ทำไมมนุษย์จึงอพยพ: บทเรียนจากการ เดินเท้ารอบโลก กว่า 39,000 กิโลเมตร

ทำไมมนุษย์จึงอพยพ: บทเรียนจากการ เดินเท้ารอบโลก กว่า 39,000 กิโลเมตร

การ เดินเท้ารอบโลก สอนอะไรเกี่ยวกับการก้าวผ่านศตวรรษแห่งความอลหม่านของเรา

ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเพราะเหตุใดหลังท่องอยู่ในแอฟริการาว 240,000 ปี มนุษย์ที่มีโครงสร้างทางกายวิภาคสมัยใหม่เหมือนพวกเรา จึงเริ่มตั้งหน้าตั้งตาเดินออกจากทวีปมารดรและพิชิตโลก

ผมหมกมุ่นกับคำถามนี้ เพราะเกือบเก้าปีในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการเล่าเรื่อง ผมออกเดินเท้าไปตามเส้นทางยุคหินของบรรพบุรุษเราที่แยกย้ายออกจากแอฟริกา ผมเดินมาถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว โดยท้ายที่สุดแผนที่วางไว้คือย่ำไปให้ถึงปลายสุดของทวีปอเมริกาใต้ ที่ซึ่ง โฮโม เซเปียนส์ เดินไปจนจดขอบฟ้าทวีปแล้ว เป้าหมายของผมเรียบง่ายตลอดมา นั่นเหยียบเบรคให้ชีวิต ชะลอความคิด หน้าที่การงาน และโมงยามให้ช้าลง

โชคไม่ดีที่โลก ก็มีความคิดอ่านของตัวเอง วิกฤติสภาพภูมิอากาศถึงขั้นสิ้นโลก การสูญพันธุ์อย่างกว้างขวาง การอพยพของมวลมนุษย์เพราะสถานการณ์บังคับ การลุกฮือของประชาชน ไวรัสโคโรนาที่คร่าชีวิต กว่า 3,000 รุ่งอรุณแล้วที่ผมผูกเชือกรองเท้าบู๊ต ออกก้าวไปบนดาวเคราะห์ที่เหมือนกำลังเร่งความเร็วจนฝ่าเท้าสะเทือน สู่วิกฤติมากมายที่จะส่งผลลึกล้ำต่ออนาคต ก่อนมาถึงเมียนมา ผมยังไม่เคยเดินหน้าเข้าหารัฐประหารเลย

ทางช้างเผือก, เอธิโอเปีย
ทางช้างเผือกสว่างไสวบนผืนฟ้าราตรี ขณะที่ลูกหลานคนเลี้ยงสัตว์กึ่งเร่ร่อนชาวอะฟาร์ทางตอนเหนือของเอธิโอเปีย มารวมตัวกันในแอร์โตบูรี จากตรงนี้ บรรพบุรุษของเราเริ่มกระจายออกไปทั่วโลก และเป็นจุดที่ซาโลเพกเริ่มต้นมหากาพย์การเดินเท้า 38,500 กิโลเมตรเมื่อเดือนมกราคม ปี 2013

มีสมมติฐานมากมายว่าด้วยเหตุที่ทำให้เรากระจัดกระจายออกจากแอฟริกา

นักวิจัยบางคนเชื่อว่า ทุพภิกขภัยขนานใหญ่ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันเหวี่ยงเราออกไปสู่โลกที่กว้างขึ้น หมายความว่าพวกเราเก็บอาหารกินจนหมดทุ่งสะวันนาอันเป็นถิ่นกำเนิดแล้ว ผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆ บอกว่า ดินแดน“อาหรับเขียว” หรือตะวันออกกลางที่เคยเขียวขจีกว่าตอนนี้ล่อใจบรรพบุรุษขายาวของเราไปสู่พื้นที่ล่าสัตว์ใหม่ๆ กระนั้นก็ยังมีบางคนที่อ้างว่า เราเริ่มออกเร่ร่อนเก็บของตามชายหาด แล้วพลัดออกจากพื้นที่คุ้นเคยในแอฟริกา ไปตามแนวชายฝั่งที่เพิ่งผุดเมื่อระดับทะเลลดลง (ทฤษฎีการอพยพย้ายถิ่นทางแนวชายฝั่ง)

