ประวัติศาสตร์บาสเก็ตบอล จากตะกร้าใส่ลูกพีช สู่กีฬายอดนิยมอันดับต้นของโลก

ประวัติศาสตร์บาสเก็ตบอล จากตะกร้าใส่ลูกพีช สู่กีฬายอดนิยมอันดับต้นของโลก

บาสเก็ตบอล หนึ่งในกีฬาที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกมีจุดเริ่มต้นอยู่ในโรงยิมท่ามกลางพายุฤดูหนาว ที่มีเพียงลูกบอลและตะกร้าใส่ลูกพีชเป็นอุปกรณ์ นอกจากนี้การแข่งขันครั้งแรกยังจบลงด้วยการตะลุมบอนระหว่างนักเรียนด้วยกันเอง

ห่วงที่นักกีฬาดังค์บอลใส่เพื่อทำแต้มในกีฬาบาสเก็ตบอล แท้จริงแล้วพัฒนามากจากตะกร้าใส่ลูกพีช

ในปี 1891 เจมส์ ไนย์สมิธ นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาอายุ 31 ปี ผู้สอนวิชาพลศึกษาที่ YMCA Training School ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ วิทยาลัยสปริงฟิลด์ เมืองสปริงฟิลด์ รัฐแมสซาชูเซตส์ คิดค้นกีฬาชนิดใหม่ขึ้น เพื่อให้เหล่านักเรียนได้มีส่วนร่วมในวันที่อากาศหนาวเย็นอย่างรุนแรง และถูกบังคับให้อยู่แต่ภายในอาคารเป็นเวลาหลายวัน จากสาเหตุพายุนิวอิงค์แลนด์ที่โหมกระหน่ำ

ตามปกติแล้วกิจกรรมกีฬาฤดูหนาว คือ การเดินขบวน การเพาะกาย และการออกกำลังกายด้วยอุปกรณ์ ทว่ามันก็ไม่ได้สร้างความน่าตื้นเต้นเทียบเท่ากับฟุตบอลหรือลาครอสที่เล่นในช่วงฤดูร้อนแต่อย่างใด

ไนย์สมิธต้องการสร้างกีฬาที่เข้าใจง่าย แต่มีความสลับซับซ้อนมากพอที่จะน่าสนใจ สามารถแข่งขับได้ภายในสถานที่ร่ม และรองรับผู้เล่นจำนวนหลายคน อีกทั้งยังเอื้ออำนวยต่อการออกกำลังกายอย่างเพียงพอของเหล่านักเรียน นอกจากนี้ต้องไม่มีการกระทบกระทั่งทางร่างกายแบบฟุตบอลหรือรักบี้ เพราะอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้หากเล่นในพื้นที่ปิด

ไนย์สมิธหวังว่าเขาจะได้กล่องสี่เหลี่ยม 2 ใบ จากภารโรง เพื่อใช้เป็นประตูสำหรับทำแต้ม เมื่อภารโรงกลับมาจากการค้นของ สิ่งที่เขาได้กลับกลายเป็นตะกร้าใส่ลูกพีช

ไนย์สมิธตอกตะกร้าลูกพีชไว้ที่ราวด้านล่างของระเบียงโรงยิม ฝั่งละ 1 อัน ในความสูง 10 ฟุต นักเรียนจะเล่นเป็นทีมเพื่อพยายามเอาลูกบอลใส่เข้าไปในตะกร้าของอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งจะมีคนประจำอยู่ที่แต่ละด้านของปลายระเบียงเพื่อนำลูกบอลออกจากตะกร้า

การแข่งขันครั้งแรกระหว่างนักเรียนคือการทะเลาะวิวาทโดยสมบูรณ์

เจมส์ ไนย์สมิธ ผู้สร้างกีฬาบาสเก็ตบอล ยืนอยู่กับทีมบาสเก็ตบอลของมหาวิทยาลัยแคนซัสในปี 1899 ภาพโดย FLORIDA HISTORICAL 1A / ALAMY STOCK PHOTO

