ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นทุกวันในอียิปต์ - National Geographic Thailand

ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นทุกวันในอียิปต์

Sheikh Sabat สวดภาวนาให้เด็กชายที่มีปัญหานอนไม่หลับ กระบวนการนั้นเรียบง่ายประกอบด้วยผู้มีปัญหา, นักบวช และบทสวดภาวนาจากคัมภีร์อัลกุรอ่านที่คัดลอกลงไปในกระดาษ โดยผู้เป็นพ่อได้รับคำสั่งให้ต้มกระดาษดังกล่าวลงไปในชา ให้ลูกของเขาดื่ม

ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นทุกวันใน อียิปต์

เหตุการณ์ลึกลับ บางสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติ หรือที่เราเรียกกันว่า “ปาฏิหาริย์” ได้กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์มานานหลายพันปี ต้นไม้หลั่ง “เลือด” ภาพเขียนร้องไห้ ไปจนถึงทะเลแยกตัวออกจากกัน อะไรจะอธิบายเหตุการณ์เหล่านี้ได้ หากไม่ใช่พระเจ้าอยู่เบื้องหลัง? แม้ว่าเหตุการณ์เหนือธรรมชาติเหล่านี้จะปรากฏเกิดขึ้นอยู่ในเรื่องราวตามพระคัมภีร์เก่าเปื้อนฝุ่น แต่ในวิถีชีวิตสมัยใหม่ของชาวอียิปต์ ดูเหมือนว่ามันจะเกิดขึ้นทุกวันตามท้องถนน ในบ้าน หรือกับธรรมชาติ ราวกับปาฏิหาริย์คือส่วนหนึ่งของชีวิตพวกเขา

เดวิด เดกเนอร์ ช่างภาพชาวอเมริกัน ถ่ายทอดเรื่องราวของ “ปาฏิหาริย์สมัยใหม่” ผ่านผลงานภาพถ่ายของเขา หลังใช้ชีวิตอยู่ในอียิปต์นาน 7 ปี โดยเหตุการณ์เหล่านี้ไม่เพียงถูกบันทึกได้ หรือเป็นที่พูดถึงในกลุ่มคนเท่านั้น แต่บางครั้งมันยังกลายเป็นรายงานข่าวระดับชาติอีกด้วย

“ชาวอียิปต์มีความเข้าใจเกี่ยวกับปาฏิหาริย์แตกต่างจากสถานที่ที่ผมโตมาโดยสิ้นเชิง” เดกเนอร์กล่าว “ผมมาจากจอร์เจีย ผมเรียนในโรงเรียนคริสต์ ที่รอบล้อมด้วยชุมชนชาวคริสต์ ปาฏิหาริย์เป็นอะไรที่ดูเหมือนว่าจะเรื่องนามธรรมที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์มากกว่าที่จะเกิดขึ้นได้ในทุกวัน”

ศาสนาเป็นสิ่งที่ฝังลึกอยู่ในวัฒนธรรมของชาวอียิปต์ และเกือบทุกคนในประเทศนี้เป็นชาวคริสต์ไม่ก็ชาวมุสลิม ด้วยเหตุนี้ “ปาฏิหาริย์” จึงเป็นเรื่องที่ฝังลึกในหัวของชาวบ้านอียิปต์

“ในอียิปต์ ผมมีเพื่อนนักมานุษยวิทยาคนหนึ่งผู้ไม่เชื่อในพระเจ้า แต่พกก้อนหินนำโชคไปไหนมาไหนด้วย” เดกเนอร์เล่าให้ฟัง “เพื่อนอีกคนหนึ่งของผม เป็นนักธรณีวิทยาที่มีชื่อเสียงมาก เขารู้ว่าก้อนหินถูกสร้างขึ้นได้อย่างไร แต่เขาก็ยังคงเชื่อว่ามีพลังของพระเจ้าสถิตอยู่ในก้อนหินเหล่านั้น หินพวกนั้นเป็นหินหายาก และพวกเขาเชื่อว่ามันเป็นสัญลักษณ์จากพระเจ้า”

อียิปต์
(ซ้าย) โธมัส ฮาร์ดวิค ผู้เชี่ยวชาญด้านอียิปต์ ถือก้อนหินนำโชคของเขาไว้ในมือ ก้อนหินถูกพันด้วยหนังสัตว์โบราณที่เขาได้มาจากร้านค้าในเมืองลักซอร์ มันเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมานานหลายร้อยปีแล้ว ที่จะพันก้อนหินนำโชคเอาไว้ด้วยหนังสัตว์ที่หาได้ยาก ทุกวันนี้โธมัสนำก้อนหินติดตัวไปด้วยทุกที่ (ขวา) Nour al-Dein Zaki นักธรณีวิทยาถือก้อนหินที่มีตัวอักษรอาหรับเกิดขึ้นตามธรรมชาติ อ่านได้ว่า “อัลลอฮ์! ไม่มีพระเจ้าองค์ใดอีกเว้นแต่เขาผู้เดียว”

