สเก็ตบอร์ด กีฬาที่ถือกำเนิดในเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนียมีอิทธิพลไปทั่วโลกได้อย่างไร

สเก็ตบอร์ด: กีฬาเหินหาว

การเล่น สเก็ตบอร์ด ที่ถือกำเนิดในเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนียยกระดับจากกีฬาชายขอบ

ขึ้นมามีอิทธิพลต่อภูมิทัศน์เมืองและวัฒนธรรมทั่วโลกได้อย่างไร

บ่ายวันจันทร์แดดสดใสที่เวนิสบีชในแคลิฟอร์เนีย หนุ่มร่างสูงสวมเสื้อยืด กางเกงทรงหลวม กระโดดข้ามราวของสนามสเก็ตแล้วปล่อย สเก็ตบอร์ด ของเขาตกกระทบผิวคอนกรีต  ก่อนใช้เท้าซ้ายเหยียบขึ้นแผ่นกระดานไม้ที่ว่าแล้วไถไปตามขอบนอกของสนามพร้อมเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ เขารูดลงไปในโบวล์ลาดลึกหนึ่งในสองแอ่งของสนามแล้วพุ่งกลับขึ้นไปยังขอบอีกฟากเมื่อใกล้จะถึงแพลตฟอร์มเขากระโดดลอยตัวขึ้นไปใช้ส้นเท้าข้างที่วางด้านหลังหมุนบอร์ด 360 องศา ก่อนจะลงถึงพื้นแพลตฟอร์มเป็นท่าพลิกแพลงที่เขาทำซ้ำอีกครั้ง ตอนเหินจากปลายแพลตฟอร์มฝั่งนั้นลงมาบนทางเท้า

เขาชื่อชอน เดวิส และตั้งแต่อายุแปดขวบ เขาคิดว่าตัวเองเป็นนักสเก็ตบอร์ดเหนือสิ่งอื่นใด จากเนเพอร์วิลล์ รัฐอิลลินอยส์ เขาย้ายมาอยู่ลอสแอนเจลิสเมื่อปีที่แล้ว อาศัยนอนตามโซฟาบ้านคนรู้จัก บางช่วงนอนในรถตัวเอง ทั้งหมดนี้ก็เพื่อจะได้มาอยู่ที่นี่ในเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย ถิ่นกำเนิดของกีฬาชนิดนี้

สเก็ตบอร์ด, กีฬากลางแจ้ง, เอาต์ดอร์, เด็กบอร์ด, เล่นบอร์ด
ผู้คนมาชุมนุมที่สนามสเก็ตเวนิสบีชเพื่อชมลีลาผาดโผนของนักสเก็ตบอร์ดอย่างชอน เดวิส ที่เห็นในภาพ ชายหนุ่มวัย 22 ปีผู้นี้ย้ายจากอิลลินอยส์มาอยู่แคลิฟอร์เนียเมื่อปีที่แล้ว เพื่อเดินตามเส้นทางฝันที่จะเป็นนักสเก็ตมือโปรในถิ่นกำเนิดและเมืองหลวงของกีฬาชนิดนี้

จากกิจกรรมอดิเรกในย่านท้องถิ่นกลายมาเป็นกีฬาที่ได้แรงส่งขึ้นมาท่ามกลางภาพโต้คลื่นของแคลิฟอร์เนียในทศวรรษ 1950 ปัจจุบัน การเล่นสเก็ตบอร์ดเป็นกีฬากระแสหลักและแพร่หลายไปทั่วโลกคติที่ว่าใครๆ ก็เล่นกีฬาชนิดนี้ได้ทำให้มันได้รับความนิยมล้นหลาม ในเซี่ยงไฮ้ไปจนถึงเซาเปาลูและเฮลซิงกิ หรือแม้แต่กรุงคาบูล กีฬาสเก็ตบอร์ดมีภาษาของตัวเองไว้ใช้เรียกท่าต่างๆ (เฟกกี, เวิร์ต, คิกฟลิป, ออลลี) มีเหล่าบิดาผู้ก่อตั้ง (ซึ่งรวมถึงโทนี อัลวา, สตีฟ คาแบลเลโร และโทนี ฮอว์ก) มีวารสารบันทึกสถิติ (Thrasher ซึ่งตั้งอยู่ในแซนแฟรนซิสโก) มีภาพยนตร์ประวัติความเป็นมาฉบับสมบูรณ์ที่สุด (สารคดีปี 2001 เรื่อง Dogtown and Z-Boys กำกับโดยตำนานของวงการสเก็ตบอร์ด สเตซี เพราลทา บรรยายโดยชอน เพนน์) และมีคนดังๆ เล่นเป็นกีฬาอดิเรก (จัสติน บีเบอร์, รีฮ์อานนา, ลิลเวยน์, ไมลีย์ไซรัส)

