โตเกียว : เดินเท้าท่องมหานคร - National Geographic Thailand

โตเกียว : เดินเท้าท่องมหานคร

โตเกียว : เดินเท้าท่องมหานคร

ยามเช้าตรู่อันหนาวเหน็บวันหนึ่งในเดือนมิถุนายน ผมยืนอยู่ในความมืดใกล้ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำซูมิดะในกรุงโตเกียว มองดูนักท่องเที่ยวใส่เสื้อชูชีพไนลอนสีสด เป็นเสื้อแขนกุดแบบที่เราใส่เวลาเล่นฟุตบอลนัดกระชับมิตร ราวกับว่านักท่องเที่ยว 70 คนจากแอฟริกาใต้ จีน มาเลเซีย สเปน และรัสเซีย ที่ยืนตัวสั่นงันงกเดินทางมาที่นี่เพื่อวิ่งไล่ลูกบอลไปตามย่านริมฝั่งแม่น้ำแห่งนี้ ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาหนึ่งหรือสองชั่วโมงก่อนฟ้าสาง และเรากำลังเตรียมตัวเที่ยวสึกิจิชิโจะ ตลาดปลาใหญ่ที่สุดในโลกในขณะนั้น สึกิจิเป็นเหมือนเขาวงกตของโกดังเก็บของ ตู้แช่แข็ง ท่าเทียบเรือ ลานประมูล และแผงขายปลา ซึ่งหล่อเลี้ยงนครหลวงแห่งนี้มาเกือบศตวรรษ ตอนผมไปเยือนเมื่อปีที่แล้ว ตลาดเก่าแก่แห่งนี้กำลังใกล้หมดอายุขัย แผงขายปลาที่ดูสับสนวุ่นวายและพื้นหินกรวดยังดึงดูดนักท่องเที่ยวผู้แสวงหาบรรยากาศแบบเดิมๆ  ทว่าในมหานคร โตเกียว อันล้ำสมัย ตลาดเช่นนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของอดีตที่ไร้การจัดระเบียบและไม่ถูกหลักสุขาภิบาล พอถึงฤดูใบไม้ร่วง ตลาดสึกิจิจะปิดตัวลง และพ่อค้าแม่ขายต้องย้ายออกจากใจกลางเมืองไปยังตลาดแห่งใหม่ที่ดูจืดชืดทางตะวันออกเฉียงใต้แทน

เราเข้าแถวเพื่อเดินเข้าไปด้านใน ตาชั่งปลาส่องประกายในแอ่งน้ำใต้เท้าเรา และอากาศก็อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำมันและไอทะเลช่วงน้ำลงเต็มที่ รถยกและรถเข็นน้ำแข็งส่งเสียงเคร้งๆ วิ่งกันขวักไขว่เหมือนผึ้งแตกรัง ผมมารู้ตอนนั้นเองว่า เสื้อชูชีพทอตาข่ายของเรามีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกชน และยังช่วยกันไม่ให้เราเข้าไปยุ่มย่ามหรือกีดขวางการทำมาค้าขายของคนที่นั่นด้วย

ในแต่ละวัน ปลา พืชทะเล และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังราว 1,500 ตันจากทั่วโลกจะหลั่งไหลเข้าสู่ตลาดแห่งนี้ พอตกค่ำ สินค้าปริมาณมหาศาล คิดเป็นมูลค่าราว 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะถูกนำไปคัดแยก ชำแหละ และขนส่งไปยังผู้ค้าปลีก ตอนที่ผมไปถึงเวลา 4.30 น. ตลาดก็เปิดทำการมาหลายชั่วโมงแล้ว

ผู้ชายหลายร้อยคนเร่งรีบผ่านไป บ้างหัวเราะและตะโกนพูดคุย ปากคาบบุหรี่ไว้ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสวมถุงมือสีขาวชี้ทางให้เราเดินผ่านกองลังโฟมเป็นตั้ง บางลังใหญ่พอๆ กับโลงศพ และด้านในมีคราบเลือด เบื้องหน้าเราซึ่งเป็นโกดังขนาดมหึมา ใบเลื่อยส่งเสียงกรีดแหลมขณะตัดเนื้อปลาแช่แข็ง

