อย่าลังเลที่จะดื่ม กาแฟ 2-3 แก้วต่อวัน เพราะกาแฟปริมาณนี้ทำให้คุณอายุยืนมากขึ้น

มายกแก้วดื่ม กาแฟ อวยพรให้อายุยืนกันดีไหม

มายกแก้ว กาแฟ อวยพรให้อายุยืนกันดีไหม

งานนี้คอ กาแฟ คงต้องดีใจกันยกใหญ่ เมื่อมีงานวิจัยชิ้นใหม่ชี้ว่าคนที่ดื่มกาแฟวันละสองถึงสามแก้ว อาจมีโอกาสเสียชีวิตจากความป่วยไข้บางอย่างน้อยกว่าคนที่ไม่ดื่ม ตามข้อมูลจากผลการศึกษาที่เชื่อว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในการศึกษาทำนองเดียวกัน โดยการศึกษานี้ได้ติดตามกลุ่มตัวอย่างมากกว่า 500,000 คนในประเทศยุโรป 10 ประเทศเป็นเวลานาน 16 ปี

นักวิจัยพบว่า เมื่อเปรียบเทียบกับคนที่ไม่ดื่มกาแฟ คนที่ดื่มแสดงให้เห็นสัญญาณของการมีตับและระบบหมุนเวียนโลหิตที่แข็งแรงกว่า เช่นเดียวกับระดับการอักเสบที่ตํ่ากว่า มาร์ก กุนเทอร์ นักระบาดวิทยาและหัวหน้าโครงการศึกษา กล่าวและเสริมว่า ผลการศึกษายังชี้ด้วยว่า “การบริโภคกาแฟในปริมาณค่อนข้างสูงเกี่ยวข้องกับระดับความเสี่ยงที่ลดลงของการเสียชีวิตจากสาเหตุใดก็ตาม” ซึ่งรวมถึงโรคเกี่ยวกับระบบหมุนเวียนโลหิตและทางเดินอาหารที่ผ่านมา การศึกษาขนาดเล็กกว่าหลายชิ้นพบความเกี่ยวข้องระหว่างการดื่มกาแฟกับความต้านทานที่เพิ่มขึ้นต่อโรคภัยไข้เจ็บบางอย่าง โดยส่วนประกอบสำคัญในกาแฟที่ทำให้เราอายุยืนขึ้นคือสารประกอบคาเฟอีน อันเป็นสารทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า สดชื่น และมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ด้วย

กระนั้น ผลการศึกษาของกุนเทอร์ดูจะให้หลักฐานที่หนักแน่นที่สุดจนถึงตอนนี้ กุนเทอร์ทิ้งท้ายว่า ขั้นตอนต่อไปคือการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของกาแฟเพื่อมุ่งตอบคำถามว่า อะไรทำให้กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ เขาคงต้องกลับไปหางานวิจัยอีกครั้งขณะที่พวกเราที่เหลือคงต้องกลับไปเติมกาแฟอีกสักแก้ว

นอกจากนี้ มีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมว่า ถ้าเราอยากดื่มกาแฟให้มีประโยชน์ที่สุด ควรเลือกดื่มกาแฟดำที่ไม่เติมน้ำตาล ครีม หรือนมข้นหวาน  เพราะจะทำให้ร่างกายมีปริมาณน้ำตาลในเลือดเพิ่มมากขึ้น เป็นสาเหตุให้เพิ่มความเสี่ยงการเป็นโรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือภาวะอ้วนได้


อ่านเพิ่มเติม สารพัดประโยชน์ของเห็ด อาหารซูเปอร์ฟู้ด

เรื่องแนะนำ

นี่คือร้านอาหารที่ดีที่สุดของเปอร์โตริโก เชฟโฮเซ อันเดรสการันตี

ความเป็นมิตรของผู้คนรวมถึงอาหารที่ได้รับอิทธิพลมาจากสเปนและอเมริกา ทำให้ เปอร์โตริโก กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมในหมู่ของผู้มาเยือน

บันทึกประวัติศาสตร์ “โชคดีที่ได้เกิดในรัชกาลที่ 9”

