เมื่อช่างภาพผู้บันทึกเรื่องราวของโควิด-19 ต้องเสี่ยงเป็นผู้ติดเชื้อเสียเอง

เมื่อช่างภาพผู้บันทึกเรื่องราวของโควิด-19 ต้องเสี่ยงเป็นผู้ติดเชื้อเสียเอง

สำหรับช่างภาพผู้นี้การเป็นประจักษ์พยานถึงความเข้มแข็งของผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาด โควิด-19 คุ้มค่าที่จะเสี่ยงกับการที่ตัวเขาเองอาจติดเชื้อ

ผมถ่ายภาพราว 10,000 ภาพในช่วง 12 วันที่ผมใช้เวลาอยู่ในเมืองดีทรอยต์ เพื่อบันทึกผลกระทบที่ไวรัส โควิด-19 มีต่อผู้คนในเมืองนี้ ผมไปทุกหนทุกแห่งด้วยความระมัดระวังเท่าที่จะทำได้ ทั้งรถประจำทางในเมืองที่คนงานต้องพึ่งพาเพื่อไปและกลับจากทำงาน บ้านและอพาร์ตเมนต์ที่ผู้คนอาศัยอยู่ด้วยความรัก ถึงแม้ความเจ็บป่วยและการตกงานจะคุกคามความอยู่ดีมีสุขของพวกเขา และพิธีศพที่สมาชิกในครอบครัวต้องผลัดกันมาอำลาบุคคลอันเป็นที่รักซึ่งอนุญาตให้รวมกลุ่มกันได้ครั้งละไม่เกิน 10 คน

สิบคน นั่นคือจำนวนลูก ๆ ของเชสเตอร์ เลิฟเวตต์ พอดี นาวิกโยธินผ่านศึกและอดีตบุรุษไปรษณีย์ผู้นี้ยังมีแม่ พี่ชาย น้องชาย หลานชายหลานสาว และคนอื่น ๆ ที่รักเขาอีกนับไม่ถ้วน กระนั้น ชายวัย 59 ปีผู้นี้กลับเสียชีวิตในโรงพยาบาล โดยไม่มีใครสักคนอยู่ข้างกาย นั่นคือวิถีที่เป็นไปในเวลานั้น

โรคระบาด, โควิด-19ญาติ ๆ ของเลิฟเวตต์ไม่อาจอยู่พร้อมหน้ากันในพิธีศพ พวกเขาต้องผลัดกันเข้าและออก เจอร์รี พี่ชายของเลิฟเวตต์ กล่าวอย่างคมคายถึงเลิฟเวตต์ซึ่งเป็นคนที่อุทิศตนเพื่อครอบครัวและชุมชน สมาชิกในครอบครัวคนอื่น ๆ เขียนคำอุทิศแสดงความรัก บางคนทำให้บรรยากาศแจ่มใสขึ้นด้วยอารมณ์ขัน ทุกคนพูดถึงความสุภาพและห่วงใยผู้อื่นของเลิฟเวตต์ เขาชอบการเดินทางเช่นเดียวกับผม

ผมถ่ายภาพดีออนเทย์ เคลย์ ลูกจ้างของบริษัทรับจัดงานศพวิลสัน-อากินส์ฟิวเนอรัลโฮม ขณะที่เขาร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าที่สั่นคลอนความรู้สึก เคนนี อะเล็กซานเดอร์เล่นออร์แกนคลอไปกับเคลย์ โดยสวมหน้ากากช่วยหายใจตลอดเวลา ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนของอันตรายที่พบเจอได้ง่าย ๆ เพียงแค่เล่นออร์แกนในงานศพ

เมื่อสัปเหร่อเตรียมจะปิดหีบศพ ลูกของเลิฟเวตต์บางคนมารวมกลุ่มกันใกล้ ๆ ส่วนคนอื่น ๆ ยังอยู่ในที่นั่ง แยกห่าง แต่เป็นหนึ่งเดียวกัน นี่เป็นเหตุการณ์ที่ให้ความรู้สึกหนักอึ้งผมยกกล้องขึ้นปิดหน้าแล้วร้องไห้ ตลอด 20 ปีของการถ่ายภาพผมไม่เคยทำแบบนั้นเลย

หลังจากนั้น นาวิกโยธินนายหนึ่งเดินมาตามทางเดินในโบสถ์เพื่อเริ่มพิธีอำลาของกองทัพ เธอทำความเคารพหีบศพของเลิฟเวตต์ ขณะนาวิกโยธินอีกนายหนึ่งเป่าแตรเดี่ยวทหารสองนายพับธงชาติสหรัฐฯ และมอบให้แม่ของเลิฟเวตต์