เดกเนอร์ผู้เคยมีประสบการณ์จากการเป็นช่างภาพข่าว ใช้ความสามารถของเขาในการขุดคุ้ยหาเรื่องราวปาฏิหาริย์เหล่านี้ การเดินทางของเขาเริ่มต้นจากเรื่องราวปาฏิหาริย์ที่เล่าต่อๆ กันมาที่เกิดขึ้นกับหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง ไปจนถึงเมืองใหญ่, ทะเลทรายอันแห้งแล้ง และภูเขาหิน เขากระหายรู้ทุกปริศนาตลอดการเดินทาง แม้หลายครั้งในตอนจบมันจะเป็นแค่เรื่องราวปกติธรรมดาก็ตาม

บางปาฏิหาริย์เดกเนอร์พบว่ามันเป็นเพียงปรากฏการณ์ธรรมชาติเท่านั้น ต้นไม้หลั่ง “เลือด” เฉพาะวันศุกร์และวันจันทร์, อูฐมีสัญลักษณ์จากพระเจ้าประทับอยู่บนซี่โครง หรือรอยเท้าที่ว่ากันว่าเป็นของพระศาสดาโมฮัมหมัด เป็นต้น

ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติเช่นนี้ ชาวอาหรับและชาวมุสลิมเชื่อกันว่าเกิดขึ้นจากญิน สิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งตามคัมภีร์ของอัลกุรอ่าน บางครั้งผู้คนเปรียบเทียบพวกญินกับไฟที่ไม่อาจควบคุมได้ ดังนั้นเดกเนอร์จึงถ่ายทอดความเหนือธรรมชาติตามความเชื่อของพวกเขานี้ด้วยภาพของเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้

สำหรับสิ่งที่เขาต้องการจะบันทึกภาพเอาไว้ แต่รู้ดีว่าไม่อาจสัมผัสได้ สิ่งนั้นคือ “มิติที่สาม” มิติโลกของเรากับโลกของจิตวิญญาณและไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า อย่างไรก็ตามความลึกลับของมันนั้นก็เย้ายวนให้ผู้คนยังคงเชื่อมั่นต่อไป

เรื่อง อเล็กซานดร้า เกโนวา

ภาพถ่าย เดวิด เดกเนอร์

อียิปต์
เปลวเพลิงแผดเผาเหนือลานกว้างในเมืองลักซอร์ ผู้คนเชื่อกันว่ามันคือญิน สิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติตามความเชื่อของชาวอาหรับ ซึ่งสามารถทำสิ่งที่ชั่วร้ายได้หากไม่ถูกควบคุม ญินถูกเปรียบกับเปลวไฟที่มีทั้งคุณและโทษ
อียิปต์
Gabriella Goldbrunner นักบวชผู้อาศัยอยู่ในภูเขาซีนาย จุดเทียนและสวดภาวนาให้แก่รอยแยกของขุนเขา สถานที่ที่ผู้คนเชื่อกันว่าเป็นจุดที่โมเสสพบกับพระเจ้า ตามพระคัมภีร์
อียิปต์
Sheikh Fathala วัย 92 ปี ผู้นี้จดจำเนื้อหาจากอัลกุรอ่านได้หมดเมื่อเขาอายุได้ 7 ขวบ ตัวเขาเป็นที่เคารพนับถือจากการช่วยเหลือผู้อื่นและสอนอังกุรอ่านให้แก่เด็กๆ หลายรุ่น ในเมือง Esna al-Deir
อียิปต์
ทุกวันศุกร์ ผู้คนจำนวนมากจะเดินทางมาขอพรยังศาสนสถาน Seven Daughters ในเมือง Bahnasa สถานที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักดีในฐานะสถานที่เยียวยาความเจ็บปวดของผู้คน ช่วยให้มีบุตร หรือแม้แต่ช่วยให้หางานทำได้
อียิปต์
คุณพ่อ Saman จัดบริการขับไล่วิญญาณร้ายทุกๆ สัปดาห์ ในโบสถ์ของย่าน Mansheyat Nasr ที่ข้างๆ กันนั้นมีห้องที่บรรจุไปด้วยวีลแชร์และไม้ค้ำเดินของผู้คนที่หายดีแล้ว
อียิปต์
“ทุกวันศุกร์ ผู้ชายจะเดินทางไปยังมัสยิดเล็กๆ เพื่อสวดภาวนา ส่วนผู้หญิงจะนั่งรอที่ใต้ต้นไม้ซึ่งหลั่งโลหิตออกมา พวกเขารอจนกระทั่งการเทศนาจบลง” เดกเนอร์กล่าว
อียิปต์
Sheikh Nasr al-Deen หยดโลหิตจากต้นไม้ลงบนศีรษะของเด็กหญิง ผู้คนจำนวนมากมาชุมนุมรอบต้นไม้เพื่อใช้เข็มฉีดยาหรือผ้าซับเอาของเหลวสีแดงที่ซึมออกมาจากเปลือกไม้ ซึ่งนักบวชระบุว่าของเหลวนี้มีพลังในการรักษา
อียิปต์
หลังจากปีนขึ้นไปบนยอดของภูเขา Humaithera ผู้คนจะรวบรวมก้อนหินมาก่อเป็นกองๆ และภาวนากับพระเจ้าให้พวกเขาได้เดินทางไปยังเมกกะสักครั้ง หรือมีเงินสร้างบ้านใหม่
อียิปต์
หลังบานประตูที่ถูกล็อคเอาไว้ของมัสยิด Sultan Quyitbay คือรอยเท้าของศาสดาโมฮัมหมัด สุลต่านผู้นี้ร่ำรวยและมีอำนาจมาก ดังนั้นเขาจึงมีสมบัติที่ได้มาจากการแลกเปลี่ยนสินค้ากับอาณาจักรออตโตมันมากมาย เชื่อกันว่ารอยเท้านี้ได้มาจากซาอุดิอาระเบีย เมื่อครั้งที่สุลต่านไปเยือน
อียิปต์
นักบวชทำพิธีรับเข้าเป็นคริสต์ศาสนิกชนให้แก่เด็กทารก ครอบครัวชาวอียิปต์จะพาลูกๆ ของพวกเขามาเข้าพิธีและในปีต่อมาเด็กๆ ก็จะกลับมาอีกครั้งเมื่อพวกเขาเติบโตขึ้น
อียิปต์
Mossad Hanna ล้างเท้าของเขาในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ของโบสถ์ Bab al – Shareya เขาทำแบบนี้เกือบทุกวันมานานกว่า 2 ปีแล้ว เนื่องจากมีก้อนเนื้อในขาและเสี่ยงที่จะถูกตัดทิ้ง เขาเลือกที่จะทำงานในโบสถ์เพื่อที่จะล้างเท้าในบ่อน้ำนี้ได้ทุกวัน ในลักษณะเดียวกันกับที่พระเยซูและครอบครัวได้ดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์ระหว่างเดินทางผ่านอียิปต์ ทุกวันนี้เขายังต้องใช้ไม้เท้าช่วยเดิน แต่เขาบอกว่ารู้สึกได้ว่าขาของตนแข็งแรงขึ้น
อียิปต์
ในบ้านของ Sheikh Bastawi Muhammad บานประตูบานเล็กถูกล็อคเอาไว้ พร้อมด้วยหนังสือที่เกี่ยวข้องกับเวทมนต์คาถาและการทำงานร่วมกับญิน

