Libra ( ลิบรา ) สกุลเงินดิจิทัลแห่งอนาคตเพื่อคนทั้งโลก - National Geographic Thailand

Libra (ลิบรา) เงินดิจิตอลแห่งอนาคตเพื่อคนทั้งโลก

ลิบรา (Libra) สกุลเงินใหม่ระดับโลกจาก Facebook ที่พร้อมเป็นสกุลเงินเพื่อการใช้จ่ายของคนทั่วโลก แต่ทุกสิ่งย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย

เมื่อคนทั้งโลกเชื่อมต่อกัน การใช้จ่ายของคนทั้งโลกก็เชื่อมต่อตาม

จากในอดีต พฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้คนที่นิยมเดินทางไปที่ห้างสรรพสินค้า หรือตลาดเพื่อเลือกซื้อและจับจ่ายสินค้า แต่ในทุกวันนี้ เราไม่จำเป็นต้องก้าวผ่านประตูบ้านเพื่อให้ได้สินค้าสักชิ้น แค่เพียงเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตกับคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ พิมพ์ประเภทสินค้าที่ต้องการ รวมไปถึง การสั่งสินค้าจากต่างประเทศ ที่ผู้ซื้อสามารถเจรจาซื้อขายสินค้าทุกประเภทกับผู้ขายจากทั่วโลกได้ โดยมีขั้นตอนสำคัญคือการจ่ายเงินผ่านบริการธุรกรรมทางการเงินในระบบดิจิทัล จากนั้นคือการรอรับสินค้าที่บ้าน

พฤติกรรมการซื้อสินค้าแบบไร้พรมแดนนับวันยิ่งเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ขั้นตอนสำคัญอย่างธุรกรรมทางการเงินในระบบดิจิทัลยิ่งต้องเติบโตมากขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตนี้ อย่างไรก็ตาม ธุรกรรมทางการเงินนี้ยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนในแต่ละสกุลเงิน รวมไปถึงรูปแบบธุรกรรมทางการเงินที่ยังเข้าไม่ถึงคนทั่วโลก และต้องพึ่งพาการใช้เงินสดหรือ ต้องพึ่งพาสถาบันการเงินอย่างธนาคาร รวมไปถึงผู้ที่ไม่มีบัตรเครดิต ทำให้เกิดความต้องการวิธีการใช้จ่ายที่เชื่อมต่อกันอย่างไร้ขีดจำกัด และง่ายที่สุด

ลิบรา, Libra
ภาพถ่ายตลาด Fa Yuen Street อันมีชื่อเสียงของฮ่องกง ตลาดแห่งนี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของผู้ซื้อ ผู้ขาย และสินค้าในการซื้อสินค้ารูปแบบดั้งเดิม ภาพถ่ายโดย ZACHARY LAW, NATIONAL GEOGRAPHIC YOUR SHOT

และนั่นคือแรงบันดาลใจสำคัญที่องค์กรสื่อสังคมออนไลน์อย่าง Facebook ซึ่งมีผู้ใช้งานนับพันล้านคนตัดสินใจคิดค้นสกุลเงินและวิธีการใช้งานเพื่อทุกคนบนโลกที่เรียกว่า Libra (ลิบรา)

ประวัติศาสตร์แห่งความพยายามในการใช้จ่ายเงินบนโลกดิจิทัล

หลังจากการใช้จ่ายเงินของมนุษย์ล้วนเป็นในรูปแบบเงินสด เช็ค หรือทองคำมาเนิ่นนาน ก็เริ่มมีความพยายามในการเอาเงินสดเข้าไปอยู่ในโลกของดิจิทัล หลังจากการกำเนิดของอินเตอร์เน็ตไม่นาน โดยในปี 1994 สหภาพเครดิตที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลกลางแห่งสแตนฟอร์ด (The Standford Federal Credit Union) ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เสนอบริการธนาคารบนอินเตอร์เน็ต (Online Banking) ให้กับลูกค้าเป็นครั้งแรก แต่วิธีการใช้งานยังคงยุ่งยากและจำนวนผู้ใช้งานยังมีจำกัด เช่นเดียวกับ แอมะซอน (Amazon) บริษัทอีคอเมร์ซยักษ์ใหญ่ในปัจจุบัน ที่เริ่มให้บริการการจ่ายเงินออนไลน์ในปีเดียวกัน