ร้านขายเนื้อ, อิตาลี
ฟลอเรนซ์ อิตาลี เลโอนาร์โด ปาโยนี เป็นพ่อค้าขายเนื้อในฟลอเรนซ์ เนื่องจากคิวยาวเหยียดในร้านซูเปอร์มาร์เก็ต ผู้คนจึงหันมาซื้อของจากร้านผู้ค้าร้ายย่อย ภาพถ่าย กราบริเอล กาลิมเบร์ติ

ด้านนอก ครอบครัวรวมตัวกันเท่าที่จะทำได้ ขณะเจอร์รี เลิฟเวตต์ ปล่อยนกพิราบขึ้นสู่ท้องฟ้า อันเป็นสัญลักษณ์ว่าน้องชายของเขาได้รับการปลดปล่อยขึ้นสู่สวรรค์ ผมมองว่ามันยังเป็นสัญญาณแห่งความหวังที่ผุดขึ้นมาจากโศกนาฏกรรมด้วยไม่กี่วันต่อมา ผมกลับบ้านที่ไอโอวา เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานวันละ 16 ถึง 18 ชั่วโมง แต่ผมรู้สึกมั่นใจว่ามีภาพมากพอจะบอกเล่าเรื่องราวการฟื้นตัวท่ามกลางโศกนาฏกรรมของดีทรอยต์ และแสดงให้เห็นว่าจะเป็นอย่างไร เมื่อประเทศชาติทอดทิ้งพลเมืองของตนจำนวนมากให้ไม่สามารถป้องกันตัวเองจากโรคระบาด

ผมระมัดระวังเวลาถ่ายภาพ โดยสวมอุปกรณ์ป้องกันเสมอ ฆ่าเชื้ออุปกรณ์ก่อนและหลังการถ่ายภาพ ซักเสื้อผ้าทุกวัน และไม่วางอุปกรณ์ถ่ายภาพไว้ที่ไหนก็ตาม ถึงกระนั้นผมกักตัวในที่พักให้เช่าแห่งหนึ่งซึ่งลิเดีย ภรรยาของผมพบว่าอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองของเรา

ผมย้ายเข้าไปอยู่ที่นั่นวันอังคาร ตอนนั้นผมก็ระมัดระวังเช่นกัน ผมสวมหน้ากากเอ็น 95 ตอนออกไปข้างนอกกระทั่งเวลาขึ้นบันไดไปยังบ้านพักชั่วคราว

พอถึงวันพฤหัสบดี ผมสังเกตว่าตัวเองหายใจแรงกว่าปกติ ผมไม่ได้ให้ความสนใจเรื่องนี้มากนัก ผมคิดว่าเป็นเพราะหน้ากากและบันไดที่ทอดยาวมากกว่า

พอถึงวันเสาร์ ผมมีอาการคัดจมูกและไอ นํ้ามูกไหลและปวดกล้ามเนื้อ ผมคิดว่าเป็นโรคภูมิแพ้ตามฤดูกาล แต่ยาปกติกลับใช้ไม่ได้ผล ผมม่อยหลับตอนกลางวัน แต่นอนไม่หลับตอนกลางคืน ผมอธิบายให้ภรรยาและบรรณาธิการฟังว่า ผมคงจะเป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลชนิดรุนแรง ผมยังคงสงสัยว่าตัวเองเป็นไข้หวัดใหญ่ ตอนที่อาการต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงและผมท้องร่วงจนถ่ายทุกอย่างที่กินออกมา

COVID-19
อิสตันบูล ตุรกี พนักงานทำความสะอาดฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ COVID-19 ตามท้องถนนในเขต Beyoglu ซึ่งวันนี้ กลายเป็นเขตที่ไร้นักท่องเที่ยว ภาพถ่ายโดย EMIN OZMEN, MAGNUM PHOTOS

ท้ายที่สุด ผมก็โทรศัพท์หาหมอในวันจันทร์ จากอาการของผม เธอคิดว่าผมเป็นโควิด-19 เธอบอกผมว่า ถ้าไข้ขึ้นสูงถึง 39.2 องศาเซลเซียส ผมต้องไปโรงพยาบาลในวันอังคาร ผมแก้ไขภาพถ่ายจากดีทรอยต์เป็นเวลานานหลังจากนั้น อุณหภูมิร่างกายก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น 37.8, 38.1, 38.6, 38.8 ผมไม่อยากไปโรงพยาบาล ความคิดนี้ทำให้ผมวิตกกังวล ผมรู้จักผู้คนหลายคนอย่างเช่นเลิฟเวตต์ที่ไปโรงพยาบาลแล้วเสียชีวิต

