6 เรื่องเซอร์ไพรส์ที่คุณยังไม่รู้เกี่ยวกับ เกาหลีเหนือ

6 เรื่องเซอร์ไพรส์ที่คุณยังไม่รู้เกี่ยวกับเกาหลีเหนือ

6 เรื่องเซอร์ไพรส์ที่คุณยังไม่รู้เกี่ยวกับ เกาหลีเหนือ

ยังมีอีกหลายเรื่องที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับ เกาหลีเหนือ สาเหตุหลักๆ เป็นเพราะรัฐบาลควบคุมการรับรู้ของพลเมืองทุกอย่างไม่ให้สามารถเข้าถึงโลกภายนอกได้ ทุกๆ วัน มีชาวเกาหลีเหนือหลบหนีออกจากประเทศ ในขณะเดียวกันก็มีนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งเดินทางมายังที่นี่ เพื่อสัมผัสบรรยากาศและวิถีชีวิตของชาวเกาหลีเหนือที่ค่อยๆ พัฒนาอย่างเชื่องช้า

ภาพถ่ายจากดาวเทียมแสดงให้เห็นว่า ประเทศเกาหลีเหนือยังคงขาดแคลนพลังงานไฟฟ้า เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ก่อนหน้านี้เมื่อราวสิบปีก่อน เกาหลีเหนือเผชิญภาวะอดอยากจนทำให้มีประชาชนเสียชีวิตไปมากถึง 3 ล้านคน มาวันนี้เกาหลีเหนือดีขึ้นกว่าเดิมก็จริง แต่ความอดอยากยังคงมีอยู่

Eunsun Kim หญิงสาวชาวเกาหลีเหนือที่หลบหนีออกจากประเทศมาพร้อมกับแม่ของเธอ เมื่ออายุได้ 11 ขวบ เล่าว่า กระบวนการปลูกฝังของประเทศนั้นเริ่มต้นตั้งแต่วันแรกที่เธอลืมตาดูโลกเลยด้วยซ้ำ

“เราถูกล้างสมองมาตั้งแต่อยู่ในท้องแม่” เธอกล่าว “มากกว่า 90% ของบทเพลงที่เราถูกบังคับให้ร้องล้วนเกี่ยวกับตระกูลคิมและพรรคแรงงาน ดังนั้นการแสดงความเคารพต่อสมาชิกในตระกูลคิม จึงเป็นเรื่องปกติสามัญ”

ลองชมภาพถ่ายชีวิตประจำวันของผู้คนนประเทศนี้ สถานที่ที่ไม่ธรรมดาที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

บรรยากาศยามกลางคืนของกรุงเปียงยาง

1. กรุงเปียงยางงดงามเมื่อมองจากมุมสูง

ภาพวิดีโอมุมสูงของกรุงเปียงยาง เมืองหลวงของประเทศเกาหลีเหนือ เป็นอะไรที่หายาก แต่หากคุณได้มีโอกาสดูคุณจะเห็นอาคารสีพาสเทลจำนวนมากตั้งอยู่รายล้อมแม่น้ำกว้าง โครงสร้างเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นโดยชาวต่างชาติ ทั้งนี้การจะถ่ายภาพวิดีโอจากมุมสูงของเมืองจำเป็นต้องขออนุญาตเฉพาะ อย่างไรก็ตามแม้รัฐบาลจะมีข้อจำกัดในการถ่ายวิดีโอ แต่นักสร้างภาพยนตร์อย่าง Rob Whitworth และ J.T. Singh ก็สามารถถ่ายทอดวิถีชีวิตของชาวเกาหลีเหนือผ่านวิดีโอไทม์แลปส์ออกมาได้อย่างงดงาม ตั้งแต่ภายในสถานีรถไฟไปจนถึงหน้าอนุสาวรีย์และลานสเก็ต

ชาวเกาหลีเหนือพร้อมใจกันแปรอักษรในระหว่างการแข่งขัน Arirang Mass Games ในกรุงเปียงยางเมื่อปี 2008

2. ทหารเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตชาวเกาหลีเหนือ

“คุณจะเห็นทหารทุกที่ พวกเขาไม่ใช่แค่ทำหน้าที่ปกป้องประเทศ แต่พวกเขาคืออัตลักษณ์ทั้งหมดของเกาหลีเหนือ”

David Guttenfelder ช่างภาพจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกกล่าว

