Libra ( ลิบรา ) สกุลเงินดิจิทัลแห่งอนาคตเพื่อคนทั้งโลก - National Geographic Thailand

Libra (ลิบรา) เงินดิจิตอลแห่งอนาคตเพื่อคนทั้งโลก

ลิบรา (Libra) สกุลเงินใหม่ระดับโลกจาก Facebook ที่พร้อมเป็นสกุลเงินเพื่อการใช้จ่ายของคนทั่วโลก แต่ทุกสิ่งย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย

เมื่อคนทั้งโลกเชื่อมต่อกัน การใช้จ่ายของคนทั้งโลกก็เชื่อมต่อตาม

จากในอดีต พฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้คนที่นิยมเดินทางไปที่ห้างสรรพสินค้า หรือตลาดเพื่อเลือกซื้อและจับจ่ายสินค้า แต่ในทุกวันนี้ เราไม่จำเป็นต้องก้าวผ่านประตูบ้านเพื่อให้ได้สินค้าสักชิ้น แค่เพียงเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตกับคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ พิมพ์ประเภทสินค้าที่ต้องการ รวมไปถึง การสั่งสินค้าจากต่างประเทศ ที่ผู้ซื้อสามารถเจรจาซื้อขายสินค้าทุกประเภทกับผู้ขายจากทั่วโลกได้ โดยมีขั้นตอนสำคัญคือการจ่ายเงินผ่านบริการธุรกรรมทางการเงินในระบบดิจิทัล จากนั้นคือการรอรับสินค้าที่บ้าน

พฤติกรรมการซื้อสินค้าแบบไร้พรมแดนนับวันยิ่งเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ขั้นตอนสำคัญอย่างธุรกรรมทางการเงินในระบบดิจิทัลยิ่งต้องเติบโตมากขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตนี้ อย่างไรก็ตาม ธุรกรรมทางการเงินนี้ยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนในแต่ละสกุลเงิน รวมไปถึงรูปแบบธุรกรรมทางการเงินที่ยังเข้าไม่ถึงคนทั่วโลก และต้องพึ่งพาการใช้เงินสดหรือ ต้องพึ่งพาสถาบันการเงินอย่างธนาคาร รวมไปถึงผู้ที่ไม่มีบัตรเครดิต ทำให้เกิดความต้องการวิธีการใช้จ่ายที่เชื่อมต่อกันอย่างไร้ขีดจำกัด และง่ายที่สุด

ลิบรา, Libra
ภาพถ่ายตลาด Fa Yuen Street อันมีชื่อเสียงของฮ่องกง ตลาดแห่งนี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของผู้ซื้อ ผู้ขาย และสินค้าในการซื้อสินค้ารูปแบบดั้งเดิม ภาพถ่ายโดย ZACHARY LAW, NATIONAL GEOGRAPHIC YOUR SHOT

และนั่นคือแรงบันดาลใจสำคัญที่องค์กรสื่อสังคมออนไลน์อย่าง Facebook ซึ่งมีผู้ใช้งานนับพันล้านคนตัดสินใจคิดค้นสกุลเงินและวิธีการใช้งานเพื่อทุกคนบนโลกที่เรียกว่า Libra (ลิบรา)

ประวัติศาสตร์แห่งความพยายามในการใช้จ่ายเงินบนโลกดิจิทัล

หลังจากการใช้จ่ายเงินของมนุษย์ล้วนเป็นในรูปแบบเงินสด เช็ค หรือทองคำมาเนิ่นนาน ก็เริ่มมีความพยายามในการเอาเงินสดเข้าไปอยู่ในโลกของดิจิทัล หลังจากการกำเนิดของอินเตอร์เน็ตไม่นาน โดยในปี 1994 สหภาพเครดิตที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลกลางแห่งสแตนฟอร์ด (The Standford Federal Credit Union) ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เสนอบริการธนาคารบนอินเตอร์เน็ต (Online Banking) ให้กับลูกค้าเป็นครั้งแรก แต่วิธีการใช้งานยังคงยุ่งยากและจำนวนผู้ใช้งานยังมีจำกัด เช่นเดียวกับ แอมะซอน (Amazon) บริษัทอีคอเมร์ซยักษ์ใหญ่ในปัจจุบัน ที่เริ่มให้บริการการจ่ายเงินออนไลน์ในปีเดียวกัน

