ประเทศเหล่านี้มีความสุขมากที่สุดในโลก - National Geographic Thailand

ประเทศเหล่านี้มีความสุขมากที่สุดในโลก

ประเทศเหล่านี้มีความสุขมากที่สุดในโลก

อะไรคือปัจจัยที่ทำให้ประเทศนั้นๆ มีความสุข? องค์กรสหประชาชาติร่วมพิจารณาหาคำตอบนี้จาก รายงานดัชนีความสุขโลกประจำปี ที่ทำการสำรวจความสุขจากทั้งหมด 156 ประเทศ และพวกเขาพบว่าปัจจัยที่ก่อให้เกิดความสุขประกอบด้วย การมีสุขภาพที่ดี, ได้รับการสนับสนุนจากสังคม, ความรู้สึกเชื่อมั่นในรัฐบาล, GDP ต่อหัวที่เพิ่มสูงขึ้น และความมีน้ำใจเอื้ออาทรต่อกัน

ไม่น่าเชื่อว่าสิบอันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในปีนี้จะไม่ต่างจากอันดับในปี 2017 อย่างไรก็ตามมีบ้างที่กระโดดขึ้นมา ซึ่งประเทศที่โดดเด่นที่สุดคือฟินแลนด์จากอันดับที่สี่ในปี 2017 สามารถไต่ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งในปี 2018 ได้ หลังเดิมตำแหน่งนี้เคยเป็นของนอร์เวย์มาก่อน นอกจากนั้นฟินแลนด์ยังมีผู้อพยพที่มีความสุขมากที่สุดในโลกอีกด้วย ซึ่งเป็นประเด็นใหม่ที่ดัชนีความสุขโลกโฟกัสในปีนี้

และเหล่านี้คืออันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดประจำปี 2018

เรื่อง Gulnaz Khan และ Christine Blau

ความสุข
อันดับ 10 ออสเตรเลีย: จากชายฝั่งอันพลุกพล่านเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว ไปจนถึงหาดทรายอันเงียบงสบ ออสเตรเลียมีชายหาดมากถึง 10,685 ชายหาดด้วยกัน โดยในภาพคือชายหาดบอนได ในนครซิดนีย์
ภาพถ่ายโดย Dallas and John Heaton, Aurora
ความสุข
อันดับ 9 สวีเดน: ในสวีเดนช่วงเวลาพักเบรกดื่มกาแฟคือช่วงเวลาอันศักดิ์ศิทธิ์ พวกเขาเพลิดเพลินกับการใช้เวลาในแต่ละวันที่ไม่เร่งรีบและสนุกสนานไปกับ fika หรือแปลเป็นไทยได้ว่าช่วงเวลาพักผ่อนสั้นๆ กับตัวเองหรือเพื่อนร่วมงาน
ภาพถ่ายโดย Alex Holland
ความสุข
อันดับ 8 นิวซีแลนด์: ไม่มีส่วนใดของประเทศนี้ที่จะอยู่ห่างจากทะเลเกิน 128 กิโลเมตร สถานที่แห่งนี้ยังเป็นบ้านของเพนกวินสายพันธุ์ที่มีเอกลักษณ์ไม่ว่าจะเป็น เพนกวินตาสีเหลือง หนึ่งในสายพันธุ์หายาก และเพนกวินน้อย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเพนกวินที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก
ภาพถ่ายโดย Ian Trower, Aurora
ความสุข
อันดับ 7 แคนาดา: รู้หรือไม่ว่าพื้นที่ป่าไม้ในแคนาดาคิดเป็นสัดส่วน 30% ของป่าทั้งหมดในซีกโลกเหนือ และคิดเป็น 10% ของป่าทั้งหมดในโลก นั่นทำให้ประเทศนี้มีคุณภาพของอากาศที่ดีที่สุดในโลก
ภาพถ่ายโดย David Hanson, Aurora
ความสุข
อันดับ 6 เนเธอร์แลนด์: หากคุณชื่นชอบความโรแมนติกของการเดินบนสะพาน แนะนำให้ไปเยือนยังกรุงอัมสเตอร์ดัม เพราะที่นั่นมีสะพานมากถึง 1,281 แห่ง มากกว่านครเวนิช ในอิตาลีถึงสามเท่าเลยทีเดียว
ภาพถ่ายโดย Nature’s Beauty, Aurora
ความสุข
อันดับ 5 สวิสเซอร์แลนด์: ผลการสำรวจจากบริษัทโกโก้ เป็นที่น่าตกใจว่าชาวสวิสเซอร์แลนด์ชื่นชอบช็อกโกแลตเอามากๆ และบริโภคมากถึง 11 กิโลกรัมต่อคน ในหนึ่งปีเลยทีเดียว
ภาพถ่ายโดย Alex Robinson
ความสุข
อันดับ 4 ไอซ์แลนด์: ประเทศแห่งนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ ดินแดนแห่งไฟและน้ำแข็ง เพราะภูมิประเทศอันสวยงามตื่นตานี้ถือกำเนิดขึ้นจากการบรรจบกันของธารน้ำแข็งและลาวาจากภูเขาไฟ โดยธารน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของยุโรปอยู่ที่นี่ มันมีชื่อว่า Vatnajökull และมีขนาดใหญ่พอๆ กับประเทศเปอร์โตริโก
ภาพถ่ายโดย Gavin Hellier
ความสุข
อันดับ 3 เดนมาร์ก: กรุงโคเปนเฮเกน เมืองหลวงของเดนมาร์กคือเมืองแห่งจักรยานที่แท้จริง หนึ่งในสามของชาวเมืองเดินทางไปทำงานด้วยการปั่นจักรยานบนเส้นทางความยาว 350 กิโลเมตรที่เชื่อมต่อเมืองทั้งเมือง
ภาพถ่ายโดย Jon Arnold, Aurora
ความสุข
อันดับ 2 นอร์เวย์: นอร์เวย์คือหมุดหมาย หากใครต้องการไปชมความงดงามของแสงเหนือแสงใต้ด้วยตา ชาวนอร์เวย์ท้องถิ่นมีความเชื่อว่าแสงตระการตาที่เกิดขึ้นบนฟ้านั้นถูกส่งมาจากพระผู้เป็นเจ้า
ภาพถ่ายโดย Nicolas Armer, Aurora
ความสุข
อันดับ 1 ฟินแลนด์: คนฟินแลนด์ชื่นชอบซาวน่ามาก และประเทศนี้มีซาวน่ามากถึง 2 ล้านแห่ง สำหรับประชากร 5.3 ล้านคน ที่สำคัญก็คือพวกเขาไม่ใช่แค่ได้อันดับหนึ่งของประเทศที่มีความสุขที่สุดในปีนี้ แต่ยังรวมไปถึงเป็นประเทศที่มีผู้อพยพทีความสุขมากที่สุดอีกด้วย
ภาพถ่ายโดย Pawel Gaul, Getty Images