โอเชียน ฮาวล์ อดีตนักสเก็ตบอร์ดระดับมือโปร และปัจจุบันเป็นรองศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์เล่าว่า จากที่เคยถูกมองว่าเป็น “ปัญหาเรื้อรังสำหรับเหล่าภูมิสถาปนิก นักวางผังเมือง และเจ้าของตึกต่างๆ” ปัจจุบันนักสเก็ตบอร์ดกลายเป็นผู้สนับสนุนอย่างไม่เป็นทางการของการวางผังและออกแบบเมือง

กีฬากลางแจ้ง, เอาต์ดอร์, เด็กบอร์ด, เล่นบอร์ด
โฮเซ เอ. เรนดอน รูดสเก็ตขึ้นทางลาดที่เวนิสบีช ที่ซึ่งความใฝ่ฝันถึงความรุ่งโรจน์อาจนำไปสู่การแข่งขันระดับโปรและการสนับสนุนเชิงธุรกิจ แต่ตามคำบอกเล่าของแม็กดาวล์ เจ้าของร้านริปซิตีสเก็ตส์ เด็กสเก็ตตัวจริงไม่สนใจไล่ตามเกียรติยศรางวัลพรรค์นี้ “พวกเขาแค่อยากเล่นสเก็ต” เขาว่า

ความสำคัญของกีฬาสเก็ตบอร์ดได้รับการยืนยันอย่างสิ้นข้อสงสัย และเท่ากับเป็นการยอมรับโดยปริยายว่าต้องการดึงดูดผู้ชมวัยหนุ่มสาว เมื่อการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่จะมาถึงมีแผนเพิ่มกีฬาใหม่ไว้ในรายการด้วย นั่นคือ การแข่งขันสเก็ตบอร์ดชายและหญิง ประเภทสตรีตและประเภทลาน ประเภทแรกจะแข่งในสนามที่ประกอบด้วยขั้นบันได ราวจับ ขอบฟุตบาท และองค์ประกอบตามลักษณะเมืองแบบอื่นๆ ส่วนประเภทหลังสนามจะเป็นพื้นที่ลดเลี้ยวประกอบด้วยโพรงหลุมและแอ่งโบวล์

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : เชนที่เห็นไม่เป็นอย่างที่คิด

ห่างจากเวนิสบีชลงไปทางใต้สองชั่วโมงทางรถยนต์ ในเมืองชายทะเลชื่อเอนซินีทัส ผมได้เจอกับไบรซ์ เวตสทีน เด็กสาววัย 16 ปี ในสนามหลังบ้านของเธอ เธอกำลังสเก็ตเลี้ยงตัวไปบนทางลาดส่วนตัวของเธอ

ในฐานะวัยรุ่นคนหนึ่ง เวตสทีนดูเหมือนเพื่อนร่วมรุ่นอื่นๆ ทั่วไป เธอหัวเราะคิกคักแก้ขวยเป็นช่วงๆ พูดติดๆ ขัดๆ และเงอะงะเล็กน้อย แต่เธอจะกลายเป็นจอมพลังทันทีเมื่อเหยียบบนบอร์ด ไม่ว่าจะในมหาสมุทรแปซิฟิก หรือบนพื้นคอนกรีต ตั้งแต่อายุห้าขวบ เธอเล่นทั้งกระดานโต้คลื่นและสเก็ตบอร์ด จนอายุแปดขวบเธอก็เล่นทั้งอย่างในระดับแข่งขัน เพราะเลือกไม่ได้ว่าชอบอย่างไหนมากกว่า จนกระทั่งเมื่อสามปีที่แล้ว เธอจึงรู้ตัวว่า การโต้ตอบกับธรรมชาติบนเกลียวคลื่นไม่สามารถเติมเต็มความต้องการสร้างสรรค์ในตัวเธออย่างที่การเล่นสเก็ตบอร์ดสนองตอบได้

