ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นทุกวันในอียิปต์ - National Geographic Thailand

ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นทุกวันในอียิปต์

Sheikh Sabat สวดภาวนาให้เด็กชายที่มีปัญหานอนไม่หลับ กระบวนการนั้นเรียบง่ายประกอบด้วยผู้มีปัญหา, นักบวช และบทสวดภาวนาจากคัมภีร์อัลกุรอ่านที่คัดลอกลงไปในกระดาษ โดยผู้เป็นพ่อได้รับคำสั่งให้ต้มกระดาษดังกล่าวลงไปในชา ให้ลูกของเขาดื่ม

ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นทุกวันใน อียิปต์

เหตุการณ์ลึกลับ บางสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติ หรือที่เราเรียกกันว่า “ปาฏิหาริย์” ได้กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์มานานหลายพันปี ต้นไม้หลั่ง “เลือด” ภาพเขียนร้องไห้ ไปจนถึงทะเลแยกตัวออกจากกัน อะไรจะอธิบายเหตุการณ์เหล่านี้ได้ หากไม่ใช่พระเจ้าอยู่เบื้องหลัง? แม้ว่าเหตุการณ์เหนือธรรมชาติเหล่านี้จะปรากฏเกิดขึ้นอยู่ในเรื่องราวตามพระคัมภีร์เก่าเปื้อนฝุ่น แต่ในวิถีชีวิตสมัยใหม่ของชาวอียิปต์ ดูเหมือนว่ามันจะเกิดขึ้นทุกวันตามท้องถนน ในบ้าน หรือกับธรรมชาติ ราวกับปาฏิหาริย์คือส่วนหนึ่งของชีวิตพวกเขา

เดวิด เดกเนอร์ ช่างภาพชาวอเมริกัน ถ่ายทอดเรื่องราวของ “ปาฏิหาริย์สมัยใหม่” ผ่านผลงานภาพถ่ายของเขา หลังใช้ชีวิตอยู่ในอียิปต์นาน 7 ปี โดยเหตุการณ์เหล่านี้ไม่เพียงถูกบันทึกได้ หรือเป็นที่พูดถึงในกลุ่มคนเท่านั้น แต่บางครั้งมันยังกลายเป็นรายงานข่าวระดับชาติอีกด้วย

“ชาวอียิปต์มีความเข้าใจเกี่ยวกับปาฏิหาริย์แตกต่างจากสถานที่ที่ผมโตมาโดยสิ้นเชิง” เดกเนอร์กล่าว “ผมมาจากจอร์เจีย ผมเรียนในโรงเรียนคริสต์ ที่รอบล้อมด้วยชุมชนชาวคริสต์ ปาฏิหาริย์เป็นอะไรที่ดูเหมือนว่าจะเรื่องนามธรรมที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์มากกว่าที่จะเกิดขึ้นได้ในทุกวัน”

ศาสนาเป็นสิ่งที่ฝังลึกอยู่ในวัฒนธรรมของชาวอียิปต์ และเกือบทุกคนในประเทศนี้เป็นชาวคริสต์ไม่ก็ชาวมุสลิม ด้วยเหตุนี้ “ปาฏิหาริย์” จึงเป็นเรื่องที่ฝังลึกในหัวของชาวบ้านอียิปต์

“ในอียิปต์ ผมมีเพื่อนนักมานุษยวิทยาคนหนึ่งผู้ไม่เชื่อในพระเจ้า แต่พกก้อนหินนำโชคไปไหนมาไหนด้วย” เดกเนอร์เล่าให้ฟัง “เพื่อนอีกคนหนึ่งของผม เป็นนักธรณีวิทยาที่มีชื่อเสียงมาก เขารู้ว่าก้อนหินถูกสร้างขึ้นได้อย่างไร แต่เขาก็ยังคงเชื่อว่ามีพลังของพระเจ้าสถิตอยู่ในก้อนหินเหล่านั้น หินพวกนั้นเป็นหินหายาก และพวกเขาเชื่อว่ามันเป็นสัญลักษณ์จากพระเจ้า”