กองกำลังทหารมีส่วนในการพัฒนาสาธารณูปโภคทุกอย่าง ภาพถ่ายของ Guttenfelder ได้แสดงให้เห็นบทบาทที่สำคัญของทหารที่มีต่อวิถีชีวิตทั่วไปของชาวเปียงยาง สำหรับตัวเขาเป็นหนึ่งในชาวตะวันตกเพียงไม่กี่คนที่มีโอกาสได้ใช้เวลายาวนานในเกาหลีเหนือตั้งแต่ปี 2000 จนถึงปัจจุบัน นอกจากนั้นตัวเขายังได้รับเชิญเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา Mass Games ที่มีการแสดงออกถึงอำนาจและแสนยานุภาพอันยิ่งใหญ่ของเกาหลีเหนือ ผ่านขบวนพาเหรดของทหารและอาวุธปืนใหญ่อีกด้วย

Guttenfelder เล่าว่า ทุกคนในวันนั้นมีหน้าที่ต้องทำ แม้แต่ผู้ชมบนสแตนด์เอง พวกเขาคอยสลับหน้ากระดาษของหนังสือเพื่อแปรอักษรออกมาเป็นภาพขนาดใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นภาพของท่านผู้นำ หรือไม่ก็กองกำลังทหาร

3. เปียงยางเต็มไปด้วยความสวยงาม

ภาพถ่ายของชาวเกาหลีเหนือที่กำลังรอรถประจำทางที่ป้ายหยุดรถ ในกรุงเปียงยางภาพนี้ถูกบันทึกโดย Ed Jones แม้ว่าบรรยากาศของการรอรถจะดูน่าเบื่อ แต่ดูที่จุดจอดรถประจำทางให้ดี เพราะแทนที่จะเต็มไปด้วยภาพโฆษณาหรือกราฟฟิตี้ ที่เกาหลีเหนือกลับเลือกใช้ภาพของวิวทิวทัศน์หรือเมืองอันสวยงามแทน

รถเมล์คือระบบขนส่งมวลชนที่ใช้กันทั่วไป ในมหานครที่มีผู้คนจำนวน 3 ล้านคน รถยนต์ส่วนตัวเป็นภาพที่หาชมได้ยากเนื่องจากรถเมล์นั้นครอบคลุมทั่วถึงทั้งเมือง และราคาก็แสนถูกเพียงแค่ 5 วอนเท่านั้น หรือเท่ากับน้อยกว่า 0.1 เซนต์ในสหรัฐ

4. ภูเขาไฟในคาบสมุทรเกาหลีเหนือ พร้อมจะระเบิด

รายล้อมด้วยหมู่บ้านและต้นบลูเบอร์รี่ ภูเขาไฟที่ตั้งตระหง่านอย่างน่ากลัวและงดงามลูกนี้มีชื่อว่า Paektu เพิ่งจะส่งเสียงดังสนั่นกึกก้องไปเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความกังวลที่จะเกิดภัยพิบัติกระตุ้นให้ทางการเกาหลีเหนือเร่งตรวจสอบภายในด้านล่างของภูเขาไฟ

ย้อนกลับไปเมื่อ 1,000 ปีก่อน ภูเขาไฟ Paektu ได้ระเบิดครั้งใหญ่และรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ เถ้าภูเขาไฟและก้อนหินถูกแรงอัดส่งไกลไปถึงประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ข้อมูลอื่นๆ ของภูเขาไฟยังคงเป็นปริศนา และไม่มีใครทราบว่าภูเขาไฟความสูง 9,000 ฟุตนี้จะระเบิดอีกครั้งเมื่อไหร่

5. ที่พักสุดหรูหาได้ในเกาหลีเหนือ

ในสถานที่ท่องเที่ยวและเล่นสกีอันโด่งดังของประเทศ ชีวิตดูไม่เศร้าหมองนักเมื่อเทียบกับที่อื่นๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา David Guttenfelder สังเกตเห็นจำนวนนักท่องเที่ยวและนักเล่นสกีที่เพิ่มมากขึ้น นับตั้งแต่คิม จองอึน ผู้นำคนปัจจุบันขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำเกาหลีเหนือ ในปี 2011

“ผมไม่สามารถนับจำนวนของสถานที่เล่นสกีได้” Guttenfelder กล่าว “มันผุดขึ้นทั่วไปหมดแต่ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่เข้าถึงได้ล้วนเป็นคนชั้นสูง ในเกาหลีเหนือ”

ขบวนรถไฟเข้าจอดในสถานี Puhung สถานีที่ตกแต่งอย่างหรูหรา และเป็นหนึ่งในสองสถานีที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยื่ยมชมได้ ในช่วงก่อนปี 2010

