มหัศจรรย์แห่งอาหาร ชมกระบวนการทำ "ซุปหิน" ในเม็กซิโก - National Geographic Thailand

มหัศจรรย์แห่งอาหาร ชมกระบวนการทำ “ซุปหิน” ในเม็กซิโก

อาหาร คือวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นตามมา เมื่อมนุษย์รู้จักวิธีการควบคุมไฟ หากคุณผู้อ่านมีโอกาสได้เดินทางไปท่องเที่ยวในเม็กซิโก ขอเชิญชวนให้ไปท่องเที่ยวยังรัฐโออาซากา เพราะที่นั่นมีเมนูอาหารเก่าแก่ ที่อาจเรียกได้ว่ากรรมวิธีการปรุงอาหารของพวกเขานั้นสามารถย้อนรอยไปได้ถึงยุคก่อนประวัติศาสตร์เลยทีเดียว เมนูที่ว่านี้คือ “ซุปหิน”

ครอบครัวนี้กำลังเดินทางไปที่ริมน้ำตกแห่งหนึ่ง เพื่อสาธิตวิธีการปรุงซุปหินให้ชมกัน เริ่มต้นด้วยการจับกุ้งและปลานิลจากแม่น้ำขึ้นมา มองหาหินภูเขาไฟขนาดพอเหมาะจำนวนหนึ่ง นำไปอังไฟไว้ให้ร้อน จากนั้นเทส่วนผสมทุกอย่างทั้งสมุนไพร เนื้อสัตว์ และน้ำเปล่าลงไปในแอ่งหินที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หย่อนหินภูเขาไฟที่กำลังร้อนได้ที่ลงไปในน้ำ ความร้อนจากหินจะทำให้น้ำเดือดทันที เท่านี้ก็จะได้เมนูซุปหินอันขึ้นชื่อของภูมิภาคนี้

ปัจจุบันพวกเขานำมรดกตกทอดจากบรรพบรุษนี้มาเปิดร้านอาหารเล็กๆ แห่งหนึ่งในเมือง และได้รับความสนใจจากผู้คนมากมาย เมนูซุปหินถูกเปลี่ยนมาใส่ภาชนะ แต่ลูกค้ายังคงได้รสสัมผัสและความรู้สึกไม่ต่างจากต้นฉบับดั้งเดิม ลองชมภาพยนตร์สั้นที่จัดทำขึ้นโดย เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกนี้ แล้วจะเห็นว่าวัฒนธรรมของพวกเขานั้นงดงามมากแค่ไหน

 

อ่านเพิ่มเติม : กล้ากินหมึกตัวเป็นๆ ไหม?, การเดินทางของอาหาร

เรื่องแนะนำ

๖๐ ปี พระไพศาล วิสาโล

อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้พระไพศาล วิสาโล ได้รับความเคารพรักและศรัทธามากมาย? เพราะความสมถะเรียบง่าย เพราะพระธรรมเทศนาที่เข้าถึงคนทั่วไป หรือเพราะท่านเป็นพระนักกิจกรรม คำตอบอาจเริ่มต้นจากการมองช่วงชีวิต 60 ปีที่ผ่านมา