เรื่อง วรลักษณ์ ผ่องสุขสวัสดิ์ ภาพถ่าย จันทร์กลาง กันทอง หลังมีประกาศให้ประชาชนที่จะเข้าร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 สามารถเข้าพื้นที่รอบมณฑลพิธีท้องสนามหลวงได้ตั้งแต่เวลา 05.00น. ของวันที่ 25 ตุลาคม สิ่งที่ฉันเห็นผ่านภาพข่าวและจากการตระเวนสำรวจรอบพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม คือภาพประชาชนทุกเพศทุกวัยจากทั่วทุกสารทิศหอบหิ้วเสื้อผ้าสัมภาระที่จำเป็นเข้ามาจับจองพื้นที่ใกล้เคียงจุดคัดกรองทั้งเก้าจุดเพื่อหวังจะมีโอกาสเข้าไปกราบถวายสักการะเป็นครั้งสุดท้าย บางคนตั้งใจมารอตั้งแต่ช่วงดึกของวันที่ 22 ก็มี ไม่นานนัก ตลอดแนวบาทวิถีและหน้าอาคารพาณิชย์บริเวณนั้นก็คลาคล่ำไปด้วยผู้คนในชุดสีดำ…ที่มีหัวใจดวงเดียวกัน นอกจากต้องลดขั้นตอนการใช้ชีวิตให้ง่ายที่สุด กินน้อย นอนน้อย เข้าห้องน้ำน้อยแล้ว พวกเขายังต้องเผชิญกับบททดสอบจากธรรมชาติมากมาย ตั้งแต่อากาศร้อนอบอ้าว แสงแดดที่แผดเผาจนผิวแทบไหม้และสายฝนที่กระหน่ำเป็นระยะๆไปจนถึงอาการอ่อนเพลียลมแดด และไข้หวัดที่เริ่มเล่นงานหลายคน แต่ทุกคนก็ยัง “ยิ้มสู้” และยืนหยัดรอต่อไป ภาพเหล่านั้นทำให้ฉันคิดในใจว่าจะต้องใช้ความรักมากแค่ไหนกันกว่าที่คนคนหนึ่งจะยอมเสียสละตัวเองได้ถึงเพียงนี้แต่คำถามเดียวกันนี้ก็ทำให้ฉันอดคิดถึงสิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงทำเพื่อปวงชนชาวไทยตลอด 70 ปีที่ผ่านมาไม่ได้ เพราะความรักที่ทรงมีต่อบ้านเมืองและประชาชนของพระองค์นั่นเอง จุดเริ่มต้นของการมีทุกอย่างทีดีในวันนี้คือการต่อสู้กับความยากจนอันเป็นศัตรูตัวฉกาจของคนไทยเมื่อหลายทศวรรษก่อน ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินไปยังถิ่นทุรกันดารต่างๆตั้งแต่ดอยสูงเสียดฟ้าจรดชายเลนปากทะเลเพื่อทรงรับฟังปัญหาตรวจตราพื้นที่ และเก็บข้อมูลด้วยพระองค์เอง แม้ข้าราชบริพารหลายคนจะเคยกราบทูลว่าพระองค์ไม่จำเป็นต้องลำบากพระวรกายเช่นนั้น แต่ก็ทรงทำเพราะต้องการให้ประชาชนได้รู้ว่าพวกเขาไม่ได้ถูกทอดทิ้งและอยู่ในสายพระเนตรของพระองค์เสมอ  จนมีคำกล่าวในเวลาต่อมาว่า “ไม่มีที่ใดในผืนแผ่นดินไทยที่พระองค์เสด็จฯไปไม่ถึง” เช้ามืดวันแห่งประวัติศาสตร์  26 ตุลาคม 2560 […]

