงทศวรรษ 2020 แต่ก็ได้แนะนำว่ายุคของการนำเครื่องจักรมาใช้แทนคนในการทำงานไม่ได้เป็นภัยคุกคามด้วยเช่นกัน เพียงแค่เปลี่ยนรูปแบบของการทำงานที่เคยเป็นมาเท่านั้น

แม้จะมีงานจำนวนไม่น้อยที่ถูกเทคโนโลยีเข้าแทรกแซง แต่ก็มีการคาดการณ์ว่างานรูปแบบใหม่ๆ กว่า 2.5 ล้านตำแหน่งจะถูกสร้างเพิ่มขึ้นในแคนาดาในช่วงสี่ปีต่อจากนี้ ซึ่งถึงเป็นจำนวนที่มากสำหรับประเทศที่มีงานอยู่ 18.5 ล้านตำแหน่งในปัจจุบัน โดยแรงงานเหล่านี้จำเป็นต้องสร้างทักษะพื้นฐานขึ้นมาใหม่เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับตำแหน่งและบทบาทของงานที่แตกต่างไปจากเมื่อก่อนจำนวนมาก ซึ่งจะตรงข้ามกับงานที่มีลักษณะแบบเดียว (a single career path)

นอกจากนี้ เป็นความจริงที่เด็กรุ่นใหม่ในทุกวันนี้จะเติบโตขึ้นเพื่อทำงานไปพร้อมกับเทคโนโลยีที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ดังนั้น เพื่อเตรียมพร้อมในเรื่องนี้ เราไม่ควรสอนเด็กๆ ให้เรียนรู้แค่การเขียนโปรแกรม แต่ควรให้พวกเขาได้เรียนรู้การพัฒนาทักษะอันจริงแท้ของมนุษย์เช่นการการคิดเชิงวิพากษ์ ความคิดสร้างสรรค์ ความสามารถด้านการสื่อสาร และการแก้ปัญหาที่มีความซับซ้อนด้วยเช่นกัน

แหล่งอ้างอิง

Humans wanted: why automation won’t kill off your job

Why a robot won’t take your job – but it may well share it


อ่านเพิ่มเติม Hybrid Job ทักษะงานในวันนี้และอนาคต

เรื่องแนะนำ

ประเพณีก่อพระเจดีย์ทรายที่ชุมชนเมงตาสุและโมงติสุ เมืองมัณฑะเลย์ : ร่องรอยเชลย ไทยสมัยอยุธยา

เรื่องและภาพ นภัทร อุทัยฉาย (รางวัลชมเชยโครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7) ชุมนเมงตาสุและโมงติสุตั้งอยู่เลียบคลองชะเวตะชอง ทางทิศใต้ของตัวเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา หลักฐานทางประวัติศาสตร์ของเมียนมาระบุว่า บริเวณนี้เคยเป็นหนึ่งในถิ่นฐานของเชลยสงครามจากกรุงศรีอยุธยาและเชียงใหม่ซึ่งถูกกวาดต้อนมาเมื่อครั้งเสียกรุงฯ ครั้งที่ 2 ใน พ.ศ. 2310  เชลยศึกที่เคยอาศัยอยู่บริเวณนี้เป็นชนชั้นสูงฝ่ายชายและข้าราชบริพาร ได้จัดงานประเพณีก่อพระเจดีย์ทรายตามแบบวัฒนธรรมของตนเองมาตั้งแต่รัชกาลของพระเจ้าปดุง กษัตริย์พม่า และสืบทอดต่อกันมาจวบจนปัจจุบัน  ทุกปีประเพณีก่อเจดีย์ทรายจะจัดขึ้นในช่วงวันขึ้นปีใหม่ (13 เมษายน) ในวันแรกของเทศกาล ชาวบ้านจะรื้อพระเจดีย์ทรายองค์เดิมที่สร้างเมื่อปีก่อน  วันที่สองจะช่วยกันนำทรายมาสร้างเจดีย์ที่สูงราวสามเมตรขึ้นใหม่ให้เสร็จภายในหนึ่งวัน  แล้วพักหนึ่งวัน ก่อนนิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธี สวดมนต์ ถวายภัตตาหาร และจัดงานเฉลิมฉลองกันอย่างครื้นเครงในวันรุ่งขึ้น  ต่อมาเดือนพฤษภาคม ในช่วงวันวิสาขบูชา จะมีงานก่อพระเจดีย์ทรายขึ้นอีกครั้งที่ชุมชนโมงติสุ ซึ่งห่างจากชุมชนเมงตาสุไปทางทิศเหนือประมาณ 2 กิโลเมตร  งานทั้งสองแม้จะคล้ายคลึง แต่ก็มีความแตกต่าง  แม้ทุกวันนี้แทบไม่มีชาวชุมชนคนใดที่มีเทือกเถาเหล่ากอชาวโยเดียอย่างชัดเจน แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขารู้และเข้าใจดี คือ “เตโปงเซตี” และประเพณีก่อพระเจดีย์ทราย อันไม่ใช่ธรรมเนียมของชาวเมียนมาทั่วไป และเป็นวิถีของบรรพชนที่ต้องดำรงรักษาให้คงอยู่สืบไป  

สุขาอยู่หนใด

เปลี่ยนคนอินเดียให้เลิกขับถ่ายกลางแจ้งนั้น ยากจนเป็นปัญหาระดับชาติ!