ก้าวที่กล้านำ:บทบาท นักการเมืองหญิง ในโลก - National Geographic Thailand

ก้าวที่กล้านำ: บทบาท นักการเมืองหญิง ในการเมืองโลก

นิวซีแลนด์ นายกรัฐมนตรียาซินดา อาร์เดิร์น ปราศัยต่อรัฐสภานิวซีแลนด์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 ในเดือนมีนาคม เธอตัดสินใจประกาศปิดเมืองทั่วประเทศ “ฉันรับรู้ถึงความร้ายแรงของปัญหาในขณะนี้ได้อย่างชัดเจน” เธอกล่าว “ชาวกีวีทั้งหลายขอจงกลับบ้าน โปรดจงรักษาสุขภาพและความเอื้ออารี”


ผู้หญิงในโบลิเวีย นิวซีแลนด์ และอัฟกานิสถานประสบความสำเร็จอย่างมากในการได้มาซึ่งอำนาจทางการเมืองของ นักการเมืองหญิง แต่หลายคนยังเผชิญกับการต่อต้านทางวัฒนธรรม และกระทั่งความรุนแรง ขณะที่อิทธิพลของพวกเธอเพิ่มมากขึ้น

ตลอดประวัติศาสตร์ และทั่วโลก ผู้หญิงที่แสวงหาอำนาจทางการเมือง นักการเมืองหญิง มักเผชิญกับการต่อต้าน ตั้งแต่การใส่ร้ายป้ายสีไปจนถึงการลอบสังหาร ผู้หญิงก้าวหน้าไปมากก็จริง แต่ยังเผชิญกับอุปสรรคเดิมๆ ในกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศทั่วโลก รวมทั้งโบลิเวียและรัฐที่รุมเร้าไปด้วยความขัดแย้งอย่างอัฟกานิสถานและอิรัก

การมีกฎหมายกำหนดสัดส่วนตามเพศ ในปัจจุบันเป็นเครื่องประกันว่า ผู้หญิงจะมีส่วนร่วมในเวทีการเมืองอย่างเป็นทางการ แต่การกำหนดสัดส่วนตามเพศดังกล่าวก็ยังมีข้อจำกัด ระบบเหล่านี้ถูกวิจารณ์ว่าไม่เป็นประชาธิปไตยและเป็นการเลือกปฏิบัติ อีกทั้งการให้สิทธิพิเศษ แก่ผู้หญิงเหนือผู้ชายด้วยเหตุผลด้านเพศสภาพเพียงอย่างเดียวถือเป็นการบั่นทอนหลักการวัดคุณค่าของคน ที่ความสามารถ

นักการเมืองหญิง, การเมือง, โบลิเวีย
โบลิเวีย นายกเทศมนตรีมาเรีย ปาตริเซีย อาร์เซ กุซมัน วัย 48 ปี แห่งเมืองบินโต ถูกรุมทำร้ายร่างกายและกล้อนผม ระหว่างการประท้วงรุนแรงหลังการเลือกตั้งปี 2019 เธอเชื่อว่าตนเองตกเป็นเป้าเพราะเป็นผู้หญิง และเพราะเธอสนับสนุนโครงการเพื่อเสริมพลังผู้หญิง

ทว่าแม้แต่ในระบบการเมืองที่ดูเหมือนมีความเป็นกลางทางเพศและมุ่งประเมินคนที่ความสามารถ ก็มีความ ไม่เท่าเทียมเชิงโครงสร้างที่สืบทอดมายาวนานเช่นกัน ระบบที่ไม่กำหนดสัดส่วนเพศอย่างในสหรัฐอเมริกาก็อาจโอนเอียงเข้าข้างกลุ่มคนที่มีอำนาจครอบงำ ซึ่งรวมถึงผู้ชาย คนผิวขาว และคนที่มีทรัพยากรทางการเงินมาก การก้าวข้ามอุปสรรคเพื่อเข้าสู่เวทีการเมืองนับเป็นความท้าทายประการหนึ่ง แต่ประเด็นที่ว่าเมื่อเข้าสู่อำนาจแล้วผู้หญิงจะทำอะไรได้หรือไม่ได้ก็เป็นความท้าทายอีกประการหนึ่ง

การให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมในพรรคการเมืองหรือในรัฐสภาอาจช่วยตอบโจทย์เรื่องความ เท่าเทียมระหว่างเพศได้ แต่ก็อาจเป็นเพียงการตอบโจทย์แบบขอไปที หากนักการเมืองหญิงได้เข้าไปปรากฏตัว แต่เสียงของพวกเธอไม่ถูกรับฟัง แล้วยังมีคำถามที่ว่า ผู้หญิงกลุ่มไหนที่มีโอกาสเข้าสู่พื้นที่แห่งอำนาจ และผู้หญิงเหล่านี้เป็นตัวแทนของคนกลุ่มอื่นมากน้อยเพียงใด ซึ่งเป็นคำถามที่หลายประเทศกำลังพยายามหาคำตอบ

