กิจการเพื่อสังคม เมื่อธุรกิจช่วยให้โลกน่าอยู่ขึ้น - National Geographic Thailand

กิจการเพื่อสังคม เมื่อธุรกิจช่วยให้โลกน่าอยู่ขึ้น

“มึงจะไปขายใคร” พ่อพูดในวันที่เรากำลังขนข้าวของออกไปวางขายใน กิจการเพื่อสังคม ของเราในวันแรก

“น้ำยา” ต่างๆ อย่างแชมพู สบู่เหลว น้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างจาน ฯลฯ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันบรรจุในแกลลอนซึ่งเสียบหัวปั๊มเอาไว้สำหรับแบ่งขาย แทนที่จะขายเป็นขวดเล็กๆ อย่างที่พบเห็นในท้องตลาดหรือตามร้านสะดวกซื้อ ฉันวาดหวังให้ผู้ซื้อนำขวดเปล่ามาซื้อน้ำยาเหล่านั้นเพื่อลดการใช้ขวดพลาสติก

ุจุดเริ่มต้น

ความคิดนี้เกิดขึ้นตอนที่ฉันได้ดูทอล์กทางยูทูบของลอเรน ซิงเกอร์  สาวสวยชาวอเมริกันผู้ใช้ชีวิตแบบ “ขยะเหลือศูนย์”  หรือ zero-waste

“นี่คือขยะทั้งปีของฉัน” เธอพูดพร้อมโชว์โหลแก้วใบเล็กที่มีขยะชิ้นเล็กชิ้นน้อยบรรจุอยู่เต็ม หลายคนเห็นแล้วร้องว้าว! แต่สำหรับนักวิทยาศาสตร์ที่ถูกฝึกมาให้ตั้งคำถามอย่างฉันแล้ว สิ่งแรกที่ฉันคิดคือ “โกหกหรือเปล่าวะ”

กิจการเพื่อสังคม, รีฟิลสเตชั่น 
พนักงานร้านรีฟิล สเตชั่น กำลังเติมน้ำยาซักผ้าให้ลูกค้า ร้านปั๊มน้ำยาแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นโดยสุภัชญา เตชะชูเชิด กับเพื่อนๆ ด้วยความตั้งใจ จะเปลี่ยนพฤติกรรมในการลดใช้พลาสติกของคนเมือง

ถึงแม้ฉันจะเคยเห็นว่า สบู่เหลวบางยี่ห้อมีแบบบรรจุถุงรีฟิลสำหรับเติมใส่ขวดเดิมขายด้วย แต่กลับไม่เคยเห็นแชมพูขายแบบรีฟิลเลย ขวดหัวปั๊มสภาพดีที่เคยมีแชมพูบรรจุอยู่ภายในย่อมกลายเป็นขยะ ซึ่งต้องล้นโหลแก้วของลอเรนแน่ๆ  แต่เธอใช้ชีวิตให้ขยะเหลือศูนย์ได้อย่างไร

พอหาข้อมูลมากขึ้น ฉันก็พบว่าลอเรนใช้บริการร้านค้าแบบเติมหรือบัลก์สโตร์ (bulk store) ที่ลูกค้าต้องนำขวดหรือบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ไปเติมสบู่ แชมพู หรือแม้กระทั่งของกินด้วยตัวเอง  ฉันรีบค้นหาร้านค้าแบบเดียวกันในบ้านเรา แต่พบว่าไม่มีอยู่เลย

“ในเมื่อไม่มี ทำไมเราไม่ทำเองเลยล่ะ”

“นั่งตบยุง” ดูจะเป็นคำที่อธิบายผลประกอบการของวันแรกได้ดีที่สุด คนที่มาจับจ่ายในตลาดหลายคนมองอยู่ห่างๆ แล้วเดินจากไป แม้จะมีสินค้า แต่เรายังไม่มีลูกค้า พอฟ้าเริ่มมืดและยุงจริงๆ เริ่มมา พวกเราก็เตรียมเก็บข้าวของ

