สีผิวของอิโมจิช่วยส่งเสริมความหลากหลายได้อย่างไร - National Geographic Thailand

สีผิวของอิโมจิช่วยส่งเสริมความหลากหลายได้อย่างไร

สีผิวของอิโมจิช่วยส่งเสริมความหลากหลายได้อย่างไร

ในตอนที่อิโมจิได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการจาก Unicode Consortium เมื่อปี 2010 พวกเขาแทนภาพของผู้คนด้วยโทนผิวสีเหลือง แต่ในปี 2015 สีผิวก็เริ่มมีความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งนอกเหนือจากผิวสีเหลืองแล้ว ทุกวันนี้อิโมจิมีสีผิวห้าโทนด้วยกันตั้งแต่ผิวสีขาวไปจนถึงสีน้ำตาลเข้ม

แต่เดิมเคยมีการถกเถียงกันว่าอิโมจิไม่ควรจะถูกผลิตออกมาให้มีสีผิวหลากหลาย บางคนเชื่อกันว่าไอคอนที่มีสีผิวแตกต่างจะยิ่งกระตุ้นความรู้สึกแตกต่างทางเชื้อชาติให้มากยิ่งขึ้นในโลกโซเชียลมิเดีย ในขณะที่หลายคนก็เชื่อว่าไอคอนที่ดีควรจะมีโทนสีผิวที่สะท้อนถึงตัวตนของผู้ใช้งาน

ล่าสุดผลการศึกษาใหม่ชี้ว่าผู้ใช้งานโซเชียลมิเดียไม่ได้ใช้อิโมจิเหล่านี้สำหรับการเหยียดสีผิว รวมถึงตัวไอคอนเองก็ไม่ได้มีส่วนช่วยเพิ่มความเกลียดชังในสังคมออนไลน์แต่อย่างใด

“อิโมจิที่หลากหลายช่วยให้บรรดาผู้ใช้งานรู้สึกว่ามีภาพแทนของพวกเขา” Debra Adams Simmons บรรณาธิการด้านวัฒนธรรมของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกกล่าว ในฐานะของทีมผลิตสารคดีที่เกี่ยวข้องกับเชื้อชาติและวัฒนธรรมมานาน

 

การศึกษาว่าด้วยสีผิว

หลังการสำรวจทวิตเป็นพันล้านทวิต ในทวิตเตอร์ สังคมออนไลน์รูปแบบหนึ่ง ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเอดินบาระพบว่าผู้คนส่วนใหญ่เลือกใช้อิโมจิที่ใกล้เคียงกับสีผิวของตัวเอง และผู้ใช้งานที่มีผิวสีเข้มเองต้องการอิโมจิที่มีความหลากหลายทางอารมณ์มากยิ่งขึ้น เนื่องจากทุกวันนี้เกือบครึ่งหนึ่งของอิโมจิทั้งหมดยังคงมีผิวสีขาว

สำหรับทวิตที่เลือกใช้อิโมจิแตกต่างจากสีผิวของตัวเองนั้น ส่วนใหญ่แล้วเนื้อหาที่ทวิตก็เป็นไปในทางบวก นอกจากนั้นผลการศึกษายังค้นพบอีกว่า แม้จะมีอิโมจิที่มีผิวขาวมากกว่า แต่ผู้ใช้งานอิโมจิมักเป็นผู้ใช้งานที่มีผิวสีเข้ม ในขณะที่สัดส่วนการใช้งานทั่วโลก อิโมจิที่มีผิวสีเข้มถูกใช้งานน้อยที่สุด อย่างไรก็ตามทีมนักวิจัยชี้ว่าผลลัพธ์นี้อาจเป็นผลมาจากการไม่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตในหลายพื้นที่ของประเทศที่กำลังพัฒนา

“การที่อิโมจิมีตัวเลือกให้ผู้ใช้งานนี้ถือว่าประสบความสำเร็จในด้านความหลากหลาย และปริมาณการใช้งานที่กว้างขวางจากผลสำรวจแสดงให้เห็นอีกว่าอิโมจิสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้ได้จริง” Walid Magdy จาก School of Informatics กล่าว

