ปราสาทชูริ: มรดกโลกแห่งญี่ปุ่นที่สูญไปในกองเพลิง - National Geographic Thailand

ปราสาทชูริ: มรดกโลกแห่งญี่ปุ่นที่สูญไปในกองเพลิง

(ซ้าย) ปราสาทชูริ มรดกโลกโลกประจำจังหวัดโอกินาวะ ประเทศญี่ปุ่นเมื่อครั้งยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ (ขวา) ภาพขณะที่ปราสาทชูริถูกเผาไหม้ไปกับกองเพลิง ขอบคุณภาพจาก Author 663 highland ใน https://commons.wikimedia.org/ และ twitter สำนักข่าว NHK https://twitter.com/nhk_news/status/1189650841931853825


ญี่ปุ่นต้องพบความสูญเสียทางวัฒนธรรมครั้งใหญ่เมื่อปราสาทชูริ สัญลักษณ์แห่งโอกินาวะ มอดไหม้ไปกับกองเพลิง ปราสาทแห่งนี้ยังเป็นประจักษ์พยานความสัมพันธ์ของสยามกับอาณาจักรรีวกีว อาณาจักรโบราณแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกด้วย

ในค่ำคืนวันที่ 30 ตุลาคม (เช้าวันที่ 31) ปี 2019 ญี่ปุ่นได้สูญเสียปราสาทชูริ สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ หนึ่งในมรดกโลกอันน่าภาคภูมิใจของพวกเขาไปกับกองเพลิง

รายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศระบุว่า “ปราสาทชูริ” สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดโอกินาวะ ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของญี่ปุ่น เกิดเพลิงไหม้ตั้งแต่ช่วงเวลา 02:40 น. โดยมีสัญญาณเตือนเพลิงไหม้จากบริเวณโถงของปราสาท เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมกำลังนับร้อยคนเพื่อควบคุมเพลิง ก่อนที่ไฟจะสงบลงเมื่อราว 04:00 น. แต่ก็ดูจะสายเกินไป เพราะไฟได้ทำลายโครงสร้างปราสาทที่ทำจากไม้ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีไปทั้งหมด ในตอนเช้า ภาพข่าวปราสาทชูริที่ปรากฏในสื่อเป็นเพียงแค่ซากของปราสาทที่มอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่าน

ไฟไหม้ปราสาทชูริในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การสูญเสียของคนญี่ปุ่นเท่านั้น แต่เป็นการสูญเสียสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่เป็นมรดกของชาวโลกไปด้วยเช่นเดียวกัน

(ชมวิดีโอขณะที่ปราสาทชูริกำลังมอดไหม้จากสำนักข่าว NHK ของญี่ปุ่นได้ที่นี่)

สัญลักษณ์แห่งอาณาจักรรีวกีวในประวัติศาสตร์ สู่ความภาคภูมิใจของคนโอกินาวะ

เมื่อครั้งที่ปราสาทชูริยังคงตั้งตระหง่าน นี่คือสถานที่อันเป็นสัญลักษณ์และความภาคภูมิใจของชาวจังหวัดโอกินาวะ ผู้มาเยือนไม่ว่าจะเป็นครั้งแรกหรือว่าครั้งไหนๆ ก็มักได้รับคำแนะนำให้มาชื่นชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมของปราสาทที่ได้บรรจุประวัติศาสตร์อันน่าภาคภูมิใจเมื่อครั้งที่โอกินาวะยังคงเป็นรัฐอิสระนามอาณาจักรรีวกีว หนึ่งอาณาจักรโบราณในภูมิภาคเอเชียตะวันออกในช่วงศตวรรษที่ 15 – 19 คือตั้งแต่ปี ค.ศ. 1429 – 1879

ก่อนที่จะเป็นอาณาจักรรีวกีว หมู่เกาะโอกินาวะมีผู้คนอยู่อาศัยมานานตั้งแต่ยุคโบราณ จนช่วงศตวรรษที่ 14 มีกลุ่มอำนาจ 3 กลุ่ม ได้แก่ โฮกุซัน (北山) ชูซัน (中山) และนันซัน (南山) กระจายตัวกันปกครองตามพื้นที่ต่างๆของหมู่เกาะโอกินาวะ พอถึงราวปี 1429 กลุ่มชูซันได้รวมอำนาจ 3 กลุ่มให้เป็นหนึ่งเดียว เกิดเป็นอาณาจักรรีวกีว และมีการสร้างปราสาทชูริในปี ค.ศ. 1429

