9 วิธีที่ช่วยให้คุณมีความสุขในทุกวันของชีวิต - National Geographic Thailand

9 วิธีที่ช่วยให้คุณมีความสุขในทุกวันของชีวิต

Dab Buettner นักเขียนชื่อดังผู้ศึกษาเกี่ยวกับความสุข ได้แบ่งปันเคล็ดลับ 9 ข้อที่เขาค้นพบเพื่อช่วยให้ผู้คนมีความสุขในชีวิตเพิ่มขึ้นได้ แต่ละข้ออาจฟังดูพื้นฐาน หรือเป็นสิ่งที่คุณผู้อ่านรู้อยู่แล้ว แต่อาจหลงลืมมันไป

  1. อาศัยอยู่ในชุมชนที่มีคุณภาพ ที่จะช่วยให้ชีวิตของคุณดีขึ้นรวมไปถึงการเข้าถึงอาหารสุขภาพ
  2. สิ่งแวดล้อมสำคัญมาก จัดบ้าน สถานที่ทำงานตลอดจนโลกโซเชียลของคุณให้ง่ายต่อการมีความสุข
  3. นอนหลับให้เพียงพอ ผลการศึกษาพบว่าคนที่นอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงมีแนวโน้มที่จะมีความสุขลดลง 30%
  4. มองไปข้างหน้า ตั้งเป้าหมายในชีวิต วางแผนอนาคตและติดตามความก้าวหน้าว่าตัวเราทำได้ถึงขั้นไหนแล้ว
  5. ขยับร่างกาย ข้อนี้คงไม่จำเป็นต้องอธิบาย เพราะทุกคนนั้นรู้ดีว่าการออกกำลังกายมีประโยชน์มากแค่ไหน
  6. ทำตัวให้น่าคบหา มิตรภาพสำคัญมากในชีวิต
  7. ทำสิ่งที่คุณชอบหรือสนใจ อะไรก้ตามไม่ว่าจะเป็นงานอดิเรก หรือกิจกรรมยามว่าง มีงานวิจัยสนับสนุนว่าการลงมือทำบางสิ่งบางอย่างมีผลดีต่อร่างกาย ไม่ว่าสิ่งนั้นคืออะไรก็ตาม
  8. เพื่อนสนิท มีเพื่อนสนิทอย่างน้อย 3 คนที่เข้าใจและแบ่งปันทุกเรื่องได้ อย่างไรก็ตามอย่าลืมหาเพื่อนใหม่เพราะการมีมิตรภาพใหม่ๆ ช่วยให้คุณมีความสุขเพิ่มขึ้น 15%
  9. และสุดท้ายรักใครสักคน…

 

อ่านเพิ่มเติม : วิทยาศาสตร์ว่าด้วยการร้องไห้, มาทำโลงศพของคุณกันเถอะ!