สเก็ตบอร์ด, กีฬากลางแจ้ง, เอาต์ดอร์, เด็กบอร์ด, เล่นบอร์ด
ริปซิตีสเก็ตส์ในแซนตามอนิกาเป็นร้านที่วงการสเก็ตบอร์ดทั่วโลกยกย่อง เปิดจำหน่ายอุปกรณ์กีฬาสเก็ตบอร์ดมาตั้งแต่ปี 1978 “บ่อยเลยครับที่พวกเด็กๆลงจากเครื่องบินมา ต้องแวะมาที่นี่ก่อนจะไปโรงแรมด้วยซ้ำ” จิม แม็กดาวล์ (ในภาพ) หนึ่งในเจ้าของร้านกล่าว

นอกจากนี้ เวตสทีนอธิบายว่า “สำหรับการโต้คลื่น เราต้องพึ่งโชคหรือปล่อยชะตาให้อยู่ในกำมือของธรรมชาติเป็นอย่างมาก” ในปี 2019 เธอโด่งดังเป็นจุดสนใจเมื่อคว้าตำแหน่งแชมป์แห่งชาติในสหรัฐอเมริกา ในการแข่งขันสเก็ตบอร์ดหญิงประเภทลานมาได้ เวตสทีนเป็นนักสเก็ตบอร์ดหญิงที่โดดเด่นในวงการกีฬาซึ่งขับเคลื่อนโดยพวกผู้ชายจอมวางก้ามมาตั้งแต่แรกเริ่ม ข้อเท็จจริงนี้เผยถึงโอกาสสำหรับผู้หญิง รวมทั้งความท้าทายต่างๆ ที่จะตามมาด้วย

เวตสทีนเองยังเรียนหนังสืออยู่ ความกังวลอันดับแรกของเธอไม่ใช่ความอยู่รอดทางการเงิน แต่เป็นเรื่องที่อาจถูกไล่ออกเพราะขาดเรียนมากเกินไประหว่างเดินทางไปแข่งขันที่บราซิล สวีเดน เปรู และจีน

สเก็ตบอร์ด, กีฬากลางแจ้ง, เอาต์ดอร์, เด็กบอร์ด, เล่นบอร์ด
วีนัสของบอตติเชลลีถูกเปลี่ยนบทเป็นเทพธิดานักสเก็ต ใน “เวนิสไคเนซิส” (Venice Kinesis) ภาพเขียนบนกำแพงวาดโดยริปครงก์ ในปี 2010 เป็นหนึ่งในงานศิลปะสาธารณะที่เพิ่มความสดใสให้ทางเดินไม้ริมเวนิสบีช ตลอดแนวถนนติดทะเลอันโด่งดังทอดยาวราว 1.5 กิโลเมตรนี้ ผู้มาเยือนซื้อหาสินค้าที่ระลึก เช่ากระดานสเก็ต และดื่มโปรตีนเชค

นักสเก็ตบอร์ดในเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนียเป็นสถาปนิกติดล้อ ผู้สร้างนิยามใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่าให้แก่ภูมิทัศน์เมืองของตนที่ซีดจางเพราะแดดเลีย การได้เห็นชาวสเก็ตบอร์ดเล่นกีฬาที่ตอนนี้เป็นกีฬาโอลิมปิกแล้วบนเวนิสบีชไปตามเส้นทางของพวกเขาเอง เท่ากับได้เป็นประจักษ์พยานรู้เห็นบางสิ่งที่ไร้กาลเวลาพอๆ กับเกลียวคลื่นมหาสมุทรแปซิฟิก  เป็นแรงขับของมนุษย์ที่จะท้าทายกฎธรรมชาติแห่งจักรวาล และแน่นอน ต้องดูเท่ตอนที่เล่นด้วย

เรื่อง: โรบิตร์ เดรเพอร์
ภาพถ่าย: ดินา ลิทอฟสกี


สามารถอ่านเนื้อหาแบบสมบูรณ์ได้ในนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนมิถุนายน 2563 สามารถสั่งซื้อได้ทาง https://www.naiin.com/product/detail/505767