กิจการเพื่อสังคม, ผู้พิการทางสายตา
ภาพที่ไม่ได้ใช้ดวงตาวาดในหัวข้อ “ของขวัญที่อยากได้” ที่เจมส์ เด็กชายผู้พิการทางสายตา ภาพที่ไม่ได้ใช้ดวงตาวาดในหัวข้อ “ของขวัญที่อยากได้” ที่เจมส์ เด็กชายผู้พิการทางสายตา วาดบนกระดานวาดภาพด้วยปากกาซึ่งใช้ไหมพรมแทนหมึก ผลิตโดยบริษัท “กล่องดินสอ” ซึ่งมุ่งหวังให้ผู้พิการมีชีวิตอยู่ในสังคมอย่างเท่าเทียม

และแล้วลูกค้ารายแรกก็มาซื้อน้ำยาล้างจานใส่ขวดรียูสที่เรารวบรวมมาและเตรียมเผื่อไว้ ลูกค้าคนนั้นคือคุณป้าแม่ค้าร้านข้างๆที่มาช่วยซื้อเพราะคิดว่า พวกเราทำาโครงงานส่งอาจารย์ และกลัวว่าเราจะไม่ได้คะแนน

สัปดาห์ต่อมา เราจึงหาทางสื่อสารให้คนเข้าใจมากขึ้นด้วยการเดินแจกใบปลิว ทำส่วนลดพิเศษแบบยอมขาดทุนเพื่อให้ได้คุยกับลูกค้ามากขึ้น ได้เรียนรู้การคิดต้นทุน การตั้งราคา ค่าดำเนินการ และอื่นๆ ทั้งนี้ราคาสินค้าแบบเติมอย่างน้ำยาของเราถูกกำาหนดเพดานด้วยราคาค้าปลีกที่มีบรรจุภัณฑ์อยู่แล้ว  เราจึงไม่ได้กำาไรมากมายนัก

“แค่เห็นก็เจ๊งแล้ว เรียนมากันสูง ๆ ทำบ้าอะไรกัน” พ่อซึ่งเคยอยู่บนเส้นทางการทำาธุรกิจมาก่อนพูดขึ้น   ในวันที่พวกเราแสนดีใจที่ขายได้เงินพันกว่าบาท นับเป็นยอดขายมากที่สุดในหลายสัปดาห์ เงินจำนวนนี้หากหักต้นทุนแล้วหารกัน ก็ตกคนละร้อยกว่าบาทเท่านั้น แม้ว่านี่คือความจริง แต่มันแทบไม่สำคัญเลยเมื่อเทียบกับการที่เราได้ลงมือทำและพูดคุยกับผู้คนในวันนี้

กิจการเพื่อสังคม, เพาะเนื้อเยื่อ, ดอยตุง
เจ้าหน้าที่โรงเพาะเนื้อเยื่อของโครงการพัฒนาดอยตุง มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กำลังตรวจหาเชื้อราและสิ่งผิดปกติของเนื้อเยื่อกล้วยภายในขวด การเพาะเนื้อเยื่อถูกนำามาใช้กับพืชหลายชนิดและเพื่อหลายวัตถุประสงค์

หลังจากทดลองตลาดอยู่สามเดือน ปลายปี 2560 “Refill Station–รีฟิล  สเตชั่น”  ร้านค้าแบบเติมแห่งแรกของไทยจึงถือกำาเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยตั้งแบบฝากขายอยู่ภายในร้าน Better Moon Cafè ร้านกาแฟเล็กๆ แสนอบอุ่นย่านอ่อนนุช อันเป็นกิจการของครอบครัวแพร์ หนึ่งในหุ้นส่วนของรีฟิล สเตชั่น  และการเดินทางของพวกเราในฐานะผู้ประกอบการเพื่อสังคมก็เริ่มต้นขึ้น