ปราสาทชูริ, โอกินาวะ
ปราสาทชูริ สัญลักษณ์แห่งวัฒนธรรมอาณาจักรรีวกีวในอดีต ปัจจุบันคือสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของจังหวัดโอกินาวะ ที่ขณะนี้มอดไหม้ไปกับกองเพลิง ขอบคุณภาพจาก © CEphoto, Uwe Aranas, https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Naha_Okinawa_Japan_Shuri-Castle-01.jpg

ปราสาทชูริทำหน้าที่เป็นที่ประทับของกษัตริย์ และเป็นศูนย์กลางทั้งทางการเมือง การทูต การต่างประเทศ ศาสนา และเป็นพื้นที่ศูนย์กลางของวัฒนธรรมอาณาจักรรีวกีวที่ได้รับอิทธิพลทั้งจากจีนและญี่ปุ่น สังเกตได้จากหอประชุมหลักของปราสาทที่ชื่อว่า เซอิเด็น ซึ่งมีสีแดงเข้ม มีลักษณะการผสมผสานเทคนิคการก่อสร้างแบบจีนและญี่ปุ่น และกลายเป็นอาคารไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเกาะโอกินาวะ

ปราสาทชูริแห่งนี้เป็นประจักษ์พยานสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างอาณาจักรรีวกีวกับสยามซึ่งเฟื่องฟูมากในสมัยอยุธยา โดยปรากฏว่ามีการติดต่อกันมาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 14 จนถึงปลายศตวรรษที่ 16 เป็นระยะเวลาราว 200 ปี เมื่อครั้งที่อาณาจักรรีวกีวยังรุ่งเรือง สยามเป็นอาณาจักรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ทำการค้าด้วยมากที่สุด เห็นได้จากเคยมีการขุดพบไหสี่หูและชิ้นส่วนเครื่องปั้นดินเผาจากสยามเป็นจำนวนมากอยู่ในบริเวณปราสาทชูริ ซึ่งคาดว่าไหที่พบนี้เป็นภาชนะใส่เหล้าจากสยามที่พ่อค้าชาวรีวกีวนำเข้ามายังอาณาจักร เหล้าจากสยามนี้เป็นต้นแบบของสาเก (เหล้าแบบญี่ปุ่น) ท้องถิ่นชื่อดังของอาณาจักรรีวกีวที่ชื่อว่า อาวาโมริ ซึ่งต้องใช้ข้าวจากไทย (หรือสยาม) เป็นวัตถุดิบในการหมัก สาเกชนิดนี้มีการสืบทอดกันมาจนเป็นของขึ้นชื่อประจำจังหวัดโอกินาวะจนถึงปัจจุบัน

ปราสาทชูริ, โอกินาวะ, คาราเต้
ภาพการฝึกคาราเต้ ศิลปะการต่อสู้ที่เชื่อว่ากำเนิดมาจากเกาะโอกินาวะ หน้าปราสาทชูริ ในปี 1938 ขอบคุณภาพจาก https://en.wikipedia.org/wiki/Okinawan_martial_arts

เมื่อกล่าวถึงประวัติศาสตร์อัคคีภัย ปราสาทชูริเคยถูกไฟไหม้ไปแล้ว 3 ครั้งในยุคอาณาจักรริวคิว ต่อมาในช่วงศตวรรษที่ 18 ได้มีการสร้างตัวอาคารหลักและสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ขึ้นมาใหม่

หลังจากอาณาจักรแห่งนี้มีอายุได้ 450 ปี อาณาจักรรีวกีวเข้าสู่ยุคเสื่อมอำนาจ และถูกรัฐบาลยุคเมจิของญี่ปุ่นยึดครองในฤดูใบไม้ผลิปี 1879 กษัตริย์องค์สุดท้ายของอาณาจักรรีวกีวถูกขับไล่ออกจากปราสาท เปลี่ยนให้เป็นจังหวัดโอกินาวะ ในเวลาต่อมา มีการใช้งานปราสาทแห่งนี้ให้เป็นที่ทำการกองทัพญี่ปุ่น ที่ทำการของโรงเรียนหลายแห่ง รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ของเมือง

