คนไทยในอดีตหากมีคู่ต่างชาติ มีโทษถึงประหารชีวิต - National Geographic Thailand

คนไทยในอดีตหากมีคู่ต่างชาติ มีโทษถึงประหารชีวิต

คนไทยในอดีตหากมีคู่ต่างชาติ มีโทษถึงประหารชีวิต

การแต่งงานระหว่างหญิงไทยและหญิงมอญกับชาวตะวันตกในสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถเป็นไปไม่ได้เนื่องจากกฎหมายพระไอยการหลวงห้ามบิดามารดายกบุตรสาวของตนให้ “เปนเมียฝารัง อังกฤษ วิลันดา ชวา มลายูอันต่างสาสนา แลให้เข้ารีตถือหย่างมฤฉาทิฐินอกพระศาสนา ท่านว่ามันผู้นั้นเป็นเสี้ยนหนามในแผ่นดิน” และให้ลงโทษหกประการ ซึ่งประการแรกก็คือ “ให้ฟันคอริบเรือน”

ดารารัตน์ เมตตาริกานนท์ อธิบายไว้ในบทความ “สิทธิพลเมืองในการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมช่วงก่อน พ.ศ. 2475” ตีพิมพ์ใน วารสารสังคมลุ่มน้ำโขง พ.ศ. 2554 ว่า พลเมืองเพศหญิงไทยมอญถูกรัฐเข้ามาจัดการควบคุมร่างกายและความสัมพันธ์ส่วนตัว ตลอดจนพฤติกรรมทางเพศด้วย (แต่ไม่ห้ามในผู้ชาย) โดยรัฐสยามเริ่มจำแนก “คนในและคนนอก” ด้วยการใช้ “ประเทศ” และ “ศาสนา” มาเป็นเส้นแบ่งแยกชาติพันธุ์  โดยชาติที่ถูกระบุไว้ในกฎหมายดังกล่าวนับถือศาสนาคริสต์และอิสลาม และไม่ได้กำหนดชาวจีนและญี่ปุ่นเอาไว้เลย

ราว 50 ปีถัดมาในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์ กฎหมายการแต่งงานข้ามเชื้อชาติและศาสนาเข้มงวดขึ้น โดยรวมเอาฝ่ายชายที่มีความสัมพันธ์ทางเพศกับหญิงต่างชาติและศาสนาด้วย และยังคงโทษร้ายแรงถึงชีวิตเอาไว้ ในขณะเดียวกันการตั้งชุมชนของชาวต่างชาติต่างศาสนาก็แยกขาดจากราษฎรทั่วไปด้วย

จนหลังสนธิสัญญาเบาริ่งในสมัยรัชกาลที่ 4 เป็นต้นมาที่รัฐไทยผ่อนคลายการควบคุมพลเมืองลงไป และเมื่อ พ.ศ. 2440 ก็มีกฏหมายฉบับแรกของสยามที่ให้สิทธิพลงเมืองแต่งงานข้ามวัฒนธรรมได้ แต่ยังจำกัดให้มีข้อบังคับในหมู่เจ้านายและราชวงศ์

ห้าร้อยปีให้หลังจากการตรากฎหมายพระไอยการอาญาหลวง สังคมไทยเปิดกว้างกับการแต่งงานข้ามเชื้อชาติ วัฒนธรรม และศาสนามากกว่ายุคโบราณอย่างเทียบกันไม่ได้  เมื่อพ้นไปจากการควบคุมความสัมพันธ์ของรัฐ การปะทะสังสรรค์ทางวัฒนธรรมและศาสนา และการปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับบุคคลจึงเป็นประเด็นสิ่งที่สองฝ่ายต้องเผชิญและเรียนรู้เพื่อประคับประคองชีวิตคู่ข้ามพรมแดนเอาไว้

 

อ่านเพิ่มเติม

เมื่อรักไร้พรมแดน

 