ด้วยการบอกต่อแบบปากต่อปากและการแพร่กระจายข่าวสารในโลกสังคมออนไลน์ ไม่นานนักร้านของเราก็เริ่มเป็นที่รู้จัก ลูกค้าเริ่มเตรียมขวดล่วงหน้ามาซื้อสินค้าคนไหนที่ไม่ได้เตรียมมาเอง ทางร้านก็มีขวดรียูสล้างสะอาดที่ลูกค้าคนอื่นๆ ทิ้งเอาไว้ให้ บางคนซื้อสินค้าที่ช่วยลดการใช้พลาสติกอย่างกล่องข้าว ขวดน้ำ หรือถ้วยอนามัย ขณะเดียวกันก็มีสื่อมาขอสัมภาษณ์เราอย่างไม่ขาดสาย

กิจการเพื่อสังคม, ผู้พิการ
สังคีต ศรีพระราม เจ้าหน้าที่แผนกวิ่งกรีฑา กำลังให้ความรู้เรื่องอุปกรณ์การวิ่งกับลูกค้า เขาเป็นหนึ่งในผู้พิการที่บริษัทกล่องดินสอจัดหางานให้ สังคีตเป็นนักวิ่งทางไกล เป้าหมายต่อไปคือร่วมงานวิ่ง 100 กิโลเมตร ที่บางแสน

“น้องเป็นโซเชียลเอนเทอร์ไพรส์หรือเปล่า” ปลายสายโทรศัพท์ถาม  ในตอนนั้นฉันถามกลับไปว่า  มันคืออะไร หลังจากพี่นักข่าวอธิบายอยู่พักใหญ่ ฉันจึงตอบไปว่า “ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ แต่ต่อให้รีฟิล สเตชั่น จะเป็นหรือไม่เป็นโซเชียลเอนเทอร์ไพรส์  หนูก็จะเลือกทำเหมือนเดิมค่ะ”

ผ่านไปเกือบปี  ฉันจึงเข้าใจคำาว่าโซเชียลเอนเทอร์ไพรส์ (social enterprise)  หรือกิจการเพื่อสังคม  เมื่อสมัครเข้าร่วมโครงการบ่มเพาะกิจการเพื่อสังคมซึ่งจัดโดยเชนจ์ฟิวชั่น (Change Fusion)  สถาบันที่ให้คำปรึกษาและช่วยเหลือผู้ประกอบการกิจการเพื่อสังคม ร่วมกับบริษัทบ้านปู จำกัด (มหาชน)

“ผมคิดว่าการทำงานเพื่อสังคมต้องทำเป็นกิจลักษณะแนวคิดแบบอาสาสมัครมีข้อจำากัด จะทำงานอาสาสมัครให้ดีได้ ก็ต้องทำให้เป็นระบบมากๆ ผมสนใจเรื่องความยั่งยืนขององค์กรตั้งแต่แรก พอเราได้ทำางานกับหลายองค์กร เราเริ่มเห็นว่าความยั่งยืนขององค์กรร้อยละ 80 ถึง 90 เกิดจากความยั่งยืนทางการเงิน แต่คนไม่ค่อยชอบพูดถึงกัน”

สุนิตย์ เชรษฐา ผู้อำนวยการเชนจ์ฟิวชั่นเล่าถึงปัญหาที่เขาเห็นจากประสบการณ์การให้คำปรึกษาและช่วยเหลือองค์กรต่างๆ อันเป็นจุดเริ่มต้นในการหันมาทำงานผลักดันกิจการเพื่อสังคม “ถ้าอยากให้ยั่งยืนก็ต้องทำเป็นธุรกิจให้ได้ แต่ก็ต้องทำเพื่อสังคมด้วย” เขาบอก

กิจการเพื่อสังคม, อภัยภูเบศร, สปา
ที่แผนกสปา โรงพยาบาลอภัยภูเบศร เจ้าหน้าที่กำลัง ”เผายา” เพื่อให้ความร้อนผสานกับฤทธิ์ของสมุนไพรไล่ลมในช่องท้องและปรับสมดุลในร่างกายผู้รับบริการ มูลนิธิอภัยภูเบศรไม่เพียงเก็บรักษาองค์ความรู้ด้านสมุนไพรของไทย  แต่ยังสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกสมุนไพรอินทรีย์

เส้นทางของสุนิตย์คล้ายกับผู้ประกอบการเพื่อสังคมอีกหลายคน เขาเริ่มทำกิจกรรมต่างๆ ตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อมองเห็นปัญหาความยั่งยืนทางการเงินขององค์กรเพื่อสังคม จึงเสนอแนวคิดในการประกวดนวัตกรรมเพื่อสังคมของธนาคารโลก จนได้เงินรางวัลสนับสนุนมาดำเนินงาน

สุนิตย์พบว่าผู้ประกอบการหลายรายมีปัญหาเรื่องโมเดลธุรกิจไม่ชัดเจน การวัดผลทางสังคม และเงินทุนตั้งต้นในการดำเนินงาน เชนจ์ฟิวชั่นจึงพยายามจัดหาทรัพยากรต่างๆ เหล่านี้เพื่อให้ทุกคน “รอด”

คำว่า “social enterprise”  หรือ SE เป็นคำใหม่ในภาษาไทย จึงมีชื่อเรียกที่หลากหลาย เช่น กิจการเพื่อสังคม ธุรกิจเพื่อสังคม วิสาหกิจเพื่อสังคม เป็นต้น โดยเรียกเจ้าของกิจการว่า “ผู้ประกอบการเพื่อสังคม”  หรือ social entrepreneur แต่ไม่ว่าเลือกใช้คำในภาษาไทยว่าอะไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นเน้นย้ำว่า ผลลัพธ์ที่ได้จะต้องตกอยู่กับสังคม ซึ่งรวมถึงสิ่งแวดล้อมด้วย

กิจการเพื่อสังคม, บ่อบำบัดน้ำเสีย, ดอยตุง
บ่อบำบัดน้ำเสียใหม่ขนาดใหญ่กว่าเดิมถูกสร้างขึ้น เพื่อรองรับน้ำเสียจากโรงงานกาแฟแห่งใหม่ของโครงการพัฒนาดอยตุง มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ การจัดการของเสียทุกชนิดเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทำให้ต้นทุนการผลิตของกาแฟดอยตุง สูงขึ้นโดยปริยาย

ความเจ็บปวดและความหวัง

สำหรับรีฟิล สเตชั่น แล้ว แม้ธุรกิจจะประสบปัญหาและรายได้ลดลงในช่วงโควิดระบาด ก็ยังไม่เจ็บปวดเท่ากับปัญหาขยะพลาสติกที่เพิ่มขึ้น เพียงแค่ไม่กี่เดือน ธุรกิจอาหารเดลิเวอรีขยายตัวเพิ่มขึ้นมาก พลอยทำให้ขยะพลาสติกเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 60 หรือวันละ 3,400 ตัน และยังมีข่าวว่ารัฐบาลมีโควตานำาเข้าเศษพลาสติกปริมาณมหาศาล เพียงแค่ครึ่งปีเรานำาเข้าเศษพลาสติกสูงถึง 65,000 ตันแล้ว ยังไม่นับรวมที่ลักลอบนำเข้าอย่างผิดกฎหมายที่เป็นข่าวอย่างต่อเนื่องด้วย

ที่เราทำมาทั้งหมดสูญเปล่าไหม เราทำแค่นี้จะไปเปลี่ยนอะไรได้ ฉันเริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง รู้สึกโมโหว่าการกระทำของเราช่างน้อยนิด ต่อให้เราลดพลาสติกอีกแค่ไหน ก็ยังมีคนจำานวนมหาศาลที่ไม่สนใจ  แม้เราจะเชื่อมาตลอดว่า สิ่งเล็กๆ เปลี่ยนแปลงโลกได้ แต่พอเห็นปริมาณขยะมากขนาดนี้  ฉันก็เริ่มไม่แน่ใจและไม่มั่นใจว่าเราจะมีความหวังในการฟื้นฟูโลกใบนี้อยู่ไหม

ฟาร์มโคนม, สระบุรี
“สิ่งแวดล้อมที่ดี” คือเหตุผลหลักที่ศราวุธ ว่องไพกุล เจ้าของไร่ ผึ้ง-ฝน  อำาเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เลือกทำฟาร์มโคนมอินทรีย์ โดยเข้าร่วมโครงการกับฟาร์มแดรี่โฮม