ในช่วงทศวรรษ 1930 มีการบูรณะปราสาทชูริครั้งใหญ่ไปหนึ่งครั้ง อย่างไรก็ตาม ในปี 1945 ซึ่งเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นได้สร้างฐานบัญชาการขึ้นที่ชั้นใต้ดินของปราสาท เพื่อต่อต้านการบุกขึ้นฝั่งของกองทัพสหรัฐฯ คู่สงครามสำคัญในช่วงยุทธการที่โอกินาวะ ท้ายที่สุดปราสาทแห่งนี้ถูกทหารสหรัฐฯ ทำลายจนราบเป็นหน้ากลองในปีดังกล่าว เมื่อสงครามสิ้นสุดลง พื้นที่ของปราสาทแห่งนี้กลายเป็นวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยรีวกีวอยู่ระยะหนึ่ง

ปราสาทชูริ, โอกินาวา
ส่วนรากฐานและปราการของปราสาทที่ไม่ได้ถูกทำลายไปในช่วงสงครามได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโก ในปี 2000 ขอบคุณภาพจาก Author: 663highland ใน https://commons.wikimedia.org

ในปี 1992 มีการสร้างตัวอาคารไม้ของปราสาทขึ้นใหม่อีกครั้งในพื้นที่เดิม เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 20 ปีการส่งมอบเกาะโอกินาวะคืนจากการปกครองของสหรัฐฯ เมื่อปี 1972 และเปิดเป็นอุทยานแห่งชาติให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเยี่ยมเยือน ในปี 2000 พื้นที่ส่วนปราสาทดั้งเดิม ได้แก่ รากฐานและปราการของปราสาทที่ไม่ได้ถูกทำลายไปในช่วงสงคราม ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่าปราสาทที่เพลิงเผาไปนั้นเป็นส่วนที่เพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่ในระยะเวลาไม่ถึง 30 ปี แต่ก็แสดงถึงสถาปัตยกรรมอันมีเอกลักษณ์เฉพาะและสวยงามอย่างยิ่งในยุคอาณาจักรรีวกีวรุ่งเรืองได้เป็นอย่างดี

หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ เว็บไซต์หลักของปราสาทชูริได้ประกาศปิดทำการอาคารและสวนสาธารณะเป็นการชั่วคราวและยังไม่ระบุกำหนดเปิดทำการใหม่อีกครั้ง สิ่งที่น่าติดตามต่อจากนี้คือทางการญี่ปุ่นจะตัดสินใจ “ชุบชีวิต” ปราสาทแห่งนี้ขึ้นมาใหม่เหมือนที่เคยทำมาแล้วในปี 1992 หรือไม่ เพื่อไม่ให้สัญลักษณ์ทางอารยธรรมของอาณาจักรรีวกีวแห่งเกาะโอกินาวะสูญหายไปจากประวัติศาสตร์

แหล่งอ้างอิง

[ปกิณกะ] โอกินาวา

Fire at Shuri Castle, a world heritage site

เกิดเหตุเพลิงไหม้กลางดึกที่ปราสาทชูริ มรดกโลกแห่งโอกินาว่า

About Shurijo Castle

ซากปราสาทชูริ

พาณิชย์สัมพันธ์ สยาม-ริกิว ร่องรอยไหจากเตาเผาสุโขทัยที่ “ปราสาทชูริ” เกาะโอกินาวา