เรื่องแนะนำ

อร่อยเหาะยกล้อ

เรื่อง  เดวิด บรินด์ลีย์ ภาพถ่าย เกิร์ด ลุดวิก เวลาสี่ทุ่มของคืนวันเสาร์อันหนาวเย็นในลอสแอนเจลิส ผู้คนกว่า 30 ชีวิตสวมหมวกและผ้าพันคอฝ่าอุณหภูมิเก้าองศาเซลเซียสซึ่งนับว่าหนาวมากสำหรับนครแห่งนี้ มาเข้าแถวอยู่ริมทางเท้าหน้ารถสเตปแวน (step van)  ที่ดัดแปลงเป็นรถขายอาหารเคลื่อนที่หรือฟู้ดทรัก (food truck) เมื่อหน้าต่างด้านข้างรถเลื่อนเปิดออก ปรากฏการณ์อาหารฮอตฮิตในนาม “โคกิ บาร์บีคิว” (Kogi BBQ) ก็เข้าเกียร์พร้อมเสิร์ฟแล้ว โคกิบาร์บีคิวโกยทั้งเงินทั้งกล่องตั้งแต่แจ้งเกิดเมื่อปี 2008 หลังสองเกลอหุ้นส่วนฟูมฟักไอเดียบรรเจิดในการรวมรสชาติของเนื้อย่างเกาหลีเข้ากับทาโกหรือแป้งห่อสไตล์เม็กซิกัน และขนขึ้นรถบรรทุกเล็กเร่ขายตามข้างถนนในลอสแอนเจลิส จะว่าไปแล้วรถขายอาหารไม่ใช่ของใหม่สำหรับเมืองนี้  แต่เป็นแหล่งขายอาหารราคาถูกที่หาซื้อได้ตามข้างถนนหรือไม่ก็ไซต์งานก่อสร้าง และผู้คนมักมองแบบเหยียดๆว่าเป็น “แผงแมงสาบ” ดังนั้นความคิดที่จะขายทาโกแนวเกาหลีในฟู้ดทรักจึงฟังดูเป็น “ไอเดียเพี้ยนๆ” ตามที่รอย ชอย ผู้ก่อตั้งโคกิบาร์บีคิว กล่าวไว้ในหนังสือบันทึกความทรงจำของเขาที่ชื่อ L.A. Son หรือ “ลูกชายของแอล.เอ” สิ่งที่ทำให้โคกิบาร์บีคิวโด่งดังขึ้นมา คือการเป็นเจ้าแรกๆที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์เข้าถึงลูกค้า ในตอนแรกทีมงานเล็กๆของโคกิขายอาหารให้บรรดานักเที่ยวกลางคืนที่มึนเมานอกไนต์คลับในย่านซันเซตบูเลอวาร์ด  แต่ไปได้ไม่ดีนัก จนกระทั่งทีมงานลองหันมาใช้สื่อสังคมออนไลน์ซึ่งเพิ่งเริ่มฮิตในช่วงนั้นโดยใช้ทวิตเตอร์  โคกิจะคอยส่งข่าวอัปเดตสถานที่ขายซึ่งเปลี่ยนไปเรื่อยๆ กลุ่มลูกค้าคนเมืองวัยหนุ่มสาวติดโซเชียลมีเดียเริ่มติดตามรถโคกิ ภายในเวลาไม่กี่เดือน โคกิก็มีลูกค้าเพิ่มเป็นหลายร้อยคน นิตยสาร นิวส์วีก เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “ร้านอาหารไวรัลร้านแรกของอเมริกา” [viral – ปรากฏการณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ที่บางเรื่องเป็นที่รู้จักหรือพูดถึงอย่างรวดเร็ว] ปัจจุบันโคกิบาร์บีคิวมียอดผู้ติดตาม 132,000 […]

โรงเรียนฝึกนางงาม เส้นทางสู่ความฝันของสาวฟิลิปปินส์

ที่ฟิลิปปินส์ การได้เป็นนางงามคือตั๋วใบพิเศษที่จะช่วยให้ชีวิตดีขึ้น ตลอดจนเข้าถึงโอกาสต่างๆ แต่เมื่อผู้ที่จะได้ครองมงกุฎมีแค่คนเดียว พวกเธอจึงต้องพึ่งโรงเรียนฝึกนางงามเหล่านี้ เพื่อทำความฝันให้เป็นจริง

สุสานหุ่นยนต์สุนัขอันเป็นที่รัก

สุสานหุ่นยนต์สุนัขอันเป็นที่รัก บริษัทโซนี่ของญี่ปุ่นเปิดตัว AIBO หุ่นยนต์สุนัขในปี 1999 เจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้สามารถเคลื่อนไหวเลียนแบบสุนัขจริงๆ ได้ประมาณหนึ่ง และกลายเป็นของเล่นยอดนิยมในเวลาต่อมา ปี 2006 บริษัทโซนี่ยุติการผลิตหุ่นยนต์ AIBO และในปี 2014 ทางบริษัทก็หยุดการผลิตอะไหล่และแบตเตอร์รี่สำหรับหุ่นยนต์อย่างสมบูรณ์ สิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความเศร้าโศกเสียใจให้แก่เจ้าของที่ผูกพันกับพวกมันมาก และนั่นคือที่มาของสุสานหุ่นยนต์สุนัข ที่สร้างขึ้นโดยบริษัท A-Fun บริษัทซ่อมแซมหุ่นยนต์ สุสานแห่งนี้มีไว้สำหรับบรรดาหุ่นยนต์ที่เสียอย่างถาวร ภายในมีการประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนาโดยพระสงฆ์ไม่ต่างจากพิธีศพจริงๆ เพื่อให้เกียรติแก่สัตว์เลี้ยงจักรกลเหล่านี้ ทั้งยังช่วยให้บรรดาเจ้าของได้รู้สึกสบายใจขึ้นอีกด้วย   อ่านเพิ่มเติม ชุดภาพถ่ายความละมุนของสุนัขพิทบูล

เมื่อรักไร้พรมแดน

หากย้อนเวลากลับไปสักห้าศตวรรษก่อน การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันของคนต่างเชื้อชาติและวัฒนธรรมทั้งห้าคู่นี้ไม่อาจเป็นไปได้