ชีวิตบนเกาะซึ่งหนาแน่นที่สุดในโลก - National Geographic Thailand

ชีวิตบนเกาะซึ่งหนาแน่นที่สุดในโลก

เรื่อง ฮีทเลอร์ บราดี้

ภาพถ่าย ชาร์ลี คอร์เดอโร

เมื่อชาร์ลี คอร์เดอโร ได้รู้จักกับเกาะที่ชื่อ  Santa Cruz del Islote นี้เป็นครั้งแรก ตัวเขารู้สึกตกหลุมรักความมีสเน่ห์ของสถานที่แห่งนี้ เกาะเล็กๆ ที่หนาแน่นไปด้วยประชากรมากมาย และต้องใช้เวลาในการเดินทางด้วยเรือจากเมืองท่าการ์ตาเคนา ในโคลอมเบีย

ผู้คนบนเกาะที่พยายามใช้ชีวิตท่ามกลางสภาพแวดล้อมอันยากลำบากล้วนทำให้เขาประทับใจ บนเกาะนี้มีอาหาร น้ำดื่มและไฟฟ้าที่จำกัด แต่ครอบครัวจำนวน 45 ครอบครัวก็ยังคงอาศัยอยู่ในบ้านเรือนจำนวน 97 หลังบนพื้นที่ขนาดเพียง 1,200 ตารางเมตร ส่งผลให้เกาะแห่งนี้มีความหนาแน่นมากกว่าเกาะแมนแฮตตันถึง 4 เท่า

“ทั้งหมดที่เรารู้เกี่ยวกับเกาะแห่งนี้ก็คือ มันเป็นเกาะนอกชายฝั่ง ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักและตั้งอยู่ห่างไกลมีผู้คนอาศัยอยู่ที่นี่นานแล้วและดูเหมือนว่าพวกเขาเองก็ไม่ได้มีแผนจะย้ายออกไป” เขากล่าว โดยระบุว่าต้องการสำรวจความสัมพันธ์ของผู้คนที่อาศัยอยู่ร่วมกันบนเกาะเล็กๆ อันห่างไกลนี้ ผ่านการเรียนรู้ชีวิตประจำวันของพวกเขา เสื้อผ้า ไปจนถึงประเพณีวัฒนธรรม “มันเป็นสถานที่ที่สมควรเป็นที่รู้จักครับ” เขากล่าว

เกาะเล็กๆ ที่ชื่อ Santa Cruz del Islote แห่งนี้มีพื้นที่เทียบเท่ากับสนามฟุตบอล 2 เท่านั้น

ภาพถ่ายแรกในโปรเจคของเขาถูกเผยแพร่เคียงกับบทสัมภาษณ์ที่ตีพิมพ์ลงใน New York Times แสดงให้เห็นบ้านเรือนขนาดคับแคบเรียงชิดกันอย่างหนาแน่น ซึ่งคอร์เดอโรเองระบุว่าเรื่องราวความเป็นมาของเกาะนี้ไม่ต่างจากเทพนิยายเลยทีเดียว

“เมื่อ 150 ปีที่แล้ว เกาะ Santa Cruz del Islote เป็นเพียงเกาะเล็กๆ ที่มีผู้อยู่อาศัยไม่เกิน 1 เฮกตาร์เท่านั้น เกาะนี้ลอยอยู่อย่างโดดเดี่ยวกลางทะเลแคริบเบียน” เขากล่าว “บรรดาชาวประมงจากเมืองการ์ตาเคนาและเมือง Tolu ใช้สถานที่แห่งนี้สำหรับการพักผ่อนระหว่างการหาปลารวมไปถึงปกป้องตนเองจากพายุ”

เกาะแห่งนี้บังเอิญตั้งอยู่บนแนวปะการังมากมายจึงเหมาะสำหรับการหาปลา และดึงดูดผู้คนให้มาสร้างบ้านเรือนอยู่อาศัยครอบครัวหนึ่งสร้างบ้านหลังใหม่ถัดจากบ้านตัวเองเมื่อพวกเขาแต่งงานและมีลูก