อียิปต์
(ซ้าย) โธมัส ฮาร์ดวิค ผู้เชี่ยวชาญด้านอียิปต์ ถือก้อนหินนำโชคของเขาไว้ในมือ ก้อนหินถูกพันด้วยหนังสัตว์โบราณที่เขาได้มาจากร้านค้าในเมืองลักซอร์ มันเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมานานหลายร้อยปีแล้ว ที่จะพันก้อนหินนำโชคเอาไว้ด้วยหนังสัตว์ที่หาได้ยาก ทุกวันนี้โธมัสนำก้อนหินติดตัวไปด้วยทุกที่ (ขวา) Nour al-Dein Zaki นักธรณีวิทยาถือก้อนหินที่มีตัวอักษรอาหรับเกิดขึ้นตามธรรมชาติ อ่านได้ว่า “อัลลอฮ์! ไม่มีพระเจ้าองค์ใดอีกเว้นแต่เขาผู้เดียว”

เดกเนอร์ผู้เคยมีประสบการณ์จากการเป็นช่างภาพข่าว ใช้ความสามารถของเขาในการขุดคุ้ยหาเรื่องราวปาฏิหาริย์เหล่านี้ การเดินทางของเขาเริ่มต้นจากเรื่องราวปาฏิหาริย์ที่เล่าต่อๆ กันมาที่เกิดขึ้นกับหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง ไปจนถึงเมืองใหญ่, ทะเลทรายอันแห้งแล้ง และภูเขาหิน เขากระหายรู้ทุกปริศนาตลอดการเดินทาง แม้หลายครั้งในตอนจบมันจะเป็นแค่เรื่องราวปกติธรรมดาก็ตาม

บางปาฏิหาริย์เดกเนอร์พบว่ามันเป็นเพียงปรากฏการณ์ธรรมชาติเท่านั้น ต้นไม้หลั่ง “เลือด” เฉพาะวันศุกร์และวันจันทร์, อูฐมีสัญลักษณ์จากพระเจ้าประทับอยู่บนซี่โครง หรือรอยเท้าที่ว่ากันว่าเป็นของพระศาสดาโมฮัมหมัด เป็นต้น

ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติเช่นนี้ ชาวอาหรับและชาวมุสลิมเชื่อกันว่าเกิดขึ้นจากญิน สิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งตามคัมภีร์ของอัลกุรอ่าน บางครั้งผู้คนเปรียบเทียบพวกญินกับไฟที่ไม่อาจควบคุมได้ ดังนั้นเดกเนอร์จึงถ่ายทอดความเหนือธรรมชาติตามความเชื่อของพวกเขานี้ด้วยภาพของเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้

สำหรับสิ่งที่เขาต้องการจะบันทึกภาพเอาไว้ แต่รู้ดีว่าไม่อาจสัมผัสได้ สิ่งนั้นคือ “มิติที่สาม” มิติโลกของเรากับโลกของจิตวิญญาณและไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า อย่างไรก็ตามความลึกลับของมันนั้นก็เย้ายวนให้ผู้คนยังคงเชื่อมั่นต่อไป

