เมืองใต้ดินในปักกิ่ง - National Geographic Thailand

เมืองใต้ดินในปักกิ่ง

เมืองใต้ดินในปักกิ่ง

ในช่วงปลายทศวรรษ 1960 – 1970   ความพยายามเพื่อเตรียมรับมือกับการทำลายล้างของระเบิดนิวเคลียร์ เหมาเจ๋อตงสั่งให้เมืองใหญ่หลายเมืองของจีนสร้างอพาร์ตเมนต์ที่มีหลุมหลบภัยซึ่งสามารถต้านทานแรงระเบิดนิวเคลียร์ได้  ลำพังเฉพาะในปักกิ่ง มีบังเกอร์หรือหลุมหลบภัยใต้ดินดังกล่าวเกิดขึ้น มากกว่า 10,000 แห่ง

แต่เมื่อจีนเปิดประเทศในช่วงต้นทศวรรษ 1980 กระทรวงกลาโหมของจีนเปิดโอกาสให้เจ้าของที่ดินเอกชนเช่าอพาร์ตเมนท์เหล่านั้น ด้วยมุ่งหวังจะทำกำไรจากการเปลี่ยนหลุมหลบภัยในอดีตให้กลายเป็นห้องพักขนาดเล็ก

ทุกวันนี้ เมื่อตกค่ำ ผู้คนมากกว่าล้านคนซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานอพยพและนักศึกษาจากชนบท พากันหายไปจากท้องถนนอันวุ่นวายของปักกิ่งลงไปสู่จักรวาลใต้ดิน ซึ่งแทบไม่เป็นที่รู้จักของโลกเบื้องบน

เมืองใต้ดิน
นักดนตรีคนหนึ่งเล่นทรอมโบนอยู่ที่ศูนย์กิจกรรมซึ่งรู้จักกันในชื่อ สหภาพวัฒนธรรมและศิลปะในเขตต้าหงเหมินของกรุงปักกิ่ง
เมืองใต้ดิน
เซียนวัย 23 ปี นั่งอยู่บนเตียงของเธอในหลุมหลบภัยนงหยิง ในเขตเวยกงชุน คนหนุ่มสาวมากมายจากบ้านเกิดในชนบท เพื่อมาหาชีวิตที่ดีกว่าในปักกิ่ง

ความสนใจใคร่รู้ในปรากฏการณ์ทางสังคมนี้ ทำให้อันโตนิโอ ฟาซิลอนโก ช่างภาพชาวอิตาลี เดินทางมาปักกิ่งเพื่อบันทึกภาพในเดือนธันวาคม ปี 2015 แม้ว่าหลุมหลบภัยใต้ดินจะหาไม่ยากเพราะมีอยู่ทั่วไปในกรุงปักกิ่ง  แต่การจะเข้าไปให้ถึงที่กลับไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ดูเหมือนว่าทุกๆที่ที่ฟาซิลอนโกไปเยือน  เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในย่านหรือชุมชนนั้นๆจะคอยกีดกันเขา โดยยกหรืออ้างกฎหมายห้ามคนต่างชาติเข้าไปในหลุมหลบภัยนิวเคลียร์เหล่านั้น  เขาเริ่มท้อใจหลังยื่นเรื่องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและถูกปฏิเสธ  แต่ท้ายที่สุด ฟาซิลอนโกก็แอบเข้าไปได้โดยฉวยโอกาสช่วงที่ยามพักทานอาหารกลางวัน แต่แม้จะเข้าไปได้แล้ว  เขากลับพบว่าผู้อยู่อาศัยหลายคนค่อนข้างระมัดระวังตัว  ในบางกรณี พวกเขาอายที่จะถูกถ่ายภาพ

เมืองใต้ดิน
นายหน้าอสังหาริมทรัพย์อาศัยอยู่ในที่หลบภัยนงหยิง ในเขตเวยกงชุน
เมืองใต้ดิน
จื่อจง ดูทีวีผ่านสมาร์ตโฟนขณะนอนอยู่บนเตียงในที่หลบภัยนงหยิง ในเขตเวยกงชุน แม้แต่คนที่ไม่มีเงินพอจะเช่าบ้าน ก็ยังซื้อหาของใช้ที่แสดงสถานะอย่างสมาร์ตโฟน แทบเล็ต หรือเสื้อผ้าแบรนด์เนม เพราะภาพลักษณ์ความสำเร็จถือเป็นเรื่องสำคัญในวัฒนธรรมจีน ฟาซิลอนโกกล่าว