ปู่ย่าตายายกลุ่มแรกที่เข้ามาตั้งถิ่นฐาน หรือปู่ทวดยายทวดของคนในรุ่นปัจจุบัน พวกเขาตระเวนเสาะหาวัสดุไปทั่วเกาะและท้องทะเลเพื่อสร้างบ้าน คอร์เดอโรกล่าว “เปลือกหอย, กาบมะพร้าว, ท่อนซุงจากเกาะข้างเคียง, ทราย หรือแม้แต่ขยะล้วนถูกนำมาใช้ในการก่อสร้าง”

วันเวลาผ่านไปจำนวนผู้คนก็เพิ่มมากขึ้น พวกเขาพาญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงของตนเข้ามาเพื่อหาปลาหรือทำงานอื่น “อยู่มาวันหนึ่งน้ำพัดพาเอาแท่งปูนรูปไม้กางเขน หรือที่เรียกว่า ‘Cruz’ ในภาษาสเปน มายังเกาะ” เขาเล่า “ผู้ตั้งถิ่นฐานรุ่นแรกนำมันขึ้นมาและใช้เป็นจุดศูนย์กลางของเกาะ ในตอนนั้นเกาะแห่งนี้ยังไม่มีชื่อ แต่หลังจากนั้นมันก็ถูกเรียกว่า Santa Cruz del Islote”

แม้ว่าจำนวนประชากรของเกาะจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ชีวิตก็เป็นไปอย่างยากลำบาก อาหารทะเลมีมากมายก็จริงแต่อาหารและของใช้อื่นๆ นั้นต้องจัดส่งมาทางเรือ ไม่มีวิธีที่จะผลิตน้ำดื่มขึ้นได้ในเกาะ น้ำดื่มที่ใช้กันจะถูกจัดส่งมาโดยกองทัพเรือโคลอมเบีย แต่ก็ใช่ว่าจะสม่ำเสมอทุกเดือน ดังนั้นบรรดาชาวเกาะจึงต้องตั้งถังรองน้ำฝนเพื่อใช้สำหรับการดื่มกินและชำระล้างร่างกาย โรงเรียนเดียวบนเกาะนี้มีสอนถึงระดับเกรดสิบ เด็กคนใดที่ต้องการเรียนสูงกว่านี้ต้องออกไปเรียนต่อเองนอกเกาะ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเด็กผู้ชายมักเลือกที่จะอยู่บ้านกับครอบครัวต่อไปและทำมาหากินด้วยการจับปลา

คอร์เดอโรวางแผนไว้ว่าโปรเจคของเขาจะสิ้นสุดลงในสิ้นปีนี้ เขากล่าวว่ายังมีเรื่องราวอีกมากมายที่เขาเฝ้ารอจะได้บันทึก เช่น ชาวเกาะเหล่านี้ฉลองคริสต์มาสและวันเกิดกันอย่างไร ไปจนถึงพวกเขาจัดการกับพิธีศพอย่างไร

ที่เกาะ Santa Cruz del Islote ไม่มีที่สำหรับฝังศพ คอร์เดอโรเล่าว่าผู้คนต้องฝังร่างของผู้เสียชีวิตบนเกาะเพื่อนบ้านแทน “ผมว่าชีวิตบนเกาะนี้จะทำให้ผมประหลาดใจต่อไปอีกเรื่อยๆ” เขากล่าว “มันเหมือนกับสถานที่ที่หลุดออกมาจากหนังสือของกาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ (นักเขียนชาวโคลอมเบีย)”