พอถึงเวลา 10.00 น. กิจกรรมต่างๆก็ซาลง และผมเริ่มเดินเที่ยวตลาดตามลำพัง พูดคุยกับคนขายปลาที่โอดครวญถึงการปิดตัวของตลาดเก่า หลายชั่วโมงให้หลัง สิ่งที่ยังส่งเสียงอยู่มีเพียงรถขนปลาหลายคัน

ใกล้ถึงเที่ยงคืน ผมเดินเตร่เข้าไปในศาลเจ้าชินโตเล็กๆแห่งหนึ่ง สึกิจิเป็นสถานที่ที่ดูมืดหม่น อันตราย น่าตื่นเต้น เป็นจุดหาดูได้ยาก ซึ่งฉากหน้าอันหรูหราทันสมัยของโตเกียวต้องหลีกทางให้เสน่ห์ดิบเถื่อนได้เผยตัวออกมา และผมรู้สึกเหนื่อยจนหมดแรง

แมวตัวหนึ่งถูตัวกับเท้าผม หินข้างหน้าผมเขียนไว้ว่า ซูชิซูกะ หรือ “อนุสาวรีย์ซูชิ” ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ตลาดจะเริ่มมีชีวิตชีวาอีกครั้ง

โตเกียว
คนงานที่ตลาดปลาสึกิจิในโตเกียวเรียงปลาทูน่าแช่แข็ง ก่อนการประมูลในเช้าวันนั้นจะเริ่มขึ้น เนื้อบริเวณใกล้หางที่ถูกตัดออกไปช่วยให้ผู้ซื้อประเมินคุณภาพของปลาแต่ละตัวได้ ตลาดปลาสึกิจิครองตำแหน่งตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่แล้ว แม้ก่อนหน้าจะย้ายไปยังทำเลใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
โตเกียว
โตเกียวสร้างขึ้นใหม่สองครั้งในช่วงหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ครั้งแรกหลังเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในภูมิภาคคันโตเมื่อปี 1923 และอีกครั้งหลังจากเมืองถูกทิ้งระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง นับแต่นั้นมา โตเกียวเติบโตขึ้นเป็นเมืองต้นแบบของความมีประสิทธิภาพและการจัดระเบียบ ซึ่งแม้กระทั่งไซต์ก่อสร้างในย่านมิโนวะยังมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสวมชุดสีน้ำเงินคอยสอดส่องดูแล และยังช่วยบอกทางคนเดินเท้ากับคนขี่จักรยานรอบๆด้วย

ถ้าคุณเห็นด้วยกับเอดเวิร์ด เกลเซอร์ นักเศรษฐศาสตร์จากฮาร์วาร์ด ซึ่งบอกว่า เมืองต่างๆ คือสิ่งประดิษฐ์ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ โตเกียวอาจเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดก็ว่าได้ เพราะที่นี่คือมหานครอันชวนตื่นตะลึง มีประชากรอาศัยอยู่มากกว่า 37 ล้านคน และเป็นเมืองอันมั่งคั่งที่สุด ปลอดภัยที่สุด และรุ่มรวยความสร้างสรรค์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

แม้คุณอาจไม่สนใจว่า มหานครต่างๆจะหล่อหลอมพฤติกรรมของมนุษย์อย่างไร แต่โตเกียวเป็นสถานที่ที่คุณจะมองข้ามไม่ได้ เพราะเมืองนี้เปลี่ยนชีวิตคุณไปแล้ว โตเกียวคือผู้สร้างอิทธิพลทางสังคมอย่างแท้จริง และเป็นจุดที่เชื่อมต่อโลกเข้ากับวัฒนธรรมญี่ปุ่น

