บำบัดด้วยเขาควาย - National Geographic Thailand

บำบัดด้วยเขาควาย

ภาพที่เห็นอยู่นี้ ชายคนดังกล่าวไม่ได้กำลังแต่งตัวเตรียมไปงานปาร์ตี้ไดโนเสาร์แต่อย่างใด นี่คือการบำบัดโรคด้วยวิธีการครอบแก้ว เช่นเดียวกับแพทย์แผนจีนเทคนิคการครอบแก้วนี้มีอายุเก่าแก่ถึง 3,000 ปี โดย ใช้ความร้อนขับไล่อากาศภายในถ้วยออกจนเกิดสูญญากาศขึ้น และรีบวางบริเวณจุดเส้นลมปราณบนร่างกาย ถ้วยแก้วจะดูดกล้ามเนื้อขึ้นเพื่อกระตุ้นเลือดลมบริเวณตำแหน่งที่ถูกครอบ โดยการช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังบริเวณนั้น จะช่วยให้ร่างกายขับของเสียออกมา และมีสุขภาพที่ดีขึ้น

ในอินโดนีเซียไม่ได้ใช้ถ้วยแก้ว แต่พวกเขาใช้เขาของควายน้ำแทน นั่นทำให้ภาพที่ออกมาดูเหมือนว่าชายคนนี้กำลังมีเขางอกออกมาจากลำตัวมากมาย แม้แต่นักกีฬาโอลิมปิกเองก็ใช้วิธีนี้ในการรักษาสุขภาพ อย่างไรก็ตามมีรายงานทางวิทยาศาสตร์เพียงเล็กน้อยที่กล่าวถึงข้อดีของการบำบัดด้วยวิธีนี้

 

อ่านเพิ่มเติม : กล้าทดสอบความกล้ากับฝูงมดกระสุนนี้ไหม?มหัศจรรย์แห่งอาหาร ชมกระบวนการทำ “ซุปหิน” ในเม็กซิโก

เรื่องแนะนำ

อร่อยเหาะยกล้อ

เรื่อง  เดวิด บรินด์ลีย์ ภาพถ่าย เกิร์ด ลุดวิก เวลาสี่ทุ่มของคืนวันเสาร์อันหนาวเย็นในลอสแอนเจลิส ผู้คนกว่า 30 ชีวิตสวมหมวกและผ้าพันคอฝ่าอุณหภูมิเก้าองศาเซลเซียสซึ่งนับว่าหนาวมากสำหรับนครแห่งนี้ มาเข้าแถวอยู่ริมทางเท้าหน้ารถสเตปแวน (step van)  ที่ดัดแปลงเป็นรถขายอาหารเคลื่อนที่หรือฟู้ดทรัก (food truck) เมื่อหน้าต่างด้านข้างรถเลื่อนเปิดออก ปรากฏการณ์อาหารฮอตฮิตในนาม “โคกิ บาร์บีคิว” (Kogi BBQ) ก็เข้าเกียร์พร้อมเสิร์ฟแล้ว โคกิบาร์บีคิวโกยทั้งเงินทั้งกล่องตั้งแต่แจ้งเกิดเมื่อปี 2008 หลังสองเกลอหุ้นส่วนฟูมฟักไอเดียบรรเจิดในการรวมรสชาติของเนื้อย่างเกาหลีเข้ากับทาโกหรือแป้งห่อสไตล์เม็กซิกัน และขนขึ้นรถบรรทุกเล็กเร่ขายตามข้างถนนในลอสแอนเจลิส จะว่าไปแล้วรถขายอาหารไม่ใช่ของใหม่สำหรับเมืองนี้  แต่เป็นแหล่งขายอาหารราคาถูกที่หาซื้อได้ตามข้างถนนหรือไม่ก็ไซต์งานก่อสร้าง และผู้คนมักมองแบบเหยียดๆว่าเป็น “แผงแมงสาบ” ดังนั้นความคิดที่จะขายทาโกแนวเกาหลีในฟู้ดทรักจึงฟังดูเป็น “ไอเดียเพี้ยนๆ” ตามที่รอย ชอย ผู้ก่อตั้งโคกิบาร์บีคิว กล่าวไว้ในหนังสือบันทึกความทรงจำของเขาที่ชื่อ L.A. Son หรือ “ลูกชายของแอล.เอ” สิ่งที่ทำให้โคกิบาร์บีคิวโด่งดังขึ้นมา คือการเป็นเจ้าแรกๆที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์เข้าถึงลูกค้า ในตอนแรกทีมงานเล็กๆของโคกิขายอาหารให้บรรดานักเที่ยวกลางคืนที่มึนเมานอกไนต์คลับในย่านซันเซตบูเลอวาร์ด  แต่ไปได้ไม่ดีนัก จนกระทั่งทีมงานลองหันมาใช้สื่อสังคมออนไลน์ซึ่งเพิ่งเริ่มฮิตในช่วงนั้นโดยใช้ทวิตเตอร์  โคกิจะคอยส่งข่าวอัปเดตสถานที่ขายซึ่งเปลี่ยนไปเรื่อยๆ กลุ่มลูกค้าคนเมืองวัยหนุ่มสาวติดโซเชียลมีเดียเริ่มติดตามรถโคกิ ภายในเวลาไม่กี่เดือน โคกิก็มีลูกค้าเพิ่มเป็นหลายร้อยคน นิตยสาร นิวส์วีก เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “ร้านอาหารไวรัลร้านแรกของอเมริกา” [viral – ปรากฏการณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ที่บางเรื่องเป็นที่รู้จักหรือพูดถึงอย่างรวดเร็ว] ปัจจุบันโคกิบาร์บีคิวมียอดผู้ติดตาม 132,000 […]