ในปี 1999 PayPal บริษัทที่ก่อตั้งมาเพื่อการจ่ายเงินในระบบออนไลน์ได้ถือกำเนิดขึ้น และยังคงเป็นช่องทางในการจ่ายเงินออนไลน์มาจนถึงทุกวันนี้ ก่อนที่ธนาคารหลายแห่งทั่วโลกจะเริ่มให้บริการธนาคารบนอินเตอร์เน็ต รวมไปถึงบริษัทที่จำหน่ายสินค้าที่มีระบบการจ่ายเงินเป็นของตัวเอง เช่น Alipay หรือ Apple Pay ซึ่งทำให้ผู้ค้าสินค้ารายย่อยสามารถเข้าถึงการจัดการเงินสดได้โดยตรง แต่ก็ยังมีปัญหาในเรื่องความแตกต่างกันของระบบ อัตราแลกเปลี่ยน และการเข้าถึงบริการที่ไม่เท่าเทียม

ลิบรา, Libra
มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเครือข่ายสังคมออนไลน์ Facebook และผู้เริ่มต้นแนวคิดสกุลเงิน ลิบรา ขอบคุณภาพถ่ายจาก https://en.wikipedia.org/wiki/Mark_Zuckerberg

Libra บริการธุรกรรมทางการเงินเพื่อคนทั่วโลก

หลังจากที่ Facebook ได้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมต่อคนนับพันล้านคนทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกันอย่างประสบความสำเร็จ ในปี 2019 ก็ได้ขยับตัวเพื่อเสนอบริการในการเป็นตัวกลางเพื่อการใช้จ่ายของผู้คนทั่วโลก โดยการเปิดตัว ลิบรา (Libra) อันเป็นสกุลเงินดิจิทัล (cryptocurrency) ที่มุ่งหวังให้สามารถใช้ร่วมกันได้ทั่วโลก โดยคาดหวังว่าจะเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ ในปี 2020

โดย Libra มีขึ้นเพื่อทลายข้อจำกัดในการธุรกรรมทางการเงิน โดยให้ผู้ใช้งานสามารถรับส่งเงินให้กันและกันอย่างง่ายดาย ไม่ต่างจากที่เราส่งข้อความผ่านทางอินเตอร์เน็ต ส่งเสริมให้ลดการใช้เงินสด ทำให้การใช้จ่ายสะดวกขึ้น รวมไปถึงช่วยผู้คนที่ไม่สามารถเข้าถึงสถาบันทางเงินที่อาจเป็นเรื่องยุ่งยากในบางพื้นที่ของโลก ทำหน้าที่เป็นสกุลเงินเพื่อคนทั้งโลกอย่างแท้จริง

วิธีการใช้งานสกุลเงิน Libra นั้นต้องทำผ่านแอปพลิเคชัน Calibra ซึ่งเปรียบเสมือนกระเป๋าเงินดิจิตัลของผู้ใช้งาน โดยผู้ที่ต้องการใช้งานสกุลเงิน Libra ต้องเริ่มโดยการเอาสกุลเงินที่มีอยู่ในโลกปัจจุบันไปแลกเปลี่ยนกับสกุลเงิน Libra และนำมูลค่าเงิน Libra นี้ส่งต่อผ่านแอปพลิเคชันเพื่อการสนทนาอย่าง Messenger หรือ WhatsApp ซึ่งมีกระบวนการไม่ต่างจากการส่งข้อความ โดย Facebook ให้คำมั่นว่าจะเก็บค่าธรรมเนียมในการใช้บริการให้น้อยที่สุด หรืออาจจะไม่เก็บค่าใช้บริการเลย ซึ่งรวมไปถึงการจ่ายเงินเพื่อการใช้งานแอปพลิชันออนไลน์ เช่น Spotify หรือ Uber

(เชิญรับชมโฆษณาแนะนำสกุลเงิน Libra)