ผู้คนเต้นรำเฉลิมฉลองวันหยุดบนถนนที่คับแคบของเกาะ
Juan Diego วัย 17 ปี เกิดบนเกาะแห่งนี้และกำลังอยู่ระหว่างการเรียนหนังสือ ตัวเขามีพี่น้อง 7 คนและหวังว่าในสักวันหนึ่งเขาจะได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัย เวลาว่างของเขาหมดไปกับการช่วยครอบครัวหาปลา
Lucero วัย 29 ปี เธอคือหนึ่งในสไตล์ลิสต์มือดีของเกาะ ในเวลาว่างเธอจะช่วยบรรดาหญิงสาวจัดแต่งทรงผมและเปียของพวกเธอให้เข้าทรงมากขึ้น
เกาะแห่งนี้ขึ้นชื่อในฐานะเต็มไปด้วยบ้านเรือนที่มีสีสัน ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากระยะไกล เมื่อกลางคืนมาถึงสีของบ้านจะรวมเข้ากับสีของไฟถนนก่อให้เกิดบรรยากาศสวยงามแปลกตา
ชั้นสามของโรงเรียนคือชั้นที่สูงที่สุดของเกาะ จากตรงนั้นสามารถมองเห็นเรือที่กำลังแล่นมายังเกาะได้
เด็กชายวัยรุ่นกำลังฟังเพลงจากหูฟังที่มีแสง
Marcela Morales วัย 27 ปี นอนอยู่บนที่นอนภายในบ้านของตัวเอง
กลุ่มเด็กผู้หญิงเล่น Jimmy การละเล่นของเกาะที่คล้ายกับการกระโดดข้ามเส้นเชือก
เด็กสาวกำลังเล่นโทรศัพท์ของแม่ นับตั้งแต่มีอินเตอร์เน็ตบนเกาะ เด็กวัยรุ่นส่วนใหญ่ก็ใช้เวลาหมดไปกับสมาร์ทโฟน
โรงเรียนแห่งเดียวในบริเวณนี้อยู่บนเกาะ Santa Cruz del Islote นัน่คือเหตุผลที่ว่าทำไมเด็กๆ จากเกาะข้างเคียงจึงนั่งเรือมายังเกาะนี้ในทุกเช้า
กลุ่มเด็กผู้ชายนั่งรอเล่นฟุตบอลในจัตุรัสเล็กๆ ของเมือง ที่บางครั้งถูกใช้เป็นสนามฟุตบอล
บนเกาะไม่มีโบสถ์ แต่ก็พอมีพื้นที่สำหรับการสวดภาวนาอยู่บ้าง
ไก่ชนสองตัวกำลังอยู่ระหว่างการฝึกฝน
วัยรุ่นชายชำระล้างร่างกายของตนเองหลังเล่นกับเพื่อนในทะเลมาตลอดบ่าย
เด็กๆ สนุกสนานไปกับการเล่นน้ำในหลังบ้านของพวกเขา

 

อ่านเพิ่มเติม : บังเกอร์ทหารจากยุคเผด็จการ กลายเป็นสารพัดประโยชน์ฤาษีประหลาดแห่งหน้าผาศักดิ์สิทธิ์