ชาวคองโกแปลงขยะให้เป็นงานศิลปะแห่งการต่อต้าน สะท้อนปัญหารุมเร้าประเทศ

ศิลปินสร้างสรรค์แฟชั่นจากขยะเพื่อตอกย้ำชะตากรรมของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก  นั่นคือชาติอันรุ่มรวยด้วยทรัพยากรธรรมชาติ  แต่ถูกรุมเร้าจากความยากจน และเป็นแหล่งรองรับขยะจากทั่วโลก หลังจากใช้เวลาหลายปีเล่าเรียนที่สถาบันวิจิตรศิลป์ในกรุงกินชาซา  และฟังคำแนะนำจากบรรดาอาจารย์ให้สร้างสรรค์ผลงานจากวัสดุที่ “เหมาะสม” เช่น  เรซินและปูนปลาสเตอร์  นักศึกษาบางคนตัดสินใจทำในสิ่งที่แตกต่าง พวกเขาสร้างงานศิลปะจากสิ่งที่มีอยู่ในสิ่งแวดล้อมรอบตัว  ซึ่งรวมถึงยางรถยนต์  ท่อไอเสีย  โฟม  ขวดพลาสติก  เสาอากาศ  กระป๋องนมหรือสี ขนนก  แผ่นซีดี  รองเท้าแตะ  และสิ่งของทิ้งขว้างอื่น ๆ ศิลปินเหล่านี้เชื่อว่า ผลงานของพวกเขาน่าจะกระทบใจผู้พบเห็น  และสะท้อนแง่มุมอันน่าหดหู่ในชีวิตของชาวคองโก  นั่นคือขยะ ขยะซึ่งมีทั้งที่คนในท้องถิ่นสร้างขึ้น  และที่ชาติบริโภคนิยมสุดขั้วส่งมาโถมทับ  ขยะที่เกิดจากการสูบทรัพยากรจากผืนดินของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกอย่างไม่มีวันสิ้นสุด  และฝากรอยแผลไว้บนผืนดิน ในกรุงกินชาซา  ลำรางสาธารณะมีขวดพลาสติกลอยเกลื่อนกลาด  ตลาด ร้านค้าท่วมท้นไปด้วยสินค้ามือสองมือสามที่ชาติรํ่ารวยทิ้งขว้าง  และที่หลั่งไหลเข้ามาเร็วขึ้นเรื่อยๆ  คือจากจีน  ในพื้นที่ที่บรรดาบริษัทข้ามชาติทำเหมืองแร่โคบอลต์  ซึ่งเป็นส่วนประกอบลํ้าค่าในแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ  ของเสียที่ถูกปล่อยออกมามักปนเปื้อนระบบแม่นํ้าและสรรพชีวิตที่ต้องพึ่งพา ด้วยการนำขยะมารังสรรค์ประติมากรรมและศิลปะการแสดง  ศิลปินเหล่านี้หวังจะกระตุกให้สาธารณชนมองเห็นปัญหาเร่งด่วนที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่  เมื่อปี 2015  เอ็ดดี  เอเกเต  ศิลปินผู้เกิดในกินชาซาและนักกิจกรรมเพื่อสังคม  มีบทบาทสำคัญในการทำให้ศิลปะแนวใหม่นี้กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างผ่านภาพยนตร์ระดับชาติ  เอเกเตยังเป็นผู้ก่อตั้งเทศกาล คินแอกต์ (KinAct Festival)  ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อจัดแสดงผลงานศิลปะที่กระตุกต่อมคิดของผู้คนในสังคม ประติมากรรมสวมใส่ได้ชื่อ “โรโบอันนองซ์” (Robot […]