ด้วยความตั้งใจที่จะให้มูลค่าเงินของ Libra สามารถอ้างอิงกับสกุลเงินที่มีอยู่บนโลก จึงมีการกำหนดให้มูลค่าของ Libra นั้นค้ำประกันอยู่กับสินทรัพย์ต่างๆ ที่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้ เช่น สกุลเงินหลักของโลก พันธบัตรรัฐบาล โดยหวังให้มีอัตราการแลกเปลี่ยนระหว่างเงินลิบรากับสกุลเงินหลักของโลกในอัตรา 1:1

และเพื่อให้การกำหนดมูลค่าเป็นไปอย่างชัดเจน และเพื่อให้การบริหารเงิน Libra เป็นไปอย่างโปร่งใส จึงได้มีการก่อตั้ง องค์กรเงินลิบรา (The Libra Association) เพื่อควบคุมดูแลในเรื่องนี้ องค์กรนี้เป็นองค์ที่ไม่แสวงหาผลกำไร ซึ่งในขณะนี้มีสมาชิกก่อตั้งแล้ว 27 องค์กร ซึ่งองค์กรทางชั้นนำซึ่งเป็นที่รู้จัก มีทั้ง Mastercard, Visa, Ebay, Paypal, Spotify, Uber Vodafone รวมไปถึงองค์กรประเภทเทคโนโลยีบล็อกเชน กลุ่มร่วมทุน องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรระดับโลกอื่นๆ

Libra และ Bitcoin ความเหมือนที่แตกต่าง

ลักษณะของ Libra คือการผสมผสานกันของกระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital Wallet) และ สกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) โดย Libra และ บิตคอยน์ (Bitcoin) ล้วนเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ทำงานผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน

เพียงแต่บิตคอยน์เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่เป็นสิ่งที่แทนตัวมันเอง เกิดจากขึ้นจากการขุดบิตคอยน์ ซึ่งหมายถึง การแก้รหัสโดยซอฟต์แวร์ที่ทำให้ธุรกรรมทางการเงินดิจิทัลของของทั้งผู้ให้และผู้รับมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากมูลค่าของธุรกรรมดั้งเดิม ทำให้มูลค่าของบิตคอยน์มีความผันผวนสูงมาก และอ้างอิงมูลค่าของเงินด้วยสมการคณิตศาสตร์ (ในขณะที่สกุลเงินโดยทั่วไปอ้างอิงมูลค่ากับทองคำหรือพันธบัตรรัฐบาล) จึงทำให้นักลงทุนหวังมาลุงทุนกับบิตคอยน์จำนวนมาก

ในขณะที่ Libra เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีการกำหนดค่าเงินที่แน่นอนกับสกุลเงินหลักของโลก มีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการชำระเงินบนโลกออนไลน์ ซึ่งทำให้ค่าเงินไม่ผันผวนมาก จึงอาจไม่เหมาะกับการลงทุนเพื่อเก็งกำไรในส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนเท่าใดนัก

ลิบรา, Libra
แผนภูมิแสดงถึงองค์กรเงินลิบรา (The Libra Association) องค์ที่จะควบคุมดูแลการใช้สกุลเงินลิบราในอนาคต ขอบคุณภาพถ่ายจาก libra.org

ข้อดี ข้อเสีย และความกังวลที่มีต่อ Libra

ข้อดีที่สำคัญของ Libra นั้นตรงกับจุดประสงค์แรกของ Facebook คือต้องการทลายข้อจำกัดของการใช้จ่ายของทุกคนบนโลก โดยไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงความแตกต่างทางสถาบันทางการเงิน รวมไปถึงระบบอัตราแลกเปลี่ยน นั่นหมายถึงการใช้จ่ายเงินของผู้คนทั้งโลกที่แทบไม่มีอุปสรรคเลย ซึ่งถือเป็นการพลิกโฉมทางการเงินของทุกคนบนโลก นอกจากนี้ ยังทำให้ Facebook ได้ขยายกิจการของตัวเองจากให้บริการสื่อสังคมออนไลน์เป็นองค์กรที่คล้ายธนาคาร