อ่านเพิ่มเติม ภูมิศาสตร์เมืองญี่ปุ่น

เรื่องแนะนำ

นักล่าน้ำผึ้ง คนสุดท้าย

เมาลิ ธัน ห้อยต่องแต่งอยู่กลางเวหาสูง 90 เมตรบนบันไดเชือกไม้ไผ่ พลางสำรวจผาหินแกรนิตช่วงที่เขาต้องปีนเพื่อไปยังจุดหมาย นั่นคือรังผึ้งหลวงหิมาลัยใต้หินแกรนิตที่ยื่นออกมา ผึ้งเหล่านี้คอยเฝ้ารักษาน้ำผึ้งเมา (mad honey) ซึ่งมีคุณสมบัติเหมือนสารก่อประสาทหลอน และขายในตลาดมืดเอเชียได้ราคากิโลกรัมละ 30 ถึง 40 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราวหกเท่าของราคาน้ำผึ้งทั่วไปที่ขายในท้องตลาดเนปาล สำหรับเมาลิแล้ว การเก็บน้ำผึ้งเป็นเพียงวิธีเดียวในการหาเงินซึ่งเขาจำเป็นต้องใช้ซื้อหาอาหารและสิ่งของจำเป็นบางอย่างที่ทำเองไม่ได้ ซึ่งรวมถึงเกลือและน้ำมันประกอบอาหาร แต่ไม่ว่าเงินจะสำคัญสำหรับเขาและคนอื่นๆในหมู่บ้านของเขาที่อยู่ไกลออกไปเบื้องล่างมากเพียงใดก็ตาม เมาลิคิดว่าถึงเวลาที่จะเลิกทำงานนี้แล้ว ด้วยวัย 57 ปี เขาแก่เกินกว่าจะเสี่ยงกับการเก็บน้ำผึ้งตามฤดูกาลที่อันตรายนี้ หลายศตวรรษมาแล้วที่ชาวกูลุงอยู่อย่างโดดเดี่ยวจากโลกภายนอก เพราะบ้านของพวกเขาอยู่ท่ามกลางป่าทึบภายในโกรกธารลึกซึ่งเกิดจากฝีมือสลักเสลาของแม่น้ำหองคู แม้เมานต์เอเวอเรสต์จะอยู่ห่างออกไปทางเหนือเพียงหุบเขาเดียวจากบริเวณเชิงเทือกเขาหิมาลัยแห่งนี้ ทว่าที่นี่ก็ยังคงโดดเดี่ยวและห่างไกล ทว่าในแต่ละปีโลกภายนอกคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที มีถนนดินสายหนึ่งที่ย่นเวลาเดินเท้ามาสู่หมู่บ้านสัททีของเมาลิ ได้ภายในสองวัน และกำลังเริ่มทำเส้นทางเดินป่าของนักท่องเที่ยวซึ่งจะเข้าไปลึกถึงตอนบนของหุบเขา เส้นทางนี้จะเชื่อมหมู่บ้านสัททีและหมู่บ้านข้างเคียงอื่นๆกับเส้นทางเดินป่ายอดนิยม สี่สิบสองปีมาแล้วนับตั้งแต่เมาลิฝันเห็นสิ่งที่นำเขามาสู่เส้นทางสายนี้ ตอนนั้นเขาอายุ 15 ปี เป็นคืนหลังจากที่เขาช่วยพ่อเก็บรวงผึ้งครั้งแรก “ผมเห็นผู้หญิงสวยสองคนครับ” เขาเล่า “ทันใดนั้นผมรู้สึกว่าตัวเองติดอยู่ในใยแมงมุมข้างหน้าผาแห่งหนึ่ง ผมพยายามดิ้นให้หลุด ตอนที่เห็นลิงสีขาวตัวใหญ่ตัวหนึ่งอยู่ข้างบน มันหย่อนหางลงมา หญิงสองคนนั้นช่วยผมคว้าหางไว้ได้ ลิงดึงผมขึ้นไป แล้วผมก็หลุดออกมาครับ” เหล่าผู้อาวุโสซึ่งหนึ่งในนั้นคือพ่อของเขาเองบอกเขาว่า ลิงนั้นคือรังเกมิ วิญญาณที่คอยเฝ้าปกปักฝูงผึ้งและลิง บางครั้งก็เป็นพลังงานอันกราดเกรี้ยวที่สิงสถิตอยู่ตามสถานที่อันตรายต่างๆซึ่งน้อยคนจะกล้าย่างกรายเข้าไป พวกผู้อาวุโสพูดให้เขาเชื่อมั่นว่า เขาได้รับการรับรองแล้วว่าจะปีนป่ายหน้าผาไปได้อย่างปลอดภัย […]

กองขยะอายุ 1,500 ปี เผยข้อมูลน่าทึ่งเกี่ยวกับการล่มสลายของเมือง

นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า เมืองเอลูซา อันเป็นศูนย์กลางการค้าไวน์อันโด่งดังยุคโรมันล่มสลายลงเนื่องจากอิทธิพลของอิสลาม แต่กองขยะจำนวนมหาศาลที่พบกลับเผยเหตุผลที่แตกต่างออกไป