สมมติฐานอธิบายมูลเหตุแห่งความอยู่ไม่ติดที่ของมนุษย์ที่ถูกใจผมมากกว่านั้นเกี่ยวข้องกับเสียงแห่ง ความทรงจำ พอจะอธิบายได้ดังนี้

อพยพ, จอร์แดน, ลา, เดินเท้ารอบโลก
เซลวา ลาบรรทุกสัมภาระที่ไว้ใจได้ ร่วมเดินทางกับซาโลเพกช่วงตัดข้ามภูมิประเทศที่ท้าทายใกล้กับซากปรักโบราณของนครเพตราทางใต้ของจอร์แดน อูฐกับม้าช่วยเขาขนเสบียงระหว่างมุ่งหน้าเดินตามรอยการอพยพของมนุษย์

เผ่าพันธุ์มนุษย์โบราณเดินโซซัดโซเซไปตามขอบเหวแห่งการสูญพันธุ์อยู่นานเหลือเกิน พวกเรามีจำนวนน้อยมากจนแทบไร้ตัวตนบนแผ่นดินบรรพกาล ใครบางคนอาจประดิษฐ์สิ่งของ เช่น เครื่องมือใหม่ขึ้นมาสักอย่าง แต่นวัตกรรมดังกล่าวกลับสูญหายไป เมื่อวงศ์วานของเธอล้มตายไปหมด ความก้าวหน้าเหล่านั้นจึงไม่เคยเผยแพร่ออกไปหรือตกทอดต่อมา วนเวียนอยู่อย่างนั้นนับพันปีอันมืดมน ค้นพบ สูญหาย ประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่ จะเรียกว่า ตกร่องอยู่นานแสนนานก็ได้ จวบจนเมื่อประชากรมนุษย์เพิ่มขึ้นและมีเสถียรภาพมากพอจะรักษาและต่อยอด การบุกเบิกต่างๆได้แล้วเท่านั้น พวกเราจึงปลดล็อกประตูสู่โลกนี้ได้ในที่สุด เราจดจำความทรงจำของกันและกันได้ เราชนะศึกเหนือความลืมเลือน เราจึงก้าวรุดไปข้างหน้า

ผมมาได้เกือบถึงครึ่งทางในโครงการเดินเท้า 38,500 กิโลเมตรที่ดูเหมือนไร้เหตุผลนี้ โดยมุ่งไปทางตะวันออก สู่ดวงอาทิตย์อุทัย เป็นธรรมดาอยู่เองที่ผมจะหวนนึกถึงใบหน้าผู้คนนับพันที่พานพบระหว่างทาง ในบรรดาพวกเขาเหล่านั้น ใครที่ดูมีคุณสมบัติพร้อมจะเอาตัวรอด ถ้าไม่ถึงกับเอาชนะ ความท้าทายสารพัดในยุคแห่งความ ไม่แน่นอนของเรา ใครกันที่จะเดินฝ่าศตวรรษนี้ไปอย่างครบสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจกันเล่า

ตุรกี, เดินเท้ารอบโลก
ที่เมืองกาซีอันเตป ประเทศตุรกี เด็กชายสองพี่น้องชาวซีเรียมองออกไปนอกหน้าต่างในอพาร์ตเมนต์ขนาดสองห้องนอนที่อยู่รวมกับญาติอีกหกคน ครอบครัวผู้ลี้ภัยครอบครัวนี้มีรายได้ราวสามดอลลาร์สหรัฐต่อวันจากการขายขยะพลาสติก