แต่อย่างไรก็ตาม เหรียญย่อมมีสองด้าน ผู้เชี่ยวชาญด้านสกุลเงินออนไลน์หลายคนมองว่านี่เป็นการเปิดโอกาสให้ Facebook กลายเป็นเผด็จการทางการเงินของผู้คนทั่วโลก โดยการใช้อำนาจควบคุม The Libra Association นอกจากนี้ยังมีความกังวลในเรื่องข้อมูลส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้ใช้งาน ที่ Facebook เคยมีกรณีในเรื่องทำข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้งานหลุดไปแล้ว รวมไปถึงการนำข้อมูลผู้ใช้งานไปใช้เพื่อการโฆษณา (อย่างไรก็ตาม Facebook ให้คำมั่นว่าจะไม่ทำเช่นนั้น)

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลในระดับรัฐบาล กล่าวคือ ทำให้รัฐบาลในแต่ละประเทศควบคุมการใช้จ่าย การเก็บภาษีของประชากรในประเทศยากขึ้น รวมไปถึง การเปิดช่องให้ Libra เข้ามาแทรกแซงสกุลเงินท้องถิ่น ทำให้ค่าเงินท้องถิ่นอ่อนค่า สกุลเงินท้องถิ่นค่อยๆ สูญเสียความสำคัญ เช่นในกรณีของคณะกรรมการสภาบริการทางการเงินของสหรัฐอเมริกา (House Financial Services Committee) ที่ได้ขอให้ทาง Facebook ระงับการใช้งาน Libra ไปก่อน เนื่องจากความกังวลในเรื่องความปลอดภัย

ลิบรา, Libra
กราฟฟิกจำลองแสดงให้เห็นถึงวิธีการใช้งานสกุลเงินลิบรา ที่มีความง่ายดายเช่นเดียวกับการส่งข้อความในแอปพลิเคชั่นเพื่อการสนทนา (Chat) ขอบคุณภาพจาก https://newsroom.fb.com/news/2019/06/coming-in-2020-calibra/

ดังนั้น Libra จึงมีอุปสรรคสำคัญที่ต้องผ่านไปให้ได้คือต้องรับการอนุมัติจากรัฐบาลทั่วโลก เพราะถ้า Libra ไม่ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลทั่วโลก หรือมีการต่อต้านจากรัฐบาลประเทศใดประเทศหนึ่ง จุดประสงค์ต้องการให้เป็นสกุลเงินเพื่อคนทั่วโลกก็ไม่อาจเป็นจริงได้

ในส่วนของสถาบันทางการเงินแบบดั้งเดิม เช่น ธนาคาร นี่ถือเป็นการ Disruption ทางธุรกิจที่ใหญ่หลวง เพราะจะทำให้พวกเขาสูญเสียบทบาทการให้บริการทางการเงินกับคนทั่วไปอย่างที่เป็นมา ซึ่งต้องดูสถานการณ์ต่อไปว่าสถาบันทางการเงินจะมีนโยบายต่อ Libra อย่างไร

สำหรับในประเทศไทย ยังไม่มีความเห็นจากรัฐบาลว่าจะให้ Libra เข้ามาให้บริการในประเทศไทยหรือไม่ ซึ่งมีขั้นตอนที่สำคัญคือการออกหรือแก้ไขกฎหมายให้รองรับสกุลเงินดิจิทัล รวมไปถึงพิจารณาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับค่าเงินบาทด้วยเช่นกัน

โดยสรุปแล้ว การเกิดขึ้นของสกุลเงิน Libra คือส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านของโลก ซึ่งจะเป็นไปลักษณะของการเชื่อมต่อกันมากขึ้นและง่ายขึ้น ในอนาคต นอกจากเรื่องของการเงิน เราคนต้องจับตาดูว่า ชีวิตและโลกของเราจะมีการเปลี่ยนแปลงในแง่ใดเพิ่มเติมอีกบ้าง เพื่อเตรียมตัวในการเป็นพลเมืองของ “โลกใบใหม่” ที่กำลังเข้าในมาชีวิตของมนุษย์โลกทุกคนในอัตราเร่ง