ในปี 1999 PayPal บริษัทที่ก่อตั้งมาเพื่อการจ่ายเงินในระบบออนไลน์ได้ถือกำเนิดขึ้น และยังคงเป็นช่องทางในการจ่ายเงินออนไลน์มาจนถึงทุกวันนี้ ก่อนที่ธนาคารหลายแห่งทั่วโลกจะเริ่มให้บริการธนาคารบนอินเตอร์เน็ต รวมไปถึงบริษัทที่จำหน่ายสินค้าที่มีระบบการจ่ายเงินเป็นของตัวเอง เช่น Alipay หรือ Apple Pay ซึ่งทำให้ผู้ค้าสินค้ารายย่อยสามารถเข้าถึงการจัดการเงินสดได้โดยตรง แต่ก็ยังมีปัญหาในเรื่องความแตกต่างกันของระบบ อัตราแลกเปลี่ยน และการเข้าถึงบริการที่ไม่เท่าเทียม

ลิบรา, Libra
มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเครือข่ายสังคมออนไลน์ Facebook และผู้เริ่มต้นแนวคิดสกุลเงิน ลิบรา ขอบคุณภาพถ่ายจาก https://en.wikipedia.org/wiki/Mark_Zuckerberg

Libra บริการธุรกรรมทางการเงินเพื่อคนทั่วโลก

หลังจากที่ Facebook ได้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมต่อคนนับพันล้านคนทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกันอย่างประสบความสำเร็จ ในปี 2019 ก็ได้ขยับตัวเพื่อเสนอบริการในการเป็นตัวกลางเพื่อการใช้จ่ายของผู้คนทั่วโลก โดยการเปิดตัว ลิบรา (Libra) อันเป็นสกุลเงินดิจิทัล (cryptocurrency) ที่มุ่งหวังให้สามารถใช้ร่วมกันได้ทั่วโลก โดยคาดหวังว่าจะเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ ในปี 2020

โดย Libra มีขึ้นเพื่อทลายข้อจำกัดในการธุรกรรมทางการเงิน โดยให้ผู้ใช้งานสามารถรับส่งเงินให้กันและกันอย่างง่ายดาย ไม่ต่างจากที่เราส่งข้อความผ่านทางอินเตอร์เน็ต ส่งเสริมให้ลดการใช้เงินสด ทำให้การใช้จ่ายสะดวกขึ้น รวมไปถึงช่วยผู้คนที่ไม่สามารถเข้าถึงสถาบันทางเงินที่อาจเป็นเรื่องยุ่งยากในบางพื้นที่ของโลก ทำหน้าที่เป็นสกุลเงินเพื่อคนทั้งโลกอย่างแท้จริง

วิธีการใช้งานสกุลเงิน Libra นั้นต้องทำผ่านแอปพลิเคชัน Calibra ซึ่งเปรียบเสมือนกระเป๋าเงินดิจิตัลของผู้ใช้งาน โดยผู้ที่ต้องการใช้งานสกุลเงิน Libra ต้องเริ่มโดยการเอาสกุลเงินที่มีอยู่ในโลกปัจจุบันไปแลกเปลี่ยนกับสกุลเงิน Libra และนำมูลค่าเงิน Libra นี้ส่งต่อผ่านแอปพลิเคชันเพื่อการสนทนาอย่าง Messenger หรือ WhatsApp ซึ่งมีกระบวนการไม่ต่างจากการส่งข้อความ โดย Facebook ให้คำมั่นว่าจะเก็บค่าธรรมเนียมในการใช้บริการให้น้อยที่สุด หรืออาจจะไม่เก็บค่าใช้บริการเลย ซึ่งรวมไปถึงการจ่ายเงินเพื่อการใช้งานแอปพลิชันออนไลน์ เช่น Spotify หรือ Uber

(เชิญรับชมโฆษณาแนะนำสกุลเงิน Libra)