เรื่องแนะนำ

โฉมหน้าที่แปรเปลี่ยนของสตรีซาอุดีอาระเบีย

เรื่อง ซินเทีย กอร์นีย์ ภาพถ่าย ลินซีย์ แอดดารีโอ ในห้องนั่งเล่นของครอบครัวที่เธอทิ้งตัวลงบนโซฟาเพื่อรินกาแฟให้เรา นูฟ ฮะซัน กำลังฝึกออกเสียงคำว่า “headhunted” (ถูกซื้อตัว) เป็นครั้งแรก เธอไม่เคยเรียนคำนี้ในชั้นเรียนภาษาอังกฤษที่โรงเรียน พอได้ยินฉันพูดก็ขอให้ทวนด้วยความถูกอกถูกใจ “ใช่เลย!” เธออุทาน “ฉันถูกซื้อตัว เคยมีคนยื่นข้อเสนอเรื่องงานให้ฉันมามาก แต่ครั้งนี้แม้แต่เจ้านายยังถึงกับออกปากว่า ‘เราไม่อยากให้เธอไปเลย แต่ข้อเสนอนี้ดีมาก’ เชียวละ” นูฟอายุ 32 ปี เธอมีผมดกหนาสีน้ำตาล ผิวสีน้ำผึ้ง และดวงตาเรียวแหลมที่ฉายแววร่าเริงเป็นนิจ อพาร์ตเมนต์ที่เธออยู่กับสามีและลูกชายเล็กๆสองคนกินพื้นที่หนึ่งชั้นของอาคารสามชั้นแห่งหนึ่งในย่านแออัดของกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย เมื่อสองปีก่อน ตอนที่ฉันพบเธอครั้งแรก นูฟเป็นผู้จัดการโรงงานแปรรูปอาหาร ดูแลคนงานนับสิบชีวิตในแผนกที่ทดลองใช้พนักงานหญิงล้วน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรณรงค์ระดับชาติเพื่อดึงสตรีซาอุดีอาระเบียเข้าสู่ตลาดแรงงาน ตอนนี้เธอย้ายมาทำงานในโรงงานผลิตโคมไฟซึ่งเพิ่งชิงตัวเธอมาจากเจ้านายเก่า ที่นี่เธอรับผิดชอบคนงานหญิงจำนวนมากกว่าเดิมถึงสิบเท่า “คนที่นั่นตั้งฉายาให้ฉันค่ะ” เธอบอก ลูกน้องของเธอทำงานในเขตปลอดบุรุษ แต่พนักงานระดับผู้จัดการของบริษัททั้งชายและหญิงทำงาน “ปะปนกัน” ตามคำของชาวซาอุดีอาระเบีย หมายถึงชายและหญิงที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกันทางสายเลือดหรือการสมรสต้องอยู่ใกล้กันทุกวัน โอภาปราศรัยกันมากกว่าเอ่ยทักทายอย่างเป็นทางการ ร่วมโต๊ะประชุมเดียวกัน หรืออาจยืนใกล้ๆเพื่ออ่านเอกสารฉบับเดียวกัน ซาอุดีอาระเบียเป็นประเทศที่มีการแบ่งแยกทางเพศอย่างล้ำลึกที่สุดในโลก ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เหมือนใคร เปราะบาง และกรุ่นด้วยปัญหา ซึ่งกำลังเกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของผู้หญิงในราชอาณาจักรแห่งนี้ คนหลายรุ่นที่ถูกผลักดันด้วยนโยบายแรงงานใหม่และการสนับสนุนของกษัตริย์อับดุลลอฮ์ บิน […]

เทศกาลบั้งไฟเมืองฝรั่ง

เมื่อมีผู้คนจำนวนน้อยนิดที่ได้เดินทางสู่อวกาศ แล้วคนอื่นๆ ที่มีความฝันแบบเดียวกันจะทำอย่างไร?...ใช่แล้ว พวกเขาเดินทางมารวมตัวกันยังกลางทะเลทรายในรัฐเนวาดา เพื่อปล่อยสิ่งประดิษฐ์ที่พวกเขาสร้างเองด้วยความภาคภูมิใจขึ้นสู่ฟากฟ้าไง