แหล่งอ้างอิง
A brief history of digital payments
สะเทือนแบงก์ทั่วโลก! เปิดตัว ‘Libra’ สกุลเงินดิจิทัลของ Facebook พร้อมใช้จริงปีหน้า
เปิดตัวได้ไม่ทันไร งานเข้าแล้ว! Libra ถูกขอให้หยุดการพัฒนาก่อน จนกว่าจะตรวจสอบเรียบร้อย
Facebook ส่ง Libra เขย่าโลกการเงิน ต้นปี 2020 
ปฏิกิริยาทั่วโลกหลัง Facebook เปิดตัวเงินสกุลดิจิทัล Libra: เหรียญนั้นมีสองด้านเสมอ
รู้จัก Libra สกุลเงินดิจิทัลของ Facebook ที่กำลังจะเปลี่ยนโลกการเงิน 
เงินดิจิตอลคืออะไร และมันทำงานอย่างไร? 
เหรียญคริปโต Libra ของ Facebook คืออะไร เก็งกำไรเหมือน Bitcoin ได้ไหม 
Libra คืออะไร? เขย่าวงการการเงินทั่วโลกยังไง!

อ่านเพิ่มเติม เหตุใดหุ่นยนต์ยังไม่สามารถแทนที่การทำงานของมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เรื่องแนะนำ

ศาสตร์ ศิลป์ สืบสาน ณ บ้านปลายเนิน แหล่งบ่มเพาะงานศิลป์แผ่นดินสยาม

บ้านปลายเนิน หรือ วังคลองเตย คือสถานที่ประทับสุดท้ายของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ผู้ทรงได้รับการเทิดทูนในฐานะ "นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม" หรือ สมเด็จครู ปัจจุบัน ทายาทราชสกุลจิตรพงศ์ กำลังเร่งมือปฏิสังขรณ์พระตำหนักต่างๆ และอนุรักษ์ศิลปวัตถุทรงคุณค่ามากมายท่ามกลางกระแสธารแห่งการพัฒนาอันเชี่ยวกรากที่รุกคืบเข้ามา รวมถึงโครงการก่อสร้างคอนโดมิเนียมความสูง 36 ชั้นที่อยู่ห่างออกไปเพียง 23 เมตร

ส่องวิถีชีวิตของชาว คูเวต ดินแดนแห่งความร่ำรวยสุดขั้ว

ส่องวิถีชีวิตของชาวคูเวต ดินแดนแห่งความร่ำรวยสุดขั้ว คูเวต ประเทศที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอ่าวเปอร์เซียคือประเทศแห่งความเป็นที่สุด ในช่วงหน้าร้อน อุณหภูมิจะสูงเป็นลำดับต้นๆ ของโลก ปริมาณน้ำฝนในแต่ละปีอยู่ในลำดับที่เกือบต่ำที่สุดของโลก และแทบไม่มีแห่งน้ำจืด มีพื้นที่เพียงร้อยละหนึ่งของทะเลทรายที่สามารถทำเกษตรกรรมได้ อย่างไรก็ตาม ทะเลทรายผืนเดียวกันที่เองที่เป็นแหล่งน้ำมันสำรองลำดับที่ 7 ของโลก และเป็นแหล่งความร่ำรวยมหาศาลของชาวคูเวต โดยก่อนที่จะค้นพบน้ำมันในช่วงทศวรรษ 1930 สินค้าส่งออกส่วนใหญ่ของคูเวตคือไข่มุก และมีพื้นที่สำหรับการทำค้าขายทางเรือ ที่อยู่อาศัยของชาวประมงและชนเผ่าแร่ร่อน อุตสาหกรรมพลังงานของที่นี่มีความใกล้ชิดกับโลกตะวันตก โดยเฉพาะการปลดปล่อยหลังสงครามอ่าวในปี 1991 ค่านิยมจากต่างประเทศได้เข้ามามีอิทธิพลในคูเวตอยู่เรื่อยๆ ในทุกวันนี้ ประชากรคูเวตที่มีอยู่ประมาณ 1.3 ล้านคนมีวิถีชีวิตที่หรูหรา ซึ่งขับเคลื่อนโดยแรงงานภาคอุคสาหกรรมบริการซึ่งเป็นชาวต่างชาติค่าแรงต่ำกว่า 3 ล้านคน Gabriele Cecconi ช่างภาพชาวอิตาลี ใช้เวลาสี่เดือนในช่วงปี 2019 และ 2020 ในการบันทึกภาพประเทศนี้ ในภาพถ่าย Cecconi มองว่าเข้าถึงถึงความไม่เข้ากันของระหว่างความเป็นวัตถุนิยมและธรรมเนียมทางศาสนา “ภาวะบริโภคนิยมสุดขั้วคือรูปแบบการชดเชยความรู้สึกที่ตึงเครียดภายในใจ” เขากล่าวและเสริมว่า “ระบบทุนนิยมของเราจะบอกว่าหากคุณได้จับจ่ายใช้สอยจะรู้สึกดีขึ้น สิ่งนี้เกิดขึ้นกับทุกคน ความแตกต่างคือ พวกเขามีเงินทำทุกสิ่งที่ต้องการได้” ซึ่งอาจจะหมายถึงเฟอร์รารี่หรือโคลอสเซียมจำลองส่วนตัว เรื่อง WERNER SIEFER ภาพ YGABRIELE CECCONI, […]