ความสร้างสรรค์ของมหานครแห่งนี้ส่วนหนึ่งอาจย้อนกลับไปถึงข้อเท็จจริงที่ว่า ที่นี่เคยถูกทำลายย่อยยับมาแล้วถึงสองครั้งสองคราในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา ครั้งแรกโดยแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในภูมิภาคคันโตเมื่อปี 1923  และอีกหนึ่งชั่วคนให้หลังด้วยฝีมือการทิ้งระเบิดของสหรัฐฯในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง หายนะแต่ละครั้งบีบให้ชาวญี่ปุ่นกลบฝังประวัติศาสตร์ของตัวเอง แล้วสร้างขึ้นมาใหม่ ทั้งย่านชุมชน ระบบขนส่ง โครงสร้างพื้นฐาน และแม้กระทั่งพลวัตทางสังคม ตลาดสึกิจิเองสร้างขึ้นหลังแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในคันโตแทนตลาดเดิมที่ตั้งอยู่ใกล้ใจกลางเมืองมา 300 ปี

โตเกียว
ในย่านโกลเด้นไกของชินจูกุ ที่มีร้านเหล้าเล็กๆเรียงรายหลายร้อยร้าน ชาวโตเกียวและนักท่องเที่ยวกู่ร้องคาราโอเกะเพลงโปรดในตอนกลางดึก ตรอกเล็กๆ แห่งนี้มีย่านบันเทิงหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และคาราโอเกะซึ่งประดิษฐ์ขึ้นในอีกเมืองหนึ่ง ยังคงเป็นกิจกรรมฆ่าเวลายอดนิยมที่สุดอย่างหนึ่งของญี่ปุ่น
โตเกียว
โตเกียวขาดแคลนแรงงานในภาคบริการและคนงานเช่นในภาพ ซึ่งเริ่มงานในแต่ละวันด้วยการทำท่ากายบริหารที่ไซต์ก่อสร้างในย่านชิบูยะ ญี่ปุ่นต่อต้านการอพยพเข้ามาของชาวต่างชาติ แต่เมื่อปีที่แล้ว สมาชิกสภานิติบัญญัติได้ผ่อนปรนนโยบายการเข้าเมืองเพื่อดึงดูดแรงงานต่างชาติ

ในช่วงทศวรรษ 1950 โตเกียวฟื้นคืนชีวิตและเติบโตกลายเป็นเมืองแออัดอย่างไม่น่าเชื่อ เกลเซอร์ระบุว่า นี่คือเคล็ดลับความสำเร็จของโตเกียว นั่นคือความร้อนรนในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ อันเป็นผลมาจากคลื่นประชากรที่ทะลักเข้ามาในวัยและพื้นเพต่างกัน แล้วทลายอุปสรรคต่างๆเพื่อค้าขายและแลกเปลี่ยนความคิดกัน ถ้าเราจะอุทิศเนื้อที่นิตยสารทั้งฉบับให้กับเรื่องเมืองต่างๆ เราไม่อาจมองข้ามโตเกียวไปได้ และเจน เจคอบส์ นักเขียนผู้ทรงอิทธิพลด้านการวางผังเมือง บอกว่า ทางที่ดีที่สุดในการทำความรู้จักกับเมืองเมืองหนึ่งเพื่อสัมผัสพลังอันหลากหลายของเมืองนั้นๆ ก็คือ การเดินเท้าท่องเมือง

ด้วยเหตุนี้ ช่างภาพ เดวิด กุทเทนเฟลเดอร์ กับผมจึงทำเช่นนั้น เราเดินเท้าท่องโตเกียวอยู่นานหลายสัปดาห์ ค่อยๆเดินผ่านย่านชุมชนต่างๆ เขตอุตสาหกรรม โรงเรียน สถานีรถไฟ ตลาด สุสาน วัดวาอาราม และศาลเจ้า เราทั้งคู่เคยใช้ชีวิตอยู่ในญี่ปุ่นมาก่อน และรู้ดีว่า โตเกียวอาจซุกซ่อนอยู่ใต้คำคุณศัพท์ขั้นสุดที่ใช้ในการพรรณนาถึงเมืองนี้ เราคุยกับแทบทุกคนที่พบ บันทึกชีวิตประจำวันและพิธีกรรมบางส่วนของพวกเขา เราคงไม่อาจถ่ายทอดเรื่องราวทั้งหมดได้ แต่เราพยายามมองให้ลึกลงไปได้ โดยเชื่อมโยงตัวเมืองเข้ากับผู้คนซึ่งมอบพลังให้แก่เมืองผ่านการใช้ชีวิตของตน