ด้วยความตั้งใจที่จะให้มูลค่าเงินของ Libra สามารถอ้างอิงกับสกุลเงินที่มีอยู่บนโลก จึงมีการกำหนดให้มูลค่าของ Libra นั้นค้ำประกันอยู่กับสินทรัพย์ต่างๆ ที่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้ เช่น สกุลเงินหลักของโลก พันธบัตรรัฐบาล โดยหวังให้มีอัตราการแลกเปลี่ยนระหว่างเงินลิบรากับสกุลเงินหลักของโลกในอัตรา 1:1

และเพื่อให้การกำหนดมูลค่าเป็นไปอย่างชัดเจน และเพื่อให้การบริหารเงิน Libra เป็นไปอย่างโปร่งใส จึงได้มีการก่อตั้ง องค์กรเงินลิบรา (The Libra Association) เพื่อควบคุมดูแลในเรื่องนี้ องค์กรนี้เป็นองค์ที่ไม่แสวงหาผลกำไร ซึ่งในขณะนี้มีสมาชิกก่อตั้งแล้ว 27 องค์กร ซึ่งองค์กรทางชั้นนำซึ่งเป็นที่รู้จัก มีทั้ง Mastercard, Visa, Ebay, Paypal, Spotify, Uber Vodafone รวมไปถึงองค์กรประเภทเทคโนโลยีบล็อกเชน กลุ่มร่วมทุน องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรระดับโลกอื่นๆ

Libra และ Bitcoin ความเหมือนที่แตกต่าง

ลักษณะของ Libra คือการผสมผสานกันของกระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital Wallet) และ สกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) โดย Libra และ บิตคอยน์ (Bitcoin) ล้วนเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ทำงานผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน

เพียงแต่บิตคอยน์เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่เป็นสิ่งที่แทนตัวมันเอง เกิดจากขึ้นจากการขุดบิตคอยน์ ซึ่งหมายถึง การแก้รหัสโดยซอฟต์แวร์ที่ทำให้ธุรกรรมทางการเงินดิจิทัลของของทั้งผู้ให้และผู้รับมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากมูลค่าของธุรกรรมดั้งเดิม ทำให้มูลค่าของบิตคอยน์มีความผันผวนสูงมาก และอ้างอิงมูลค่าของเงินด้วยสมการคณิตศาสตร์ (ในขณะที่สกุลเงินโดยทั่วไปอ้างอิงมูลค่ากับทองคำหรือพันธบัตรรัฐบาล) จึงทำให้นักลงทุนหวังมาลุงทุนกับบิตคอยน์จำนวนมาก

ในขณะที่ Libra เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีการกำหนดค่าเงินที่แน่นอนกับสกุลเงินหลักของโลก มีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการชำระเงินบนโลกออนไลน์ ซึ่งทำให้ค่าเงินไม่ผันผวนมาก จึงอาจไม่เหมาะกับการลงทุนเพื่อเก็งกำไรในส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนเท่าใดนัก

ลิบรา, Libra
แผนภูมิแสดงถึงองค์กรเงินลิบรา (The Libra Association) องค์ที่จะควบคุมดูแลการใช้สกุลเงินลิบราในอนาคต ขอบคุณภาพถ่ายจาก libra.org

ข้อดี ข้อเสีย และความกังวลที่มีต่อ Libra

ข้อดีที่สำคัญของ Libra นั้นตรงกับจุดประสงค์แรกของ Facebook คือต้องการทลายข้อจำกัดของการใช้จ่ายของทุกคนบนโลก โดยไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงความแตกต่างทางสถาบันทางการเงิน รวมไปถึงระบบอัตราแลกเปลี่ยน นั่นหมายถึงการใช้จ่ายเงินของผู้คนทั้งโลกที่แทบไม่มีอุปสรรคเลย ซึ่งถือเป็นการพลิกโฉมทางการเงินของทุกคนบนโลก นอกจากนี้ ยังทำให้ Facebook ได้ขยายกิจการของตัวเองจากให้บริการสื่อสังคมออนไลน์เป็นองค์กรที่คล้ายธนาคาร

