มหานคร : "ซ้อนมุมเมือง" เพื่อสร้างมุมมองแปลกใหม่ - National Geographic Thailand

มหานคร : “ซ้อนมุมเมือง” เพื่อสร้างมุมมองแปลกใหม่

มหานคร : “ซ้อนมุมเมือง” เพื่อสร้างมุมมองแปลกใหม่

ช่างภาพ นิโกลา รูเอล มักใช้เวลาแปดวินาทีในการถ่ายภาพแบบเปิดหน้ากล้องเป็นเวลานาน (long-exposure) ทำไมต้องแปดวินาที ไม่มากไม่น้อยกว่านั้น “เลขแปดสื่อถึงความไม่มีที่สิ้นสุดหรืออินฟินิตีครับ” รูเอลกำลังพูดถึงความอัศจรรย์ใจไม่มีที่สิ้นสุดที่ได้จากการมองภาพถ่ายที่ได้จากการถ่ายภาพซ้อนของภูมิทัศน์ มหานคร หรือเมืองใหญ่ต่างๆ ทั่วโลก

รูเอลเริ่มจากมองหาสถานที่ในเมืองหรือมหานครที่เต็มไปด้วยผู้คน พลังงาน และการเคลื่อนไหวหรือพลวัต สถานที่ที่ผู้คนมารวมตัวกันอย่างสถานีรถไฟ โบสถ์ ห้องสมุด และสนามกีฬา   เขาตั้งขาตั้งกล้องแล้วถ่ายภาพจากมุมมองหรือทิศทางหนึ่งโดยเปิดหน้ากล้องไว้สี่วินาที (ส่วนใหญ่ใช้ความไวชัตเตอร์ 1/60 ของวินาทีหรือน้อยกว่า) จากนั้น ขณะที่ชัตเตอร์ยังเปิดอยู่ เขาจะเบนกล้องไปจับภาพอีกมุมมองหนึ่งโดยใช้เวลาอีกสี่วินาที ผลงานที่ได้คือภาพถ่ายสารคดีเฟรมเดียวที่ใช้เวลาแปดวินาที

ปกติแล้วภาพถ่ายแบบเปิดหน้ากล้องนานจะเห็นวัตถุเคลื่อนไหวในลักษณะเบลอ ขณะที่ภาพซ้อน (double-exposure) มักเกิดจากการรวมหรือซ้อนสองภาพ ทว่าการผสมผสานสองเทคนิคจากจุดเดียวกันจะให้มิติความลึก ประหนึ่งผู้มองยืนอยู่ ณ จุดเดียวและมองไปรอบๆ รูเอลสนใจสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์มากกว่าพื้นที่ธรรมชาติ เพราะสถานที่เหล่านั้นเปลี่ยนแปลงไปเกือบจะตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้ ภาพถ่ายไทม์สแควร์ในนิวยอร์กหรือออกซฟอร์ดเซอร์คัสในลอนดอน สองสถานที่ที่ถูกถ่ายภาพมากที่สุดในโลกจึงดูเหมือนมีชีวิตในภาพถ่ายของรูเอลที่ให้มุมมองแปลกใหม่

รูเอลเริ่มโปรเจคต์ถ่ายภาพนี้จากแปดเมือง ตอนนี้เพิ่มเป็น 68 เมือง เขาตั้งเป้าไว้ที่ 100 เมือง แต่ก็เปิดกว้างเหมือนกับแนวคิดอินฟินีตีที่สะท้อนออกมาในภาพถ่ายชุดนี้ – แดเนียล สโตน