ร่างกายผมรู้สึกแย่แค่ไหน จิตใจผมรู้สึกแย่ยิ่งกว่า ผมคิดว่าผมทำให้ครอบครัวผิดหวัง ผมสัญญากับพวกเขาว่าจะไม่ป่วย ผมคิดว่าผมทำให้คนที่ผมไปถ่ายภาพผิดหวังเช่นกัน รวมถึงบรรณาธิการของ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกซึ่งไว้วางใจผมด้วยการมอบหมายงานและอุปกรณ์ป้องกันมากมายให้ผม

อุณหภูมิของผมขึ้นสูงสุดที่ 38.8 องศาเซลเซียส

ในวันพุธ ผมหลับไปขณะถือสายรอหมอ เมื่อผมตื่นขึ้นมาหลังจากผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมง โทรศัพท์วางอยู่ข้างตัวผมเหงื่อโชกเหมือนเพิ่งออกกำลังกายเสร็จ ไข้ลดลงแล้ว แต่อาการอื่น ๆ ยังอยู่ต่ออีกสองสามสัปดาห์ ได้แก่ ไม่มีแรง กล้ามเนื้ออ่อนแรง และปวดศีรษะ

เกาหลีใต้, โควิด-19, การระบาด, มาตรการควบคุม, ชุดตรวจหาเชื้อ
วันที่ 2 พฤษภาคม 2020 ผู้ที่กลับมาจากต่างประเทศเข้ารับการตรวจโควิด-19ที่ศูนย์สุขภาพในเขตอึนพยอง กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ศูนย์สุขภาพชุมชนเหล่านี้คือแนวหน้าในการรบกับโคโรน่าไวรัสของเกาหลีใต้ ภาพ: JUN MICHAEL PARK, เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

ผมรู้ถึงความเสี่ยงในการไปดีทรอยต์ แต่จนถึงตอนนี้ ผมยังคิดว่าคุ้มค่า มันคุ้มค่าที่จะเสี่ยงเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของผู้คนอย่างเจ้าหน้าที่ขององค์กรมอเตอร์ซิตีมิตเทนมิชชัน ผู้ซึ่งแม้ว่าจะมีไวรัส ก็ไม่เคยหยุดส่งอาหารให้แก่ผู้หิวโหย

มันคุ้มค่าที่จะเสี่ยงเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของไทเยีย แจ็กสัน และครอบครัวของเขา ซึ่งอาศัยในห้องพักริมทางเพราะแจ็กสันถูกเลิกจ้างจากบริษัทจัดจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ที่ปิดตัวลงในช่วงโรคระบาด พวกเขามีเงินสำรองน้อยมากจนองค์กรมอเตอร์ซิตีมิตเทนมิชชันต้องจ่ายค่าเช่าห้องให้ กระนั้น พวกเขาก็พูดคุย หัวเราะ และอ่านพระคริสตธรรมคัมภีร์ด้วยกัน

มันคุ้มค่าอย่างยิ่งที่จะเสี่ยงเพื่อบอกเล่าเรื่องราวลูก ๆ ของเลิฟเวตต์ ซึ่งสูญเสียพ่ออย่างเจ็บปวด แต่ก็ผูกพันกันด้วยความรักที่พวกเขามีต่อเลิฟเวตต์

ประสบการณ์ของผมในดีทรอยต์ยืนยันในสิ่งที่ผมเชื่อ นั่นคือไม่ว่าจะประสบกับความทุกข์ยากอะไรก็ตาม เราจะผ่านมันไปได้ ถ้าเราอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัว เป็นชุมชน เป็นรัฐ และเป็นประเทศที่ห่วงใยประชาชนของตน ไม่ใช่แค่คนที่รํ่ารวยที่สุด นี่คือสิ่งที่ผมกลัวมาก ว่าเราจะกลายเป็นประเทศที่มีเพียงคนรํ่ารวยที่สุดเท่านั้นที่อยู่รอดและรุ่งเรือง

เรื่องและภาพถ่าย แดนนี วิลคอกซ์ เฟรเชอร์
เรียบเรียง แคสซันดรา สแปรตลิง


อ่านเพิ่มเติม เพราะโรงพยาบาลเต็มไปด้วยผู้ป่วยโควิด-19 เธอจึงตัดสินใจ คลอดลูกที่บ้าน

คลอดลูกที่บ้าน

เรื่องแนะนำ

เหตุใดหุ่นยนต์ยังไม่สามารถแทนที่การทำงานของมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