แต่อย่างไรก็ตาม เหรียญย่อมมีสองด้าน ผู้เชี่ยวชาญด้านสกุลเงินออนไลน์หลายคนมองว่านี่เป็นการเปิดโอกาสให้ Facebook กลายเป็นเผด็จการทางการเงินของผู้คนทั่วโลก โดยการใช้อำนาจควบคุม The Libra Association นอกจากนี้ยังมีความกังวลในเรื่องข้อมูลส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้ใช้งาน ที่ Facebook เคยมีกรณีในเรื่องทำข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้งานหลุดไปแล้ว รวมไปถึงการนำข้อมูลผู้ใช้งานไปใช้เพื่อการโฆษณา (อย่างไรก็ตาม Facebook ให้คำมั่นว่าจะไม่ทำเช่นนั้น)

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลในระดับรัฐบาล กล่าวคือ ทำให้รัฐบาลในแต่ละประเทศควบคุมการใช้จ่าย การเก็บภาษีของประชากรในประเทศยากขึ้น รวมไปถึง การเปิดช่องให้ Libra เข้ามาแทรกแซงสกุลเงินท้องถิ่น ทำให้ค่าเงินท้องถิ่นอ่อนค่า สกุลเงินท้องถิ่นค่อยๆ สูญเสียความสำคัญ เช่นในกรณีของคณะกรรมการสภาบริการทางการเงินของสหรัฐอเมริกา (House Financial Services Committee) ที่ได้ขอให้ทาง Facebook ระงับการใช้งาน Libra ไปก่อน เนื่องจากความกังวลในเรื่องความปลอดภัย

ลิบรา, Libra
กราฟฟิกจำลองแสดงให้เห็นถึงวิธีการใช้งานสกุลเงินลิบรา ที่มีความง่ายดายเช่นเดียวกับการส่งข้อความในแอปพลิเคชั่นเพื่อการสนทนา (Chat) ขอบคุณภาพจาก https://newsroom.fb.com/news/2019/06/coming-in-2020-calibra/

ดังนั้น Libra จึงมีอุปสรรคสำคัญที่ต้องผ่านไปให้ได้คือต้องรับการอนุมัติจากรัฐบาลทั่วโลก เพราะถ้า Libra ไม่ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลทั่วโลก หรือมีการต่อต้านจากรัฐบาลประเทศใดประเทศหนึ่ง จุดประสงค์ต้องการให้เป็นสกุลเงินเพื่อคนทั่วโลกก็ไม่อาจเป็นจริงได้

ในส่วนของสถาบันทางการเงินแบบดั้งเดิม เช่น ธนาคาร นี่ถือเป็นการ Disruption ทางธุรกิจที่ใหญ่หลวง เพราะจะทำให้พวกเขาสูญเสียบทบาทการให้บริการทางการเงินกับคนทั่วไปอย่างที่เป็นมา ซึ่งต้องดูสถานการณ์ต่อไปว่าสถาบันทางการเงินจะมีนโยบายต่อ Libra อย่างไร

สำหรับในประเทศไทย ยังไม่มีความเห็นจากรัฐบาลว่าจะให้ Libra เข้ามาให้บริการในประเทศไทยหรือไม่ ซึ่งมีขั้นตอนที่สำคัญคือการออกหรือแก้ไขกฎหมายให้รองรับสกุลเงินดิจิทัล รวมไปถึงพิจารณาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับค่าเงินบาทด้วยเช่นกัน

โดยสรุปแล้ว การเกิดขึ้นของสกุลเงิน Libra คือส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านของโลก ซึ่งจะเป็นไปลักษณะของการเชื่อมต่อกันมากขึ้นและง่ายขึ้น ในอนาคต นอกจากเรื่องของการเงิน เราคนต้องจับตาดูว่า ชีวิตและโลกของเราจะมีการเปลี่ยนแปลงในแง่ใดเพิ่มเติมอีกบ้าง เพื่อเตรียมตัวในการเป็นพลเมืองของ “โลกใบใหม่” ที่กำลังเข้าในมาชีวิตของมนุษย์โลกทุกคนในอัตราเร่ง