“เด็กผู้ชายเริ่มมีการกระแทก เตะ ต่อย และจบลงด้วยการตะลุมบอนกันบนพื้นสนามกลางโรงยิม ก่อนที่ฉันจะแยกพวกเขาออกจากกัน” ไนย์สมิธกล่าวในรายการวิทยุของ WOR ในนิวยอร์กที่เรียกว่า We the People เดือนมกราคม ปี 1939 บันทึกซึ่งเป็นที่รู้จักเพียงอันเดียวของเขา

“เด็กผู้ชายคนหนึ่งถึงกลับล้มลงไปกองกับพื้น หลายคนมีรอยเขียวช้ำที่ตา และหลายคนไหล่หลุด” ไนย์สมิธกล่าว “หลังจากการแข่งขันครั้งแรก ฉันกลัวว่าพวกเขาจะฆ่ากัน แต่พวกเขายังคงรบเร้าฉันให้จัดการแข่งขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นฉันจึงสร้างกฎเพิ่มขึ้นมา”

จุดเริ่มต้นอันต่ำต้อยของกีฬาอาชีพเพียงชนิดเดียวที่กำเนิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา ได้วางรากฐานสำหรับธุรกิจมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน การแข่งขันบาสเก็ตบอลระดับวิทยาลัย March Madness ของสมาคมกีฬาระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (NCAA) ในปัจจุบัน ประกอบไปด้วยทีมที่ดีที่สุด 68 ทีมจาก 1,000 กว่าวิทยาลัย สนามกีฬาที่รองรับผู้ชมนับหมื่น และผลกำไรมากมายจากสัญญาการถ่ายทอดทางโทรทัศน์

รายละเอียดต้นฉบับดั้งเดิมของกฎกีฬา “บาสเก็ต บอล” ในปี 1891 ถูกนำเสนอ ณ สถานที่ประมูลของซัทเทบีส์ ในวันที่ 3 ธันวาคม ปี 2010 เมืองนิวยอร์ก เอกสารเพียง 2 หน้า สามารถขายได้ในราคา 4.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ภาพโดย CHRIS HONDROS, GETTY IMAGES

กฎดั้งเดิมของการแข่งขันบาสเก็ตบอล

 ไนย์สมิธไม่ได้สร้างกฎเหล่านี้ขึ้นมาในทีเดียว แต่แก้ไขมาเรื่อย ๆ จนกลายเป็นสิ่งที่รู้จักกันในชื่อ 13 กฎดั้งเดิม บางกฎยังคงถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันในปัจจุบัน กฎดั้งเดิมของไนย์สมิธถูกขายในการประมูลปี 2010 ที่ราคา 4.3 ล้านดอลลาร์

ในกฎดั้งเดิม : ลูกบอลสามารถโยนไปในทิศทางใดก็ได้ด้วยมือเดียวหรือทั้งสองข้าง แต่ไม่ใช่โดยกำปั้น ผู้เล่นไม่สามารถวิ่งไปกับบอลได้ แต่ต้องโยนจากจุดที่ได้รับ ผู้เล่นไม่ได้รับอนุญาตให้ผลัก สกัด หรือโจมตีฝ่ายตรงข้าม การทำผิดครั้งแรกถือเป็นฟาวล์ หากเกิดการฟาวล์ครั้งที่สองขึ้น ผู้เล่นคนนั้นจะถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้ลงเล่นจนกว่าจะมีการทำคะแนนเกิดขึ้น แต่ถ้าหากมีหลักฐานว่าตั้งใจทำร้ายฝ่ายตรงข้าม ผู้เล่นคนนั้นจะถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้ลงเล่นตลอดระยะเวลาการแข่งขัน

กรรมการจะทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินการแข่งขัน ตั้งแต่จดการฟาวล์ ไปจนถึงมีอำนาจในการตัดสิทธิ์นักกีฬา พวกเขาเป็นผู้ตัดสินเมื่อลูกบอลอยู่ในสนาม และตัดสินว่าฝั่งไหนควรได้บอล รวมไปถึงการจัดการเวลา นอกจากนี้กรรมการยังคอยติดตามเพื่อดูการทำแต้ม และตัดสินว่าเมื่อใดที่นับเป็นการทำแต้ม

ปี 1926 ทางซ้าย มาร์เซลลาร์ มอร์วิซ สมาชิกทีมบาสเก็ตบอลหญิงของมหาวิทยาลัยแคนซัส และ เกรซ เอนดิคอต ได้รับการฝึกสอนโดย ดร.เจมส์ ไนย์สมิธ สมาชิกของคณะภายในมหาวิทยาลัยและผู้คิดค้นกีฬาบาสเก็ตบอล ภาพโดย GEORGE RINHART, CORBIS/GETTY IMAGES

หากทีมใดทำฟาวล์ครบ 3 ครั้ง ทีมตรงข้ามจะได้รับอนุญาตให้ทำแต้ม หรือที่ในปัจจุบันเรียกว่า ลูกโทษ

การทำแต้มเกิดขึ้นเมื่อบอลถูกโยนหรือปัดจากพื้นเข้าสู่ในตะกร้า หากลูกบอลอยู่บนขอบ แล้วฝ่ายตรงข้ามขยับตะกร้าจะถือว่าได้แต้มในทันที เมื่อลูกบอลออกนอกเขตสนาม มันจะถูกโยนเข้ามาโดยผู้เล่นที่สัมผัสเป็นคนแรก ผู้เล่นที่กำลังโยนบอลมีเวลาทั้งสิ้น 5 วินาที หากถือไว้นานเกินกว่านั้น บอลจะกลายเป็นของฝ่ายตรงข้ามในทันที ในกรณที่เกิดข้อพิพาท กรรมการจะเป็นผู้โยนบอลเข้าสู่สนามโดยตรง หากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถ่วงเวลาหรือทำให้การแข่งขันล่าช้า ผู้ตัดสินจะให้ฟาวล์แก่ฝ่ายนั้นในทันที

ระยะเวลาของการแข่งขันนับเป็นครึ่งแรกและครึ่งหลัง ครึ่งละ 30 นาที แบ่งเป็น 15 นาทีสองครั้ง โดยจะพักครั้งละ 5 นาที ทีมที่ทำแต้มได้มากที่สุดในเวลาที่กำหนดจะเป็นผู้ชนะ หากเกิดการเสมอกันจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะมีการทำแต้มเกิดขึ้น

วันที่ 23 มีนาคม ปี 2021 เมืองแซนแอนโทนีโอ รัฐเท็กซัส โอลิเวีย เนลสัน โอโดด้า (เบอร์ 20) แห่งมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยคอนเนตทิคัตฮัสกี กระโดดปะทะกับดิกน่า สเตราท์เมน (เบอร์ 45) แห่งซีราคิวส์ออเรนจ์ เพื่อทำแต้มในการแข่งรอบที่ 2 ของการแข่งขันบาสเก็ตบอลหญิง NCAA ประจำปี 2021 ที่อะลาโมโดม โดยมหาวิทยาลัยคอนเนตทิคัตฮัสกี (UCONN) เป็นผู้ชนะ และได้ก้าวเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ในขณะที่ทีมฮัสกีถือว่าเป็นทีมที่ชนะเลิศการแข่งขัน NCAA มากกว่าทีมบาสเก็ตบอลหญิงอื่น ๆ ในประเทศ โดยพวกเขาได้ทำการตัดตาข่ายที่ห่วงออกเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ชัยชนะของทีมในปี 1995, 2000, 2002, 2003, 2004, 2009, 2010, 2013, 2014, 2015 และ 2016 ภาพโดย CARMEN MANDATO, GETTY IMAGES