มหานคร
ยอดเขาวิกตอเรียพีคอันเขียวชอุ่มตระหง่านเงื้อมเหนือหมู่ตึกระฟ้าในฮ่องกงที่มีผู้อยู่อาศัยแออัด ช่างภาพ นิโกลา รูเอล เชื่อมสองมุมมองนี้ไว้ในภาพเดียว
มหานคร
จากสองฝั่งคลองในย่านสถานเริงรมย์อันโด่งดังของกรุงอัมสเตอร์ดัม รูเอลใช้เทคนิคซ้อนภาพจัดวางรายละเอียดอื่นๆ ในย่านนี้ทับลงไป  เพื่อสื่อถึงครรลองชีวิตอีกด้านที่ดำเนินควบคู่กันไป
มหานคร
ใต้โดมของอาคารไรช์สทาคในกรุงเบอร์ลิน ซึ่งใช้เป็นที่ประชุมรัฐสภาเยอรมนี ผู้มาเยือนดูเหมือนกำลังเดินสำรวจอยู่ตามชั้นต่างๆ ของอาคาร
มหานคร
ไม่ว่ามองจากมุมไหน ออกซฟอร์ดเซอร์คัสในกรุงลอนดอนก็เต็มไปด้วยความเคลื่อนไหว พลังงาน และฝูงชน

อ่านสารคดีฉบับเต็มได้ใน นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับเดือนเมษายน 2562

ชีวิตในเมือง


อ่านเพิ่มเติม

ชีวิตในเมือง : อยู่เมืองใหญ่ ได้อะไร เสียอะไร

 

เรื่องแนะนำ

ชีวิตใหม่ของผู้ลี้ภัยในอเมริกา

ชีวิตใหม่ของผู้ลี้ภัยในอเมริกา Zain Younus วัย 11 ขวบ คือหนึ่งในผู้ลี้ภัยชาวปากีสถานที่เดินทางมายังสหรัฐอเมริกาพร้อมกับครอบครัว พวกเขาหลบหนีความรุนแรงและอันตรายจากกลุ่มก่อการร้ายที่เกิดขึ้นในบ้านเกิดของตน ครอบครัวของ Zain ได้ที่อยู่ในย่านแห่งหนึ่งของนครนิวยอร์ก ตัวเขาและพี่น้องทั้งหมดต้องเข้าชั้นเรียนเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในอเมริกา ซึ่งนอกเหนือจากการเรียนภาษาอังกฤษแล้ว ชั้นเรียนเหล่านี้ยังทำหน้าที่เสมือนชุมชนเล็กๆ ที่ช่วยให้บรรดาผู้ลี้ภัยไม่ต้องรู้สึกว่าตนเองโดดเดี่ยว รวมไปถึงให้ความช่วยเหลือกันและกันในด้านต่างๆ ชมภาพยนตร์สารคดีสั้นที่ผลิตโดย Joshua Seftel ซึ่งจะพาคุณผุ้อ่านไปติดตามชีวิตของ Zain ในช่วงเวลา 6 สัปดาห์ของการเข้าร่วมกิจกรรมเตรียมความพร้อม คุณผุ้อ่านจะเห็นว่าเด็กน้อยชาวปากีสถานเปลี่ยนไปสู่การเป็นเด็กชายชาวอเมริกันได้อย่างไร และในฐานะของแฟนคลับไมเคิล แจ็กสัน แล้ว Zain ได้ใช้ทักษะความสามารถในการเต้นของเขามาโชว์ในวันสุดท้ายของการเรียน ซึ่งช่วยทลายกำแพงทั้งหมดที่เขาเคยกังวล   อ่านเพิ่มเติม สำรวจความสุข : ผู้ลี้ภัย