แหล่งอ้างอิง
A brief history of digital payments
สะเทือนแบงก์ทั่วโลก! เปิดตัว ‘Libra’ สกุลเงินดิจิทัลของ Facebook พร้อมใช้จริงปีหน้า
เปิดตัวได้ไม่ทันไร งานเข้าแล้ว! Libra ถูกขอให้หยุดการพัฒนาก่อน จนกว่าจะตรวจสอบเรียบร้อย
Facebook ส่ง Libra เขย่าโลกการเงิน ต้นปี 2020 
ปฏิกิริยาทั่วโลกหลัง Facebook เปิดตัวเงินสกุลดิจิทัล Libra: เหรียญนั้นมีสองด้านเสมอ
รู้จัก Libra สกุลเงินดิจิทัลของ Facebook ที่กำลังจะเปลี่ยนโลกการเงิน 
เงินดิจิตอลคืออะไร และมันทำงานอย่างไร? 
เหรียญคริปโต Libra ของ Facebook คืออะไร เก็งกำไรเหมือน Bitcoin ได้ไหม 
Libra คืออะไร? เขย่าวงการการเงินทั่วโลกยังไง!

อ่านเพิ่มเติม เหตุใดหุ่นยนต์ยังไม่สามารถแทนที่การทำงานของมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เรื่องแนะนำ

บันทึกนักจับผีเสื้อ

บันทึกนักจับผีเสื้อ ภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้จะพาคุณผู้อ่านไปสัมผัสกระบวนการจับและเปลี่ยนผีเสื้อให้กลายมาเป็นสินค้าและรายได้หลักของชุมชน ออกเดินทางเข้าดงพงไพรไปกับบรรดานักจับผีเสื้อบนเกาะสุลาเวสี ประเทศอินโดนีเซีย อันที่จริงมนุษย์เราจับผีเสื้อสวยๆ มานานแล้วแต่ครั้งโบราณกาล จนกระทั่งเมื่อถึงยุคของอินเตอร์เน็ต นักจับผีเสื้อเหล่านี้ไม่ได้ขายผีเสื้อสตัฟฟ์ให้แก่คนท้องถิ่นหรือนักท่องเที่ยวที่มาเยือนอีกต่อไป แต่พวกเขายังขายความสวยงามเหล่านี้ให้แก่คนต่างประเทศอีกด้วย ทว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจับและค้าผีเสื้อนั้นเต็มไปด้วยความซับซ้อน และสินค้าที่ได้มาอย่างถูกกฎหมายเองก็ยากที่จะแยกแยะออกจากสินค้าตลาดมืด ยกตัวอย่างเช่นในผีเสื้อบางสายพันธุ์นั้นทางการอนุญาตให้ค้าขายได้เฉพาะจากฟาร์มเท่านั้น อย่างไรก็ดีประเด็นนี้ยากที่จะตรวจสอบ มาชมขั้นตอนการเปลี่ยนผีเสื้อตามธรรมชาติให้คงอยู่ชั่วนิรันดร์ในกรอบกระจกกัน ผีเสื้อเหล่านี้มีนักสะสมหรือนักธุรกิจบางคนยอมจ่ายเงินเป็นพันดอลลาร์เพื่อให้ได้ครอบครองความงดงามอันเปราะบางนี้   อ่านเพิ่มเติม ตามติดชีวิตนักจับผีเสื้อ

