ประเพณีก่อพระเจดีย์ทรายที่ชุมชนเมงตาสุและโมงติสุ เมืองมัณฑะเลย์ : ร่องรอยเชลย ไทยสมัยอยุธยา - National Geographic Thailand

ประเพณีก่อพระเจดีย์ทรายที่ชุมชนเมงตาสุและโมงติสุ เมืองมัณฑะเลย์ : ร่องรอยเชลย ไทยสมัยอยุธยา

เรื่องและภาพ นภัทร อุทัยฉาย (รางวัลชมเชยโครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7)

ชุมนเมงตาสุและโมงติสุตั้งอยู่เลียบคลองชะเวตะชอง ทางทิศใต้ของตัวเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา หลักฐานทางประวัติศาสตร์ของเมียนมาระบุว่า บริเวณนี้เคยเป็นหนึ่งในถิ่นฐานของเชลยสงครามจากกรุงศรีอยุธยาและเชียงใหม่ซึ่งถูกกวาดต้อนมาเมื่อครั้งเสียกรุงฯ ครั้งที่ 2 ใน พ.ศ. 2310  เชลยศึกที่เคยอาศัยอยู่บริเวณนี้เป็นชนชั้นสูงฝ่ายชายและข้าราชบริพาร ได้จัดงานประเพณีก่อพระเจดีย์ทรายตามแบบวัฒนธรรมของตนเองมาตั้งแต่รัชกาลของพระเจ้าปดุง กษัตริย์พม่า และสืบทอดต่อกันมาจวบจนปัจจุบัน  ทุกปีประเพณีก่อเจดีย์ทรายจะจัดขึ้นในช่วงวันขึ้นปีใหม่ (13 เมษายน)

ในวันแรกของเทศกาล ชาวบ้านจะรื้อพระเจดีย์ทรายองค์เดิมที่สร้างเมื่อปีก่อน  วันที่สองจะช่วยกันนำทรายมาสร้างเจดีย์ที่สูงราวสามเมตรขึ้นใหม่ให้เสร็จภายในหนึ่งวัน  แล้วพักหนึ่งวัน ก่อนนิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธี สวดมนต์ ถวายภัตตาหาร และจัดงานเฉลิมฉลองกันอย่างครื้นเครงในวันรุ่งขึ้น  ต่อมาเดือนพฤษภาคม ในช่วงวันวิสาขบูชา จะมีงานก่อพระเจดีย์ทรายขึ้นอีกครั้งที่ชุมชนโมงติสุ ซึ่งห่างจากชุมชนเมงตาสุไปทางทิศเหนือประมาณ 2 กิโลเมตร  งานทั้งสองแม้จะคล้ายคลึง แต่ก็มีความแตกต่าง  แม้ทุกวันนี้แทบไม่มีชาวชุมชนคนใดที่มีเทือกเถาเหล่ากอชาวโยเดียอย่างชัดเจน แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขารู้และเข้าใจดี คือ “เตโปงเซตี” และประเพณีก่อพระเจดีย์ทราย อันไม่ใช่ธรรมเนียมของชาวเมียนมาทั่วไป และเป็นวิถีของบรรพชนที่ต้องดำรงรักษาให้คงอยู่สืบไป

อังวะ อดีตราชธานีของพม่าที่เคยพิชิตและกวาดต้อนชาวอยุธยามาเป็นเชลยกลายเป็นเมืองร้างหลังการย้ายราชธานีเมื่อหลายร้อยปีก่อน
หญิงชาวชุมชนเมงตาสุกำลังเดินข้ามคลองชะเวตะชอง สายน้ำสำคัญของเชลยโยเดียในสมัยโบราณ ปัจจุบันกลายเป็นเพียงที่ระบายน้ำเสีย
บรรยากาศคึกคักของยะแหงเซ หรือตลาดระแหง เชื่อกันว่าที่นี่เคยเป็นย่านการค้าสำคัญของเชลยไทย
กลุ่มเด็กวัยรุ่นที่ชุมชนเมงตาสุกำลังผสมท่ง ส่วนผู้ใหญ่กำลังเร่งก่อพระเจดีย์ทรายให้เสร็จทันภายในหนึ่งวัน
ชายหนุ่มชาวเมียนมาช่วยกันตบอัดฐานเจดีย์ทรายให้แน่นกันอย่างขะมักขะเม้นในชุมชนเมงตาสุ
ชาวชุมชนโมงติสุกำลังกำลังพระเจดีย์ทราย ในขณะที่มีการทรงเจ้าและจัดงานสังสรรค์กันอย่างครื้นเครง
ดอ เซน เซน หญิงวัย 68 ปี ที่ชุมชนโมงติสุ อ้างว่าตนมีเชื้อสายไทยจากคำบอกเล่าของบรรพบุรุษแต่ไม่แน่ใจว่ามาจากที่ใด
อู ทัน ทุน ผู้สูงอายุวัย 81 ปี แห่งชุมชนเมงตาสุกำลังยืนชมพระเจดีย์ทรายที่เพิ่งสร้างเสร็จและประดับประดาอย่างสวยงามด้วยไฟหลากสี
เด็กน้อยปั่นจักรยานกลับบ้านผ่านพระเจดีย์ทรายขนาดเล็กใกล้คลองชะเวตะชอง แต่ที่นี่จะไม่มีการจัดงานเทศกาลเหมือนที่อื่น

 

เรื่องแนะนำ

ทำไมตัวตลกจึงพบได้ทุกที่ในเม็กซิโก?

