คลังหน่วยกิตแห่งชาติ สู่อนาคตไทยผ่านการศึกษาตลอดชีวิต

คลังหน่วยกิตแห่งชาติ สู่อนาคตไทยผ่านการศึกษาตลอดชีวิต

คลังหน่วยกิตแห่งชาติ เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายการปฏิรูปการศึกษา โดยเฉพาะด้านการเปิดโอกาสให้ทุกคนในสังคมเข้าถึงองค์ความรู้

คลังหน่วยกิตแห่งชาติ – ปฏิเสธไม่ได้ว่า ใบปริญญาบัตรหรือประกาศนียบัตรยังคงเป็นเรื่องจำเป็นในฐานะเครื่องมือรับรองความรู้ความสามารถ ยิ่งในยุคปัจจุบันที่การศึกษาไม่ได้ถูกจำกัดทั้งในเรื่องพรมแดนหรือหมวดวิชาอีกต่อไป การหาความรู้นอกห้องเรียนกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้คนที่ต้องการ Upskill พัฒนาทักษะเดิม และ Reskill เพิ่มเติมทักษะใหม่ จึงยิ่งเป็นเรื่องดีถ้าทักษะเหล่านี้ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ

ด้วยความเร็วและความง่ายในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือที่ทำให้การเข้าถึงแหล่งความรู้ทำได้ง่ายและเรียลไทม์มากขึ้น เป็นโอกาสอันดีที่ทำให้หลายมหาวิทยาลัยเริ่มจัดการเรียนการสอนในแบบการศึกษาตลอดชีวิตผ่านเครื่องมือดิจิทัลอย่างเป็นจริงเป็นจัง และนับเป็นหนึ่งในพันธกิจของมหาวิทยาลัยที่ต้องรวบรวมความรู้ความเชี่ยวชาญจากโลกออฟไลน์มาสร้างพื้นที่ออนไลน์ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้สำหรับทุกคนจากทุกที่

การจัดการศึกษาตลอดชีวิตให้เป็นระบบจึงเป็นหัวเรื่องที่กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ อว. ให้ความสำคัญ เพื่อทำให้ประเทศไทยกลายเป็น Lifelong Learning Nation หรือประเทศที่เอื้อต่อการศึกษาตามนโยบายที่วางเอาไว้ แนวความคิดในการจัดตั้ง คลังหน่วยกิตแห่งชาติ หรือ National Credit Bank System จึงเริ่มต้นขึ้น

นโยบายภาครัฐ เพื่อสร้างระบบนิเวศการศึกษาตลอดชีวิต

ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

โจทย์ตั้งต้นที่สำคัญ และนับเป็นเรื่องเร่งด่วนของประเทศไทยคือ การพัฒนากำลังคนให้กับประเทศ ซึ่งไม่เพียงแต่การศึกษาภาคบังคับหรือในระบบเท่านั้น แต่การศึกษาตามอัธยาศัย หรือการศึกษานอกห้องเรียนก็กลายมาเป็นรูปแบบใหม่ของการเรียนรู้ เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของตลาดแรงงาน งานรูปแบบใหม่ และพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้คนที่แตกต่างจากอดีต

การเปลี่ยนให้ผู้คนจากทุกช่วงวัย ทุกอายุ ทุกพื้นที่ สามารถเข้าถึงระบบการศึกษาได้อย่างต่อเนื่องโดยอาศัยเครื่องมือดิจิทัลอย่างแพลตฟอร์มการเรียนการสอน คอร์สอบรม หรือการศึกษาตามอัธยาศัยได้เริ่มต้นและประสบความสำเร็จมาแล้วระยะหนึ่ง ลำดับถัดมาจึงเป็นหน้าที่ของนโยบายภาครัฐในการกำหนดนโยบายเพื่อสร้างระบบนิเวศของการศึกษาแบบใหม่ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ

คลังหน่วยกิตแห่งชาติ

คลังหน่วยกิตแห่งชาติ หรือ National Credit Bank System จึงเป็นการเปิดโอกาสให้คนไทยทุกคนในทุกช่วงวัย ตั้งแต่นักเรียนที่ต้องการสะสมหน่วยกิตในวิชาเรียนที่ตัวเองสนใจสำหรับต่อยอดในอนาคต นักศึกษาในมหาวิทยาลัยที่ต้องการเรียนรู้หัวเรื่องอื่นนอกจากวิชาเอกของตัวเอง คนทำงานที่ต้องการเพิ่มทักษะใหม่ให้กับอาชีพหรือย้ายสายงาน ไปจนถึงผู้ใหญ่ที่ต้องการเรียนรู้อย่างไม่มีสิ้นสุด สามารถเข้าถึงแหล่งวิชาและหลักสูตรต่างๆ จากหลากหลายแหล่งเรียนรู้ แล้วเก็ฐสะสมหน่วยกิตเหล่านี้นำมาเทียบโอน และสะสมเพื่อขอใบรับรองการเรียนรู้ หรือปริญญาบัตร ตามระเบียบของสถาบันอุดมศึกษา

คลังหน่วยกิตแห่งชาติ

ในส่วนระเบียบของทางภาครัฐเอง ก็ได้มีการประกาศกฎกระทรวงฯ เรื่องมาตรฐานหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2565 ไปเมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ในรูปแบบ Lifelong Learning หรือการศึกษาตลอดชีวิต ที่ว่า

‘การสะสมผลการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ เพื่อพัฒนาตนเองหรือการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อสำเร็จหลักสูตรการศึกษา หรือเพื่อขอรับปริญญา ให้กระทำได้โดยระบบคลังหน่วยกิตในระดับอุดมศึกษา ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยมีหลักการดังต่อไปนี้

  1. การนำผลการเรียน ผลลัพธ์การเรียนรู้ สมรรถนะ หรือประสบการณ์มาเทียบหน่วยกิตและสะสมในคลังหน่วยกิตได้ตามหลักเกณฑ์การเทียบโอน
  2. การไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุ คุณวุฒิของผู้เรียน และระยะเวลาในการเรียน
  3. การลงทะเบียนเรียนและสะสมหน่วยกิตได้ตลอดชีวิต โดยไม่มีเงื่อนไขของระยะเวลาในการสะสม
  4. การลงทะเบียนเรียนและสะสมหน่วยกิตในสถาบันอุดมศึกษามากกว่าหนึ่งแห่งได้’

นิยามมหาวิทยาลัยในอดีต สู่การเป็นแหล่งเรียนรู้ในปัจจุบัน

ตลาดแรงงานในปัจจุบัน และมองไกลต่อไปถึงอนาคตคือ งานรูปแบบใหม่ๆ ที่มาจากความรู้และทักษะหลายสาขา รวมรวมและบูรณาการกลายเป็นอาชีพที่ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่เพียง ศาสตร์ หรือสาขาวิชาเอก เหมือนในอดีตอีกต่อไป

และนี่เป็นโจทย์สำคัญที่มหาวิทยาลัยยุคใหม่จะต้องตามให้ทัน เพื่อใช้องค์ความรู้และบุคลากรที่มีในมือเพื่อร่วมพัฒนาบุคลากรของประเทศไทยในมุมมองแบบองค์รวม ทั้งการศึกษาภาคปกติ ควบคู่ไปกับการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ ย่อมต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนเพื่อให้องค์ความรู้ถูกถ่ายทอดอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดกับผู้เรียน

ระบบคลังหน่วยกิตแห่งชาติแบ่งออกเป็นสองส่วน ได้แก่ ระเบียบซึ่งเป็นกฎเกณฑ์ที่เอื้อให้เกิดระบบคลังหน่วยกิตแห่งชาติ ภายใต้อำนาจหน้าที่ของ อว. และอีกส่วนคือ เชิงเทคนิค ในแง่ของแพลตฟอร์ม แหล่งข้อมูล หรือระบบสารสนเทศ ซึ่งทั้งสองส่วนนี้จะต้องทำงานร่วมกันเพื่อสร้างกลไกที่สมบูรณ์