การแข่งขันในที่สาธารณะครั้งแรก

วันที่ 12 มีนาคม ปี 1892 การแข่งขันบาสเกตบอลสาธารณะครั้งแรกในโรงยิมของ YMCA และได้รับการบันทึกโดยสปริงฟิลด์รีพับลิกัน เป็นการแข่งขันระหว่างอาจารย์และนักเรียน ผู้ชมราว 200 คน เข้าร่วมเพื่อค้นพบกีฬาใหม่ที่พวกเขาไม่เคยได้ยินหรือเห็นมาก่อน

ในเรื่องราวที่เผยแพร่โดยรีพับลิกัน เหล่าอาจารย์ได้รับการชื่นชมในเรื่องของ “ความคล่องแคล่ว” แต่ “ความช่างสังเกต” คือสิ่งที่ทำให้เหล่านักเรียนสามารถเอาชนะเหล่าอาจารย์ได้ด้วยจำนวน 5-1 เกม

ภายในไม่กี่สัปดาห์ ความนิยมของกีฬานี้ก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นักเรียนในโรงเรียนแห่งอื่นได้แนะนำกีฬานี้ให้แก่ YMCA ของพวกเขา กฎดั้งเดิมถูกตีพิมพ์ลงในนิตยสารของวิทยาลัย ซึ่งถูกส่งไปยัง YMCA ทั่วประเทศ

และด้วยนักศึกษาต่างชาติที่เป็นตัวแทนของวิทยาลัย กีฬานี้จึงได้รับการแนะนำให้รู้จักในอีกหลายประเทศ หลังจากนั้นโรงเรียนมัธยมจึงเริ่มนำกีฬานี้เข้ามา และในปี 1905 บาสเก็ตบอลถูกยอมรับอย่างเป็นทางการในฐานะกีฬาฤดูหนาว

การแข่งขันบาสเก็ตบอลของวิทยาลัยครั้งแรกระหว่างสองสถานศึกษาเกิดข้อพิพาทขึ้น ตามข้อมูลของ NCAA ในปี 1893 บทความในหนังสือพิมพ์ของวิทยาลัยทั้งสองฉบับได้ตีพิมพ์บันทึกการแข่งขันบาสเก็ตบอลของวิทยาลัยทั้งสองซึ่งเป็นปฏิปักษ์กันแบบแยกต่างหาก

ในปี 1892 ไม่ถึง 1 ปี ที่ไนย์สมิธสร้างกีฬานี้ขึ้นมา เซนดรา เบอเรนสัน อาจารย์สอนยิมนาสติกประจำวิทยาลัยสมิธ ได้แนะนำกีฬานี้ให้แก่นักกีฬาหญิง โดยการแข่งขันครั้งแรกของมหาวิทยาลัยสตรีที่ถูกบันทึกไว้เป็นการแข่งขันระหว่าง มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด กับ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ที่เบิร์กลีย์ ในปี 1896

ด้วยความนิยมที่เติบโตขึ้นจึงได้รับแจ้งจากคณะกรรมการโอลิมปิกสากล และได้รับการแนะนำในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 1904 ที่เมืองเซนต์หลุยส์ ในฐานะกีฬาสาธิต จนกระทั่งปี 1936 บาสเก็ตบอลได้รับการยอมรับให้เป็นการแข่งขันชิงเหรียญอย่างเป็นทางการ ในทางกลับกันบาสเกตบอลหญิงไม่ได้ถูกรวมอยู่ในการแข่งขันชิงเหรียญโอลิมปิกจนกระทั่งปี 1976 ในการแข่งขันที่มอนทรีออล

วันที่ 16 มีนาคม ปี 1954 สนามบอสตันการ์เดน จิม แบคโทลด์ (เบอร์ 10) แห่งทีมนิวยอร์กนิคเกอร์บ็อคเกอร์ และบ๊อบ แบรนนัม (เบอร์ 18) แห่งทีมบอสตันเซลติค พยายามที่จะเก็บรีบาวด์ในควอเตอร์แรกของการแข่งขัน NBA รอบเพลย์ออฟ คนอื่นในรูปได้แก่ เซ็นเตอร์ของเซลติค ชัค คูเปอร์ (เบอร์ 11) และบ๊อบ คูซีร์ (เบอร์ 14) ในทางซ้าย ปี 1950 คูเปอร์คือผู้เล่นผิวสีคนแรกที่ถูกคัดเลือกโดยทีมของ NBA