 

อ่านเพิ่มเติม

9 วิธีที่ช่วยให้คุณมีความสุขในทุกวันของชีวิต

เรื่องแนะนำ

สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์หลายแห่งเสี่ยงต่อเหตุร้ายแบบเดียวกับ นอเทรอดาม

นักดับเพลิงดับไฟที่กำลังลุกไหม้ในวิหารนอเทรอดาม ในปารีส ฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2019 ภาพถ่ายโดย BENOIT TESSIER, REUTERS บรรดาผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า สถานที่ทางวัฒนธรรมหลายร้อยแห่งอันเป็นที่รักทั่วโลก ไม่เคยเตรียมรับมือกับเหตุเพลิงไหม้และอุบัติเหตุอย่างเดียวกับที่ นอเทรอดาม ประสบ ในขณะที่อาสนวิหารชื่อดังที่สุดของฝรั่งเศสเกิดไฟไหม้ ผู้คนรอบโลกนิ่งตะลึงด้วยความสะเทือนขวัญต่อภาพเพลิงไหม้ครั้งหายนะ ขณะนี้ ทุกคนโล่งอกหลังรู้ว่าว่าบรรดานักดับเพลิงสามารถรักษาส่วนใหญ่ของ นอเทรอดาม เอาไว้ได้ไม่น้อย แต่เพลิงครั้งนี้ได้จุดประกายการถกเถียงที่มีมาอย่างยาวนาน ถึงวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องแหล่งมรดกวัฒนธรรม ที่มักขาดการป้องกันจากหายนะหลายประเภท “แหล่งมรดกโลกหลายแห่งไม่มีนโยบาย แผน หรือกระบวนการเพื่อลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ” เอกสารของ UNESCO กล่าว “สิ่งนี้ทำให้แหล่งทางมรดกหลายร้อยแห่งเผชิญกับความเสี่ยงต่ออันตรายที่อาจเกิดขึ้นเป็นอย่างมาก” ภัยพิบัติเหล่านั้น ซึ่งมีตั้งแต่เพลิงไหม้และน้ำท่วม ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและความขัดแย้ง ได้ทำลายสมบัติทางวัฒนธรรมหลายแห่งของโลกในช่วงหลายปีมานี้ เมื่อปีที่แล้ว พิพิธภัณฑ์แห่งชาติของบราซิลถูกเพลิงไหม้จนวอดวาย และส่งผลให้วัตถุต่างๆ เช่นโบราณวัตถุด้านอิยิปต์วิทยา (Egyptology) ซึ่งถูกรวบรวมไว้ และบันทึกเสียงภาษาพื้นเมืองที่สาบสูญไปแล้ว กลายเป็นเถ้าถ่าน เมื่อปี 2016 กองกำลังรัฐอิสลามได้ทำลายประตู Mashki และ Adad ในโบราณสถานในบริเวณนิเนเวห์ (Nineveh) ในอิรัก และเมื่อปี 2015 […]