เป้าหมายสีเขียวของดูไบ

เรื่อง โรเบิร์ต คุนซิก ภาพถ่าย ลูกา โลกาเตลลี เพื่อดื่มด่ำกับความหลุดโลกของดูไบ นครที่ซึ่งแท่งคอนกรีต กระจก และเหล็กกล้า ผุดขึ้นราวดอกเห็ด และแผ่ขยายท่ามกลางผืนทรายอันร้อนแล้งของทะเลทรายอาหรับในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา คุณอาจเริ่มจากการลองไปเล่นสกีดูก่อน เมื่อมองจากด้านนอกศูนย์การค้าเดอะมอลล์ออฟดิเอมิเรตส์ ทางลาดของลานสกีดูราวกับยานอวกาศสีเงินที่ปักลงไปในพื้น เมื่อเข้าไปด้านใน คุณอาจเดินเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง แล้วค่อยผลักประตูกระจกเข้าไปยังลานสกีดูไบ เสื้อยืดคอกลมที่ระลึกที่ผมซื้อมามีภาพวาดการ์ตูนเป็นภาพเทอร์มอมิเตอร์หน่วยเป็นองศาเซลเซียส เขียนว่า “ฉันเปลี่ยนจาก +50 เป็น -8” จะว่าไปก็ไม่ได้รู้สึกหนาวถึงขนาดนั้นเมื่ออยู่บนลานสกี แต่อุณหภูมิภายนอกในดูไบอาจสูงเกือบ 50 องศาเซลเซียสได้ในฤดูร้อน ความชื้นยิ่งชวนให้อึดอัดเพราะอยู่ใกล้ทะเล แต่แทบไม่มีฝนเลย ดูไบมีปริมาณฝนน้อยกว่า 100 มิลลิเมตรต่อปี และไม่มีแม่น้ำที่อยู่ถาวร อีกทั้งแทบไม่มีผืนดินที่เหมาะแก่การเพาะปลูก แล้วถิ่นฐานบ้านเรือนแบบไหนถึงจะเหมาะกับสถานที่เช่นนี้  ดูไบเคยเป็นหมู่บ้านประมงและเมืองท่าค้าขายที่ทั้งเล็กและยากจนมาหลายร้อยปี แล้วการเติบโตอย่างพรวดพราดจากน้ำมันและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็เปลี่ยนโฉมที่นี่ให้กลายเป็นเมืองแห่งเส้นขอบฟ้าที่เต็มไปด้วยผลงานด้านสถาปัตยกรรมอันน่าอัศจรรย์  และยังมีท่าอากาศยานที่มีผู้ใช้มากที่สุดเป็นอันดับสามของโลกอีกด้วย “ถ้าจะพูดกันถึงความยั่งยืนแล้วละก็ คุณคงไม่มาสร้างที่นี่หรอกครับ” ยานุส โรสตอก สถาปนิกคนสำคัญจากโคเปนเฮเกนผู้มาตั้งรกรากที่นี่ บอก ทว่านครแห่งความยั่งยืนนี่แหละ คือเป้าหมายที่รัฐบาลดูไบประกาศว่า ต้องการจะสร้างให้สำเร็จ ดูไบกับความยั่งยืนอย่างนั้นหรือ รอให้น้ำท่วมหลังเป็ดก่อนเถอะ คุณอาจคิดในใจ ช่วงปีแห่งความเติบโตเหล่านั้นทำให้ดูไบกลายเป็นสัญลักษณ์ของความล้นเหลือ อันเป็นผลพวงจากการมีพลังงานฟอสซิลราคาถูก […]