 

โลกที่มีหลายสีผิว

ในนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ประจำเดือนเมษายน 2018 นี้ว่าด้วยเรื่องของเชื้อชาติและสีผิว พร้อมนำเสนอภาพถ่ายจากโปรเจค Humanae ซึ่งถ่ายทอดสีผิวของผู้คน 4,000 คนใน 18 ประเทศ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าแท้จริงแล้วสีผิวของมนุษย์เรานั้นหลากหลายมากแค่ไหน

ด้าน Simmon กล่าวว่า ผลลัพธ์ที่ได้จากโปรเจคนี้ไม่ได้น่าประหลาดใจ อีกทั้ง “การที่ใครสักคนจะเลือกใช้อิโมจิแบบไหนก็เป็นการแสดงออกซึ่งตัวตนของพวกเขาเอง”

เรื่อง Elania Zachos

 

อ่านเพิ่มเติม

เช็คๆ อิโมจิสัตว์เหล่านี้ผิดไปจากความเป็นจริง

เรื่องแนะนำ

โลกใหม่ในลมหายใจเดียว

โยฮันนา นอร์ดบลาด อาร์ตไดเร็คเตอร์ ชาวฟินแลนด์ที่เกือบเสียขาไปเมื่อประสบอุบัติเหตุระหว่างขี่จักรยาน แต่กลายเป็นเจ้าของสถิติดำน้ำตัวเปล่าลึก 50 เมตรใต้น้ำที่พื้นผิวด้านบนเป็นน้ำแข็ง ตอนที่เธอประสบอุบัติเหตุ กระดูกขาของโยฮันนาแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยจนเนื้อบริเวณนั้นเกือบตาย  แต่เพราะการรักษาด้วยน้ำแข็ง (ice therapy) ที่เธอบอกว่าทรมานมากในตอนแรก กลับทำให้เธอหลงรักการดำน้ำตัวเปล่า—ไม่มีถังออกซิเจน มีเพียงชุดดำน้ำกับหน้ากาก—ในทะเลสาบเขตอาร์คติกที่ผิวน้ำกลายเป็นน้ำแข็งและน้ำเบื้องล่างหนาวเหน็บ เอียน เดอร์รี ผู้กำกับหนังสั้นบอกว่าตอนที่ถ่ายทำ อุณหภูมิ –14 องศาเซลเซียส เย็นจัดจนกล้องเสียไปตัวหนึ่ง  ช่างภาพต้องใส่ชุดให้ความอบอุ่นด้วยไฟฟ้าไว้ข้างใน ก่อนดำลงไปถ่ายภาพของเธอ แต่โยฮันนากลับดำน้ำตัวเปล่า เดอร์รี เล่าว่า “โยฮันนาเป็นผู้หญิงที่น่าเหลือเชื่อ  เธอหายใจสั้นๆ ชุดหนึ่งแล้วหายลงน้ำไป  ผมหมายถึงหายไปเลย  ผมยืนอยู่แล้วไม่รู้ว่าเกิดอะไร จนคิดว่าพอแล้ว พอแล้ว ขึ้นมาได้แล้ว  คุณขึ้นมาได้ไหม  ผมรอต่อไป รอๆๆ  และคิดว่าพอแล้วๆ  คงมีอะไรผิดปกติ  ทันใดนั้นเธอก็โผล่ขึ้นมา  …ผมบอกว่าได้แล้ว เธอบอกไม่ๆ จะลงไปอีกครั้ง  เธอตัวเขียวแล้ว แต่เธอบอกว่าถ่ายอีกที   เธอเป็นคนสมบูรณ์แบบ เป็นมืออาชีพ และเชื่อมันจริงๆ” โยฮันนากล่าวไว้ในหนังสั้น Johanna ว่า “ไม่มีที่ให้ความกลัว ความตื่นตกใจ และความผิดพลาด  […]

