จากตรุษจีนถึงเช็งเม้ง : แนวคิดชีวิตหลังความตายของชาวจีน

จากตรุษจีนถึงเช็งเม้ง: แนวคิดชีวิตหลังความตายของชาวจีน

สุสานทหารดินเผาซึ่งจิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิองค์แรกของจีนมีพระบรมราชโองการให้สร้างขึ้น ประกอบด้วยรูปปั้นทหารขนาดเท่าคนจริงจำนวนประมาณ 8,000 รูป สร้างขึ้นเพื่อให้ติดตามไปรับใช้องค์จักรพรรดิในโลกหน้า

ราชวงศ์ถัดมาคือราชวงศ์ฮั่น ได้ทิ้งมรดกไว้เป็นเครื่องเซ่นสังเวยซึ่งสำแดงแสนยานุภาพน้อยกว่า สุสานของจักรพรรดิฮั่นจิ่งตี้ซึ่งครองราชย์ระหว่าง 157 ถึง 141 ปีก่อนคริสตกาล บรรจุเครื่องเซ่นมากมายมหาศาลที่สะท้อนให้เห็นความจำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น รูปปั้นจำลองของหมู แกะ สุนัข รถม้า พลั่ว เลื่อย ขวานถากไม้ สิ่ว เตาไฟ และเครื่องชั่งตวงวัด ไม่เว้นแม้กระทั่งสัญลักษณ์ประจำตำแหน่งหรือตราประทับไว้ให้เหล่าอำมาตย์ในโลกหน้าได้ใช้งาน

ในวัฒนธรรมที่รุ่มรวยและเก่าแก่อย่างจีน ความต่อเนื่องเชื่อมโยงจากอดีตสู่ปัจจุบันนั้นไม่เคยเป็นเส้นตรง อีกทั้งอิทธิพลจากภายนอกนับไม่ถ้วนล้วนมีส่วนหล่อหลอมและเปลี่ยนแปลงโลกทัศน์เกี่ยวกับชีวิตหลังความตายของชาวจีน เมธีลัทธิเต๋าบางคนไม่เชื่อเรื่องชีวิตหลังความตาย ขณะที่พุทธศาสนาซึ่งเริ่มมีอิทธิพลต่อความคิดของชาวจีนมาตั้งแต่ศตวรรษที่สองได้นำแนวคิดเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดเข้ามาเผยแพร่ ส่วนความคิดเรื่องวิบากกรรมและชีวิตนิรันดร์ก็ซึมผ่านเข้ามาทางพุทธศาสนาและคริสต์ศาสนาเช่นกัน

กระนั้น อิทธิพลหรือร่องรอยหลายอย่างจากวัฒนธรรมยุคต้น เช่น ราชวงศ์ชางและราชวงศ์โจว ยังปรากฏให้เห็นตลอดระยะเวลาหลายพันปีที่ผ่านมา ชาวจีนยังคงบูชาบรรพบุรุษและจินตนาการถึงชีวิตหลังความตายในเชิงวัตถุนิยมและระบบชนชั้น ประสบการณ์เฉียดตายก่อให้เกิดตำนานยอดนิยมเรื่องเสมียนปลายแถวในปรโลกลงรายชื่อในบัญชีผู้วายชนม์ผิดพลาด จนเกือบเป็นสาเหตุของการตายก่อนเวลาอันควร หากไม่มีผู้พบความผิดพลาดเข้า

ชีวิตหลังความตาย
จากตุ๊กตาไม้ถึงกองทหารดินเผา ปัจจุบันลูกหลานผู้ตายจะเผาหุ่นกระดาษเพื่อให้สายสัมพันธ์ยังคงอยู่ต่อไป

เดวิด ไคต์ลีย์ นักประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียในเบิร์กลีย์ บอกผมว่า โลกทัศน์เรื่องความตายของชาวจีนนั้นน่าสนใจตรงที่เป็นการมองโลกในแง่ดี โลกนี้ไม่ใช่โลกที่บกพร่องร้ายแรง หากเป็นต้นแบบที่ดีพอสำหรับโลกหน้า เขากล่าวต่อว่า “ในตะวันตก ทุกอย่างเป็นเรื่องของการเกิดใหม่ การไถ่บาป และการช่วยให้รอด แต่ในประเพณีจีน พอตายไปแล้ว คุณก็ยังเป็นเหมือนที่เป็นอยู่นี่ละครับ”

