ประวัติศาตร์อันน่าทึ่งว่าด้วยการปิดสมัยประชุม รัฐสภาอังกฤษ โดยกษัตริย์

ประวัติศาสตร์น่าทึ่งว่าด้วยการปิดสมัยประชุมรัฐสภาอังกฤษโดยกษัตริย์

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร อ่านสุนทรพจน์ในการประชุมสภาขุนนาง หรือสภาสูงแห่ง รัฐสภาอังกฤษ เพื่อเริ่มต้นการประชุมสภา ที่โดยปกติจะเริ่มต้นขึ้นในช่วงฤดูในไม้ผลิ และมีสมัยประชุมเป็นระยะเวลา 1 ปี ภาพถ่ายโดย ALASTAIR GRANT, WPA POOL/GETTY


จากเบร็กซิตสู่การระบาดของไข้รากสาดใหญ่ มีการใช้เครื่องมือที่เป็นกลการเมืองนี้เป็นเวลานับร้อยปีเพื่อปิดสมัยประชุมสภานิติบัญญัติของอังกฤษ

ใน รัฐสภาอังกฤษ สมัยการประชุมจะยุติลงเมื่อปีของการประชุมสภานิติบัญญัติ หรือที่เรียกว่าสมัยการประชุมสิ้นสุดลง จากนั้นสมัยการประชุมครั้งใหญ่จะเริ่มต้น อาจฟังดูเป็นเรื่องง่าย แต่ไม่เป็นอย่างนั้นเสียทีเดียว การปิดสมัยการประชุมของอังกฤษเต็มไปด้วยเรื่องของวัฒนธรรมและโอกาสทางการเมือง ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานมานับศตวรรษ และบางครั้งมีการใช้เป็นกลเม็ดเล่ห์เหลี่ยมของรัฐบาล โดยวิธีการปิดสมัยประชุมเป็นเครื่องมืออันเย้ายวนของนักการเมืองอังกฤษที่ต้องการแขวนการออกกฎหมายที่พวกเขาไม่พึงประสงค์

การปิดสภา (บางสำนักข่าวใช้คำว่า ระงับการประชุมสภา) เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองครั้งล่าสุดเกิดจากนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีจากพรรคอนุรักษ์นิยม ซึ่งวางแผนที่จะปิดสมัยประชุมที่ยาวนานที่สุดในรอบ 400 ปี โดยประกาศขยายเวลาการพักการประชุมสภาออกไปจนถึงวันที่ 14 ตุลาคม ก่อนถึงกำหนดวันที่อังกฤษต้องถอนตัวออกจากสมาชิกของสหภาพยุโรป (อียู) แบบไร้ข้อตกลงได้ตามกำหนด ก็คือ ในวันที่ 31 ตุลาคม นี้

ถ้าบอริสสามารถดำเนินการตามแผนนี้ได้สำเร็จ จะเป็นเหตุให้สมาชิกสภานิติบัญญัติหยุดปฏิบัติหน้าที่ในสภาเป็นเวลา 5 สัปดาห์ และทำให้การอภิปรายเรื่องการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักรสั้นลงไปอย่างมาก กล่าวคือ เหลือเวลาเพียงสองสัปดาห์ ซึ่งแผนการนี้ทำให้ค่าเงินปอนด์ของอังกฤษหล่นวูบ ทำให้ประชาชนจัดการลงชื่อเพื่อเรียกร้องการคัดค้านเรื่องนี้นับล้านรายชื่อ และให้ประชาชนคิดในเรื่องของบทบาทชนชั้นพลเมืองมากขึ้น

รัฐสภาอังกฤษ
ในช่วงพิธีการปิดสมัยประชุมสภาของอังกฤษ จะมีพิธีการปิดประตูใส่หน้าผู้นำสารของกษัตริย์ ภาพถ่ายโดย MATTHEW FEARN, AFP/GETTY

ตามประวัติศาสตร์ของอังกฤษ มีการใช้เงื่อนไขการปิดสมัยประชุมครั้งแรกในสมัยศตวรรษที่สิบห้า ในช่วงเวลานั้น รัฐบาลอังกฤษมักถูกกษัตริย์เรียกตัวมาในช่วงระยะเวลาสั้นๆ และจะถูกเรียกตัวกลับตามพระราชประสงค์ โดยในช่วงแรก รัฐสภามีหน้าที่อนุมัติในเรื่องของภาษีและราชจ่ายของราชวงศ์ และจะมีการจัดสรรผลประโยชน์ของราชวงศ์เมื่อมีการพิจารณาเรื่องนี้โดยสภาเสร็จสิ้น