เมื่อการปราบปรามรุนแรงถึงขั้นนองเลือด การสูญเสียความทรงจำอย่างประหลาดแผ่ปกคลุมทั้งย่างกุ้ง มันคือข้อความต่างๆ ที่หายไป มิตรสหายชาวพม่า ทั้งนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย ศิลปิน นักศึกษา เยาวชนคนหนุ่มสาวที่เฝ้ารักษาเครื่องกีดขวางเอาไว้ ต่างต้องเปลี่ยนไปใช้แอพฯ เข้ารหัส พวกทหารสืบหาร่องรอยจากโทรศัพท์ของพลเรือนตามจุดตรวจค้น เราตั้งเวลาสำหรับข้อความด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย (หกชั่วโมง หนึ่งชั่วโมง หนึ่งนาที) แล้วเฝ้าดูชีวิตเราในรูปบทสนทนาดิจิทัลสลายไปตลอดกาล

แม่ฉันบอกว่าไม่อยากเห็นลูกสาวทั้งสองคนติดคุก… พวกมันยิงคนในย่านตัมเว… ขอให้ปลอดภัยนะ… ผมกำลังพยายามขอเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองในประเทศที่สามอยู่… บันทึกความวิตกกังวลที่สื่อถึงความกลัว ความโกรธ และการปลุกปลอบเหล่านี้อันตรธานไปทุกคราว ที่ผมลืมตารับอรุณอันเรืองรองอีกวัน ผมกำลังก้าวฝ่าการปฏิวัติในภาวะการสื่อสารบกพร่อง ผมนึกภาพว่า นี่คงใกล้เคียงที่สุดแล้วกับยุคต้นกำเนิดของพวกเรา

ซีเรีย, ผู้อพยพ, เดินเท้ารอบโลก
ชาวซีเรียทะลักเข้าตุรกีเมื่อปี 2014 โดยเป็นส่วนหนึ่งของคลื่นมนุษย์ ส่วนใหญ่เป็นชาวเคิร์ดที่หนีการไล่ล่าจากกลุ่ม ไอซิส ชาวซีเรียเกือบสี่ล้านคนในตุรกีปัจจุบัน ซึ่งเป็นประชากรผู้ลี้ภัยกลุ่มใหญ่สุดของทั้งโลก และถือเป็นการอพยพย้ายถิ่นไปยังประเทศอื่นขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาค

ผมพักการเดินของผมที่ย่างกุ้ง

ทหารกำลังไล่ยิงประชาชนนับร้อย สงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อกำลังเริ่มต้น เส้นทางข้างหน้าอันตรายเกินไป ผมละเมิดกฎการเดินทางของตัวเองชนิดไม่มีทางเลือก ด้วยการทิ้งเมียนมาแล้วบินไปจีน

ผมไปย่านที่มีต้นไม้ร่มรื่นแห่งหนึ่งเพื่ออำลาเพื่อนจำนวนหนึ่ง พวกเขาเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยที่กำลังหลบซ่อนอยู่ ภายในบ้านมีสภาพเหมือนหอพักมหาวิทยาลัย จักรยานจอดเรียงอยู่เต็มห้องโถง กีตาร์ตัวหนึ่งตั้งพาดอยู่ตรวมุมห้อง เพื่อนๆ ผมยืนล้อมโต๊ะรับแขกกันอยู่ กำลังขะมักเขม้นเรียนรู้การใช้คันธนูกับลูกศรไม้ไผ่ต่อสู้กับกองทัพของรัฐบาลทหาร ฉากประเภทนี้เก่าแก่แค่ไหนหรือ หัวลูกศรเก่าแก่ที่สุดเท่าที่รู้จักมีอายุย้อนหลังไป 61,000 ปี เป็นหัวลูกศรที่พบในถ้ำซีบูดูในแอฟริกาใต้ โฮโมเซเปียนส์ ยุคโบราณที่ผมเดินตามรอยเป็นผู้ประดิษฐ์อย่างไม่ต้องสงสัย