ความเป็นมาของพาสปอร์ต: การควบคุมโลกของประเทศตะวันตก

คุณมีอภิสิทธิ์มากแค่ไหน หรือมีความกังวลแค่ไหนเมื่อต้องเดินทาง ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับพาสฟอร์ตของคุณว่ามาจากประเทศใด? ย้อนกลับไปในอดีตผู้คนเดินทางได้อย่างเสรี จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเกิด "หนังสือเดินทาง"

สำรวจโลก : การถือกำเนิดของประชากรโลก

เมื่อปี 2014 สตรีมีครรภ์เกือบหนึ่งในห้าของโลกให้กำเนิดทารกด้วยการผ่าท้องทำคลอด เดิมทีวิธีการผ่าตัดดังกล่าว ซึ่งเป็นการนำทารกออกจากมดลูกผ่านทางท้อง มีวัตถุประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยงความซับซ้อนที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตระหว่างการทำคลอดทางช่องคลอด ทว่าอัตราการผ่าท้องทำคลอดในบางประเทศกลับสูงกว่าอัตราการประเมินขององค์การอนามัยโลกที่ว่า การผ่าท้องทำคลอดช่วยป้องกันการเสียชีวิตของมารดาและทารกได้ร้อยละ 10 หลายเท่าตัว ทำไมบางประเทศจึงมีการผ่าท้องทำคลอดมากนัก แอนา พีลาร์ เบทรัน เจ้าหน้าที่การแพทย์ขององค์การอนามัยโลก บอกว่า ปัจจัยที่เอื้อต่อการผ่าท้องทำคลอดคือความคาดหวังของครอบครัวและแพทย์ที่ว่าการคลอดจะปลอดภัยกว่า อีกทั้งวิธีนี้ยังช่วยลดระยะเวลาในการคลอดที่ยาวนานหรือเจ็บปวดลงได้ อัตราการผ่าท้องทำคลอดที่สูงอย่างเช่น ในบราซิลอาจสะท้อนถึงความต้องการกำหนดเวลาเกิดของเด็ก ขณะที่อัตราที่ต่ำอาจบ่งชี้ว่า การเข้าถึงการรักษาพยาบาลยังไม่เพียงพอ บราซิล – ประเทศที่มีอัตราการผ่าท้อง ทำคลอดมากที่สุด (ร้อยละ 55.6) นี้เริ่มรณรงค์ด้านสาธารณสุขเมื่อปี 2015 เพื่อสนับสนุนการคลอดด้วยวิธีธรรมชาติ ฟินแลนด์ – มีอัตราการผ่าท้องทำคลอดต่ำที่สุดในหมู่ประเทศพัฒนาแล้ว (ร้อยละ 14.7) ซึ่งอาจเป็นผลจากการทำคลอดโดยหมอตำแย และเกณฑ์วิธีการรักษาที่เข้มงวด อียิปต์ – อัตราการผ่าท้องทำคลอดของประเทศนี้ (ร้อยละ 51. กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะผู้หญิงขอผ่าท้องทำคลอดกันมากขึ้น และแพทย์พยายามเลี่ยงความยุ่งยากทางการแพทย์และทางกฎหมาย ชาติแอฟริกา – ทารกน้อยกว่าร้อยละ 1.6 ในไนเจอร์ ชาด และเอธิโอเปีย กำเนิดด้วยวิธีการผ่าท้องทำคลอด สาเหตุหลักเป็นเพราะการขาดแคลนสถานพยาบาล   อ่านเพิ่มเติม : สำรวจโลก […]

เทศกาลบั้งไฟเมืองฝรั่ง

เมื่อมีผู้คนจำนวนน้อยนิดที่ได้เดินทางสู่อวกาศ แล้วคนอื่นๆ ที่มีความฝันแบบเดียวกันจะทำอย่างไร?...ใช่แล้ว พวกเขาเดินทางมารวมตัวกันยังกลางทะเลทรายในรัฐเนวาดา เพื่อปล่อยสิ่งประดิษฐ์ที่พวกเขาสร้างเองด้วยความภาคภูมิใจขึ้นสู่ฟากฟ้าไง