ฮูลา ไม่ใช่แค่การเต้น แต่คือจังหวะหัวใจของชาวฮาวาย

ฮูลา ไม่ใช่แค่การเต้น แต่คือจังหวะหัวใจของชาวฮาวาย บนเกาะ Kauai ของฮาวาย Leina’ala Jardin ครูสอนเต้นฮูลากำลังเตรียมลูกศิษย์ของเธอสำหรับการแสดงครั้งใหญ่ประจำปี สารคดีที่จัดทำโดย Bradley Tangonan เรื่องนี้ไม่ได้จะพาคุณผู้อ่านไปพบกับลีลาการเต้นอันเป็นเอกลักษณ์ หากพาไปสัมผัสยังความหมายและคุณค่าของวัฒนธรรมที่กำลังสูญหายนี้ เพราะสำหรับชาวฮาวายแล้ว ฮูลา ไม่ใช่แค่การเต้น แต่เปรียบเสมือนการสื่อสาร ในฮาวายพวกเขาไม่มีภาษาเขียน ดังนั้นฮูลาจึงเป็นการบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมด รวมไปถึงประวัติศาสตร์ รากฐานความเป็นมาของชาวฮาวาย ผ่านทุกท่วงท่าที่มีความหมาย   อ่านเพิ่มเติม ชีวิต ณ เขตภูเขาไฟ

ไอดอลวิดีโอสตรีมสด อุตสาหกรรมปลดเปลื้องความเหงาของชาวเอเชีย

(ภาพปก) ลาล่า ไอดอลวิดีโอสตรีมมิงวัย 35 ปี สตรีมวิดีโอสดในโรงแรมที่เกาสง ไต้หวัน ลาล่าเป็นไอดอลวิดีโอสตรีมมิงได้มีผู้ติดตามราว 75,000 คนในแอปพลิเคชัน LiveAF ผลิตโดย 17 Media เธอปล่อยลูกสาว หมงหมง ไว้ในอะพาร์ตเมนต์ในขณะที่เธออกมาทำงาน ในภาพ เธอกำลังนั่งอยู่คนเดียวในห้องพักของโรงแรมที่มีห้องพักหลายแบบและส่งยิ้มให้กับบรรดาแฟนคลับที่มีความหวัง ผู้ที่กำลังรับชมเธอผ่านโทรศัพท์มือถือ ภาพถ่ายโดย JEROME GENCE คนดังในทางอินเทอร์เน็ตเผยแพร่วิดีโอ สตรีมสด ในช่วงที่พวกเขาร้องเพลง พูดคุย ทานข้าว หรือนอนหลับเพื่อเงิน และนี่คือเรื่องราวและแฟนคลับของพวกเขา เมื่อความมืดยามค่ำคืนเข้าปกคลุมไทเป ภาพของผู้หญิงคนหนึ่งนาม ลาล่า กำลังส่องประกายในท้องฟ้ายามค่ำคืน เธอเป็นหนึ่ง ไอดอล ในเว็บไซต์วิดีโอ สตรีมสด ที่มีชื่อเสียงของไต้หวัน เธอเป็นคนดังเฉพาะกลุ่ม ซึ่งสะสมชื่อเสียงผ่านหน้ากล้องวิดีโอ ภาพใบหน้าของเธอส่องประกายบนป้ายโฆษณาบิลบอร์ดสูงราว 30 เมตร เหนือกรุงไทเป ในเวลาเดียวกันนี้ทั่วเอเชีย เหล่านักสตรีมวิดีโอกำลังเหล่าเรื่องตลก กินข้าว หรือ นอนหลับ โดยมีผู้คนนับพันกำลังดูพวกเขาบนโทรศัพท์สมาร์ตโฟนหรือหน้าจอคอมพิวเตอร์ แม้จะมีนักสตรีมวิดีโอที่ประสบความสำเร็จท่ามกลางนักสตรีมวิดีโอคนอื่นๆ สามารถมีเงินมากพอที่จะซื้อเกาะส่วนตัวได้ แต่อุตสาหกรรมที่นำเสนอความใกล้ชิดนี้สามารถเติมเชื้อไฟแห่งความเหงาได้ทั้งดาราวิดีโอสตรีมและบรรดาแฟนคลับเอง หลังจากผ่านวันทำงานอันยาวนานในโรงงานสิ่งทอ จุนจิ […]