ในขณะที่กีฬากำลังแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว สมาคมกีฬาอาชีพก็เริ่มก่อตัวขึ้นทั่วสหรัฐอเมริกา สมาคมอาชีพแรกของบาสเก็ตบอลคือ สมาคมบาสเก็ตบอลแห่งชาติ (NBL) ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1898 ประกอบไปด้วย 6 ทีมจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทว่ากลับมีอายุเพียง 5 ปี หลังจากที่ล่มสลายลงในปี 1904 สมาคมได้รับการรื้อฟื้นอีกครั้งในอีกในปี 1937 หรือก็คือ 33 ปี ต่อมา พร้อมด้วยระบบการสนับสนุนใหม่ทั้งหมดจากบริษัทกู๊ดเยียร์ บริษัทไฟเออร์สโตน และบริษัทเจเนอรัลอิเล็กทริก ในฐานะเจ้าของสมาคมและอีก 13 ทีม

ในขณะที่สมาคมกีฬาอาชีพได้รับความสนใจจากทั่วประเทศ บาสเก็ตบอลระดับวิทยาลัยก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน การแข่งขันครั้งแรกของสมาคมกีฬาระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (NCAA) ประกอบไปด้วย 8 ทีม จัดขึ้นในปี 1939 ที่มหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น โดยมหาวิทยาลัยออริกอนสามารถเอาชนะมหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตต และกลายเป็นทีมแรกที่สามารถคว้าตำแหน่งผู้ชนะเลิศไปได้

วันที่ 12 กรกฎาคม ปี 2020 ชาวบ้านเข้าชมการแข่งขันบาสเก็ตบอลที่หมู่บ้านยางปิง เมืองหยุนเฉิง มณฑลซานซี ประเทศจีน ภาพโดย SHI YUNPING, VCG / GETTY IMAGES

ในช่วงกลางยุค 1900 เช่นเดียวกันกับส่วนใหญ่ในสหรัฐอเมริกา บาสเก็ตบอลเกิดการแบ่งแยกทางเชื้อชาติ และไม่เป็นหนึ่งเดียวกัน จนกระทั่ง ชัค คูเปอร์ ถูกคัดเลือกเข้าสู่ทีมบอสตันเซลติค แต่ก่อนที่คูเปอร์จะถูกคัดเลือกนั้นมีกลุ่มของทีมคนผิวสีอยู่ทั่วประเทศ

รู้จักกันโดยทั่วไปว่า “the black fives” ซึ่งกล่าวถึง 5 ผู้เล่นตัวจริงในทีมบาสเก็ตบอล ซึ่งพวกเขามักจะถูกเรียกว่า แฝด 5 ทางสีผิว หรือ กรงขังนิโกร ทีมเหล่านั้นรุ่งโรจน์ในเมืองนิวยอร์ก, กรุงวอชิงตัน ดี.ซี., พิตต์สเบิร์ก, ฟิลาเดลเฟีย, ชิคาโก และในเมืองอื่น ๆ ที่มีประชากรชาวแอฟริกันอเมริกันเป็นจำนวนมาก พวกเขาเป็นทั้งมือสมัครเล่น กึ่งมืออาชีพ และมืออาชีพ

จากทีมบาสเกตบอลวิทยาลัยมากกว่า 1,000 ทีม ในทุก ๆ กลุ่มของ NCAA มีเพียง 68 ทีมที่จะได้เข้าร่วมการแข่งขัน March Madness ประจำปีนั้น ทีมวิทยาลัยที่ดีที่สุดจากแต่ละฝั่งทั่วประเทศแข่งขันกันเพื่อเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย แล้วจึงแข่งกันต่อจนเหลือเพียงแค่ 8 ทีม ซึ่งจะมีเพียง 4 ทีมเท่านั้น ที่จะได้เข้าไปแข่งในรอบไฟนอล และจบลงด้วยการแข่งขันชิงตำแหน่งผู้ชนะเลิศ