ฉันยกหูโทรศัพท์หาศา–ศานนท์ หวังสร้างบุญ เพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน ผู้ริเริ่มกิจการเพื่อสังคมหลากหลายกิจการและสนใจเรื่องนโยบายสาธารณะเป็นพิเศษ ฉันเล่าถึงความรู้สึกผิดหวังอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่ปลายสายจะตอบกลับมาว่า “เราว่าการพัฒนาหรือการแก้ไขปัญหาอะไรก็ตาม มันต้องเป็นอิสระจากตัวเรา ตอนนั้นเราก็เคยตั้งคำถามแบบเดียวกัน ตอนทำเรื่องชุมชนป้อมมหากาฬแล้วเราก็เจ็บปวดมากๆ เพราะเรารู้สึกว่าเราเปลี่ยนอะไรไม่ได้”

แต่ถึงอย่างนั้น ศานนท์ก็ยังมีพลังปลุกปั้นเครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคมหลายอย่างไปพร้อมๆกันจนฉันทึ่ง  เรียกว่าถ้าได้ยินชื่อศาทีไร ก็มักจะได้ฟังความคิดใหม่ๆ ที่เขากำลังลงมือทำเสมอ เราจะมานั่งถกเถียงกันว่า มันจะเป็นไปได้ไหม หรือมีช่องว่างตรงไหนบ้าง และผ่านไปไม่นาน เราก็จะเห็นศาและทีมสร้างมันขึ้นมาแล้วจริงๆ

กิจการเพื่อสังคม, แม่ฟ้าหลวง, อาข่า
บ้านอาข่าป่ากล้วย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงรา ซึ่งเคยเป็นภูเขาหัวโล้น ปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ทำงานของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ที่ก่อตั้งขึ้นด้วยเจตจำนงมุ่งช่วยเหลือชาวบ้านให้มีอาชีพและฟื้นฟูสภาพป่า

“เราจะยังมีความหวังอยู่ไหม” เป็นคำถามที่สื่อสัมภาษณ์ฉันในช่วงโควิด แม้ฉันจำคำตอบในวันนั้นไม่ได้ และฉันอาจจะไม่ได้มีความหวังเต็มเปี่ยมอย่างศานนท์ แต่สิ่งที่ทำให้ฉันยังคงพูดเรื่องเดิมๆ หรือทำงานอยู่ในทุกวันนี้ ก็คือความเชื่อที่ว่า ยิ่งเราทำมากขึ้นเท่าใด ยิ่งเราสื่อสารมากขึ้นเท่าไร ก็จะมีคนมาช่วยเรามากขึ้นเท่านั้น

ฉันคิดถึงสิ่งที่บิล เดรย์ตัน ผู้ก่อตั้งอโชก้า (Ashoka) องค์กรเก่าแก่ที่สนับสนุนธุรกิจเพื่อสังคมทั่วโลกเคยกล่าวไว้ว่า “ผู้ประกอบการเพื่อสังคมไม่พอใจเพียงแค่ได้แจกจ่ายปลาหรือสอนวิธีจับปลา แต่พวกเขาจะไม่หยุดพักจนกว่าจะได้ปฏิวัติอุตสาหกรรมประมงแล้ว” เป็นคำพูดที่อ่านกี่ทีก็ทำให้มีพลัง แม้ว่าฉันจะไม่สามารถ “ปฏิวัติอุตสาหกรรม” การจัดการพลาสติกในตอนนี้ แต่ฉันเชื่อว่า ฉันเป็นฟันเฟืองหนึ่งที่จะขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นได้

ทุกวันนี้ พ่อเลิกบ่นเรื่องการทำร้านรีฟิล สเตชั่น แล้ว และแม้พ่อจะไม่ถึงกับเอากล่องข้าวไปซื้ออาหาร แต่ฉันก็แอบเห็นพ่อแยกขยะรีไซเคิลให้ด้วย ถึงพ่อจะบ่นว่าฟังฉันพูดจนเบื่อแล้ว แต่ฉันก็ดีใจที่พ่อเข้าใจฉันมากขึ้น และเปลี่ยนมาบ่นว่า “ทำอะไรของมึงเยอะแยะ” แทน