แม้จะต้องเผชิญกับการข่มขู่ ความรุนแรง และอุปสรรคอื่น ๆ แต่ผู้หญิงทั่วโลกต่างยืนหยัดในความพยายามที่จะไขว่คว้าและเสริมความแข็งแกร่งให้อำนาจทางการเมืองของพวกเธอ

นักการเมืองหญิง, โบลิเวีย
โบลิเวีย ไม่นานหลังได้รับเลือกตั้งเมื่อปี 2015 นายกเทศมนตรีหญิงคนแรกของเมืองเอลอัลโต โซเลดัด ชาเปตน ตังการา คนกลางในภาพ ก็ถูกข่มขู่และสำนักงานของเธอถูกลอบวางเพลิงจนมีผู้เสียชีวิตหกคน ชาเปตนผู้รณรงค์ต่อต้านการทุจริตและการเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง รู้สึก “ภูมิใจที่ทำงานสำเร็จหลายอย่าง ทั้งๆ ที่มีทรัพยากรจำกัด” ในภาพ เธอถูกห้อมล้อมด้วยผู้สนับสนุนระหว่างไปร่วมงานฉลองแห่งหนึ่ง

รัฐบาลบางประเทศมีความก้าวหน้ามากในด้านการมีส่วนร่วมทางการเมืองของผู้หญิงโดยไม่ต้องอาศัยระบบ กำหนดสัดส่วนเพศ

นิวซีแลนด์ซึ่งเป็นประเทศแรกในโลกที่ให้สิทธิผู้หญิงลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเมื่อปี 1893 ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 20 ของโลกในด้านการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในรัฐสภา เทียบกับสหรัฐอเมริกาซึ่งถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 81 ตามข้อมูลของ สหภาพรัฐสภา (Inter-Parliamentary Union) ซึ่งเป็นองค์กรระดับโลกของรัฐสภาที่มีสำนักงานอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์

ทว่าในบางประเทศ การมีผู้หญิงสวมบทบาทผู้มีอำนาจตัดสินใจอาจไม่ได้นำไปสู่ความเท่าเทียมทางเพศที่เพิ่มขึ้นสำหรับผู้หญิงในประเทศนั้นๆ สำหรับผู้หญิงเหล่านั้น การอยู่ในอำนาจไม่ได้หมายความว่า พวกเธอจะมีอำนาจเสมอไป

ผู้หญิงตะวันออกกลาง, อัฟกานิสถาน
อัฟกานิสถาน สมาชิกรัฐสภา แมเรียม ซามา วัย 28 ปี สมาชิกคนสำคัญของเครือข่ายสตรี เดินออกจากสภาเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ปี 2019 ในวันที่สภาผ่านกฎหมายคุ้มครองสิทธิเด็กอย่างเฉียดฉิว “พวกเราเป็นผู้หญิงที่เติบโตในช่วงหลังสงคราม เราเป็นคนรุ่นใหม่ เรามีข้อเรียกร้อง” เธอกล่าว

อิรักเคยอยู่แถวหน้าของภูมิภาคตะวันออกกลางในด้านสิทธิสตรี กฎหมายสถานภาพส่วนบุคคลปี 1959 ของประเทศมีบทบัญญัติที่จำกัดการมีภรรยาหลายคนและการแต่งงานกับเด็ก ทำให้การบังคับแต่งงานเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ทั้งยังปรับปรุงสิทธิของผู้หญิงในการหย่า การเลี้ยงดูบุตร และการรับมรดก

รัฐธรรมนูญปี 1970 ที่ร่างโดยพรรคบาทของซัดดัม ฮุสเซน ซึ่งมีแนวทางแยกศาสนาออกจากรัฐ ประกันสิทธิเสมอภาคของพลเมืองทุกคน อัตราการรู้หนังสือ การศึกษา และการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานของผู้หญิงได้รับการส่งเสริมผ่านนโยบายที่เปิดกว้าง เช่น การมีสถานรับเลี้ยงเด็กที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย และสิทธิการลาคลอดโดยได้รับค่าจ้างเป็นระยะเวลาหกเดือน