6. ระบบรถไฟฟ้าใต้ดินในเปียงยางถูกสร้างขึ้นอย่างพิถีพิถัน

ในตอนแรกสถานีรถไฟที่นักท่องเที่ยวสามารถลงได้นั้นมีเพียง 2 สถานีเท่านั้น แต่ต่อมาในปลายปี 2015 รัฐบาลเกาหลีเหนือเปิดสถานีรถไฟเพิ่มอีก 17 สถานี สร้างความประหลาดใจอย่างมาก

Melody Rowell เคยเขียนบรรยายบรรยากาศของสถานีรถไฟใต้ดินในกรุงเปียงยางไว้ว่า ลึกลงไปใต้ดิน 316 ฟุต ในย่านเศรษฐกิจของเมือง เสียงเพลงปลุกความรักชาติดังออกมาจากลำโพงเก่าๆ ของสถานี ชาวเกาหลีเหนือเดินผ่านประตูเหล็กบานหนาที่จะทำหน้าที่ป้องกันภัยได้เป็น 2 เท่า หากถูกโจมตีจากนิวเคลียร์หรือเกิดภัยพิบัติชื่อของสถานีแต่ละแห่งไม่ได้ถูกตั้งตามภูมิศาสตร์ แต่ตั้งตามลัทธิสังคมนิยม บนผนังมีภาพจิตกรรมที่ทำจากสำริดซึ่งแสดงถึงชัยชนะของเกาหลีเหนือ มีรูปปั้นสีทองของคิม อิลซอง ผู้ก่อตั้งประเทศ และโคมไฟระย้าห้อยอยู่บนผนัง

ภาพจิตรกรรมในสถานีถ่ายทอดช่วงเวลาที่เกาหลีเป็นเอกราชจากญี่ปุ่นในปี 1945

“ทุกๆ แต่ละสถานีเต็มไปด้วยองค์ประกอบที่รัฐบาลต้องการให้ประชาชนเห็นและได้ยิน” Elliott Davies นักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียเจ้าของบล็อกเกอร์และนักพัฒนาโปรแกรมกล่าว “สิ่งเหล่านี้มันดีสำหรับการท่องเที่ยว เพราะเป้าหมายของการเดินทางไปยังเกาหลีเหนือคือการไปเห็นการเมือง และเมื่อคุณได้เดินทางไปถึง คุณรู้ไหม? จริงๆ เกาหลีเหนือก็ไม่ได้แย่ซะทีเดียวนะ!”

ภาพถ่ายของคิม อิลซอง และคิม จองอิล อดีตสองผู้นำเกาหลีเหนือถูกประดับไว้บนรถไฟ ในขณะที่เสียงเพลงรักชาติดังผ่านลำโพงออกมาให้ได้ยินทั่วทั้งขบวน
ที่สถานี Kwangbok มีรูปปั้นสีทองของอดีตผู้นำคิม อิลซอง ซึ่ง Davies กล่าวว่า “ถ้าให้พูดตรงๆ ก็คือรูปปั้นมันค่อนข้างจะน่ากลัวครับ”

โดย ฮีทเลอร์ แบรดดี้

อ่านเพิ่มเติมสวนสวรรค์เหนือแมนแฮตตัน, ชาติจิ๋วแต่แจ๋ว เลี้ยงคนทั้งโลก

เรื่องแนะนำ

นัต: พลังศรัทธาของมวลชน

ทำความรู้จักกับวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกกันว่า “นัต” วิญญาณผู้ทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองชาวพม่ามาแต่สมัยโบราณ

ภิกษุณีธัมมนันทา : นักบวชหญิงผู้สืบสานพระศาสนา แม้ไม่ถูกยอมรับเป็นนักบวชตามกฏหมายไทย