เรื่อง อเล็กซานดร้า เกโนวา

ภาพถ่าย เดวิด เดกเนอร์

อียิปต์
เปลวเพลิงแผดเผาเหนือลานกว้างในเมืองลักซอร์ ผู้คนเชื่อกันว่ามันคือญิน สิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติตามความเชื่อของชาวอาหรับ ซึ่งสามารถทำสิ่งที่ชั่วร้ายได้หากไม่ถูกควบคุม ญินถูกเปรียบกับเปลวไฟที่มีทั้งคุณและโทษ
อียิปต์
Gabriella Goldbrunner นักบวชผู้อาศัยอยู่ในภูเขาซีนาย จุดเทียนและสวดภาวนาให้แก่รอยแยกของขุนเขา สถานที่ที่ผู้คนเชื่อกันว่าเป็นจุดที่โมเสสพบกับพระเจ้า ตามพระคัมภีร์
อียิปต์
Sheikh Fathala วัย 92 ปี ผู้นี้จดจำเนื้อหาจากอัลกุรอ่านได้หมดเมื่อเขาอายุได้ 7 ขวบ ตัวเขาเป็นที่เคารพนับถือจากการช่วยเหลือผู้อื่นและสอนอังกุรอ่านให้แก่เด็กๆ หลายรุ่น ในเมือง Esna al-Deir
อียิปต์
ทุกวันศุกร์ ผู้คนจำนวนมากจะเดินทางมาขอพรยังศาสนสถาน Seven Daughters ในเมือง Bahnasa สถานที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักดีในฐานะสถานที่เยียวยาความเจ็บปวดของผู้คน ช่วยให้มีบุตร หรือแม้แต่ช่วยให้หางานทำได้
อียิปต์
คุณพ่อ Saman จัดบริการขับไล่วิญญาณร้ายทุกๆ สัปดาห์ ในโบสถ์ของย่าน Mansheyat Nasr ที่ข้างๆ กันนั้นมีห้องที่บรรจุไปด้วยวีลแชร์และไม้ค้ำเดินของผู้คนที่หายดีแล้ว
อียิปต์
“ทุกวันศุกร์ ผู้ชายจะเดินทางไปยังมัสยิดเล็กๆ เพื่อสวดภาวนา ส่วนผู้หญิงจะนั่งรอที่ใต้ต้นไม้ซึ่งหลั่งโลหิตออกมา พวกเขารอจนกระทั่งการเทศนาจบลง” เดกเนอร์กล่าว
อียิปต์
Sheikh Nasr al-Deen หยดโลหิตจากต้นไม้ลงบนศีรษะของเด็กหญิง ผู้คนจำนวนมากมาชุมนุมรอบต้นไม้เพื่อใช้เข็มฉีดยาหรือผ้าซับเอาของเหลวสีแดงที่ซึมออกมาจากเปลือกไม้ ซึ่งนักบวชระบุว่าของเหลวนี้มีพลังในการรักษา
อียิปต์
หลังจากปีนขึ้นไปบนยอดของภูเขา Humaithera ผู้คนจะรวบรวมก้อนหินมาก่อเป็นกองๆ และภาวนากับพระเจ้าให้พวกเขาได้เดินทางไปยังเมกกะสักครั้ง หรือมีเงินสร้างบ้านใหม่
อียิปต์
หลังบานประตูที่ถูกล็อคเอาไว้ของมัสยิด Sultan Quyitbay คือรอยเท้าของศาสดาโมฮัมหมัด สุลต่านผู้นี้ร่ำรวยและมีอำนาจมาก ดังนั้นเขาจึงมีสมบัติที่ได้มาจากการแลกเปลี่ยนสินค้ากับอาณาจักรออตโตมันมากมาย เชื่อกันว่ารอยเท้านี้ได้มาจากซาอุดิอาระเบีย เมื่อครั้งที่สุลต่านไปเยือน
อียิปต์
นักบวชทำพิธีรับเข้าเป็นคริสต์ศาสนิกชนให้แก่เด็กทารก ครอบครัวชาวอียิปต์จะพาลูกๆ ของพวกเขามาเข้าพิธีและในปีต่อมาเด็กๆ ก็จะกลับมาอีกครั้งเมื่อพวกเขาเติบโตขึ้น
อียิปต์
Mossad Hanna ล้างเท้าของเขาในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ของโบสถ์ Bab al – Shareya เขาทำแบบนี้เกือบทุกวันมานานกว่า 2 ปีแล้ว เนื่องจากมีก้อนเนื้อในขาและเสี่ยงที่จะถูกตัดทิ้ง เขาเลือกที่จะทำงานในโบสถ์เพื่อที่จะล้างเท้าในบ่อน้ำนี้ได้ทุกวัน ในลักษณะเดียวกันกับที่พระเยซูและครอบครัวได้ดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์ระหว่างเดินทางผ่านอียิปต์ ทุกวันนี้เขายังต้องใช้ไม้เท้าช่วยเดิน แต่เขาบอกว่ารู้สึกได้ว่าขาของตนแข็งแรงขึ้น
อียิปต์
ในบ้านของ Sheikh Bastawi Muhammad บานประตูบานเล็กถูกล็อคเอาไว้ พร้อมด้วยหนังสือที่เกี่ยวข้องกับเวทมนต์คาถาและการทำงานร่วมกับญิน

 

อ่านเพิ่มเติม

สุดยอดภาพถ่ายที่จะทำให้คุณอยาก เที่ยวอียิปต์

 