โตเกียว
ฝูงชนหลั่งไหลกันไปที่โอโมเตซันโดะ ถนนสายช็อปปิ้งอันแสนพลุกพล่านในโตเกียว ใจกลางของมหานครที่มีประชากรมากที่สุดในโลก โตเกียวซึ่งมีประชากรกว่า 37 ล้านคนเป็นเมืองที่ปลอดภัยที่สุด สะอาดที่สุด มีชีวิตชีวาที่สุด และรุ่มรวยนวัตกรรมมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

เรื่อง   นีล ชี

ภาพถ่าย เดวิด กุทเทนเฟลเดอร์

อ่านสารคดีฉบับเต็มได้จาก นิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับเดือนเมษายน 2562


อ่านเพิ่มเติม

ปิดตำนาน ตลาดซึกิจิ 

 

เรื่องแนะนำ

ใต้พิภพนครลอนดอน

หากลอกผิวทางเดินของ ลอนดอน ออกก็จะได้พบสารพัดสิ่ง ตั้งแต่ภาพปูนเปียกของชาวโรมันไปจนถึงรองเท้าสเก็ตน้ำแข็งยุคกลาง ลอนดอนจึงเปรียบเหมือนชั้นเค้กทางโบราณคดี

บรรยากาศวันเด็ก ก่อนอำลาเขาดิน

บรรยากาศวันเด็ก ก่อนอำลา”เขาดิน” เมื่อ 63 ปีที่แล้ว นายวี.เอ็ม. กุลกานี ผู้แทนองค์การสหพันธ์เพื่อสวัสดิภาพเด็กระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ เชิญชวนให้ประเทศต่างๆ เห็นความสำคัญและความต้องการของเด็กและกระตุ้นให้เด็กตระหนักถึงบทบาทของตนด้วย  รัฐบาลในยุคนั้นจึงจัดให้มีคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และเอกชน กำหนดให้มีการเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค  ในยุคนั้นงานวันเด็กแห่งชาติจัดในวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม  แต่พอถึง พ.ศ. 2508 ก็เปลี่ยนมาเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม เพื่อความสะดวกของผู้ปกครองและเป็นช่วงที่อากาศดีกว่าช่วงฤดูฝนอย่างเดือนตุลาคม เขาดินหรือสวนสัตว์ดุสิตเป็นหน่วยงานราชการที่จัดงาน วันเด็ก ซึ่งได้รับความนิยมจากเด็กและพ่อแม่ผู้ปกครองตลอดมา  แต่รู้กันหรือไม่ว่า เขาดินที่เปิดทุกวันและเนืองแน่นโดยเฉพาะวันเด็กนี้ มีความเป็นมาอย่างไรประวัติคร่าวๆ ของ เขาดินหรือสวนสัตว์ดุสิตแห่งนี้ย้อนไปถึงสมัยรัชกาลที่ 5 โดยมีจุดเริ่มต้นจากความต้องการสร้างสวนพฤกษชาติในเขตพระราชวังสวนดุสิต ต่อมาในรัชสมัยของรัชกาลที่ 7 มีพระราชดำริที่จะทำนุบำรุงสวนพฤกษชาติแห่งนี้ให้กว้างขวาง และดีกว่าที่เป็นอยู่รวมถึงเปิดให้ประชาชนมาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจด้วย เขาดินในตอนแรกจึงมีสถานะเป็นสวนสาธารณะไม่ใช่สวนสัตว์ดังปัจจุบัน จนกระทั่งต่อมาทางเทศบาลกรุงเทพฯ ริเริ่มย้ายเอาสัตว์บางชนิดจากสวนอื่นๆ มาอาศัยที่นี่ รวมถึงขอให้ทางสำนักพระราชวังส่งช้างหลวงเพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสชม สวนสัตว์ดุสิตจึงได้ฤกษ์เปิดตัวในฐานะสวนสัตว์แรกของไทยเมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2481 (ชมภาพเก่าที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของเขาดินได้ ที่นี่ ) เอ่ยถึง เขาดินแล้ว ต้องเอ่ยถึงตำนานคู่เขาดินอย่าง ฮิปโปโปเตมัสที่ชื่อ แม่มะลิขวัญใจที่ใครๆ มาเขาดินก็ต้องมาชม […]