ไคต์ลีย์เชื่อว่าโลกทัศน์แบบนี้สร้างเสถียรภาพให้สังคมจีน เขาบอกว่า “วัฒนธรรมที่มีการบูชาบรรพบุรุษย่อมเป็นวัฒนธรรมแบบอนุรักษนิยม เราจะไม่ชอบสิ่งใหม่ๆ เพราะนั่นเท่ากับเป็นการท้าทายบรรพบุรุษ”

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในประเทศจีนทุกวันนี้ ไม่มีอะไรที่เรียกว่าอนุรักษนิยมได้เลย แถมยังไม่ดูดำดูดีกับคนตายเสียด้วย บ่อยครั้งที่สุสานต้องหลีกทางให้โครงการก่อสร้างใหม่ๆ และชาวจีนชนบทจำนวนมากก็อพยพเข้ามาอยู่ในเมือง ทำให้ไม่สามารถกลับบ้านในช่วงเทศกาลเช็งเม้งได้ บางคนพยายามดูแลฮวงซุ้ยด้วยวิธีอื่น เช่น มีเว็บไซต์ให้ลูกหลานเข้าไปดูแล “ฮวงซุ้ยเสมือนจริง” แต่ในประเทศที่ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นนี้ การนึกถึงอดีตดูจะเป็นเรื่องยากเต็มที และขนบธรรมเนียมประเพณีหลายอย่างก็ค่อยๆสูญหายไป

เรื่อง ปีเตอร์ เฮสเลอร์ • ภาพถ่าย ไอรา บล็อก

 

อ่านเพิ่มเติม

ปฏิวัติเกษตรจีนเลี้ยงมังกรหิว

เรื่องแนะนำ

The Jumper : เด็กโดดแห่งสังขละบุรี

เรื่องและภาพ วีรวัฒน์  เวียงไชย (รางวัลชมเชยโครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7) หนึ่งในจุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวมักจะมี อ. สังขละบุรี จ. กาญจนบุรี อยู่ในรายการด้วยเสมอ  นอกจากวัฒนธรรมอันหลากหลายของชาวไทยหลากเชื้อชาติในท้องถิ่นแล้ว นักท่องเที่ยวยังเดินทางมาเพื่อสัมผัสกับอากาศที่เย็นสบาย วิวของเขื่อนวชิราลงกรณ์ และการกระโดดสะพานมอญของเด็กโดดแห่งสังขละบุรี ในขณะที่เด็กไทยเชื้อสายมอญบางส่วนแต่งชุดประจำถิ่น อาสาเป็นไกด์บรรยายประวัติความเป็นมาของสะพานมอญหรือสะพานอุตตมานุสรณ์และเมืองสังขละบุรี แต่ยังมีเด็กชายล้วนอีกกลุ่มหนึ่งอาศัยความกล้าเพื่อกระโดดจากสะพานมอญซึ่งสูงหลายสิบเมตรเพื่อเรียกเสียงฮือฮาจากนักท่องเที่ยว  ทั้งหมดสวมเฉพาะกางเกงและปราศจากอุปกรณ์ป้องกันตัวเมื่อกระโดดจากที่สูงลงสู่พื้นน้ำข้างล่างที่มีเรือแล่นผ่านไปมาไม่ขาดสาย  นอกจากคำถามต่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยของเด็กๆ ที่แลกกับการท่องเที่ยวแล้ว วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปเพราะรายได้พวกเขา เช่น การขาดเรียน การใช้จ่ายฟุ่มเฟือย การทะเลาะวิวาท ใช้ยาเสพติด ฯลฯ ยังทำให้เกิดข้อสงสัยต่ออนาคตของพวกเขาเองด้วย  