เรื่องแนะนำ

Hybrid Job ทักษะงานในวันนี้และอนาคต

งานแบบผสมผสาน (Hybrid Job) คืองานที่มีการหลอมรวมกันระหว่างเทคโนโลยีและทักษะยุคใหม่ ขอบคุณภาพจาก https://pxhere.com/en/photo/1452897 การเข้ามาของเทคโนโลยีเปลี่ยนลักษณะของงานที่เคยเป็นมาในอดีต จากที่เราเคยเชี่ยวชาญในทักษะงานเพียงด้านเดียว ในขณะนี้ผู้ประกอบการต้องการให้พนักงานยุคใหม่มีทักษะหลากหลายในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หากเรามองไปยังตลาดแรงงานในยุคนี้ คุณอาจพบว่าหลายบริษัทพยายามกำหนดคุณสมบัติพนักงานในตำแหน่งเดียวที่มีความหลากหลายมากขึ้น และไม่ได้ขึ้นอยู่กับทักษะทางวิชาชีพที่อิงกับสาขาวิชาที่สำเร็จการศึกษามาเพียงอย่างเดียว อาชีพนักการตลาดในสมัยนี้อาจต้องมีทักษะการวิเคราะห์ทางสถิติ วิศวกรซอฟต์แวร์หรือพนักงานไอที จากที่คุ้นเคยกับโครงสร้างระบบแล้ว ยังต้องมีทักษะในเชิงออกแบบ การสร้างภาพและแผนผัง (Visualization) และทักษะของการทำงานเป็นทีมด้วยเช่นกัน เราอาจกล่าวได้ว่านี่คือกระแสของการทำงานทั้งในยุคสมัยนี้และต่อไปในอนาคต กระแสการทำงานนี้เราเรียกว่า งานแบบผสมผสาน (Hybrid Job) ซึ่งมีความหมายว่างานที่มีการหลอมรวมกันระหว่างเทคโนโลยีและทักษะยุคใหม่ งานแบบผสมผสานเกิดขึ้นในช่วงที่เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตมนุษย์มากขึ้น แน่นอนว่าสิ่งนี้ทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้น แต่มันก็ทำให้เกิดความคาดหวังความสามารถและพัฒนาทักษะใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน โดยกระแสของงานแบบผสมผสานในโลกตะวันตกนั้นมีมานานแล้ว และปัจจุบันมีอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีการคาดการณ์ว่างานที่มีลักษณะแบบผสมผสานมีเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 21 ในอีก 10 ปีข้างหน้า ตัวอย่างของงานแบบผสมผสาน เช่น นักพัฒนาแอปพลิเคชันในมือถือ โดยงานนี้ไม่เคยมีมาก่อนจนกระทั่งสมาร์ตโฟนเปิดตัวในช่วงทศวรรษที่แล้ว แน่นอนว่างานนี้ต้องอาศัยทักษะการเขียนโปรแกรมและการพัฒนาซอฟต์แวร์ การออกแบบส่วนต่อประสานกับผู้ใช้ (User interface design) การสร้างสรรค์เนื้อหาที่น่าสนใจ และการทำการตลาดด้วยเช่นกัน บริษัทซอฟต์แวร์ Burning Glass ของสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ในปี 2010 ตลาดแรงงานมีตำแหน่งงานประมาณ 150 […]