เรื่อง สุภัชญา เตชะชูเชิด
ภาพถ่าย เอกรัตน์ ปัญญะธารา

สามารถติดตามเรื่องราวฉบับสมบูรณ์ได้ที่นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนธันวาคม 2563

สามารถสั่งซื้อได้ที่ https://www.naiin.com/category?magazineHeadCode=NG&product_type_id=2


อ่านเพิ่มเติม ไทย: งดถุงพลาสติก แต่ก็นำเข้าขยะ – เพราะการงดแจกถุงพลาสติกอย่างเดียวอาจไม่พอ

งดแจกถุงพลาสติก

เรื่องแนะนำ

บรรยากาศวันเด็ก ก่อนอำลาเขาดิน

บรรยากาศวันเด็ก ก่อนอำลา”เขาดิน” เมื่อ 63 ปีที่แล้ว นายวี.เอ็ม. กุลกานี ผู้แทนองค์การสหพันธ์เพื่อสวัสดิภาพเด็กระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ เชิญชวนให้ประเทศต่างๆ เห็นความสำคัญและความต้องการของเด็กและกระตุ้นให้เด็กตระหนักถึงบทบาทของตนด้วย  รัฐบาลในยุคนั้นจึงจัดให้มีคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และเอกชน กำหนดให้มีการเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค  ในยุคนั้นงานวันเด็กแห่งชาติจัดในวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม  แต่พอถึง พ.ศ. 2508 ก็เปลี่ยนมาเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม เพื่อความสะดวกของผู้ปกครองและเป็นช่วงที่อากาศดีกว่าช่วงฤดูฝนอย่างเดือนตุลาคม เขาดินหรือสวนสัตว์ดุสิตเป็นหน่วยงานราชการที่จัดงาน วันเด็ก ซึ่งได้รับความนิยมจากเด็กและพ่อแม่ผู้ปกครองตลอดมา  แต่รู้กันหรือไม่ว่า เขาดินที่เปิดทุกวันและเนืองแน่นโดยเฉพาะวันเด็กนี้ มีความเป็นมาอย่างไรประวัติคร่าวๆ ของ เขาดินหรือสวนสัตว์ดุสิตแห่งนี้ย้อนไปถึงสมัยรัชกาลที่ 5 โดยมีจุดเริ่มต้นจากความต้องการสร้างสวนพฤกษชาติในเขตพระราชวังสวนดุสิต ต่อมาในรัชสมัยของรัชกาลที่ 7 มีพระราชดำริที่จะทำนุบำรุงสวนพฤกษชาติแห่งนี้ให้กว้างขวาง และดีกว่าที่เป็นอยู่รวมถึงเปิดให้ประชาชนมาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจด้วย เขาดินในตอนแรกจึงมีสถานะเป็นสวนสาธารณะไม่ใช่สวนสัตว์ดังปัจจุบัน จนกระทั่งต่อมาทางเทศบาลกรุงเทพฯ ริเริ่มย้ายเอาสัตว์บางชนิดจากสวนอื่นๆ มาอาศัยที่นี่ รวมถึงขอให้ทางสำนักพระราชวังส่งช้างหลวงเพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสชม สวนสัตว์ดุสิตจึงได้ฤกษ์เปิดตัวในฐานะสวนสัตว์แรกของไทยเมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2481 (ชมภาพเก่าที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของเขาดินได้ ที่นี่ ) เอ่ยถึง เขาดินแล้ว ต้องเอ่ยถึงตำนานคู่เขาดินอย่าง ฮิปโปโปเตมัสที่ชื่อ แม่มะลิขวัญใจที่ใครๆ มาเขาดินก็ต้องมาชม […]