เฉลิมฉลองเทศกาลหน้าร้อนในยาคุสตค์ เมืองที่หนาวที่สุดในโลก

(ภาพปก) The Algyschyt หรือผู้ทำพิธี กำลังวิงวอนต่อดวงอาทิตย์และบรรดาเทพเจ้าในพิธีเปิดเทศกาลฤดูร้อนที่ Us Khatyn ที่ตั้งอยู่นอกเมือง ยาคุสตค์ เทศกาลในวันครีษมายันนี้มีผู้เข้าร่วมราวสองแสนคนจากภูมิภาคไซบีเรียและที่อื่นๆ เมือง ยาคุสตค์ เฉลิมฉลองการมาถึงของหน้าร้อนด้วยการจัดเทศกาลอันยิ่งใหญ่ที่ควรค่าแก่การไปเยือน คนส่วนใหญ่รู้จัก ยาคุสตค์ ในฐานะเมืองที่มีฤดูหนาวอันหฤโหด แต่ทว่า ในเมืองนี้ก็มีฤดูร้อนที่แสงแดดสว่างจ้า และดึงดูดนักท่องเที่ยวนับร้อยนับพัน ยาคุสตค์เป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐซาฮา (คนส่วนใหญ่รู้จักกันในชื่อ ยาคุเทีย) ภูมิภาคไซบีเรียตะวันออกไกล พื้นที่เมืองแผ่ขยายตามภูเขา แม่น้ำ และป่าสนไทกาที่มีขนาดเท่าประเทศอินเดีย ในยามหน้าหนาว อุณหภูมิอาจลดลงถึง –57 องศาเซลเซียส แต่ในยามหน้าร้อน อุณหภูมิจะอยู่ที่ราว 21 องศาเซลเซียส ยาคุสตค์เป็นเจ้าของสถิติทั้งเมืองที่หนาวที่สุดในโลก และเมืองที่มีความแตกต่างทางอุณหภูมิมากที่สุดในโลก ความท้าทายนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวผู้กระตือรือร้นที่จะทดสอบตัวเองในความหนาวที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม ในยามร้อน ยาคุสคต์ก็เหมาะแก่การมาเยือนในช่วงเทศกาลหน้าร้อนเพื่อให้ได้สัมผัสกับวัฒนธรรมที่มีสีสัน เทศกาลแห่งจิตวิญญาณ ผู้คนในยาคุเทียล้วนมีความคิดว่าธรรมชาติดำรงอยู่พร้อมจิตวิญญาณ ชาวเมืองยาคุตสค์ถือเอาวันครีษมายัน (วันที่มีกลางวันยาวนานที่สุดของปี) เป็นวันจัดเทศกาลฤดูร้อน (Holiday of Ysyakh หรือ Ysyakh Festival) เพื่อเป็นเกียรติกับธรรมชาติและเทพเจ้า และเฉลิมฉลองการเริ่มต้นใหม่และความอุดมสมบูรณ์ โดยเทศกาลฤดูร้อนที่ใหญ่ที่สุดจัดขึ้นที่ Us Khatyn […]