เรื่องแนะนำ

เวียดนามสร้างปาฏิหาริย์ทางเศรษฐกิจได้อย่างไร

หลังจากพิษของสงครามอันยาวนานได้ฉุดรั้งเวียดนามให้กลายเป็นหนึ่งในประเทศยากจนที่สุดในโลก แต่สามทศวรรษให้หลัง เวียดนามกลายเป็นฐานการผลิตสินค้าที่สำคัญ เศรษฐกิจเวียดนาม พุ่งทะยานอย่างหยุดไม่อยู่ไปเสียแล้ว เศรษฐกิจเวียดนาม เปรียบได้กับคนหนุ่มสาวที่กำลังเติบโตและมีความหวังว่าทุกสิ่งเป็นไปได้ หากเดินไปในกรุงฮานอยของเวียดนาม ก็จะพบว่ามีพลังงานที่ไร้ขีดจำกัดอยู่ทุกที่ ผู้คนมากมายขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ฉวัดเฉวียนบนถนนที่มีการซื้อขายทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่โทรศัพท์มือถือไปจนถึงอาหารในร้านขนาดเล็กนับไม่ถ้วน โดยพวกเขาล้วนเร่งรีบกันไปทำงานหรือเรียนหนังสือ ในบรรยากาศเดียวกันนี้เมื่อเกือบ 30 ปีก่อน เวียดนามคือหนึ่งประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้กลายมาเป็นประเทศรายได้ปานกลางภายในระยะเวลาอันสั้นได้อย่างไร หลังสงครามเวียดนามที่กินเวลานาน 20 ปี สิ้นสุดลงในปี 1975 รัฐบาลคอมมิวนิสต์เริ่มออกนโยบายวางแผนเศรษฐกิจจากศูนย์กลาง ช่วงกลางปี 1980 มูลค่ารวมของผลิตภัณฑ์รวมในประเทศ (GDP) ต่อหัวอยู่ที่ 200 – 300 ดอลลาร์สหรัฐ แน่นอนว่าในขณะนั้นยังไม่มีนโยบายเปิดรับทุนต่างชาติ จุดเปลี่ยนสำคัญของ เศรษฐกิจเวียดนาม เกิดขึ้นในปี 1986 รัฐบาลเวียดนามออกแผนปฏิรูปเศรษฐกิจและการเมืองชื่อว่าโด่ยเหม่ย (DoiMoi) อันหมายถึง บูรณะหรือดำเนินการใหม่ แผนปฏิรูปนี้เปลี่ยนเวียดนามให้กลายเป็นประเทศเศรษฐกิจตลาดแบบสังคมนิยม (a socialist-oriented market economy) และในปีเดียวกันก็ได้ออกกฎหมายให้การลงทุนจากต่างชาติเข้ามาในประเทศ ทุกวันนี้เวียดนามคือดาวเด่นในตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 6 – 7 ที่สามารถแข่งขันได้กับมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างประเทศจีน โดยมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของประเทศมีค่าเท่ากับมูลค่ารวมของผลิตภัณฑ์รวมในประเทศ (GDP) คำถามมีอยู่ว่า […]

เยือนมัสยิดอันงดงามที่สุดในโลก

ตั้งแต่นครทิมบักตูไปจนถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ศาสนสถานอันงดงามตระการตาเหล่านี้เป็นหลักฐานของเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และเหตุการณ์ทางศาสนาอันอัศจรรย์ ขอเชิญคุณผู้อ่านร่วมเดินทางไปเยือนมัสยิดแสนงามจากทั่วโลกพร้อมกันกับเรา

ย้อนรอยกำเนิดคำสาป มัมมี่

ภาพยนตร์เกี่ยวกับมัมมี่สามารถนำกลับมาเล่าใหม่ได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตราบใดที่ตำนานว่าด้วยมนตร์ขลังแห่งคำสาปของมัมมี่ยังไม่มีวันจางคลาย

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.