เรื่องไม่ลับในวงหวย

เผยอีกด้านหนึ่งของวงการหวย ทางลัดสู่รายได้ที่มากขึ้นของผู้ขายที่มาจากชนบท สะพานสู่ความร่ำรวยสำหรับบรรดาผู้ซื้อ แต่พึงระวังหากหลงระเริงเสี่ยงโชคมากเกินไป รู้ตัวอีกทีหนี้สินอาจกองอยู่ตรงหน้าแทน

ในอาคารสงเคราะห์เหล่านี้ ทุกพื้นที่คือเวทีสร้างสรรค์

เรื่อง เจเรมี เบอร์ลิน ภาพถ่าย มาริอุช ยานิสเซฟสกี สีที่ผนังหลุดลอก พื้นเต็มไปด้วยคราบสกปรก ตาข่ายห่วงบาสเกตบอลขาดรุ่ย และดูเหมือนว่าไม่มีใครสนใจ เด็กๆ ยังคงหัวเราะสนุกสนานระหว่างเล่นเกม พวกผู้ชายงีบกลางวัน ส่วนบางคนส่งเสียงเจื้อยแจ้วอยู่ที่ห้องโถง ในเมืองที่มีขึ้นชื่อว่ามีประชากรหนาแน่นที่สุดเมืองหนึ่ง ทุกชั้นของอาคารสงเคราะห์แห่งนี้เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา นี่คือสิ่งที่ มาริอุช ยานิสเซฟสกี ช่างภาพชาวโปแลนด์ค้นพบเมื่อเขาเดินทางมาเยี่ยมชมโครงการอาคารสงเคราะห์ของรัฐบาล ใน Barangay 128 ของเขตทอนโด ในกรุงมะนิลา เมื่อปีที่ผ่านมา โครงการดังกล่าวก่อสร้างขึ้นในปี ช่วงทศวรรษ 1990 ใกล้กับภูเขาสโมกกี้ ที่ซึ่งครั้งหนึ่งสถานที่แห่งนี้เคยเป็นแหล่งทิ้งขยะปริมาณมากกว่า 2 ล้านตัน ปัจจุบันอาคารสงเคราะห์เหล่านี้ยังคงเป็นบ้านของบรรดาอดีตคนงาน ยานิสเซฟสกีเคยถ่ายสารคดีทั่วๆ ไป ในฟิลิปปินส์มาก่อน แต่คราวนี้เขามีเรื่องบางอย่างที่ค้างอยู่ในใจ “ผมอยากจะแสดงให้เห็นว่าชีวิตประจำวันในเมืองที่มีประชากรมหาศาลอย่างกรุงมะนิลา มันเป็นอย่างไร” เขากล่าว “และพวกเขาอยู่อาศัยกันอย่างไรในพื้นที่เปิดและตามบันได” ดังนั้นช่างภาพจึงไม่เลือกที่จะถ่ายภาพในหลากหลายมุม แต่เขากลับใช้วิธีการเฝ้ารออยู่ในมุมเดียวแทน เพื่อดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นเบื้องหน้า แต่ละชั้นเหมือน “เวทีที่ถูกออกแบบมาเหมือนกัน” เขากล่าว แต่เพียงไม่นานแต่ละเวทีก็เปิดเผยเรื่องราวที่แตกต่างกันออกไป : ผู้หญิงลุกขึ้นมาทำอาหาร, ผู้ชายเล่นพนัน, เด็กๆ เล่นการ์ดเกม ยานิสเซฟสกีเดินทางไปยังสถานที่แห่งนี้ในแต่ละสัปดาห์เพื่อบันทึกฉากของครอบครัว, เพื่อนฝูง […]

เมื่อเกิดในอัฟกานิสถาน เด็กหญิงบางคนเลือกใช้ชีวิตในร่างเด็กชาย

ค่านิยมลูกชายในวัฒนธรรมของอัฟกานิสถาน ส่งผลให้พ่อแม่บางคนจับลูกสาวแต่งตัวแบบเด็กผู้ชาย ด้วยความหวังว่าวิธีนี้จะนำลูกชายจริงๆ มาให้

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.