แม้ว่าในปัจจุบันบาสเก็ตบอลจะไม่ได้แข่งกันในแบบที่ ไนย์สมิธ เคยคิดค้นมันขึ้นมา ตะกร้าเก็บลูกพีชถูกแทนที่ด้วยห่วงตาข่าย ขอบห่วงที่ทำจากโลหะ และกระดานจอแก้ว ทำให้กล่าวได้ว่าวิวัฒนาการนี้เองที่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า การแข่งขันบาสเก็ตบอลนั้นอยู่เหนือกาลเวลานับศตวรรษ

วันที่ 21 เมษายน ปี 2019 ผู้เล่นของทีมโอคลาโฮมาซิตี้ธันเดอร์ สตีเว่น อดัมส์ (เบอร์ 12) กระโดดขึ้นรีบาวด์ในการแข่งขันซึ่งปะทะกับพอร์ตแลนด์เทรลเบลเซอร์ ในสนามเชคสเปียร์เอเนอร์จี้ เมืองโอคลาโฮมา รัฐโอคลาโฮมา ภาพโดย GREG NELSON, SPORTS ILLUSTRATED / GETTY IMAGES

เรื่อง TUCKER C. TOOLE

แปลและเรียบเรียง พัทธนันท์ สวนมะลิ

(โครงการสหกิจศึกษากองบรรณาธิการเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย)


เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ สเก็ตบอร์ด: กีฬาเหินหาว

เรื่องแนะนำ

อร่อยเหาะยกล้อ

เรื่อง  เดวิด บรินด์ลีย์ ภาพถ่าย เกิร์ด ลุดวิก เวลาสี่ทุ่มของคืนวันเสาร์อันหนาวเย็นในลอสแอนเจลิส ผู้คนกว่า 30 ชีวิตสวมหมวกและผ้าพันคอฝ่าอุณหภูมิเก้าองศาเซลเซียสซึ่งนับว่าหนาวมากสำหรับนครแห่งนี้ มาเข้าแถวอยู่ริมทางเท้าหน้ารถสเตปแวน (step van)  ที่ดัดแปลงเป็นรถขายอาหารเคลื่อนที่หรือฟู้ดทรัก (food truck) เมื่อหน้าต่างด้านข้างรถเลื่อนเปิดออก ปรากฏการณ์อาหารฮอตฮิตในนาม “โคกิ บาร์บีคิว” (Kogi BBQ) ก็เข้าเกียร์พร้อมเสิร์ฟแล้ว โคกิบาร์บีคิวโกยทั้งเงินทั้งกล่องตั้งแต่แจ้งเกิดเมื่อปี 2008 หลังสองเกลอหุ้นส่วนฟูมฟักไอเดียบรรเจิดในการรวมรสชาติของเนื้อย่างเกาหลีเข้ากับทาโกหรือแป้งห่อสไตล์เม็กซิกัน และขนขึ้นรถบรรทุกเล็กเร่ขายตามข้างถนนในลอสแอนเจลิส จะว่าไปแล้วรถขายอาหารไม่ใช่ของใหม่สำหรับเมืองนี้  แต่เป็นแหล่งขายอาหารราคาถูกที่หาซื้อได้ตามข้างถนนหรือไม่ก็ไซต์งานก่อสร้าง และผู้คนมักมองแบบเหยียดๆว่าเป็น “แผงแมงสาบ” ดังนั้นความคิดที่จะขายทาโกแนวเกาหลีในฟู้ดทรักจึงฟังดูเป็น “ไอเดียเพี้ยนๆ” ตามที่รอย ชอย ผู้ก่อตั้งโคกิบาร์บีคิว กล่าวไว้ในหนังสือบันทึกความทรงจำของเขาที่ชื่อ L.A. Son หรือ “ลูกชายของแอล.เอ” สิ่งที่ทำให้โคกิบาร์บีคิวโด่งดังขึ้นมา คือการเป็นเจ้าแรกๆที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์เข้าถึงลูกค้า ในตอนแรกทีมงานเล็กๆของโคกิขายอาหารให้บรรดานักเที่ยวกลางคืนที่มึนเมานอกไนต์คลับในย่านซันเซตบูเลอวาร์ด  แต่ไปได้ไม่ดีนัก จนกระทั่งทีมงานลองหันมาใช้สื่อสังคมออนไลน์ซึ่งเพิ่งเริ่มฮิตในช่วงนั้นโดยใช้ทวิตเตอร์  โคกิจะคอยส่งข่าวอัปเดตสถานที่ขายซึ่งเปลี่ยนไปเรื่อยๆ กลุ่มลูกค้าคนเมืองวัยหนุ่มสาวติดโซเชียลมีเดียเริ่มติดตามรถโคกิ ภายในเวลาไม่กี่เดือน โคกิก็มีลูกค้าเพิ่มเป็นหลายร้อยคน นิตยสาร นิวส์วีก เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “ร้านอาหารไวรัลร้านแรกของอเมริกา” [viral – ปรากฏการณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ที่บางเรื่องเป็นที่รู้จักหรือพูดถึงอย่างรวดเร็ว] ปัจจุบันโคกิบาร์บีคิวมียอดผู้ติดตาม 132,000 […]