เมื่อ ลูคาน อกุสตี ช่างภาพชาวอาร์เจนตินาย้ายที่อยู่เข้าไปในเม็กซิโก เธอต้องพบกับเทศกาลทางศาสนามากมายที่เกิดขึ้นตลอดปี “ศาสนามีอยู่ทุกที่ค่ะ” เธอกล่าว อกุสตี ผู้นิยามตนเองว่า เธอเป็นคนที่ไม่เชื่อในพระเจ้า รู้สึกหลงใหลไปกับเหล่าตัวละครจำลองในการเฉลิมฉลองสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ ตามโบสถ์ท้องถิ่น รวมถึงวันแห่งความตาย การบันทึกสารคดีที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมผสมของชาวคริสต์และชนพื้นเมือง จึงกลายมาเป็นหัวใจหลักในการทำงานของเธอ ในขณะที่กำลังเยื่ยมชมเมืองโคอาเทเปก ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐเบรากรุซ เธอเดินผ่านขบวนแห่ที่ประกอบด้วยนักบวช วงดุริยางค์ประจำโรงเรียน และกลุ่มตัวตลกในหน้ากากสีสันสดใสที่กำลังเต้นรำ อกุสตีรู้สึกทึ่งไปกับสิ่งที่เธอเห็น ภายใต้หน้ากากเหล่านั้นมีทั้งผู้ชาย ผู้หญิงและเด็ก เธอเพิ่งจะเรียนรู้ว่าผู้คนเหล่านี้กำลังสืบสานประเพณีเก่าแก่ที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ยุคล่าอาณานิคมของชาวสเปน และเพิ่งจะได้รับการรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่เมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมา ผู้คนจำนวนมากที่เต้นรำอยู่นั้นเต้นเพื่อพระแม่กัวดาลูเป หรือพระแม่มารี เพื่อแลกกับความโชคดีในชีวิต ตัวตลกแต่ละตัว หรือแต่ละทีมมีเสื้อผ้าและคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกัน พวกเขาโพสต์ท่าถ่ายภาพบนฉากผ้าสีสันสดใส ซึ่งเป็นผ้าชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในการทำชุด “ผ้าของพวกเขาสวยงามและเต็มไปด้วยสีสัน ในขณะเดียวกันหากคุณมองไปที่เสื้อผ้าของพวกเขาจะพบว่าเสื้อผ้าถูกทำมาจากเศษผ้าเก่า หรือไม่ได้ใช้แล้ว” อกุสตีกล่าว โดยมองว่าการแต่งกายทำนองนี้เป็นการสะท้อนถึงวิถีชีวิตจริงของชาวเม็กซิโกและชาวละติน อเมริกา ที่ซึ่งความยากจนถูกเก็บซ่อนเอาไว้ผ่านงานเทศกาล ในอดีตตัวตลกเหล่านี้จะถูกแสดงโดยชายชรา แต่ในปัจจุบัน ผู้สวมบทบาทเป็นตัวตลกส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่หรือเด็กๆ ที่มาร่วมงานพร้อมกับพ่อ “เบรากรุซเป็นหนึ่งในรัฐที่อันตรายที่สุดของเม็กซิโก” เธอกล่าว โดยหมายถึงความรุนแรงและปัญหายาเสพติดที่เกิดขึ้นในภูมิภาค การแต่งกายเป็นตัวตลกนี้จึงมีส่วนช่วยให้เด็กๆ ได้ทำกิจกรรมในทางบวก รวมถึงยังเป็นการรักษาประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ให้คงอยู่ต่อไป เรื่อง อเล็กซา คีเฟอร์ ภาพ ลูคาน อกุสตี […]

ชมฝีมือการวาดแผนที่ของเด็กๆ ที่ชนะการประกวดระดับโลก

โครงการประกวดภาพวาดแผนที่ในปีนี้ (Barbara Petchenik Children’s Map Competition 2017) ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม ผลงานจากเด็กๆจำนวนเกือบ200 คนจาก 34 ประเทศมีตั้งแต่ฝีมือระดับน่ารักน่าชัง ไปจนถึงฝีมือระดับแพรวพราว หลังผลการตัดสินโดย ICA ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกได้รวบรวมผลงานเข้าตาที่ชนะรางวัลมาให้ได้ชมกัน โดยในที่นี้ผลงานที่ผู้วาดมีอายุน้อยที่สุดเป็นของ หนูน้อยวัย 3 ขวบจากบัลแกเรีย สำหรับธีมของการประกวดในปีนี้คือ “ฉันรักแผนที่” แน่นอนว่าศิลปินรุ่นจิ๋วหลายคนใช้สัญลักษณ์รูปหัวใจเป็นสื่อกลางในที่นี้รวมถึง Colegio Arturo Soria วัย 12 ขวบจากสเปน ที่วาดภพของแผนที่พับเป็นรูปหัวใจ และในส่วนของรางวัลความคิดสร้างสรรค์ในปีนี้ ทางคณะกรรมการผู้ตัดสินไม่อาจเลือกให้รางวัลกับภาพใดภาพหนึ่งโดยเฉพาะได้ ดังนั้นรางวัลจึงถูกประกาศร่วมกันระหว่าง Urteja Kardasiute วัย 4 ขวบจากลิทัวเนียเจ้าของผลงานอันอบอุ่น ดลกและพระอาทิตย์กุมมือกันแสดงออกถึงมิตรภาพ และ Phoebe McClean จากนิวซีแลนด์ ภาพวาดที่สะท้อนถึงนโยบายทางการเมืองของประธานาธิบดีทรัมป์ ส่วนรางวัลภาพวาดขวัญใจมวลชนในปีนี้ตกเป็นของ Champ Turner วัย 15 ปีจากเมืองออสติน ในรัฐเท็กซัส […]