ความก้าวหน้าดังกล่าวกลับถดถอยลง เมื่อเกิดการคว่ำบาตรจากนานาชาติและสงครามที่ยืดเยื้อยาวนาน หลายสิบปี ฮุสเซนเป็นผู้นำเผด็จการที่โหดร้ายและกระหายเลือด แต่การที่เขาถูกโค่นอำนาจเมื่อปี 2003 ได้เปิดทางขึ้นสู่อำนาจสำหรับผู้นำศาสนาและสมาชิกสภาฝ่ายอนุรักษนิยมซึ่งพยายามลดทอนสิทธิของผู้หญิง บรรดาพรรคการเมืองเคร่งศาสนาล้วน “ไม่เชื่อว่าผู้หญิงควรมีส่วนร่วมในตำแหน่งระดับสูง” ฮานา เอดวาร์ ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนมานานกว่า 50 ปี กล่าว

นักการเมืองหญิง, นิวซีแลนด์
นิวซีแลนด์ จากซ้าย อาสาสมัครรักษาความปลอดภัยชาวเมารี ฮูฮานา ทูคากิ, วิกิ ทอดด์, และแมรีแอน โวต ถ่ายภาพร่วมกันในวันไวทังกีประจำปี 2020 อาสาสมัครราว 900 คนช่วยดูแลสุขอนามัยและความปลอดภัยของชุมชนพื้นเมือง

ผู้หญิงอัฟกานิสถานก็ไม่ต่างจากผู้หญิงอิรัก พวกเธอเผชิญกับสงครามยาวนานหลายสิบปี การแทรกแซงทางทหาร จากต่างชาติ ความรุ่งเรือง ตกต่ำ และรุ่งเรืองอีกครั้งของกลุ่มอิสลามหัวรุนแรงอย่างตอลิบาน ไปจนถึงความไร้เสถียรภาพและความไม่ปลอดภัยทางการเมือง แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ สมาชิกสภานิติบัญญัติหญิงของอัฟกานิสถานบางส่วน รวมตัวกันก่อตั้งเครือข่ายผู้หญิงเมื่อกว่าหนึ่งทศวรรษมาแล้ว ที่นั่งร้อยละ 27 หรือ 68 ที่นั่งจากทั้งหมด 249 ที่นั่งในสภาล่างหรือสภาประชาชนที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงถูกกันไว้สำหรับผู้หญิง

ขณะนี้ผู้หญิงอัฟกานิสถานกำลังเผชิญความท้าทายใหม่ ทว่าเป็นที่คุ้นเคย นั่นคือการหวนคืนของกลุ่มตอลิบานซึ่งมาพร้อมกับทรรศนะกดขี่ผู้หญิง ย้อนหลังไปเมื่อปี 2001 รัฐบาลตอลิบานถูกโค่นโดยกองกำลังที่นำโดยสหรัฐฯ หลังเหตุการณ์ 9/11 เพื่อเป็นการลงโทษฐานให้ที่พักพิงแก่อุซามะห์ บิน ลาดิน ผู้นำกลุ่มอัลกออิดะห์

ล่าสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ลงนามในข้อตกลงสันติภาพกับกลุ่มตอลิบานเพื่อมุ่งยุติสงครามที่ยาวนานถึง 18 ปี ขณะนี้ ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า กลุ่มตอลิบานยังคงมีอิทธิพลมากน้อยแค่ไหนในประเทศที่บอบช้ำจากสงคราม และจะใช้อำนาจนั้นอย่างไร หลังกองกำลังสหรัฐฯ ถอนตัวออกไป

เรื่อง  ราเนีย อาบูเซด

ภาพถ่าย  แอนเดรีย บรูซ

นี่คือเนื้อหาส่วนหนึ่งจากสารคดี ก้าวที่กล้านำ ตีพิมพ์ในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับเดือนมิถุนายน 2563

สามารถอ่านเนื้อหาฉบับเต็มได้ในเล่ม สามารถสั่งซื้อได้ที่ร้านหนังสือหรือทางเว็บไซต์ https://www.naiin.com/product/detail/505767

 


