ชมกรรม วิธีทำช็อกโกแลต แบบโบราณ - เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

ชมกรรมวิธีทำช็อกโกแลตแบบโบราณ

ชมกรรมวิธีทำช็อกโกแลตแบบโบราณ

ผู้คนจากอารยธรรมมายา, โทลเท็ก และแอซเท็กรู้จักการเพาะปลูกต้นโกโก้มานานมากกว่า 3,000 ปีแล้ว ในฐานะ “ผลไม้จากพระเจ้า” วัฒนธรรมการผลิตช็อกโกแลตตามแบบฉบับดั้งเดิมที่เกิดขึ้นจากชาวมายานี้ ปัจจุบันยังคงถูกนำมาใช้ในกัวเตมาลา, ฮอนดูรัส, เบลีซ, เม็กซิโก และเอล ซัลวาดอร์

โกโก้ในสมัยโบราณมีมูลค่าเทียบเท่ากับสกุลเงิน ทั้งยังมีคุณสมบัติทางยาและคุณสมบัติกระตุ้นความต้องการทางเพศ เมล็ดของมันจะถูกบด และชงกับน้ำร้อนเพื่อเปลี่ยนมันเป็นเครื่องดื่มที่ใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา ส่วนฝักโกโก้จะถูกนำไปฝังในสุสานของผู้ทรงเกียรติ ทั้งยังถูกนำไปบูชาแก่ Ek Chuah เทพเจ้าเพื่อการค้าขายของชาวมายันในฐานะผู้ประทานโกโก้

เครื่องดื่มที่ผลิตได้จากเมล็ดโกโก้ตามแบบฉบับของชาวมายานั้นไม่เคยถูกใส่นมและน้ำตาลเป็นส่วนผสม จนกระทั่งเมื่อชาวสเปนเดินทางมาถึงทวีปอเมริกาใต้เพื่อล่าอาณานิคมในศตวรรษที่ 16 จากนั้นช็อกโกแลตก็เดินทางไปถึงยุโรป ในปี 1585 ชาวสเปนในแผ่นดินใหญ่ก็ได้รับเมล็ดโกโก้ที่ถูกจัดส่งทางเรือเป็นครั้งแรก

ในเมืองประวัติศาสตร์อย่างแอนติกา ของประเทศกัวเตมาลา วัฒนธรรมของชาวมายาผสมผสานกับอิทธิพลของชาวสเปนออกมาเป็นเครื่อมดื่มช็อกโกแลตอันเลิศรส ดังเช่นร้าน Chocolate DE’ Taza ที่ผลิตช็อกโกแลต ด้วยกรรมวิธีแบบชาวมายาดั้งเดิมมาเป็นรุ่นที่ 4 แล้ว ตลอดระยะเวลา 4 วันของการผลิต เมล็ดโกโก้จะถูกนำไปตากให้แห้งจากนั้นนำไปคั่ว ปอกเปลือกและบดด้วยก้อนหิน ตามวัฒนธรรมดั้งเดิมบรรพบรุษของพวกเขาชื่นชอบช็อกโกแลตที่ใส่ข้าวโพดและพริก แต่ปัจจุบันนี้อบเชยและกระวาน ซึ่งเป็นพืชประจำท้องถิ่นกลายมาเป็นเป็นตัวเลือกที่พวกเขาโปรดปราน รวมถึงการใส่น้ำตาลด้วยเช่นกันนำช็อกโกแลตวางบนเสื่อที่พวกเขาเรียกว่า Petate ตัดเป็นชิ้นๆ นำไปละลายกับน้ำร้อน แล้วดื่มด่ำกับรสชาติอันหอมหวานในขั้นตอนสุดท้าย

เรื่อง กุลเนซ ข่าน

 

อ่านเพิ่มเติม

แมลงกินได้ : อนาคตอาหารโลก

เรื่องแนะนำ

ภาพถ่ายที่เผยให้เห็นชีวิตภายในห้องพักทรงลูกบาศก์ขนาดจิ๋วแห่งอนาคต

ภาพถ่ายที่เผยให้เห็นชีวิตภายในห้องพักทรงลูกบาศก์ขนาดจิ๋วแห่งอนาคต [ ตึกแคปซูลนะกะงิน ] นอกเขตย่านกินซาอันหรูหราของกรุงโตเกียวเป็นที่ตั้งของ ตึกแคปซูลนะกะงิน (Nakagin Capsule Tower) สิ่งก่อสร้างแปลกตาซึ่งเคยเป็นวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของญี่ปุ่น ตึกนี้ออกแบบโดยคิโช คุโระกะวะ ผู้บุกเบิกสถาปัตยกรรมแนว “metabolist” ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวในช่วงทศวรรษ 1960 ที่เน้นแนวคิดเรื่องอาคารแบบพลวัตและสามารถปรับให้เหมาะกับอนาคตที่ก้าวย่างอย่างรวดเร็วและค่อยๆพัฒนากลายเป็นเมืองอย่างต่อเนื่อง เมื่อมองจากด้านนอก ตึกนี้ดูเหมือนเครื่องซักผ้าที่กองซ้อนกัน โดยประกอบด้วยแกนคอนกรีตสองแกน สูง 11 และ 13 ชั้น ยึดติดกับลูกบาศก์ที่ “สามารถเคลื่อนย้ายได้” ห้องทรงลูกบาศก์แต่ละห้องมีพื้นที่ราว 10 ตารางเมตร ซึ่งสร้างสำเร็จรูปมาจากโรงงาน จากนั้นนำมาติดกับแกนโดยใช้สลักเกลียวแรงดันสูง 4 ตัว ห้องที่เรียกว่าห้องแคปซูลเหล่านี้ตกแต่งด้วยข้าวของเครื่องใช้พื้นฐานที่จำเป็นและห้องน้ำขนาดเท่ากับห้องน้ำบนเครื่องบิน ตึกแคปซูลนะกะงินก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 1972 และวางแผนว่าจะมีอายุการใช้งาน 25 ปี เมื่อคุโระกะวะเสียชีวิตในปี 2007 ผู้อยู่อาศัยในตึกนี้ที่รู้สึกเหนื่อยหน่ายกับการที่คอนกรีตกะเทาะและท่อน้ำรั่ว จึงลงคะแนนให้รื้อตึกทิ้ง แล้วสร้างอพาร์ตเมนต์แบบดั้งเดิมขึ้นแทน แต่พอถึงปี 2008 แผนการต้องหยุดชะงักเพราะตลาดหลักทรัพย์ล่ม ช่างภาพ โนะริตะกะ มินะมิ เริ่มบันทึกเรื่องราวชีวิตและชะตากรรมของตึกนะกะงินในปี 2010 ในช่วงเจ็ดปีต่อมา เขากลับไปที่ตึกนี้เกือบ […]

ฤดูกาลแห่งการ ล่าวาฬ: วิถีและประเพณีอันเก่าแก่ของชนพื้นเมืองในอลาสกา

สำหรับชนพื้นเมืองในอลาสกา วาฬคือศูนย์กลางวิถีชีวิตและประเพณีอันเก่าแก่ การล่าวาฬที่ทำกันเพียงปีละครั้ง ไม่เพียงเป็นแหล่งอาหารของคนทั้งชุมชน แต่ยังเป็นการสืบสานวิถีอันเก่าแก่ไม่ให้สาบสูญไป