เพื่อปกป้องแผ่นดิน ชาวโคลอมเบีย เหล่านี้ต้องจ่ายด้วยชีวิต

นับจากปี 2016 ชาวโคลอมเบีย ที่เป็นผู้นำชุมชนถูกสังหารแล้ว 1,297 ราย หลังออกมาต่อต้านการรุกล้ำของนักพัฒนาที่ดินและแก๊งค้ายาเสพติด หลุยส์ มานูเอล ซาลามังกา ทรงตัวอยู่บนบานประตูท้ายรถกระบะมีหลังคาที่โคลงเคลง เขาเกาะตะแกรงหลังคาไว้แน่น ขณะรถแล่นปัดไปปัดมาตามถนนชนบทลดเลี้ยวในเทือกเขาแอนดีส ตอนนั้นเป็นช่วงรุ่งสางของวันที่ 22 พฤษภาคม ปี 2018 และนูโดเดอัลมากวยร์ เขตเขาสูงรูปโดมอันอุดมสมบูรณ์ทางตะวันตกเฉียงใต้ของโคลอมเบีย เพิ่งตื่นจากหลับใหล เรากำลังมุ่งหน้าไปยังคินชานา หมู่บ้านขนาดราว 90 ครัวเรือนที่ซุกตัวอยู่ในเนินเขาเขียวชอุ่มกลาง สายหมอกของจังหวัดอุยลา ภูมิภาคที่ขึ้นชื่อเรื่องการปลูกกาแฟ การสำรวจน้ำมัน และแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำหลัก หลายสาย ทั้งยังเป็นต้นทางทอดสู่ชุมชนเล็กๆ ชื่อลาไกตานา และแหล่งโบราณคดีซึ่งมีศิลปวัตถุยุคก่อนโคลัมบัสอย่างบรรดาเทพเจ้าหินและคูหาฝังศพที่มีอายุในช่วงศตวรรษที่หนึ่งถึงแปด โบราณวัถตุเหล่านี้ถูกค้นพบอีกครั้ง ในปี 1942 และช่วยให้ภูมิภาคนี้เป็นที่รู้จักของโลกภายนอก ซาลามังกาอุทิศหน้าที่การงานของตนเพื่อศึกษาและรักษาประวัติศาสตร์ข้างต้น ชายวัย 64 ปีผู้นี้เป็น นักมานุษยวิทยาที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของโคลอมเบีย เขาพูดจานุ่มนวล เลือกเฟ้นถ้อยคำ ใบหน้าอ่อนโยน ทรงกลมรับกับจมูกกลมๆ รวมเป็นบุคลิกสุขุม อบอุ่น เหมือนความสบายของเสื้อสเวตเตอร์นุ่มฟู ผมมาหาซาลามังกาในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านอันตึงเครียดสำหรับโคลอมเบีย ประเทศที่เผชิญกับความขัดแย้งรุนแรงถึงขั้นใช้อาวุธอยู่ครึ่งศตวรรษ ตอนนั้น ผมกำลังลัดเลาะไปตามแม่น้ำมักดาเลนา ลำน้ำ สายหลักในตำนานที่ทอดยาวกว่า […]