หญิงยุคก่อนประวัติศาสตร์กระดูกแข็งกว่าหญิงปัจจุบัน

หญิงยุคก่อนประวัติศาสตร์กระดูกแข็งกว่าหญิงปัจจุบัน ชีวิตในยุคก่อนประวัติศาสตร์ไม่ใช่เรื่องง่าย และผลจากการใช้แรงงานหนักในสังคมเกษตรกรรมส่งผลให้บรรดาผู้หญิงในยุคนั้นมีร่างกายที่แข็งแรง หลักฐานยืนยันทฤษฎีนี้ปรากฏอยู่ในโครงกระดูก ทีมนักวิจัยที่นำโดย Alison Macintosh จากมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ได้ศึกษาเปรียบเทียบโครงกระดูกของผู้หญิงในยุคโบราณกับโครงกระดูกของผู้หญิงสมัยใหม่  ซึ่งรวมไปถึงนักกีฬาพายเรือ ผลการศึกษาพวกเขาพบว่าผู้หญิงที่มีชีวิตอยู่เมื่อ 5,000 ปีก่อนคริสตกาลมีช่วงแขนที่แข็งแรงกว่านักกีฬาหญิงในปัจจุบันเสียอีก นั่นเป็นเพราะว่าในยุคเกษตรกรรมผู้หญิงเหล่านี้ต้องทำงานที่ต้องใช้แรงตลอดเวลา จึงทำให้พวกเธอมีร่างกายช่วงบนที่แข็งแรง ผลการศึกษานี้ช่วยฉายภาพให้เห็นถึงวิถีชีวิตของผู้หญิงในช่วงเวลานั้น ว่าพวกเธอมีความเป็นอยู่กันอย่างไร (เชิญรับชมวิดีโอ เหตุใดผู้หญิงยุคก่อนประวัติศาสตร์จึงมีกระดูกที่แข็งแรงอย่างยิ่ง ได้ที่นี่) อ่านเพิ่มเติม เมื่อสงครามกลางเมืองจบ หมู่บ้านแห่งนี้เหลือเพียงผู้หญิงและเด็ก

“ฉันทำสิ่งนี้เพื่อประชาธิปไตย” – เสียงจากผู้ประท้วงในเมียนมา

สัมผัสเบื้องหลังของผู้คนจากหน่วยรักษาความปลอดภัยให้กับ ผู้ประท้วงในเมียนมา ที่มาอธิบายว่า เหตุใดเขาจึงยอมเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อต่อสู้กับการปราบปรามของกองทัพ นครย่างกุ้ง, เมียนมา – กลุ่มนายพลผู้บีบเค้นสภาวะการประชาธิปไตยได้ไม่นานนักของเมียนมาโดยการทำรัฐประหารในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ อาจไม่ได้คาดคิดถึงการตอบโต้จากประชาชนครั้งใหญ่ ซึ่งมีสาเหตุมาจากความพยายามของกองทัพในการทำให้ผลการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2020 ต้องสูญเปล่า ดูเหมือนว่าในช่วง 2-3 วันแรก ประชากรราว 54 ล้านคนของประเทศต่างอยู่ในภาวะเงียบงัน ทว่า ในวันที่ 4 หลังจากเริ่มมีการใช้กำลังตำรวจปราบปรามและจับกุม ผู้คนต่างหลั่งไหลสู่การประท้วงบนท้องถนนโดยสงบซึ่งนำโดยคนหนุ่มสาว แม้กระทั่งผู้สูงอายุที่ต้องทุกข์ทนกับเผด็จการทหารอันโหดร้ายมานานกว่า 50 ปี และได้สัมผัสการทดลองการมีประชาธิปไตยในช่วง 10 ปีให้หลัง เป็นระบอบลูกผสมกับอำนาจกองทัพก็ได้เข้าร่วมการต่อต้านครั้งนี้ด้วยความโกรธแค้นอย่างยิ่ง หลังจากนั้น การประท้วงก็กลายเป็นเรื่องของคนทุกคน ทุกช่วงวัย และสาขาอาชีพอันหลากหลาย ในเวลาเพียงไม่กี่วัน กองทัพและตำรวจเริ่มยิงปืนไปที่กลุ่มผู้ประท้วงผู้ไร้ซึ่งอาวุธ ในวันที่ 18 มีนาคม มีรายงานยืนยันจำนวนผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 224 คน มีผู้ถูกจับกุมกว่า 2,258 คน ตามข้อมูลของสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (Assistance Association for Political Prisoners) องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและเมียนมา โดยสมาคมได้ติดตามการบุกโจมตีในเวลากลางคืนและการกักขังหมู่จำนวนมากเช่นกัน […]