คุยเรื่องห้องน้ำกับแมตต์ เดมอน

นอกจากเป็นนักแสดง ผู้อำนวยการสร้าง และนักเขียนบทภาพยนตร์มือรางวัลแล้ว แมตต์ เดมอน วัย 46 ปี ยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Water.org องค์กรไม่แสวงกำไรซึ่งส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งน้ำที่ปลอดภัยและการสุขาภิบาลด้วย ซูซาน โกลด์เบิร์ก บรรณาธิการนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก มีโอกาสสัมภาษณ์เดมอนในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ระหว่างที่เขาเตรียมปราศรัยให้บรรดาผู้นำที่ธนาคารโลก ซูซาน โกลด์เบิร์ก: ในการพยายามรายงานและถ่ายภาพสารคดีว่าด้วยการสุขาภิบาลในฉบับนี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นเรื่องยากที่จะพูดคุยเรื่องนี้กับคนจำนวนมาก แมตต์ เดมอน: ใช่ครับ ถ้าคุณพูดถึงบางเรื่องอย่างมะเร็งหรือโรคเอดส์ หรือแม้แต่เรื่องประเทศกำลังพัฒนา ผู้คนในประเทศพัฒนาแล้วจะรู้สึกเชื่อมโยงได้ทั้งนั้น  เราทุกคนต่างมีคนรู้จักที่ต่อสู้กับหนึ่งในโรคร้ายเหล่านั้น และสามารถเชื่อมโยงได้ทันที แต่บางเรื่องอย่างเรื่องนี้  เราไม่สามารถเชื่อมโยงได้ครับ  พวกเราส่วนใหญ่ในประเทศพัฒนาแล้วเชื่อมโยงไม่ได้จริงๆครับ กับพฤติกรรมอย่างการขับถ่ายกลางแจ้งซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในประเทศกำลังพัฒนา โกลด์เบิร์ก: นั่นเป็นเรื่องยากสำหรับบางคนแม้แต่จะพูดคุยกันค่ะ หนึ่งในหลายๆสิ่งที่เราพยายามทำกันอย่างจริงจังในสารคดีเรื่องนี้ก็คือแสดงให้เห็นผลกระทบของการขาดการสุขาภิบาล เพราะบางทีผู้คนอาจอยากเข้ามาร่วมด้วยช่วยกัน เดมอน: เป็นเรื่องยากที่จะทำให้คนเข้าใจความใหญ่โตของปัญหาว่า ผู้คน 2,400 ล้านคนขาดการเข้าถึงสุขอนามัยอย่างเพียงพอ คนที่มีโทรศัพท์มือถือมีมากกว่าคนที่มีห้องน้ำเสียอีกครับ เราสูญเสียเด็กอายุต่ำกว่าห้าขวบทุกๆ 90 วินาที เพราะขาดการเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาดและการสุขาภิบาล ทั้งสองอย่างนั้นมาด้วยกันครับ โกลด์เบิร์ก: แล้วคุณจะทำอย่างไรคะ เดมอน: อุปสรรคข้อแรกที่ต้องขจัดคือการทำให้คนเข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นปัญหา จากนั้นข้อสองคือการพยายามทำให้เรื่องนี้พูดคุยกันได้ง่ายขึ้น เราสามารถใช้อารมณ์ขันครับ เรามีความคิดว่าจะถ่ายทำโฆษณาเพื่อบริการสาธารณะที่บ้านของคนดังในฮอลลีวูดบางคน […]

ศิลปะเกาหลีเหนือที่เป็นมากกว่าโฆษณาชวนเชื่อ

งานศิลปะทุกชิ้นคือโฆษณาชวนเชื่อที่ถูกสร้างขึ้นผ่านมุมมองของศิลปิน และดูเหมือนว่าภาพเขียนเหล่านี้ได้แสดงให้เห็นว่าเกาหลีเหนือทำได้ดีทีเดียว