เมื่อเวลาผ่านไป รัฐสภาของอังกฤษมีอำนาจมากขึ้น กษัตริย์อังกฤษได้เริ่มใช้วิธีการปิดสภาเพื่อให้สามารถควบคุมสภาได้มากขึ้น เช่นในปี 1579 สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่หนึ่ง แห่งอังกฤษ ได้ประกาศปิดสภาเพื่อหลีกเลี่ยงการอภิปรายสาธารณะกับฟร็องซัว ดยุกแห่งอ็องฌู ที่ประสงค์จะฟ้องพระองค์ ด้านกษัตริย์องค์อื่นๆ ที่ครองราชย์ต่อมาได้ใช้วิธีการปิดสภาด้วยเหตุผลที่ดี เช่นในยุคของพระเจ้าเจมส์ที่สี่ แห่งสกอตแลนด์ ได้มีการปิดสภาเนื่องจากมีการระบาดของไข้รากสาดใหญ่ในกรุงลอนดอน

พระเจ้าชาลส์ที่หนึ่ง แห่งอังกฤษ เป็นตัวอย่างของกษัตริย์ที่ได้ชื่อว่าเป็นทรราชย์ ในการใช้อำนาจในการปิดประชุมสภา โดยในปี 1629 เขาได้ปิดสภาซึ่งไม่พอใจกษัตริย์ที่กำหนดการจัดเก็บภาษีโดยไม่ได้รับอนุญาต และพระเจ้าชาลส์ที่หนึ่ง ไม่ได้เรียกประชุมสมาชิกสภานิติบัญญัติเป็นเวลา 11 ปี การแทรกแซงทางการเก็บภาษีในครั้งนี้ก่อให้เกิดสงครามกลางเมืองและทำให้พระองค์ถูกตัดสินโทษประหารชีวิตในข้อหากบฏในเวลาต่อมา

การปิดสภาในยุคสมัยใหม่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก ในทุกวันนี้ กษัตริย์อังกฤษอยู่ห่างจากการเมือง และจะทำการปิดการประชุมสภาเมื่อได้รับการร้องขอจากนายกรัฐมนตรีเท่านั้น ซึ่งกษัตริย์ (หรือราชินี) ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาทำพิธีการปิดการประชุมสภาด้วยตัวเองเสียด้วยซ้ำ กล่าวคือ มีการส่งผู้แทนพระองค์มาดำเนินพิธีแทน

(เชิญพิธีการปิดสมัยประชุมสภาของอังกฤษ ประจำสมัยประชุม 2016 – 2017 ได้ที่นี่)

พิธีการปิดสภานั้นเป็นฉากที่เป็นพิธีกรรมและมีความหรูหรา ขั้นตอนแรก ผู้แทนพระองค์จะเดินมาหยุดที่สภาสามัญชน หรือสภาล่างของอังกฤษเพื่อแจ้งประกาศสำนักพระราชวัง (เรื่องการปิดสมัยประชุมสภา) และผู้แทนพระองค์จะถูกสมาชิกสภาสามัญชนปิดประตูใส่หน้า 3 ครั้ง เพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ถึงความเป็นอิสระของสภานิติบัญญัติ จากนั้น สมาชิกสภาจะเดินขบวนผ่านสภาขุนนาง หรือสภาสูงเพื่อเข้าร่วมพิธีการปิดสมัยประชุมสภาซึ่งประกอบไปด้วยการคำนับหลายครั้งและการอ่านกฎหมายทุกฉบับที่ผ่านในสมัยประชุม และมีสุนทรพจน์จากราชินี ซึ่งกล่าวถึงความสำเร็จในการทำหน้าที่ของรัฐบาล

การปิดสมัยประชุมสภาไม่ใช่การยุบสภาที่มักจะเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งเป็นการทั่วไป โดยปกติ การปิดสมัยประชุมสภาจะมีขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และตามมาด้วยช่วงการหยุดพักที่มีระยะเวลาแตกต่างกัน เช่นในปี 2016 รัฐสภาอังกฤษหยุดพักหลังมีการปิดสมัยประชุมสภา 4 วันทำการ ในขณะที่ปี 2014 มีการหยุดพักไป 13 วัน

ในช่วงยุคสมัยใหม่ อังกฤษมีการใช้อำนาจจากฝ่ายการเมืองในการปิดสมัยประชุมสภา 2 ครั้ง ในปี 1948 นายกรัฐมนตรีจากพรรคแรงงานได้ปิดสมัยประชุมสภาเพื่อไม่ให้สภาขุนนางคัดค้านกฎหมายที่ลดอำนาจของพวกเขาลง และในปี 1997 นายกรัฐมนตรีจากพรรคอนุรักษ์นิยมได้ปิดสภาเป็นเวลา 1 สัปดาห์เพื่อหลีกเลี่ยงการเผยแพร่รายงานของการกระทำผิดของงบประมาณจากสมาชิกสภาของพรรคอนุรักษ์นิยม การปิดสภาทั้งสองครั้งลงเอยด้วยการถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมอย่างรุนแรง และในความพยายามการปิดสภาของ บอริส จอห์นสัน แสดงให้เห็นว่ายังมีการใช้อำนาจด้วยวิธีการนี้กับสภาอยู่