วิศวกรเครื่องกล Jesse Rochelle ต้องทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ที่ชื่อว่า  Baxter ในหน่วยการผลิตแบบอัตโนมัติของโรงงาน Stenner Pumps ในเมือง Jacksonville มลรัฐฟลอริดา ภาพถ่ายโดย  RICK WILSON เป็นความจริงว่าในอนาคต หุ่นยนต์ จะเข้ามามีอิทธิพลในการทำงาน ดังนั้น อาจถึงเวลาที่เราต้องทบทวนทักษะ “ของมนุษย์” ที่จำเป็นต่อการทำงาน   สังคมกำลังมาถึงจุดของการเปลี่ยนแปลง เมื่อเข้าสู่ยุคการนำเครื่องจักรมาใช้ทำงานแทนทรัพยากรมนุษย์ คนหนุ่มสาวจำนวนไม่น้อยที่กำลังกระโจนเข้าสู่ตลาดแรงงานต่างกังวลถึงการมาเยือนของเครื่องจักร หุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์ ถึงแม้ว่าเครื่องมือและเทคโนโลยีเหล่านี้กำลังค่อยๆ เข้ามาบทบาทในการทำงาน แต่มนุษย์กลับเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เช่นกัน ทุกวันนี้ มีนักธุรกิจจำนวนไม่น้อยที่กำลังประสบภาวะของการขาดแคลนแรงงาน เช่นในประเทศแคนาดาหรือสหรัฐอเมริกา เป็นเพราะว่าเทคโนโลยีในขณะนี้ไม่สามารถแทนที่บรรดาทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงาน เพราะเทคโนโลยีที่พวกเขาใช้นั้นทำหน้าที่เป็นเพียงผู้สนับสนุนและบูรณาการในการทำงานเท่านั้น ดังนั้นในอนาคต การทำงานในระบบดิจิทัลจะราบรื่นไปได้ต้องผ่านการทำงานควบคู่ไปกับทักษะการรู้หนังสือและการคิดคำนวณของมนุษย์ นี่คือสิ่งที่ได้จากการศึกษาในรายงานที่ชื่อว่า Human Wanted (สิ่งที่ต้องการจากมนุษย์) ของศูนย์ศึกษาเศรษฐกิจของ Royal Bank of Canada (RBC) ที่ได้ศึกษาตลาดแรงงานของประเทศแคนาดา อันเป็นรายงานที่ได้ศึกษาอาชีพกว่า 300 อาชีพ เพื่อหาคำตอบว่ามีทักษะใดที่จำเป็นต่อการทำงาน ซึ่งออกมาเป็นข้อสรุปดังนี้ ทักษะ 5 อันดับแรกที่จำเป็นต่องานในอนาคต 1. ทักษะการฟังอย่างกระตือรือร้น […]

ตามติดชีวิตนักจับผีเสื้อ

ร่วมติดตามภารกิจจับความสวยงามบรรจุลงกล่องอันเป็นนิรันดร์ของนักจับผีเสื้อในอินโดนีเซีย หนึ่งในตลาดค้าผีเสื้อที่ใหญ่ที่สุดในโลก

สัมผัสชีวิตชาวเกาหลีเหนือ ผ่านการเดินทางของช่างภาพ

สัมผัส ชีวิตชาวเกาหลีเหนือ ผ่านการเดินทางของช่างภาพ Matjaž Tančič ช่างภาพชาวสโลวีเนียออกเดินทางไปยังดินแดนลึกลับในสายตาประชาคมโลก มันคือประเทศเกาหลีเหนือ เพื่อบันทึกภาพถ่ายวิถี ชีวิตชาวเกาหลีเหนือ และนำเสนอออกมาในรูปแบบนิทรรศการภาพสามมิติ วิดีโอนี้เป็นการบันทึกเบื้องหลังการทำงานของช่างภาพในการเดินทางไปถ่ายภาพของชาวเกาหลีเหนือตามที่ต่างๆ ซึ่งตลอดการเดินทางจะมีไกด์ชาวเกาหลีเหนือร่วมเดินทางไปกับพวกเขาตลอด ขอชวนคุณผู้อ่านออกเดินทางไปกับ Tančič สัมผัสชีวิตของชาวเกาหลีเหนือตามสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน, ฟาร์ม และโรงงาน ในดินแดนที่ได้ชื่อว่าลึกลับที่สุดในโลก   อ่านเรื่องราวของเกาหลีเหนือเพิ่มเติมที่นี่ เหลียวมองเกาหลีเหนือ