ซานตาคลอสเดินทางมาแล้วทั่วโลก

ซานตาคลอส เดินทางมาแล้วทั่วโลก ซานตาคลอส สนุกสนานเพลิดเพลินไปกับทุกพื้นที่บนแผนที่เก่านี้ ในแอฟริกา ซานตาวัดความสูงของตนกับยีราฟ ขี่ช้างเล่นในอินเดีย ล่องเรือข้ามมหาสมุทร หรือแม้กระทั่งไต่เดินเส้นศูนย์สุตรที่พาดผ่านกลางมหาสมุทรแอตแลนติกเล่น แผนที่เก่าแก่นี้มีชื่อว่า “A World of Good Wishes at Christmastime” ถูกสร้างขึ้นในปี 1955 โดยบริษัท General Drafting ผู้ผลิตแผนที่สำหรับถนนหนทาง “มันเป็นอะไรที่คลาสสิกมาก” Stephen Hornsby ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเมนและผู้เขียนหนังสือเรื่อง “Picturing America: The Golden Age of Pictorial Maps” กล่าว “มันสนุกสนานและเต็มไปด้วยจินตนาการ” แผนที่นี้ถูกผลิตขึ้นในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกากำลังเติบโต ส่งผลให้ประเทศนี้กลายเป็นมหาอำนาจเช่นเดียวกับแผนที่อื่นๆ จำนวนมากในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ที่นำเสนอประเทศสหรัฐอเมริกาในลักษณะโดดเด่น เต็มไปด้วยความมั่นใจ ดังจะเห็นได้จากแผนที่นี้ที่สหรัฐอเมริกาอยู่ตรงกลางพอดิบพอดี “มันสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่ชนชั้นกลางชาวอเมริกันมองโลกในปี 1950” ทุกประเทศในแผนที่นี้ที่ซานตาไปเยือนเต็มไปด้วยความซุกซน เขาทรงตัวบนยอดหอไอเฟลด้วยปลายนิ้ว, เตรียมกระโดดลงมาจากพีรามิดในอียิปต์, ชำเลียงเมียงมองประเทศในตยุโรปตะวันออกที่อยู่ใต้การปกครองของสหภาพโซเวียต, แทงฉมวกใส่วาฬนอกชายฝั่งของไอซ์แลนด์ ตลอดจนคลานหาเครื่องดื่มพลางจินตนาการถึงเบียร์เย็นๆ สักแก้วกลางทะเลทรายลิเบีย มองในอีกแง่มุมหนึ่ง แผนที่จากปี […]

ชีวิตครึ่งเดียว แต่คุ้มค่า

ชีวิตครึ่งเดียว แต่คุ้มค่า อารอน วอลลิน เป็นชายผู้มีสองบทบาท บนเวทีเขาคือคนบ้าระห่ำที่ตัวเล็กที่สุด จากฉายา Short E. Dangerously ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในการทำให้คนดูตื่นเต้นและเบิกบาน เขาทรงตัวบนลูกโบวลิ่ง, ขว้างมีดและเดินบนแผ่นกระจกด้วยมือของเขา แต่นอกเวที เขาคว้าหมวกคาวบอยมาสวม ตัวตนที่แท้จริงของเขาถูกแสดงออกมา “คุณจำเป็นต้องมีปุ่มเปิดและปิด” วอลลินกล่าว “คุณต้องแยกตัวตนทั้งสองแบบออกจากกันให้ได้ มิฉะนั้นมันจะเป็นปัญหา” วอลลินสูญเสียขาทั้งสองข้างของเขาไปเมื่ออายุได้ 2 ขวบครึ่ง จากโรค Sacral Agenesis ตัวเขาเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจเพื่อความบันเทิงมานานกว่า 20 ปี และสำหรับ 5 ปีที่ผ่านมา วอลลินเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในคณะละครสัตว์ Hellzapoppin ที่เปิดทำการแสดงแบบโรดโชว์ “ผมใช้ชีวิตแบบร็อกแอนด์โรลที่ผู้คนทั่วไปฝันถึง” เขากล่าว สำหรับไบรอัน เลห์มัน ช่างภาพ ไม่ใช่ลักษณะทางกายภาพของเขาที่ทำให้เลห์มันสนใจ แต่คือตัวตนของวอลลินเมื่ออยู่นอกเวทีต่างหาก ที่ทำให้เลห์มันตัดสินใจติดตามเขาอย่างสม่ำเสมอเป็นระยะเวลา 2 ปี “เขาเป็นคนที่มีเสน่ห์” เลห์มันกล่าว “แต่ผมไม่สามารถถ่ายภาพได้ ถ้าผมไม่ได้เข้าไปอยู่ในชีวิตของเขา” วอลลินเปิดประตูให้ช่างภาพผู้นี้เข้ามาในชีวิต ในฐานะเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง “เขาเข้าถึงตัวตนที่แท้จริงของผม” วอลลินกล่าว “ผมไม่ได้ปิดบังอะไรเลย” ผลที่ได้คือภาพถ่ายอันใกล้ชิดอันทรงพลังจากชายผู้น่าจดจำเป็นอย่างยิ่ง […]

เมื่อรักไร้พรมแดน

หากย้อนเวลากลับไปสักห้าศตวรรษก่อน การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันของคนต่างเชื้อชาติและวัฒนธรรมทั้งห้าคู่นี้ไม่อาจเป็นไปได้