รายากับมังกรตัวสุดท้าย : ดิสนีย์นำเสนอความเป็นอาเซียนในแอนิเมชันอย่างไร

เป็นครั้งแรกที่ดิสนีย์ได้นำเสนอเรื่องราวของตัวละครเจ้าหญิงจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่าน รายา กับมังกรตัวสุดท้าย ทว่า ภาพยนตร์เรื่องสามารถแสดงออกถึงวัฒนธรรมจากภูมิภาคนี้ได้ดีเพียงใด เรื่องราวในดินแดนจินตนาการ การต่อสู้ฝ่าฝันอุปสรรคของตัวละครเอก เพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ปรารถนาในจิตใจ คือสูตรสำเร็จในการเล่าเรื่องของภาพยนตร์จากดิสนีย์หลายต่อหลายเรื่องด้วยกัน บ่อยครั้งเช่นเดียวกันที่ดินแดนในจินตนาการเหล่านั้นถูกสร้างขึ้นมาจากภูมิภาคหรือประเทศที่ใกล้เคียงกับโลกความเป็นจริงอย่าง ผจญภัยตำนานหมู่เกาะทะเลใต้  (Moana) ที่เชื่อว่านำมาต้นแบบมาจากประเทศแถบหมู่เกาะในเขตโอเชียเนีย มหาสมุทรแปซิฟิก อะลาดิน จากภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือมู่หลาน ที่เชื่อว่าเป็นวีรสตรีต้นแบบจากประเทศจีนยุคโบราณ และหลังจากในรอบ 90 ปี การก่อตั้งสตูดิโอ ดิสนีย์ได้สร้างภาพยนตร์แอนิเมชันที่นำฉากหลังจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นครั้งแรก นั่นคือภาพยนตร์เรื่อง  รายากับมังกรตัวสุดท้าย (Raya and the Last Dragon)  ที่ทางทีมผู้สร้างกล่าวว่าได้รับแรงบันดาลใจจากการได้เดินทางไปในภูมิภาคดังกล่าว รายากับมังกรตัวสุดท้าย เล่าเรื่องถึงนครสมมติที่ชื่อว่า คูมันตรา ที่ครั้งหนึ่งเป็นนครที่ทั้งมนุษย์และมังกรอยู่ร่วมกันเมื่อ 500 ปีก่อน โดยมังกรเป็นผู้ดูแลและดลบันดาลให้เกิดความอุดมสมบูรณ์บนโลก จนกระทั่งมีปีศาจที่ชื่อว่า ‘ดรูน’ ที่มีลักษณะคล้ายหมอกควันเข้ามาทำร้ายมนุษย์ ทำให้เผ่าพันธุ์มังกรต้องเสียสละตัวเองเพื่อปกป้องมนุษย์และโลกใบนี้ไว้ ทิ้งไว้เพียงอัญมณีมังกร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเปรียบเสมือนตัวแทนแห่งพลังจากมังกรที่คอยปกปักโลกนี้เอาไว้เบื้องหลัง แต่ตามตำนาน ยังมีมังกรตัวสุดท้ายที่ชื่อว่า ซิซู ที่ยังคงหลับใหลและซ่อนตัวอยู่หลังจากเหตุการณ์เสียสละของเผ่าพันธุ์ครั้งนั้น ทว่าหลังจากนั้น ผู้คนในนครคูมันตราเกิดความขัดแย้งจนต้องแตกตัวเองออกเป็น 5 เผ่าใหญ่ และมีการแย่งชิงอัญมณีดังกล่าวซึ่งถูกเก็บรักษาไว้โดยเจ้าเมืองเบญจา เจ้าเมืองผู้มีความฝันว่าต้องการรวมผู้คนจาก 5 […]

เฉลิมฉลองเทศกาลหน้าร้อนในยาคุสตค์ เมืองที่หนาวที่สุดในโลก

(ภาพปก) The Algyschyt หรือผู้ทำพิธี กำลังวิงวอนต่อดวงอาทิตย์และบรรดาเทพเจ้าในพิธีเปิดเทศกาลฤดูร้อนที่ Us Khatyn ที่ตั้งอยู่นอกเมือง ยาคุสตค์ เทศกาลในวันครีษมายันนี้มีผู้เข้าร่วมราวสองแสนคนจากภูมิภาคไซบีเรียและที่อื่นๆ เมือง ยาคุสตค์ เฉลิมฉลองการมาถึงของหน้าร้อนด้วยการจัดเทศกาลอันยิ่งใหญ่ที่ควรค่าแก่การไปเยือน คนส่วนใหญ่รู้จัก ยาคุสตค์ ในฐานะเมืองที่มีฤดูหนาวอันหฤโหด แต่ทว่า ในเมืองนี้ก็มีฤดูร้อนที่แสงแดดสว่างจ้า และดึงดูดนักท่องเที่ยวนับร้อยนับพัน ยาคุสตค์เป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐซาฮา (คนส่วนใหญ่รู้จักกันในชื่อ ยาคุเทีย) ภูมิภาคไซบีเรียตะวันออกไกล พื้นที่เมืองแผ่ขยายตามภูเขา แม่น้ำ และป่าสนไทกาที่มีขนาดเท่าประเทศอินเดีย ในยามหน้าหนาว อุณหภูมิอาจลดลงถึง –57 องศาเซลเซียส แต่ในยามหน้าร้อน อุณหภูมิจะอยู่ที่ราว 21 องศาเซลเซียส ยาคุสตค์เป็นเจ้าของสถิติทั้งเมืองที่หนาวที่สุดในโลก และเมืองที่มีความแตกต่างทางอุณหภูมิมากที่สุดในโลก ความท้าทายนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวผู้กระตือรือร้นที่จะทดสอบตัวเองในความหนาวที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม ในยามร้อน ยาคุสคต์ก็เหมาะแก่การมาเยือนในช่วงเทศกาลหน้าร้อนเพื่อให้ได้สัมผัสกับวัฒนธรรมที่มีสีสัน เทศกาลแห่งจิตวิญญาณ ผู้คนในยาคุเทียล้วนมีความคิดว่าธรรมชาติดำรงอยู่พร้อมจิตวิญญาณ ชาวเมืองยาคุตสค์ถือเอาวันครีษมายัน (วันที่มีกลางวันยาวนานที่สุดของปี) เป็นวันจัดเทศกาลฤดูร้อน (Holiday of Ysyakh หรือ Ysyakh Festival) เพื่อเป็นเกียรติกับธรรมชาติและเทพเจ้า และเฉลิมฉลองการเริ่มต้นใหม่และความอุดมสมบูรณ์ โดยเทศกาลฤดูร้อนที่ใหญ่ที่สุดจัดขึ้นที่ Us Khatyn […]