ละหมาด, ตาซัคสถาน, เดินเท้ารอบโลก
กลุ่มผู้หญิงทำละหมาดที่สุสานโบราณแห่งหนึ่งในภูมิภาคมังกีซเตาของคาซัคสถาน ซาโลเพกเดินเท้าผ่านภูมิประเทศทุรกันดารและเวิ้งว้างว่างเปล่าในเอเชียกลางนี้ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของมหาสมุทร

“พวกเราทุกคนจะต้องเผชิญอันตรายในการต่อสู้” โปรดิวเซอร์วิดีโอผู้มีรอยสักคนหนึ่งในเซฟเฮาส์ดังกล่าว เอ่ยขึ้นมา “ไม่มีใครจะผ่านไปได้อย่างไร้รอยขีดข่วนหรอก”

ฟังดูเหมือนพรส่งท้ายสำหรับการเดินทางเป็นหมู่คณะที่จะมาถึง ผมจะบังอาจแนะนำอะไรได้ แบ่งปันแม้คุณจะมีเพียงน้อยนิด จงอย่าไว้ใจกำแพง เราต่างอวยพรให้อีกฝ่ายโชคดี ลูกศรกองอยู่บนโต๊ะข้างไอแพดเครื่องหนึ่ง

ผมบอกตัวเองว่า จงจำภาพนี้เอาไว้

เรื่อง พอล ซาโลเพก

ภาพถ่าย จอห์น สแตนเมเยอร์

สามารถติดตามสารคดี บทเรียนจากการเดินทาง ฉบับสมบูรณ์ได้ที่ นิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนพฤศจิกายน 2564

สามารถสั่งซื้อได้ที่ https://www.naiin.com/product/detail/534541


อ่านเพิ่มเติม ผู้อพยพ : มหากาพย์เดินเท้าย้อนรอยบรรพชน

ผู้อพยพ

เรื่องแนะนำ

บามียัน พระพุทธรูปโบราณองค์ใหญ่ในอัฟกานิสถาน-ที่ถูกทำลายไปจนสิ้น

20 ปีหลังจากการทำลาย บามียัน พระพุทธรูปโบราณ สิ่งที่ยังเหลืออยู่คือโพรงบนผนังอันว่างเปล่าและความทรงจำ ความพยายามในครั้งที่หนึ่ง สอง และสาม ของ Pascal Maitre ในการไปเยือนพระพุทธรูปขนาดยักษ์ที่แกะสลักบนไหล่เขาของหุบเขาบามียันในอัฟกานิสถานนั้นกลายเป็นเรื่องไร้ประโยชน์ ในปี 1996 ช่างภาพชาวฝรั่งเศสคนนี้อยู่กรุงคาบูลเพื่อมาทำงานที่ได้รับมอบหมายกับนิตยสาร L’express แม้การเดินทางจากกรุงคาบูลไปเมือง บามียัน มีระยะทางเพียง 200 กิโลเมตร แต่ในทุกเช้า เขาได้รับการปฏิเสธจากคนขับรถทุกครั้ง แม้เขาจะเพิ่มค่าจ้างให้ก็ตาม ในตลอดเส้นทาง จะมีกองกำลังติดอาวุธประจำจุดตรวจระหว่างทาง และรถขับเคลื่อนสี่ล้อนั้นเป็นที่หมายตามากเป็นพิเศษ และรถที่พยายามผ่านทางไปมักถูกยึด Pascal ต้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อน จนในที่สุด เขาสามารถเดินทางผ่านจุดตรวจโดยรถประจำทางของเมืองที่เขาเช่ามาซึ่งเต็มไปด้วยผู้โดยสาร และนั่งท่ามกลางพวกเขาในชุดเสื้อคลุมและกางเกงในแบบอัฟกานิสถาน ที่ชื่อว่า Perahan Tunban แต่บามียันนั้นเป็นการเดินทางที่คุ้มค่าความเสี่ยง พระพุทธหินคู่นี้เริ่มสร้างขึ้นในศตววรษที่ 6 องค์หนึ่งมีความสูง 38 เมตร ส่วนอีกองค์หนึ่งมีความสูง 55 เมตร ตั้งตระหง่านท่ามกลางทิวทัศน์หุบเขา แม้จะผ่านทั้งยุคสมัย การถูกละเลย และช่วงสงคราม บามียันก็ยังคงดำรงอยู่อย่างโดดเด่นในพื้นที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นจุดพักอันคึกคักในเส้นทางสายไหมและศูนย์กลางการศึกษาพระพุทธศาสนา พื้นที่มรดกโลกของยูเนสโกแห่งนี้ได้ดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวและนักโบราณคดีจนกระทั่งถึงช่วงเวลาที่ประเทศนี้อยู่ภาวะที่สั่นคลอนเกินกว่าจะรักษาพระพุทธรูปเหล่านี้ไว้ แม้ก่อนหน้า Maitre ได้เดินทางไปอัฟกานิสถานอยู่หลายครั้ง แต่เขาไม่เคยไปยังบามียัน […]