จดหมายถึงคนรุ่นใหม่ ในยุคสมัยแห่ง โควิด-19

พวกเรากำลังก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ใต้เงื้อมเงาของ โควิด-19 ความระส่ำระสายทางเศรษฐกิจและสังคม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มีบางคนชอบเรียกพวกเราว่า “เจเนอเรชันพัง ๆ” แต่เราขอบอกว่า อย่าได้ประเมินความสามารถในการก้าวข้ามอุปสรรคของพวกเราต่ำเกินไป ใครจะไปรู้ล่ะว่า คำสั่งให้อยู่บ้านเนื่องจากการระบาดของ โควิด-19 จะทำให้เกิดการพลัดถิ่นขนานใหญ่ถึงเพียงนี้ นั่นเป็นสิ่งที่หลายคนในรุ่นเรารู้สึกกับช่วงต้นปี 2020 คนอย่างพวกเราที่เพิ่งจะได้เริ่มลิ้มรสอิสรภาพและวัยผู้ใหญ่ก่อนที่การระบาดใหญ่ทั่วโลกจะทำให้ทุกอย่างพังครืน บางทีพวกเราที่ตอนนี้อายุ 18 ถึง 25 ปี อาจต้องการชื่อเรียก แทนที่จะต้องเป็นคนรุ่นครึ่ง ๆ กลาง ๆ นั่นคือรู้สึกเด็กเกินกว่าจะเป็นมิลเลนเนียล แต่แก่เกินกว่าจะเป็นเจนซี แต่ความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ เราอยู่ตรงจุดพลิกผันสำคัญของชีวิตส่วนตัว ณ ช่วงเวลาที่โลกดูเหมือนกำลังจะระเบิดออกในหลาย ๆ ด้าน เมื่อมาตรการล็อกดาวน์ถูกนำมาใช้ ผมติดตามว่าเพื่อนคนไหนต้องระหกระเหิน เมื่อมหาวิทยาลัยต่างๆ ไร้ผู้คน ผมรู้ว่าใครต้องออกจากอพาร์ตเมนต์แรกของตัวเองเพื่อกลับไปยังห้องนอนวัยเด็ก ใครถูกล็อกดาวน์อยู่หลังเขาหรือชายหาด และคนไหนที่พื้นเพทางเศรษฐกิจและสังคมไม่เหลือทางเลือกให้ นอกจากจะต้องอยู่ในเมืองที่ถูกโรคระบาดเล่นงานอย่างหนัก ในจดหมายที่เขียนถึงกันนั้น ผมกับเพื่อน ๆ แลกเปลี่ยนและแบ่งปันความรู้สึกนึกคิดทำนองนั้น ความอ่อนไหวที่ไม่ได้แสดงออกทางข้อความสั้นหรือกลุ่มซูม (ซึ่งเราก็ยังใช้อยู่แหละ) บางสิ่งที่อยู่ในการเขียนจดหมายด้วยลายมือแบบเดิมๆ เหมือนจะดึงอารมณ์ต่าง ๆ และความเปราะบางทั้งหลายออกมาในแบบที่พวกเราหลายคนไม่เคยประสบมาก่อน นํ้าเสียงของจดหมายพวกนั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของเราเอง ตั้งแต่ความวิตกกังวลไปจนถึงการพินิจใคร่ครวญ ความตื่นกลัวถึงความสงบนิ่ง […]

ไอดอลวิดีโอสตรีมสด อุตสาหกรรมปลดเปลื้องความเหงาของชาวเอเชีย

(ภาพปก) ลาล่า ไอดอลวิดีโอสตรีมมิงวัย 35 ปี สตรีมวิดีโอสดในโรงแรมที่เกาสง ไต้หวัน ลาล่าเป็นไอดอลวิดีโอสตรีมมิงได้มีผู้ติดตามราว 75,000 คนในแอปพลิเคชัน LiveAF ผลิตโดย 17 Media เธอปล่อยลูกสาว หมงหมง ไว้ในอะพาร์ตเมนต์ในขณะที่เธออกมาทำงาน ในภาพ เธอกำลังนั่งอยู่คนเดียวในห้องพักของโรงแรมที่มีห้องพักหลายแบบและส่งยิ้มให้กับบรรดาแฟนคลับที่มีความหวัง ผู้ที่กำลังรับชมเธอผ่านโทรศัพท์มือถือ ภาพถ่ายโดย JEROME GENCE คนดังในทางอินเทอร์เน็ตเผยแพร่วิดีโอ สตรีมสด ในช่วงที่พวกเขาร้องเพลง พูดคุย ทานข้าว หรือนอนหลับเพื่อเงิน และนี่คือเรื่องราวและแฟนคลับของพวกเขา เมื่อความมืดยามค่ำคืนเข้าปกคลุมไทเป ภาพของผู้หญิงคนหนึ่งนาม ลาล่า กำลังส่องประกายในท้องฟ้ายามค่ำคืน เธอเป็นหนึ่ง ไอดอล ในเว็บไซต์วิดีโอ สตรีมสด ที่มีชื่อเสียงของไต้หวัน เธอเป็นคนดังเฉพาะกลุ่ม ซึ่งสะสมชื่อเสียงผ่านหน้ากล้องวิดีโอ ภาพใบหน้าของเธอส่องประกายบนป้ายโฆษณาบิลบอร์ดสูงราว 30 เมตร เหนือกรุงไทเป ในเวลาเดียวกันนี้ทั่วเอเชีย เหล่านักสตรีมวิดีโอกำลังเหล่าเรื่องตลก กินข้าว หรือ นอนหลับ โดยมีผู้คนนับพันกำลังดูพวกเขาบนโทรศัพท์สมาร์ตโฟนหรือหน้าจอคอมพิวเตอร์ แม้จะมีนักสตรีมวิดีโอที่ประสบความสำเร็จท่ามกลางนักสตรีมวิดีโอคนอื่นๆ สามารถมีเงินมากพอที่จะซื้อเกาะส่วนตัวได้ แต่อุตสาหกรรมที่นำเสนอความใกล้ชิดนี้สามารถเติมเชื้อไฟแห่งความเหงาได้ทั้งดาราวิดีโอสตรีมและบรรดาแฟนคลับเอง หลังจากผ่านวันทำงานอันยาวนานในโรงงานสิ่งทอ จุนจิ […]