ฤดูกาล ล่าวาฬ – วิถีเก่าแก่แห่งชนอะแลสกา

ฤดูกาลแห่งการ ล่าวาฬ วิถีและประเพณีอันเก่าแก่ของชนพื้นเมืองในอะแลสกา บนเขาทางเหนือของอะแลสกา วัฒนธรรมของอินูเปียตมีศูนย์กลางอยู่ที่วาฬ  ทุกฤดูใบไม้ผลิ ชายและหญิงจะใช้เวลานานเป็นสัปดาห์ๆ บน “ทูวัก” หรือผืนน้ำแข็งบริเวณใกล้น้ำ เพื่อเฝ้าดูบรรดาวาฬหัวคันศรซึ่งอพยพขึ้นเหนือจากทะเลเบริงสู่เขตอาร์กติกของแคนาดา  เมื่อใครสังเกตเห็นวาฬสักตัว ทีมล่าวาฬจะลากเรืออูมีอักลงน้ำ  ปกติแล้วจะมีโอกาสเพียงหนเดียวในการยิงฉมวกไปยังวาฬ  ถ้าการล่าวาฬประสบความสำเร็จ ทุกคนในหมู่บ้านจะได้รับเนื้อวาฬปันส่วน เรื่องราวของความสืบเนื่องทางวัฒนธรรม ทำให้ช่างภาพ คิลอิ ยู่หยาน ติดใจ  ยู่หยานเองก็เป็นชนพื้นเมืองด้วย เขาเป็นลูกหลานของพรานและชาวประมงเผ่าเฮอซี (หรือนานายในรัสเซีย) ทางตอนเหนือของจีนและตะวันออกเฉียงใต้ของไซบีเรีย  เขาบอกว่าเรื่องราวมากมายที่เล่าถึงชุมชนพื้นเมืองว่าล่มสลายหรือแร้นแค้นนั้น มักละเลยความซับซ้อนของชุมชนเหล่านั้น “คุณต้องอยู่กับพวกเขาถึงจะเห็นความหวังอันเต็มเปี่ยมและความเบิกบาน” ในช่วงห้าปี ยู่หยานอยู่กับชาวอินูเปียตที่อูตคีอารก์วิก (เดิมรู้จักกันในชื่อ แบร์โรว์) นาน 10 เดือน  เขาตั้งแคมป์อยู่กับลูกมือคนหนึ่งบนผืนน้ำแข็งเพื่อดูวาฬ และหลายหนก็อาสาเป็นยามกะกลางคืนเมื่อความมืดและความเงียบสงัดโรยตัวปกคลุม  เขาพบว่า ความเงียบสิ้นสุดลงอย่างรวดเร็ว เมื่อวาฬสักตัวเดินทางมาถึง ผู้สังเกตการณ์จะบอกตำแหน่งของมัน กระตุ้นให้ลูกทีมเอาเรือออกไป “เมื่อวาฬเข้ามาใกล้ เสียงพวกมันชัดมาก พวกมันร้องเพลง เหมือนละครเพลงเลยครับ” เรื่อง แดเนียล สโตน ภาพถ่าย คิลอิ ยู่หยาน อ่านเพิ่มเติม ภัยคุกคามฉลามวาฬคือเรื่องจริง