วันที่ท้องฟ้ามืดมิด

เรื่องและภาพถ่าย  เอกรัตน์ ปัญญะธารา “Black Day” เป็นโปรเจ็กต์ถ่ายภาพที่ใช้เวลาตลอดหนึ่งปีของเอกรัตน์ ปัญญะธารา บรรณาธิการภาพและช่างภาพประจำนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย นับตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2559  อันเป็นวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร “เป็นช่วงเวลาที่ความเงียบกลับมีเสียงดังก้อง เป็นช่วงเวลาที่คนไทยทั้งประเทศรู้สึกร่วมกันต่อเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ผมจึงเลือกเล่าเรื่องด้วยการบันทึกอารมณ์แทนการบันทึกเหตุการณ์อย่างตรงไปตรงมา ถือเป็นบันทึกหนึ่งของตัวเองและเป็นบันทึกหนึ่งของเหตุการณ์ซึ่งยาวนานตลอดหนึ่งปีเต็มของการไว้ทุกข์” เอกรัตน์กล่าว “สิ่งที่ยากที่สุดคือการถ่ายสิ่งที่มองไม่เห็นเพราะเป็นอารมณ์  เป็นการถ่ายภาพที่ใช้จินตนาการมากกว่าถ่ายสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า หรือการถ่ายสัญลักษณ์ที่นำไปสู่ความรู้สึกนี้ เป็นสิ่งที่ยากมากและไม่เคยทำมาก่อน” ที่ผ่านมา การถ่ายภาพเพื่อตีพิมพ์ลงใน เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย ใช้วิธีบอกเล่าเรื่องราวที่ร้อยเรียงจากภาพถ่ายชุดหนึ่ง แต่สำหรับ “Black Day” เอกรัตน์ไม่กำหนดกฎเกณฑ์การถ่ายภาพของเขา “แต่มีเกณฑ์ในการเลือกภาพว่า ดูแล้วเกิดความเชื่อมโยงถึงความรู้สึกนั้นไหม ผมถ่ายภาพไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้เรื่องที่ดี ทุกขั้นตอนเป็นการทดลอง ตั้งแต่การลงพื้นที่เพื่อถ่ายภาพให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเราเองก็ไม่รู้ว่า ภาพไหนจะใช่หรือไม่ใช่โดยกำหนดโทนสีของภาพให้เป็นโทนสีที่ใกล้เคียงกับอารมณ์ของคนไทยในวันที่ได้ยินข่าวสวรรคตของในหลวง รัชกาลที่ 9”   อ่านเพิ่มเติม : ๙ ช่างภาพสารคดีกับในหลวงรัชกาลที่ ๙, ประพาสต้นบนดอย สี่ทศวรรษโครงการหลวง