เรื่องแนะนำ

โบราณวัตถุเปิดเผยถึง “การดำเนินการทูตด้วย เบียร์” ในวันท้ายๆ ของอาณาจักรโบราณ

ชาววารีโบราณดื่มเบียร์ชิชาจากภาชนะที่มีการตกแต่งอย่างประณีต ในงานเลี้ยงพิธีการ ภาพถ่ายโดย KENNETH GARRETT, NAT GEO IMAGE COLLECTION การวิจัยเกี่ยวกับแก้ว เบียร์ ที่ถูกทำลายหลังงานเฉลิมฉลองครั้งใหญ่เมื่อเกือบ 1,000 ปีก่อน แสดงให้เห็นว่าอาณาจักรวารีในเปรูจัดงานฉลองครั้งสำคัญในบริเวณชายขอบของอาณาจักรที่กำลังล่มสลายได้อย่างไร ในราวคริสต์ศักราชที่ 1050 เหล่าชนชั้นนำที่อาศัยอยู่ใน Cerro Baúl ได้จัดงานฉลองเพื่อยุติงานฉลองทั้งมวล Cerro Baúl เป็นเมืองอาณานิคมหน้าด่านซึ่งตั้งอยู่ ณ ชายขอบด้านใต้สุดของอาณาจักรวารี (Wari) ในบริเวณที่ปัจจุบันคือประเทศเปรู ตำแหน่งที่ตั้งบนที่ราบสูงชันและไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาตินับว่าไร้ประสิทธิภาพอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะเมื่อเมืองนี้เป็นจุดหมายของงานเฉลิมฉลองอย่างสุรุ่ยสุร่าย และการหมัก เบียร์ เป็นเวลากว่าสี่ศตวรรษที่ผู้นำวารีที่อาศัยอยู่ในเมือง Cerro Baúl ได้จัดงานฉลองร่วมกับทั้งคู่อริของพวกเขาจากอาณาจักร Tiwanaku และผู้นำท้องถิ่นที่อยู่ใต้การปกครองของอาณาจักรสำคัญทั้งสอง โดยในงานฉลองที่ว่านี้ พวกเขาชื่นชมภาพทิวทัศน์เหนือหุบเขา Moquegua พร้อมกับเอร็ดอร่อยกับอาหารอย่างหนูตะเภา ตัวลามะ และปลา และแน่นอน งานเฉลิมฉลองย่อมต้องมีน้ำเมา พวกเขาดื่มเครื่องดื่มลักษณะคล้ายเบียร์ที่เรียกว่าชิชา (Chicha) กันอย่างหัวราน้ำ ซึ่งเครื่องดื่มดังกล่าวหมักจากข้าวโพดและเม็ดพริกไทย แต่ในงานเฉลิมฉลองครั้งหนึ่งเมื่อ 950 ปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่อาณาจักรวารีกำลังล่มสลาย เหล่าผู้ร่วมงานได้ปิดการเฉลิมฉลองด้วยการทำลายโรงหมักเบียร์ในสถานที่แห่งนี้ […]

ทำไมชอบดูนก

ทำไมชอบดูนก “ดูนก ไปทำไม” โดยทั่วไปเมื่อถามคำถามนี้กับบรรดานักดูนก  เรามักได้เหตุผลเบื้องต้นประมาณว่า  เพราะนกน่ารัก… เพราะอยากเป็นนก…  เพราะได้ไปอยู่ในป่า…  ดูนกแล้วมีสมาธิ… ชอบอิริยาบถของนก… เพราะได้ตื่นเช้า… ได้หัดสังเกต… รู้จักเฝ้ารอ… ไม่เอาแต่ใจ… ไม่เร่งรีบ… ดูแล้วมีความสุข… รู้สึกสบายใจ เรื่อยไปจนถึงคำตอบห้วนๆว่า ไม่มีเหตุผลอะไร แค่ชอบ แต่ทำไมคนเหล่านั้นถึงยอมตื่นแต่เช้ามืดไปเดินท่อมๆ เงียบๆ ทนทาก/ยุง/เห็บกัด หรือไม่ก็นั่งรอในบังไพรนานเป็นชั่วโมงๆ เพื่อให้ได้เห็นนกสักตัว  คนดูนกมักตอบคนไม่ดูอย่างกำปั้นทุบดินว่า  ต้องลองไปดูนกเอง นกเป็นสิ่งมีชีวิตล้ำเลิศที่มนุษย์เฝ้ามองมาทุกสมัย  วิวัฒนาการสองขาหน้าของนกได้ชื่อว่าเป็นวิวัฒนาการที่สร้างสรรค์ที่สุด  คนทุกยุคฝันอยากมีปีกบินได้เหมือนนก แต่บรรพบุรุษของนกกลับเป็นสัตว์เลื้อยคลานอย่างไดโนเสาร์  มีทั้งขนาดใหญ่ยักษ์วิ่งได้แต่บินไม่ได้ และขนาดเล็กจิ๋วเท่าแมลงภู่  มีทั้งสีสันฉูดฉาด  แพรวพราว ขาวปลอดและดำปลอด อายุวัต เจียรวัฒนกนก นักวาดภาพธรรมชาติอายุ 27 ปี บอกว่า  ที่ยังชอบดูนกมาถึงทุกวันนี้  เพราะยังมีสิ่งให้ค้นหาอยู่ไม่รู้จบ  “ยิ่งดู ยิ่งรู้สึกอยากเจอตัวนั้น อยากเจอตัวนี้  นกทั่วโลกมีหมื่นกว่าชนิด ในเมืองไทยพันกว่า  พอเราไปดูนก เราก็ไปอยู่ในธรรมชาติ  ช่วงที่ไม่มีนก เราก็ได้ดูอย่างอื่นด้วย ทำให้เราสังเกตต้นไม้ใบหญ้า สัตว์ประเภทอื่นๆ […]