อ่านเพิ่มเติม ผู้หญิง : ศตวรรษแห่งการเปลี่ยนแปลง – บทบรรณาธิการ

ผู้หญิง

เรื่องแนะนำ

ขนย้ายฟาโรห์รามเสสที่ 2 ไปยังบ้านหลังใหม่

ขนย้าย ฟาโรห์รามเสสที่ 2 ไปยังบ้านหลังใหม่ รูปปั้นอายุ 3,200 ปีนี้ เป็นรูปปั้นของฟาโรห์รามเสสที่ 2 กษัตริย์ผู้เคยปกครองอาณาจักรอียิปต์ในปีที่ 1279 – 1213 ก่อนคริสต์กาล เชื่อกันว่าในรัชสมัยของพระองค์นั้น พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่ทรงอำนาจมากที่สุด และขณะนี้ทางการอียิปต์ได้เคลื่อนย้ายรูปปั้นของพระองค์ไปยังพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ กระบวนการขนย้ายรูปปั้นฟาโรห์รามเสสที่ 2น้ำหนัก 83 ตัน สูง 30 ฟุต กินเวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น ขั้นตอนถูกปฏิบัติอย่างเป็นมืออาชีพและสมพระเกียรติ ท่ามกลางประชาชนมากมายที่มารอดูด้วยความสนใจ โดยรูปปั้นของฟาโรห์รามเสสที่ 2 จะถูกจัดแสดงยังบ้านหลังใหม่คือพิพิธภัณฑ์ประจำเมืองกีซา ในอียิปต์   อ่านเพิ่มเติม เผยภาพถ่ายสมาชิกราชวงศ์ผู้ใกล้ชิดที่สุดของ ตุตันคามุน

เพราะมีอสรพิษจึงมีเรา เมื่องูคือตัวขับเคลื่อนวิวัฒนาการ

เหตุใดในหลายวัฒนธรรมจึงมีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับงูเหมือนๆ กัน เป็นไปได้หรือไม่ว่ามาจากความกลัวงู แต่ครั้งมนุษย์ยังห้อยโหนโจนทะยานข้ามกิ่งไม้

แรงงานเก็บใบชาอินเดียเหล่านี้กำลังเผชิญความยากจนและอันตรายจากสัตว์ป่า

แรงงานหญิงในไร่ใบ ชาอินเดีย ที่ทำงานตรากตรำในรัฐเบงกอลเบงกอลตะวันตก ต้องตื่นตัวกับภยันตรายอันหลากหลายจากสัตว์ป่า ทั้งเสือดาว ช้าง และงูเห่า เราเดินไปยังไร่ชาลุกซัน รัฐเบงกอลตะวันตก ประเทศอินเดีย ราวกับเดินเข้าไปในสวนกวาง พุ่มใบชาแผ่กิ่งก้านราวกับได้รับการตัดแต่งเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร พืชซึ่งมีความทนทานนี้ถูกปลูกขึ้นตามแนวดูเป็นระเบียบเรียบร้อย เรียกว่า เมลัส (Melas) คือการปลูกต้นไม้ ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ที่กระจายตัว อินเดียคือผู้ผลิตชารายใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรองจากจีน โดยมีชาขึ้นชื่อคือชาอัสสัม (Assam Tea) และชาดาร์จีลิ่ง (Darjeeling Tea) แรงงานเก็บใบชานับพันคนทำงานตรากตรำในพื้นที่ปลูกชาอันห่างไกล หลายคนเป็นหญิงชาวอทิวาสี (Adivasi) ชนพื้นเมืองซึ่งเป็นลูกหลานของแรงงานที่ย้ายเข้ามาที่ภูมิภาคนี้จากภูมิภาคอื่นๆ ในอินเดียมากกว่าร้อยปีที่แล้ว โดยชาวอาณานิคมอังกฤษ เจ้าของไร่ชามัก เลือกจ้างผู้หญิงเพราะความน่าเชื่อถือ และสามารถใช้ “ความรู้สึก” ในการเก็บใบชาได้ดี ผู้หญิงเหล่านี้เดินลุยพุ่มใบชาที่มีความสูงเท่าเอว สวมผ้าคาดและถุงมือเพื่อป้องกันกิ่งก้านแข็งอันแหลมคม พวกเขาอยู่อาศัยเป็นครอบครัวในกระท่อมที่ไม่มีน้ำประปา โรงพยาบาลคุณภาพปานกลางที่ใกล้ที่สุด อยู่ห่างออกไปราว 4 ชั่วโมง โดยการโดยสารรถประจำทาง พวกเธอได้รับค่าจ้างในอัตราค่าแรงขั้นต่ำ (ราว 2.44 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 75 บาท) ต่อวัน “เราได้ค่าจ้างที่ต่ำ แต่จะทำอย่างไรได้ล่ะ” ลลิตา […]

ส่องโรงแรมม่านรูดสารพัดธีมในญี่ปุ่น

คนญี่ปุ่นแต่งงานช้าลง อัตราการเกิดใหม่ของเด็กญี่ปุ่นกำลังลดต่ำลงเรื่อยๆ แต่ในขณะเดียวกันธุรกิจโรงแรมม่านรูดกลับเฟื่องฟูอย่างมาก มาร่วมสำรวจเข้าไปในดินแดนอีโรติกอันแสนลี้ลับนี้กัน