 

อ่านเพิ่มเติม

สุดยอดภาพถ่ายที่จะทำให้คุณอยาก เที่ยวอียิปต์

 

เรื่องแนะนำ

ตามรอยอาณานิคมที่สาบสูญแห่งโรอาโนก

พวกเขาเปรียบได้กับนักบินอวกาศ ในยุคเอลิซาเบทของอังกฤษ และผู้ล่าอาณานิคมแห่งโลกใหม่ ก่อนจะสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยหลังละทิ้งถิ่นฐานบนเกาะโรอาโนก

ทำโมจิแบบคนญี่ปุ่น

ทำโมจิแบบคนญี่ปุ่น เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วที่ Shoichi Sugiyama ได้แบ่งปันสูตรและวิธีการทำขนมโมจิแบบชาวญี่ปุ่นแท้ๆ ให้แก่ผู้คนที่สนใจในเมืองซีแอตเทิล ขั้นตอนของเขาเริ่มต้นด้วยการหุงข้าวญี่ปุ่นนาน 30 – 40 นาทีจนข้าวสุก จากนั้นนำข้าวร้อนๆ มาตำในครกซึ่งต้องใช้ความร่วมแรงร่วมใจอย่างมากในขั้นตอนนี้ เมื่อตำไปเรื่อยๆ ก็จะได้ก้อนแป้งเหนียวๆ จากนั้นนำก้อนแป้งที่ได้มาตัดแบ่งพอดีคำก็จะได้โมจิแบบดั้งเดิม “การตำโมจิในตอนที่มันกำลังร้อนๆ เป็นช่วงเวลาที่พิเศษครับ เพราะจะได้พูดคุยกับญาติหรือเพื่อนบ้านที่มาช่วยทำโมจิ” Sugiyama กล่าว ทั้งนี้เชื่อกันว่าโมจิมีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน ก่อนที่จะแพร่หลายไปยังญี่ปุ่นและเกาหลีในช่วงศตวรรษที่ 10 ซึ่งในเกาหลีจะเรียกว่า “ต็อก”   อ่านเพิ่มเติม บริการร้องไห้กับหนุ่มหล่อในญี่ปุ่น

ฟาโรห์แฮตเชปซุต จอมกษัตรีแห่งอียิปต์

การค้นพบทางโบราณคดีและวิทยาศาสตร์ช่วยกันปะติดปะต่อหลักฐานจนนำไปสู่การค้นพบมัมมี่ ฟาโรห์แฮตเชปซุต (Hatshepsut) หญิงเหล็กจอมกษัตรีแห่งอียิปต์โบราณ

Explorer Awards 2018: กรุณา บัวคำศรี

กรุณา บัวคำศรี นักข่าวผู้มากประสบการณ์ และกล้าหาญในการนำเสนอเรื่องราวของผู้คนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นซ่องโสเภณีเก่าแก่ในบังกลาเทศ หรือพื้นที่สงครามอย่างโมซูล ในอิรัก