ชีวิตไร้หน้ากากของผู้ได้รับวัคซีนโควิด-19 ในสหรัฐฯ

แนวปฏิบัติใหม่ในสหรัฐฯ ตั้งเป้าสร้างความมั่นใจกับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันไวรัสจากการฉีด วัคซีนโควิด-19 ในเรื่องกิจกรรมกลางแจ้งที่มีความเสี่ยงต่ำ อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้เชี่ยวชาญที่กังวลว่าอาจสร้างผลกระทบที่คาดไม่ถึง ตลอดช่วงปีที่แล้ว สาธารณชนต่างมองว่าพื้นที่กลางแจ้งเป็นพื้นที่แห่งความหวังในช่วงเวลาแห่งการเว้นระยะห่างทางสังคม พื้นที่กลางแจ้งกลายเป็นสถานที่เดียวในช่วงเวลาแห่งการปิดเมืองที่ผู้คนมาออกกำลังกาย ผ่อนคลาย หรือรวมตัวภายใต้การเว้นระยะห่างของที่นั่ง และในช่วงที่มีหลักฐานชัดเจนว่าขณะนี้การรวมตัวกลางแจ้งที่เสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19 อยู่ในระดับต่ำแล้ว เนื่องจากการได้รับ วัคซีนโควิด-19 ในวงกว้าง หลายคนก็รู้สึกผ่อนคลายที่จะถอดหน้ากากอนามัยและลดการป้องกันตัวเองลง อย่างไรก็ตาม การตีความของผู้คนว่ากิจกรรมใดที่สามารถทำได้ปลอดภัยโดยไม่ต้องสวมหน้ากากยังคงไม่ชัดเจน ในบางพื้นที่อาจเชื่อว่าการออกไปบาร์ข้างนอกสามารถทำได้ ในขณะที่บางคนยังคงสวมหน้ากากในตอนที่พาสุนัขไปเดินเล่น ในปัจจุบัน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (Centers for Disease Control and Prevention – CDC) ได้ประกาศแนวปฏิบัติใหม่ที่หวังจะประกาศให้ชัดเจนว่ากิจกรรมใดปลอดภัยในบรรยากาศที่บริสุทธิ์ และมีคำตัดสินว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้วสามารถถอดหน้ากากในกิจกรรมการรวมตัวขนาดเล็กในพื้นที่กลางแจ้ง หรือสามารถทานอาหารกลางแจ้งกับคนที่ได้รับวัคซีนแล้วและไม่ได้รับวัคซีนได้ “โดยปกติ สำหรับคนที่ได้รับวัคซีน สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งโดยไม่ต้องสวมหน้ากากอนามัยได้อย่างปลอดภัยแล้ว” โรเชลล์ วาเลนสกี ผู้อำนวยการ CDC กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวในทำเนียบขาวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา และเสริมว่า “อย่างไรก็ตาม เรายังคงแนะนำให้มีการสวมหน้ากากอนามัยในช่วงที่มีการรวมตัวกลางแจ้งของคนหมู่มากในสถานที่เช่นสนามกีฬาที่มีคนจำนวนมาก และคอนเสิร์ตที่ไม่สามารถทำระยะห่างทางสังคมได้โดยง่าย อันเป็นสถานที่ซึ่งอาจมีผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนปรากฎตัวอยู่” แนวปฏิบัติใหม่ คำแนะนำวิถีชีวิตกลางแจ้งของสหรัฐฯ แบบใหม่ล่าสุดกำหนดขึ้นเพื่อขยายเสรีภาพของผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้ว เมื่อเดือนที่ผ่านมา CDC ประกาศว่าผู้ที่มีภูมิคุ้มกันโดยสมบูรณ์สามารถรวมตัวกันกลางแจ้งได้โดยไม่ต้องใส่หน้ากาก จากข้อมูลตัวเลขของการฉีดวัคซีนล่าสุดพบว่า […]