จากเวียดนามสู่สิงคโปร์: เมื่อผู้หญิงต้องแต่งงานย้ายถิ่นเพื่อชีวิตที่ดีกว่า

ด้วยมุ่งมั่นจะแสวงหาความมั่นคงทางการเงิน เธอเสี่ยงทิ้งบ้านเกิดในชนบทของเวียดนามเพื่อ แต่งงานเพื่อย้ายถิ่น กับชายคนหนึ่งในประเทศร่ำรวยกว่า ผ่านการจัดการของนายหน้า ผู้หญิงคิดเป็นสัดส่วนราวครึ่งหนึ่งของผู้อพยพย้ายถิ่นฐานข้ามชาติและภายในประเทศตัวเอง บางส่วน ถูกดึงดูดโดยคำมั่นสัญญาถึงอนาคตที่ดีกว่า แต่สำหรับคนที่เผชิญความอดอยากหรือเภทภัยในประเทศของตนเอง การโยกย้ายถิ่นฐานคือการเดิมพันเพื่อความอยู่รอดของพวกเธอและครอบครัว ในวันแต่งงานของน็อก ทูเหยียน รอบตัวเธอมีแต่คนแปลกหน้า เธอนั่งบนม้านั่งไม้ในสวนพฤกษศาสตร์ของสิงคโปร์ ในชุดสีแดงขลิบลูกไม้สีดำ พร้อมผ้าคาดศีรษะปักลูกปัดเป็นรูปดอกเดซี เธอพบกับเจ้าบ่าวเมื่อสองเดือนก่อนหน้านี้ และเพิ่งได้เจอครอบครัวเขาหลังเธอมาถึงเมื่อ 16 วันก่อน นายหน้าจัดหาคู่สมรสข้ามชาติแปลพิธีแต่งงานเป็นภาษาเวียดนาม แล้วคู่บ่าวสาวก็ผนึกพันธสัญญาของตนด้วยการจูบปากกันอย่างประดักประเดิด หลังลงนามในเอกสาร ปึกใหญ่ การแต่งงานของทูเหยียนก็เสร็จสมบูรณ์เป็นทางการ “ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีเลยค่ะ” ทูเหยียนบอก “ฉันอยากทำงานแล้วค่ะ” ทูเหยียนเป็นผู้โยกย้ายถิ่นฐานโดยการแต่งงาน หนึ่งในหลายหมื่นรายจากเวียดนามในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง การโยกย้ายถิ่นฐานวิธีนี้มักเริ่มจากนายหน้าจัดหาคู่สมรสข้ามชาติแจ้งผู้หญิงตามหมู่บ้าน และเมืองในชนบทให้ทราบว่า ฝ่ายชายเดินทางมาถึงแล้วจากเกาหลีใต้ จีน ไต้หวัน หรือสิงคโปร์ ทูเหยียน วัย 34 ปี เจอกับโทนี คอง วัย 45 ปี ด้วยวิธีนี้ ภาพถ่ายของเขาโผล่ขึ้นมาในฟีดเฟซบุ๊กของนายหน้ารายหนึ่ง พร้อมกับที่อยู่ ในนครโฮจิมินห์ และวันนัดหมายที่เขาจะดูตัวและสัมภาษณ์ว่าที่ภรรยาเขาในอนาคต ขั้นตอนนี้มีเงื่อนไขข้อตกลงชัดเจนว่า ฝ่ายหญิงต้องมาด้วยความพร้อมที่จะเจรจราต่อรองเรื่องค่าจ้างสำหรับตนเองและครอบครัว ฝ่ายชายจะเป็น ผู้ระบุว่าจะให้เงินเดือนเท่าใด […]

สองพี่น้องชาวอินเดีย ผ่าตัดตา สำเร็จ

สองพี่น้องชาวอินเดีย ผ่าตัดตา สำเร็จ โซเนียและอนิตา เด็กหญิงสองพี่น้องพิการทางการมองเห็นแต่กำเนิด และกำลังรอเข้ารับการ ผ่าตัดตา ที่จะช่วยให้ทั้งคู่สามารถมองเห็นเป็นครั้งแรก ความช่วยเหลือนี้ต้องของคุณองค์กร 20 / 20 / 20 ที่ดำเนินการผ่าตัดให้พวกเธอฟรี เช่นเดียวกันกับที่พวกเขาช่วยเหลือผู้คนในประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลกให้มองเห็นได้เช่นคนปกติ ชมภาพยนตร์สารคดีสั้นที่จัดทำขึ้นโดย Blue Chalk Media ปฏิกิริยาที่สองพี่น้องคู่นี้มองเห็นโลกเป็นครั้งแรก จะทำให้คุณตระหนักถึงคุณค่าของการมองเห็น สิ่งที่ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่ในบางคนพวกเขากลับไม่ได้สิทธินี้ ทั้งนี้เด็กๆ และผู้ใหญ่จำนวนกว่า 20 ล้านคนที่มีปัญหาทางการมองเห็นควรสามารถเข้าถึงการผ่าตัด ที่มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 300 ดอลล่าร์สหรัฐ แต่ส่วนมากพวกเขายากจนและไม่มีเงินเก็บเพียงพอที่จะรักษาดวงตาของตนเอง   อ่านเพิ่มเติม : โรคซึมเศร้า คุณหายได้ : ลุกขึ้นมาเปลี่ยน, โรคซึมเศร้า คุณหายได้ : ดนตรีคือพลัง