ผู้พิทักษ์ท้องทะเล

ประวัติศาสตร์การประมงในคาบสมุทรบาฮากาลีฟอร์เนีย ประเทศเม็กซิโก เป็นตำนานซึ่งมีทั้งรุ่งเรืองและโรยรา ตอนที่จอห์น สไตน์เบ็ก นักเขียนชื่อดัง มาเยือนคาบสมุทรแห่งนี้เมื่อปี 1940 เขารู้สึกทึ่งกับความหลากหลายทางชีวภาพอันเหลือเชื่อ ทั้งกระเบนราหูฝูงใหญ่ ดงหอยมุก และเต่าที่มีอยู่มากมายเสียจนผู้เฒ่าผู้แก่ที่นี่เล่าว่า คุณสามารถเดินข้ามทะเลได้โดยเหยียบไปบนกระดองเต่า แต่หลังจากหลายทศวรรษของการทำประมงเกินขนาด ภูมิภาคแถบนี้กำลังประสบกับการล่มสลายของอุตสาหกรรมประมง ในพื้นที่สองสามแห่ง ชุมชนเล็กๆเริ่มคิดหาวิธีรักษาทรัพยากร ในที่สุดแนวคิดของพวกเขาก็แพร่หลาย จากเรื่องราวความสำเร็จที่กระจัดกระจายเหล่านี้ เราพอจะมองเห็นกฎหรือข้อกำหนดห้าข้อซึ่งถือได้ว่าเป็นกุญแจสำคัญในการจัดการมหาสมุทรอย่างยั่งยืน ข้อแรก จะเป็นการดีถ้าพื้นที่นั้นตั้งอยู่ค่อนข้างโดดเดี่ยวโดยมีชุมชนเพียงหนึ่งหรือสองแห่งใช้ประโยชน์ ข้อที่สอง ชุมชนต้องมีทรัพยากรมูลค่าสูง ผู้นำชุมชนที่เข้มแข็งและมีวิสัยทัศน์เป็นข้อกำหนดข้อที่สาม ข้อที่สี่ ชาวประมงต้องมีวิธีหาเลี้ยงชีพระหว่างที่ทรัพยากรกำลังฟื้นตัว และข้อสุดท้าย ชุมชนต้องร้อยรัดอยู่ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ในบาฮา หลายชุมชนแสดงให้เห็นความสำคัญของข้อกำหนดเหล่านี้ ตัวอย่างหนึ่งที่น่าทึ่งของทรัพยากรมูลค่าสูงสามารถเห็นและสัมผัสได้ในลากูนาซานอิกนาเซียว เลียบชายฝั่งลงไปประมาณ 30 กิโลเมตร ย้อนหลังไปเมื่อปี 1972 ตำนานท้องถิ่นเล่าว่า ฟรันซิสโก มาโยรัล กำลังจับปลาตรงบริเวณที่เขาจับตามปกติในลากูน เขามักติดไม้พายไปด้วยเพื่อใช้ตีลำเรือเมื่อใดก็ตามที่วาฬสีเทาว่ายเข้ามาใกล้เกินไป ทุกคนคิดว่าวาฬสีเทาเป็นสัตว์อันตรายไม่นานวาฬตัวหนึ่งก็เข้ามาใกล้เรือของเขาด้วยเหตุผลที่ไม่อาจรู้ได้ มาโยรัลเอื้อมมือออกไปสัมผัสตัวมันอย่างกล้าๆ กลัวๆ วาฬเอียงตัวเข้าหาและยอมให้เขาลูบเนื้อตัวและผิวหนังเรียบนุ่มของมัน พอถึงปลายทศวรรษ 1980 มาโยรัลและชาวประมงคนอื่นๆก็นำนักท่องเที่ยวไปชมวาฬคราวละหลายสิบคน ไม่มีสถานที่ใดที่กุญแจความสำเร็จข้อที่สาม นั่นคือความจำเป็นต้องมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ จะชัดเจนมากไปกว่าในกาโบปุลโม ในช่วงทศวรรษ 1980 ที่นี่เป็นหมู่บ้านประมงซบเซาใกล้ปลายคาบสมุทรบาฮา […]

เมืองใต้ดินในปักกิ่ง

ชมบรรยากาศภายในเคหะสถานใต้ดิน อดีตหลุมหลบภัยนิวเคลียร์ที่ปัจจุบันกลายมาเป็นที่พักราคาถูกแก่บรรดานักศึกษาและชนชั้นแรงงาน ในกรุงปักกิ่ง