แรงงานเก็บใบชาอินเดียเหล่านี้กำลังเผชิญความยากจนและอันตรายจากสัตว์ป่า

แรงงานหญิงในไร่ใบ ชาอินเดีย ที่ทำงานตรากตรำในรัฐเบงกอลเบงกอลตะวันตก ต้องตื่นตัวกับภยันตรายอันหลากหลายจากสัตว์ป่า ทั้งเสือดาว ช้าง และงูเห่า เราเดินไปยังไร่ชาลุกซัน รัฐเบงกอลตะวันตก ประเทศอินเดีย ราวกับเดินเข้าไปในสวนกวาง พุ่มใบชาแผ่กิ่งก้านราวกับได้รับการตัดแต่งเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร พืชซึ่งมีความทนทานนี้ถูกปลูกขึ้นตามแนวดูเป็นระเบียบเรียบร้อย เรียกว่า เมลัส (Melas) คือการปลูกต้นไม้ ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ที่กระจายตัว อินเดียคือผู้ผลิตชารายใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรองจากจีน โดยมีชาขึ้นชื่อคือชาอัสสัม (Assam Tea) และชาดาร์จีลิ่ง (Darjeeling Tea) แรงงานเก็บใบชานับพันคนทำงานตรากตรำในพื้นที่ปลูกชาอันห่างไกล หลายคนเป็นหญิงชาวอทิวาสี (Adivasi) ชนพื้นเมืองซึ่งเป็นลูกหลานของแรงงานที่ย้ายเข้ามาที่ภูมิภาคนี้จากภูมิภาคอื่นๆ ในอินเดียมากกว่าร้อยปีที่แล้ว โดยชาวอาณานิคมอังกฤษ เจ้าของไร่ชามัก เลือกจ้างผู้หญิงเพราะความน่าเชื่อถือ และสามารถใช้ “ความรู้สึก” ในการเก็บใบชาได้ดี ผู้หญิงเหล่านี้เดินลุยพุ่มใบชาที่มีความสูงเท่าเอว สวมผ้าคาดและถุงมือเพื่อป้องกันกิ่งก้านแข็งอันแหลมคม พวกเขาอยู่อาศัยเป็นครอบครัวในกระท่อมที่ไม่มีน้ำประปา โรงพยาบาลคุณภาพปานกลางที่ใกล้ที่สุด อยู่ห่างออกไปราว 4 ชั่วโมง โดยการโดยสารรถประจำทาง พวกเธอได้รับค่าจ้างในอัตราค่าแรงขั้นต่ำ (ราว 2.44 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 75 บาท) ต่อวัน “เราได้ค่าจ้างที่ต่ำ แต่จะทำอย่างไรได้ล่ะ” ลลิตา […]

ทองคำเปลว กับพิธีกรรมทางพุทธศาสนา

ทองคำเปลว เป็นส่วนหนึ่งที่ใช้ในพิธีกรรมทางพุทธศาสนา ฟอยล์ที่มีความบางกว่าเส้นผมมนุษย์ประมาณ 30 เท่า ผ่านการทุบด้วยค้อนซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ต่ำกว่าสองหมื่นครั้ง ณ The King Galon Gold Leaf workshop ในมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา จะมีการทุบเม็ดทองคำที่ถูกสอดอยู่ระหว่างแผ่นใยไผ่ใช้ค้อนทุบจนกลายเป็นแผ่น ทองคำเปลว เพื่อนำไปใช้กับพระพุทธรูปที่วัด หรือศาลเจ้าทั่วประเทศ เรื่อง และภาพถ่าย : พอล ซาโลเพก   “ดูสิ มันบางมาก” Htet Htet กล่าว Htet นักธุรกิจหญิง อายุ 24 ปี และเป็นเจ้าของ The King Galon Gold Leaf workshop นั่งอยู่ในร้านพลางมองดูแผ่นทองคำเปลวขนาดเท่าแสตมป์ที่แปะติดกับกระดาษไม้ไผ่บนฝ่ามือของเธอ ฟอยล์เรืองแสงระยิบระยับเมื่อเธอพลิกฝ่ามือไปมา ทองคำเปลวบางเพียงใด? ผิวหนังมนุษย์มีความหนาประมาณ 0.18 เซนติเมตร ความหนาของกระดาษโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 0.01 เซนติเมตร แต่ทองคำเปลวมีความหนาเพียง 0.000254 เซนติเมตร หรือ […]