ภาพถ่ายที่เผยให้เห็นชีวิตภายในห้องพักทรงลูกบาศก์ขนาดจิ๋วแห่งอนาคต

ภาพถ่ายที่เผยให้เห็นชีวิตภายในห้องพักทรงลูกบาศก์ขนาดจิ๋วแห่งอนาคต [ ตึกแคปซูลนะกะงิน ] นอกเขตย่านกินซาอันหรูหราของกรุงโตเกียวเป็นที่ตั้งของ ตึกแคปซูลนะกะงิน (Nakagin Capsule Tower) สิ่งก่อสร้างแปลกตาซึ่งเคยเป็นวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของญี่ปุ่น ตึกนี้ออกแบบโดยคิโช คุโระกะวะ ผู้บุกเบิกสถาปัตยกรรมแนว “metabolist” ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวในช่วงทศวรรษ 1960 ที่เน้นแนวคิดเรื่องอาคารแบบพลวัตและสามารถปรับให้เหมาะกับอนาคตที่ก้าวย่างอย่างรวดเร็วและค่อยๆพัฒนากลายเป็นเมืองอย่างต่อเนื่อง เมื่อมองจากด้านนอก ตึกนี้ดูเหมือนเครื่องซักผ้าที่กองซ้อนกัน โดยประกอบด้วยแกนคอนกรีตสองแกน สูง 11 และ 13 ชั้น ยึดติดกับลูกบาศก์ที่ “สามารถเคลื่อนย้ายได้” ห้องทรงลูกบาศก์แต่ละห้องมีพื้นที่ราว 10 ตารางเมตร ซึ่งสร้างสำเร็จรูปมาจากโรงงาน จากนั้นนำมาติดกับแกนโดยใช้สลักเกลียวแรงดันสูง 4 ตัว ห้องที่เรียกว่าห้องแคปซูลเหล่านี้ตกแต่งด้วยข้าวของเครื่องใช้พื้นฐานที่จำเป็นและห้องน้ำขนาดเท่ากับห้องน้ำบนเครื่องบิน ตึกแคปซูลนะกะงินก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 1972 และวางแผนว่าจะมีอายุการใช้งาน 25 ปี เมื่อคุโระกะวะเสียชีวิตในปี 2007 ผู้อยู่อาศัยในตึกนี้ที่รู้สึกเหนื่อยหน่ายกับการที่คอนกรีตกะเทาะและท่อน้ำรั่ว จึงลงคะแนนให้รื้อตึกทิ้ง แล้วสร้างอพาร์ตเมนต์แบบดั้งเดิมขึ้นแทน แต่พอถึงปี 2008 แผนการต้องหยุดชะงักเพราะตลาดหลักทรัพย์ล่ม ช่างภาพ โนะริตะกะ มินะมิ เริ่มบันทึกเรื่องราวชีวิตและชะตากรรมของตึกนะกะงินในปี 2010 ในช่วงเจ็ดปีต่อมา เขากลับไปที่ตึกนี้เกือบ […]