My Octopus Teacher : บทเรียนจากหมึกยักษ์

My Octopus Teacher: บทเรียนจากหมึกยักษ์ สารคดีที่จะทำให้คุณอบอุ่นหัวใจ และหลงรักในธรรมชาติอีกครั้ง ที่งานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 93 ปี 2021 ภาพยนตร์สารคดีที่คว้ารางวัลในสาขานี้ไป ได้แก่ My octopus teacher : บทเรียนจากหมึกยักษ์ ในกลุ่มนักวิจารณ์ภาพยนตร์ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นหนึ่งในสารคดีธรรมชาติที่ควรรับชม สารคดีเรื่องนี้ได้นำเสนอเรื่องราวของ เครก ฟอสเตอร์ ผู้ที่ใช้เวลาร่วมปีกับการดำน้ำในบริเวณเดิมเพื่อตามหา ‘เธอ’ หมึกยักษ์ตัวหนึ่งที่อาศัยอยู่ในดงสาหร่ายเคลป์ ซึ่งเป็นเขตน้ำเย็นของแนวชายฝั่งประเทศแอฟริกาใต้ นอกจากความตระการตาของโลกใต้น้ำ สารคดีเรื่องนี้ยังถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึก และแง่มุมต่างๆ ของการศึกษาธรรมชาติออกมาได้อย่างดีเยี่ยม อบอุ่นหัวใจไปกับความผูกพันระหว่างคนและหมึกยักษ์ เครก ฟอสเตอร์ ผู้กำลังดิ้นรนเพื่อหาจุดมุ่งหมายในชีวิต ตัดสินใจเดินตามแรงบันดาลใจในวัยเด็ก ด้วยการดำน้ำโดยปราศจากถังออกซิเจน หรือ free diving ลงไปในน้ำทะเลเย็นเฉียบ ใกล้เมืองเคปทาวน์ในประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของเขา ในช่วงแรก มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่มนุษย์คนหนึ่งจะดำดิ่งลงไปสำรวจโลกใต้ทะเลโดยปราศจากถังออกซิเจน เขาต้องเผชิญกับคลื่นลมที่รุนแรง และอุณหภูมิของน้ำที่เย็นจัด แต่โลกใต้น้ำที่เขาได้พบเจอช่างเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์และน่าหลงใหล ราวกับเข้าไปอยู่อีกโลกหนึ่ง เครกกล่าวว่า “การมีถังออกซิเจน ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด เพราะ เขาต้องการเป็นเหมือนสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และต้องการใกล้ชิดธรรมชาติมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” […]