“ผมพบคนประมาณ 150 คน และมีเพียง 50 คนที่อนุญาต [ให้ผมถ่ายรูปพวกเขา] ” ฟาซิลอนโกเล่า “บางคนกลัวเพราะบอกครอบครัว [ทางบ้าน] ว่า  พวกเขามีงานดีๆทำและอยู่ในอพาร์ตเมนต์ดีๆ”

ความเป็นอยู่ในหลุมหลบภัยเรียกได้ว่ายากลำบาก  แม้จะมีสาธารณูปโภคอย่างไฟฟ้า น้ำประปา และระบบระบายน้ำเสียเพื่อให้สามารถอยู่ใต้ดินได้เป็นแรมเป็นเดือนในช่วงสงครามหรือผลกระทบจากกัมมันตรังสี  แต่การขาดระบบอากาศที่เหมาะสมทำให้อากาศไม่ถ่ายเทและอับชื้น  ผู้อยู่อาศัยใช้ครัวและห้องน้ำร่วมกันซึ่งมักคับแคบและไม่ถูกสุขลักษณะ

กฎหมายท้องถิ่นกำหนดพื้นที่อยู่อาศัยขั้นต่ำไว้ที่ 4 ตารางเมตรต่อผู้เช่าหนึ่งราย  ซึ่งในหลายๆครั้งข้อกำหนดนี้กลับถูกละเลย ภาพถ่ายภาพหนึ่งของฟาซิลอนโกเป็นภาพของจิงจิง เด็กหญิงวัยสี่ขวบ อาศัยอยู่กับย่า พ่อและน้องชายของเธอในห้องที่เล็กพอดีพอดีกับเตียง  “บ้าน” ของพวกเขาอยู่ติดกับพื้นที่ที่กว้างกว่าซึ่งใช้เป็นที่จอดรถจักรยานยนต์  “เป็นที่ที่ยากจนที่สุดแห่งหนึ่งที่ผมเคยไปเยือนครับ” ฟาซิลอนโกกล่าว

เมื่อปี 2010 ทางการกรุงปักกิ่งสั่งห้ามการใช้หลุมหลบภัยนิวเคลียร์และและพื้นที่ว่างอื่นๆ เป็นที่อยู่อาศัย เพื่อแก้ปัญหาการปล่อยปละละเลยของเจ้าของที่ดินและความปลอดภัย  แต่ที่ผ่านมา  ความพยายามเหล่านี้มักประสบความยากลำบากและไม่เป็นผล  เหตุผลหลักคือผู้คนที่อาศัยอยู่ในที่หลบภัยไม่มีที่ไป

เมืองใต้ดิน
จือ หลิว วัยสามขวบ อาศัยอยู่ที่นี่กับพ่อ ซึ่งเปลี่ยนส่วนหนึ่งของที่พักให้เป็นร้านหนังสืออนไลน์ชื่อ เกาไช่เซิง
เมืองใต้ดิน
จื่อวัย 39 และหมิงวัย 41 กำลังดื่มเบียร์ระหว่างกินอาหารเย็นที่สหภาพวัฒนธรรมและศิลปะ

อีกทั้งการเข้าถึงที่พักอาศัยของรัฐซึ่งมีราคาพอจ่ายได้เป็นไปอย่างจำกัด  หลุมหลบภัยเหล่านี้จึงเป็นหนึ่งในไม่กี่ทางเลือกที่เป็นไปได้สำหรับแรงงานอพยพ ฟาซิลอนโกกล่าวว่า ห้องเล็กๆห้องหนึ่งอาจมีค่าเช่าเพียงเดือนละ 40 ดอลลาร์สหรัฐ (1,400 บาท)  ขณะที่ห้องใหญ่กว่าในแบบหอพักซึ่งสามารถรองรับคนได้มากถึง 10 คน  อาจหาเช่าได้ในราคาเพียงเดือนละ 20 ดอลลาร์ (700 บาท)

ผู้อยู่อาศัยจำนวนมากเป็นคนหนุ่มสาวที่มีความฝันและเชื่อว่า  การอาศัยอยู่ที่นี่เป็นเพียงช่วงเปลี่ยนผ่านของชีวิต  จนกว่าพวกเขาจะมีรายได้เป็นชิ้นเป็นอัน ซึ่งหมายถึงห้องที่มีหน้าต่างและแสงแดดส่องถึง