เพชรพระอุมา : สุดยอดวรรณกรรมแห่งการผจญภัยในผืนป่าลึกลับระดับตำนาน

เรื่องราวชีวิตของ พนมเทียน นักประพันธ์ผู้ล่วงลับที่สร้างสรรค์วรรณกรรมผจญภัยระดับตำนานอย่าง “ เพชรพระอุมา ” ซึ่งสร้างภาพจินตนาการอันบรรเจิดน่าตื่นเต้นในโลกแห่งพงไพร และสร้างแรงบันดาลใจในการออกท่องป่าให้กับผู้อ่านมาแล้วมากมาย นวนิยายเรื่องหนึ่งอาจไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องแต่งเพื่อความบันเทิงอย่างเดียว หากแต่เป็นเรื่องเล่าที่ส่งเสริมจินตนาการ เปิดหูเปิดตา ให้ความรู้ พาให้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็น สร้างอารมณ์หลากหลาย เกิดเป็นเรื่องราวอันประทับใจไม่รู้ลืม ในแต่ละยุคสมัย ก็จะมีนวนิยายที่โดดเด่นแตกต่างกันออกไปหลายเรื่อง ซึ่งถ้าหากย้อนกลับไปในเมืองไทยช่วงทศวรรษ พ.ศ. 2500 ในยุคที่นิยายที่ตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารกำลังเฟื่องฟู นวนิยายที่คนในยุคสมัยนั้นลงความเห็นว่าโดดเด่น อ่านสนุก ผู้เขียนมีฝีไม้ลายมือจนนักอ่านในสมัยนั้น (ที่ตอนนี้อาจเริ่มอยู่ในวัยกลางคนกันแล้ว) รอคอยติดตามกันอย่างเหนียวแน่น ก็คงจะเป็นนวนิยายเรื่อง “เพชรพระอุมา” เรื่องราวของการผจญภัยอันน่าตื่นเต้นในป่าลึก โดยนักเขียนที่มีฝีมือโดดเด่นและฝากผลงานเอาไว้มากมายอย่าง พนมเทียน หรือ ฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 21 เมษายน ที่ผ่านมา คุณฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ ได้เสียชีวิตลงเนื่องจากโรคชรา สิริรวมอายุ 89 ปี ถือเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความอาลัยให้กับนักอ่านและวงการวรรณกรรมอย่างยิ่ง เพราะนี่ถือเป็นการสูญเขียนนักประพันธ์คนสำคัญที่ฝากงานเขียนชั้นเลิศไว้กับวงการวรรณกรรมไทยหลายเรื่อง มิใช่แค่เรื่องเพชรพระอุมาเท่านั้น ฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ เจ้าของนามปากกา พนมเทียน เกิดเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน […]

ดั้นด้นค้นหา เพื่อชีวิตยืนยาว

คนจีนรุ่นที่กำลังแก่ตัวลง พวกเขามีการศึกษากว่าคนรุ่นก่อนๆ พวกเขาไม่คิดว่าจะสามารถพึ่งพารัฐบาลในเรื่องระบบสุขภาพและบริการสาธารณสุขได้ จึงแสวงหาแนวทางดูแลสุขภาพกันเอง