วิถีหลอมรวมเชื้อชาติ ศาสนา และพหุวัฒนธรรมอันน่าอัศจรรย์ในสิงคโปร์

จากความหลากหลายของชุมชนและการหลอมหลวม พหุวัฒนธรรม เราจะสามารถอธิบายมรดกทางวัฒนธรรมอันโดดเด่นของชนชาติสิงคโปร์ได้อย่างไร หากเดินเตร็ดแตร่ไปยังถนน Telok Ayer ผ่านย่านร้านกาแฟอันคึกคัก แผงขายอาหาร และภัตตาคาร ก็จะพบกับอากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นกรุ่นของกาแฟและเครื่องเทศ ทันใดนั้น ก็จะได้พบกับกลุ่มควันธูปที่ฟุ้งออกมาจากวัดที่แทรกตัวอยู่ในสัญลักษณ์ความเป็นเมืองใหญ่และความเป็น พหุวัฒนธรรม แบบร่วมสมัย วัด Thian Hock Keng และวัด Yueh Hai Ching ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเล สร้างขึ้นเพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของชุมชนชาวจีนฮกเกี้ยนและแต้จิ๋วตามลำดับ และใกล้ๆ กัน มีมัสยิด Al-Abrar และโบสถ์เมโธดิสท์จีน เป็นประจักษ์พยานของการเติบโตทั้งทางกายภาพ จิตวิญญาณ และวัฒนธรรมของสิงคโปร์ นับตั้งแต่การก่อตั้งในฐานะท่าเรือเพื่อการค้าขายในปี 1819 บรรดาผู้อพยพต่างหลั่งไหลเข้ามายังเกาะแห่งนี้พร้อมความหวังว่าจะมีชีวิตที่ดีกว่า พวกเขาเริ่มก่อตั้งธุรกิจเพื่อการค้าขาย สร้างรากฐาน วางกรอบสำหรับชุมชนใหม่ เพื่อปักหลักและเริ่มการก่อกำเนิดสังคมพหุวัฒนธรรมของสิงคโปร์ เนื่องจากความหลากหลายทางศาสนาที่เกิดขึ้นในสิงคโปร์ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายเทศกาลเฉลิมฉลองกลายมาเป็นการเฉลิมฉลองร่วมกันในชุมชม สักสินาห์ ครูสอนฟิตเนสชาวมุสลิมเชื้อสายอินเดียและมาเลย์ได้เข้าร่วมการถือศีลอดในช่วงเดือนรอมฎอน และเฉลิมฉลองวันฮารีรายอ อีดิลฟิตรี อันเป็นวันที่สิ้นสุดช่วงเวลาการถือศีลอดของชาวมุสลิมในสิงคโปร์ “ในช่วงวันฮารีรายอ ทั้งครอบครัวและญาติๆ ของฉันไปรวมตัวกันที่บ้านของญาติ ซึ่งเหมือนเป็นจุดศูนย์กลาง เราไม่ต้องไปที่อื่นเลยค่ะ” เธอกล่าว สักสินาห์ยังคงเฉลิมฉลองวันตรุษจีนกับเพื่อนๆ ชาวจีนที่เติบโตมาด้วยกัน และเคยเล่นไพ่นกกระจอกด้วยกัน […]