สำรวจอาชีพแปลก : คนเล่นงิ้ว

สำรวจอาชีพแปลก : คนเล่นงิ้ว ที่ไหนมีศาลเจ้า ที่นั่นมีงิ้ว อุปรากรนี้เป็นมรดกทางศิลปะและวัฒนธรรมของชาวจีนที่สืบทอดกันมานานหลายพันปี  มีจุดเริ่มต้นจากการแสดงในราชสำนักของจีนที่ต่อยอดพัฒนาเรื่อยมาจนกลายเป็นหนึ่งในภาพแทนวัฒนธรรมหลัก ปัจจุบันงิ้วไม่ได้เล่นให้คนในราชสำนักดูอีกต่อไป หากเป็นการแสดง การละเล่นสำคัญที่เชื่อกันว่าจะทำให้เทพเจ้าที่สถิติอยู่ในศาลเจ้านั้นๆ ได้รับความเพลิดเพลิน พร้อมคาดหวังว่าเทพเจ้าจะนำพาซึ่งความสุขความเจริญกลับมาให้ การแสดงงิ้วเข้ามาสู่ประเทศไทยพร้อมๆ กับการหลั่งไหลเข้ามาตั้งถิ่นฐานของชาวจีน งิ้วกลายเป็นเครื่องแสดงถึงซึ่งการเฉลิมฉลองในงานเทศกาลตามศาลเจ้าต่างๆ  ย้อนกลับไปในสมัยรัชกาลที่ 5 ถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่เฟื่องฟูที่สุดของงิ้ว มีนักแสดงงิ้วชาวจีนเดินทางเข้ามาเปิดการแสดงในไทยจำนวนมาก ธัชชัย อบทอง ผู้จัดการและนักแสดงจากคณะงิ้วไซ้ ย่ง ฮง เล่าให้ฟังว่า ในสมัยก่อนจะมี “เด็กงิ้ว” คือเด็กที่พ่อแม่นำมาฝากไว้กับโรงงิ้วด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น ฐานะยากจน  เด็กๆ เหล่านี้จะกินอยู่หลับนอนที่โรงงิ้ว พร้อมฝึกฝนวิชาไปในตัวจากบรรดาอาจารย์ และเมื่อมีความสามารถพอที่จะแสดงหน้าโรงได้แล้วก็จะได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน  ปัจจุบันในประเทศไทยไม่มีอาจารย์สอนงิ้วรุ่นใหม่ๆ แล้ว สร้างความกังวลว่าศิลปะการแสดงงิ้วอันเป็นมรดกตกทอดของชาวจีนนี้กำลังเสี่ยงต่อการเลือนหายไปด้วยหลายปัจจัย ทั้งการขาดนักแสดงและผู้ชมรุ่นใหม่ๆ ไปจนถึงการไม่มีโรงเรียนสอนศาสตร์วิชางิ้วอย่างเป็นทางการอย่างที่นาฏศิลป์ไทยมีหลักสูตรการเรียนรู้ระบุไว้ให้เด็กๆ ได้เรียนในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย  ปัญหาดังกล่าวเกิดจากการที่คนไทยมองว่าการแสดงงิ้วนั้นไม่ใช่มรดกทางวัฒนธรรมของไทยเอง คนเล่นงิ้วรุ่นเก่าหวังอยากให้คนไทยเชื้อสายจีนรุ่นใหม่ๆ ช่วยกันสืบทอดวัฒนธรรมนี้ให้ยังคงอยู่ต่อไป ในขณะเดียวกันคณะงิ้วเองก็จำต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบไปตามกาลเวลาด้วยเช่นกัน มองไปที่เวที ผู้ชมจะเห็นท่าทางอันแสนพลิ้วไหว ได้ยินเสียงก้องดังกังวานไพเราะ  แต่กว่าจะมาเป็นนักแสดงงิ้วไม่ใช่เรื่องง่าย  ศาสตร์การเล่นงิ้วจำต้องใช้พลังในร่างกายอย่างมหาศาล ทั้งยังต้องฝึกร้อง ฝึกพูดและฝึกท่าทางอยู่หลายปีกว่าจะได้โอกาสแสดงจริง แต่ในมุมของนักแสดงแล้วสิ่งเหล่านี้คุ้มค่าเมื่อแลกกับการมีสถานะเป็นดั่งดาราโทรทัศน์ในสายตาของแฟนๆ งิ้ว และยังได้เดินทางไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ–หากคณะที่เขาหรือเธออยู่นั้นโด่งดังและมีงานทั้งปี นักแสดงงิ้วเหล่านี้เป็นใคร? มีจุดเริ่มต้นอย่างไรจึงมาทำอาชีพคนเล่นงิ้วได้? […]