ปรากฏการณ์อีกอย่างหนึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา  คือองค์กรทางสังคมต่างๆ พยายามเปลี่ยนหลุมหลบภัยว่างเปล่าหลายแห่งให้กลายเป็นศูนย์ชุมชน ฟาซิลอนโกพบเห็นพื้นที่ว่างหลายแห่งได้รับการปรับปรุงเป็นห้องทานอาหาร ห้องเล่นบิลเลียดห้องคาราโอเกะ และห้องสอนการคัดลายมือ

เรื่อง เยว่ หมิง
ภาพถ่าย อันโตนิโอ ฟาซิลอนโก

 

อ่านเพิ่มเติม

จากตรุษจีนถึงเช็งเม้ง: แนวคิดชีวิตหลังความตายของชาวจีน

เรื่องแนะนำ

Gloomy Rainbow

เรื่องและภาพ นิธิรุจน์ สุทธิเมธีโรจน์ (รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 โครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7) ในประเทศที่ให้เกียรติกับเสรีภาพของมนุษย์ กลุ่มคนรักเพศเดียวกันได้รับการยอมรับมานานแล้ว แต่ในประเทศที่เพิ่งเปิดได้ไม่นานอย่างเมียนมา ชาวรักเพศเดียวกันยังมีชีวิตที่มืดมนทั้งในแง่ของสังคมและกฎหมาย ไม่ได้รับการยอมรับตั้งแต่ระดับครอบครัว ไม่ได้รับความเท่าเทียมกันทางสังคม ถูกซุบซิบ นินทา ถูกย่ำยีทางวาจา และถูกจ้องมองในที่สาธารณะ  ในแง่อาชีพการงานก็ถูกจำกัดอยู่ไม่กี่อาชีพ เช่น ช่างทำผม ช่างตัดเย็บเสื้อผ้า หมอนวด ไปจนกระทั่งให้บริการทางเพศ มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ทำงานในออฟฟิศ เป็นเจ้าของกิจการส่วนตัว มีรายได้เลี้ยงครอบครัวได้  พวกเขายังต้องไขว่คว้าการเป็นที่ยอมรับและสิทธิเสรีภาพเฉกเช่นคนทั่วไป “ริกกี้” เป็นชายรักเพศเดียวกันและเป็นตัวแทนที่สะท้อนถึงความรู้สึก ความขมขื่น ความสุข และความใฝ่ฝันของชาวรักเพศเดียวกันในประเทศอย่างเมียนมา  