เรื่อง ERIN BLAKEMORE


อ่านเพิ่มเติม ลอนดอนผงาด 

เรื่องแนะนำ

นี่คือร้านอาหารที่ดีที่สุดของเปอร์โตริโก เชฟโฮเซ อันเดรสการันตี

ความเป็นมิตรของผู้คนรวมถึงอาหารที่ได้รับอิทธิพลมาจากสเปนและอเมริกา ทำให้ เปอร์โตริโก กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมในหมู่ของผู้มาเยือน

ภาพความกลัวจากในบ้านผีสิงเหล่านี้ ทำอดขำไม่ได้

เรื่อง เรเชล บราวน์ กล้องดักถ่ายภาพเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับบรรดานักวิทยาศาสตร์ผู้ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสัตว์ป่า พวกเขามักจะติดตั้งกล้องเหล่านี้ไว้ตามเส้นทางเดินของสัตว์ เพื่อให้ได้ภาพถ่ายตามธรรมชาติของมัน กล้องเหล่านี้ถูกควบคุมด้วยรีโมทเซ็นเซอร์ระยะไกล จึงใช้ได้ดีกับผู้ล่าอันตรายอย่างเสือจากัวร์ หรือใช้ในการติดตามพฤติกรรมโดยไม่ต้องรบกวนสัตว์ เช่นการรุมกินซากสัตว์ของฝูงอีแร้ง และเช่นเดียวกัน เทคโนโลยีนี้กำลังถูกนำมาใช้จับภาพความหวาดกลัวของผู้คน ที่บ้านผีสิง The Nightmares Fear Factory บ้านผีสิงชื่อดังในเมืองไนแอการาฟอลส์ ของแคนาดา ผู้เปิดให้บริการความขนหัวลุกมานานกว่า 30 ปี ในกลางทศวรรษที่ 20 Frank LaPenna เจ้าของกิจการได้แรงบันดาลใจจากกล้องถ่ายภาพบนรถไฟเหาะ เขาจึงตั้งใจว่าจะนำไอเดียเดียวกันนี้มาบันทึกภาพความหวาดกลัวของบรรดาลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเอาไว้ “ในตอนแรกผมยืนอยู่ในความมืด มีกล้องดิจิตอลตัวจิ๋วในมือคอยจับภาพผู้คนที่กำลังหวาดกลัว” เขาอธิบาย “จากนั้นผมจะวิ่งลงไปที่ลอบบี้ เอาเมมการ์ดออกจากกล้องเสียงเข้าคอมพิวเตอร์ และโชว์ภาพที่ถ่ายได้ขึ้นจอมอนิเตอร์ให้คนที่เพิ่งออกมาจากบ้านผีสิงได้เห็น” LaPenna ทำแบบนี้จนเมื่อเขาได้รู้จักกับเทคโนโลยีใหม่นั่นคือกล้องดักถ่ายภาพ ซึ่งจะบันทึกภาพอัตโนมัติ ด้วยเซนเซอร์ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อสัตว์ตัวนั้นๆ เดินผ่านอินฟาเรดที่ดักไว้ เขาออกแบบในรูปแบบที่คล้ายกันเพียงแต่ว่าเปลี่ยนจากอินฟาเรดเป็นปฏิกิริยาของผู้คนที่ตกใจเป็นสิ่งกระตุ้นให้กล้องทำงานแทน ด้วยวิธีนี้ช่วยให้เขาได้ภาพถ่ายของผู้คนกว่า 550 ภาพต่อวัน และบ้านผีสิงนี้เปิดทุกวันฉะนั้นในแต่ละปีเขาจึงมีภาพถ่ายที่รวบรวมเอาไว้หลายแสนภาพเลยทีเดียว ซึ่งในปี 2011 ภาพถ่ายเหล่านี้ถูกอัพโหลดขึ้นเว็บไซต์ของบ้านผีสิง เพื่อดึงดูดผู้ที่สนใจอยากลิ้มลองความสยองขวัญให้เข้ามาใช้บริการกันมากขึ้น แม้ว่าจะแตกต่างจากกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ที่ให้ประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ แต่คิดดูอีกที มองไปที่รูปถ่ายเหล่านี้ เราทุกคนล้วนคือสัตว์ที่เมื่ออะดรีนาลีนพลุ่งพล่านจากความกลัว ปฏิกิริยาที่แสดงออกมาผ่านภาพถ่ายจึงเป็นสัญชาตญาณล้วนๆ […]

ความตาย : สารพัดวิธีลาโลกให้เป็นที่จดจำ

ตลอดประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ผู้คนคิดค้นวิธีพิสดารต่างๆ เพื่อเก็บผู้ล่วงลับไว้ในความทรงจำ เช่น เหล่าพีระมิดแห่งอียิปต์  สุสานแบบกอทิกของยุโรป หรืออนุสรณ์แห่งความรักอันเลื่องลืออย่างทัชมาฮาล ในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด เรายังมีทางเลือกสุดไฮเทคอีกมากมายให้ตายอย่างเป็นที่จดจำ