ภิกษุณี : หนึ่งในสี่พุทธบริษัทที่ขาดหาย  สัมภาษณ์พิเศษ ภิกษุณีธัมมนันทา ภิกษุณี ธัมมนันทา หรืออดีต รศ.ดร.ฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์ เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในแวดวงวิชาการด้านศาสนาและสตรี หลังรับราชการเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาศาสนาและปรัชญา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อยู่นานถึง 27 ปี และเกษียณอายุราชการก่อนสามปี เพื่อบรรพชาเป็นสามเณรีเมื่อปี พ.ศ 2544 ณ ประเทศศรีลังกา และต่อมาอุปสมบทเป็นภิกษุณีเถรวาทรูปแรกของไทยในปี พ.ศ. 2546 ปัจจุบัน ภิกษุณีธัมมนันทาเป็นเจ้าอาวาสและประธานภิกษุณีสงฆ์วัตรทรงธรรมกัลยาณีภิษุณีอาราม อำเภอเมืองจังหวัดนครปฐม ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยภิกษุณีวรมัย กบิลสิงห์ ผู้เป็นมารดา แม้จะไม่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการจากคณะสงฆ์ไทย อีกทั้งภิกษุณีก็ไม่ได้รับสถานะนักบวชตามกฎหมาย ทว่าตลอดระยะเวลา 18 ปีในสมณเพศ ภิกษุณีธัมมนันทา ยังคงมุ่งมั่นทำภารกิจสำคัญอย่างการประดิษฐานภิกษุณีเถรวาทในประเทศไทย เพื่อหวังสืบทอดเจตนารมณ์แห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และทำให้พุทธบริษัทสี่ [ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา] กลับมาครบถ้วนสมบูรณ์อีกครั้ง ในโอกาสที่ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก จัดทำนิตยสารฉบับพิเศษที่อุทิศเนื้อที่ทั้งฉบับให้แก่ผู้หญิง (ผู้หญิง : ศตวรรษแห่งการเปลี่ยนแปลง) เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 กองบรรณาธิการได้รับความเมตตาจากภิกษุณีธัมมนันทาให้เข้าสัมภาษณ์พูดคุยถึงเรื่องต่างๆ อาทิ อุปสรรคและความท้าทายของการฟื้นฟูภิกษุณีสงฆ์ขึ้นในประเทศไทย และความเท่าเทียมทางเพศในสังคมไทย […]

เพื่อจะไปโรงเรียน เด็กๆ ชาวอินเดียเหล่านี้ต้องข้ามแม่น้ำที่ไหลเชี่ยว

โดย ซาร่าห์ กิบเบ็นส์ การเดินทางไปโรงเรียนของเด็กๆ ในรัฐหิมาจัลประเทศ ของอินเดีย ต้องเผชิญกับอุปสรรคอันยากลำบากนั่นคือกระแสน้ำอันไหลเชี่ยวที่ลงมาจากหุบเขา ผลกระทบจากมรสุม วิดีโอฟุตเทจนี้ถูกบันทึกไว้ใกล้กับหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า ชัมบา ได้แสดงให้เห็นถึงผลกระทบจากพายุมรสมที่เกิดขึ้นกับคนในหมู่บ้าน โดยเฉพาะกับเด็กๆ พวกเขาพร้อมใจกันพับขากางเกงขึ้น ค่อยๆ ก้าวเดินอย่างช้าๆ ลงไปในสายน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากท่ามกลางโขดหินที่ลื่น ซึ่งบางช่วงของแม่น้ำสายนี้ทีความกว้างถึง 14 เมตรเลยทีเดียว การเดินข้ามแม่น้ำเป็นไปอย่างเชื่องช้า รายงานข่าวระบุว่าเด็กๆ เหล่านี้ใช้เวลาในการข้ามถึง 40 นาทีด้วยกัน ในบางครั้งพวกเขาต้องหยุดพัก หรือทรงตัว เด็กบางคนจีบมือกันเป็นโซ่มนุษย์เพื่อไม่ให้ถูกพัดไป ส่วนเด็กที่โตกว่าแบกเด็กเล็กไว้บนหลัง รายงานจากสำนักข่าว Times of India หมู่บ้านแห่งนี้มีประชากรราว 400 คน และเด็กๆ ต้องเดินทางเป็นระยะทางมากกว่า 1.6 กิโลเมตรเพื่อที่จะไปเรียนหนังสือ ในการให้สัมภาษณ์กับ India TV News เด็กหญิงคนหนึ่งอธิบายว่า เธอพยายามขอร้องให้ผู้ใหญ่ช่วย แต่ในเวลานั้นไม่มีใครอยู่ “เสื้อผ้าของหนูเปียกไปหมด รองเท้าและหนังสือก็ด้วย” เธอกล่าวเป็นภาษาฮินดู ทุกๆ ปี ภูมิภาคนี้ในอินเดียจำต้องเผชิญกับฤดูมรสุม ที่ช่วยให้ชาวบ้านมีน้ำกินมีน้ำใช้ แต่ก็ต้องแลกมากับการใช้ชีวิตที่ยากลำบากขึ้นผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Nature […]