พบภาพเขียนสีโบราณรูปล่าวาฬบนผนังถ้ำในชิลี

พบ”ภาพเขียนสีโบราณ”รูปล่าวาฬบนผนังถ้ำในชิลี เมื่อรวม”ภาพเขียนสีโบราณ”กับเครื่องใช้ไม้สอยเก่าแก่อย่างฉมวกที่ทำขึ้นหยาบๆ กับแพเรื่องราวยุคโบราณก็ปรากฏ พรานโบราณแทงวาฬด้วยฉมวกที่ทำหยาบๆ จากแพไม้ อาจเป็นการฆ่าที่น่ายินดีสำหรับนักล่า-เก็บของป่าซึ่งอาศัยอยู่ในเขตแห้งแล้งที่สุดอย่างทะเลทรายอะตาคามาของชิลี เมื่อ 1,500 ปีก่อน ชั่วขณะเช่นนั้นถูกหยุดไว้กับกาลเวลาโดยฝีมือศิลปินโบราณตั้งแต่ 1,500 ปีที่ผ่านมา  ภาพวาดสีแดงสดใสบนผนังหิน วาดด้วยสีไอเอิร์นออกไซด์ ทำให้เราได้เห็นภาพการล่าดั้งเดิมอยู่  นักโบราณคดีกล่าวว่ามีทั้งภาพวาฬ ปลากระโทงดาบ สิงโตทะเล และฉลาม จากการศึกษาชิ้นใหม่ที่ตีพิมพ์ใน Antiquity พูดถึงความสำคัญของการล่าทางทะเลสำหรับนักล่า-เก็บของป่าในยุคนี้ และเรื่องน่าตื่นเต้นที่ภาพเหล่านี้เล่าเอาไว้ นักโบราณคดีต้นศตวรรษที่ 20 พบภาพเขียนผนังถ้ำชุดนี้พบครั้งแรกในเขตดังกล่าวของชิลี ที่หุบเขาเอลเมดาโน ซึ่งกั้นอยู่ระหว่างมหาสมุทรกับทะเลทราย จะมีก็แต่ชาวปาโปโซซึ่งเป็นคนท้องถิ่นเท่านั้นที่รู้ว่ามีภาพพวกนี้บนผนังถ้ำมานานนับพันปี งานวิจัยชิ้นใหม่มุ่งศึกษาศิลปะผนังถ้ำที่พบห่างออกไปทางตอนเหนือหลายกิโลเมตรที่พื้นที่ชื่อ Izcuna แต่เมื่อหากเอ่ยถึงช่วงเวลาของภาพวาด ก็มักจะเรียกกันว่า “ศิลปะเอลเมดาโน” ในหุบเขา Izcuna ภาพวาดจำนวน 328 ภาพถูกพบบนก้อนหินที่แตกต่างกัน 24 แท่ง  หลายชิ้นถูกไอน้ำที่เมฆแคมาคาคาส ซึ่งก่อตัวเหนือชายฝั่งชิลีและเคลื่อนเข้าสู่แผ่นดิน แต่ก็ไม่หนักหนาเกินกว่าจะระบุยุคสมัยของภาพได้ ศิลปะที่พบได้ทั่วไปคือภาพซิลลูเอตของปลาขนาดใหญ่ นอกนั้นเป็นภาพการล่าด้วยแพและฉมวก  มีภาพสัตว์บกอยู่บ้าง แต่การค้นพบภาพชีวิตในมหาสมุทรบนผนังถ้ำถือว่าเป็นของหายาก นักวิจัยชื่อเบนฆามิน บาลเยสเตอร์ สังเกตว่าปลาหรือวาฬมักถูกวาดเป็นภาพขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับนักล่าและแพของพวกเขา ทำให้เหยื่อดูเป็นศัตรูที่น่ากลัว  “โดยรวมแล้ว การล่าเป็นตัวแทนของปฏิบ้ติการระดับบุคคลที่ชำนาญและต้องฉายเดี่ยวได้แค่สองสามคนที่ถูกคัดมาแล้ว” มากกว่าความเป็นศิลปะ […]

กล้าทดสอบความกล้ากับฝูงมดกระสุนนี้ไหม?

ในหลากหลายวัฒนธรรมมีพิธีกรรมที่จัดขึ้นเพื่อให้เด็กชายเตรียมความพร้อมไปสู่การเป็นชายชาตรี สำหรับพิธีกรรมของชนเผ่า Sateré-Mawe ในป่าแอมะซอน ของบราซิลนี้จะทำให้คุณขนหัวลุก เพราะพวกเขาใช้มดกระสุนเจ้าของฉายามดกัดเจ็บราวกับถูกปืนยิง เป็นเครื่องมือในการทดสอบ เมื่อเริ่มพิธีกรรมบรรดาผู้ใหญ่ในชนเผ่าจะไปคุ้ยหามดกระสุนและทำให้พวกมันสลบ จากนั้นพวกเขาจะนำมดกระสุนสอดเข้าไปในถุงมือที่สานขึ้นจากใบไม้ ทำให้มดไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ เด็กชายที่เข้าร่วมพิธีกรรมจะต้องสอดมือเข้าไปในถุงมือดังกล่าว และเต้นรำอยู่นาน 10 นาที จึงจะสามารถถอดถุงมือออกได้ ซึ่งแม้จะทาผงถ่านทั่วมือแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่วายถูกมดกระสุนกัดอยู่ดี ความเจ็บปวดจะลุกลามไปทั่วมือและอาจต้องใช้เวลาถึง 24 ชั่วโมงกว่าจะหาย แต่นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะพวกเขาต้องทำเช่นนี้จนครบ 20 ครั้งจึงจะได้รับการยอมรับในฐานะ “นักรบ” ของเผ่าอย่างเต็มภาคภูมิ   อ่านเพิ่มเติม : มหัศจรรย์แห่งอาหาร ชมกระบวนการทำ “ซุปหิน” ในเม็กซิโก, ความงามที่เปลี่ยนแปลงไปของชนเผ่าอะปาตานี

เมื่อรักไร้พรมแดน

หากย้อนเวลากลับไปสักห้าศตวรรษก่อน การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันของคนต่างเชื้อชาติและวัฒนธรรมทั้งห้าคู่นี้ไม่อาจเป็นไปได้

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.