คลังหน่วยกิตแห่งชาติ

ในการเริ่มต้นระบบคลังหน่วยกิตแห่งชาติเพื่อให้เกิดผลอย่างรวดเร็ว ทาง อว. จึงร่วมมือกับ SkillLane สตาร์ตอัปการศึกษาที่รวมวิชานอกห้องเรียนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และ 4 มหาวิทยาลัยชั้นนำ ได้แก่ บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ในการนำร่องทดลองระบบคลังหน่วยกิตแห่งชาติ เพื่อให้สามารถใช้งานเทคโนโลยีได้อย่างเต็มความสามารถ ลดข้อจำกัด เพิ่มโอกาสในการเข้าถึง และเชื่อมโยงแหล่งความรู้เข้าไว้ด้วยกัน โดยจะเริ่มใช้งานจริงในช่วงกลางปี พ.ศ.2566

นอกจากคลังหน่วยกิตแห่งชาติจะเป็นการเปิดศักราชใหม่ของการศึกษาไทยในยุคดิจิทัลแล้ว ยังเปลี่ยนภาพอุดมคติของการศึกษาในแบบเดิมๆ ที่จะต้องจำกัดในวงมหาวิทยาลัยหรือเฉพาะสาขาวิชา มาสู่การศึกษาตามความอยากเรียนอยากรู้ และความสนใจของผู้เรียน เพื่อสร้างให้เกิดการพัฒนาคุณภาพบุคลากรของประเทศ อันเป็นคุณค่าอันแท้จริงของการศึกษา

เรื่อง ณัฐนิช ชัยดี


อ่านเพิ่มเติม CMU Lifelong Education พื้นที่สาธารณะที่เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของทุกคน

เรื่องแนะนำ

ดร.ณิชา ลีโทชวลิต นักวิจัยไทยผู้ร่วมค้นพบหนึ่งในกาแล็กซีไกลที่สุด ด้วยกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์

ความตื่นตัวทางด้านดาราศาสตร์ของคนไทยเมื่อยุคของกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์มาถึง และ ดร.ณิชา คือหนึ่งในทีม GLASS ผู้ร่วมตามล่าหากาแลกซีที่ไกลที่สุด ช่วงกลางปีที่ผ่านมา กระแสตื่นตัวเรื่องอวกาศกลับมาอีกครั้งเมื่อภาพแรกของกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ (James Webb Space Telescope หรือ JWST) เผยแพร่ภาพถ่ายของกระจุกกาแลกซี่ SMACS 0723 หรือชื่อเล่นที่ว่า Deep Field ที่มาจากความห่างไกลของกาแลกซี่ถึง 13,500 ปีแสง ซึ่งนับว่าไกลที่สุดเท่าที่มนุษยชาติเคยค้นพบในปัจจุบัน จะด้วยความตื่นตาจากภาพที่สวยงาม หรือเรื่องราวการค้นพบที่ข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ไปอีกขั้น แต่นี่นับว่าปลุกความกระหายในแวดวงดาราศาสตร์ให้กับชาวไทยอีกครั้ง “น่าสนใจมากเลยนะ อาจารย์ของพี่ยังแปลกใจเลยว่า คนไทยนี่สนใจดาราศาสตร์จัง” จากคำถามถึงกระแสเจมส์ เว็บบ์ในเมืองไทยกับ ดร.ณิชา ลีโทชวลิต นักวิจัยไทยจากสถาบันดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ผู้ร่วมค้นพบ GLASS-z13 หนึ่งในกาแลกซี่ที่ไกลที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยบันทึกภาพได้ เราเชื่อว่า บทสนทนากับ ดร.ณิชา ต่อจากนี้ไป จะเป็นแรงบันดาลใจสำคัญสำหรับคนไทยที่เคยมองดาราศาสตร์เป็นเรื่องราวที่ไกลตัว ว่าอวกาศอันแสนไกลและแสนลึกลับ แต่การค้นพบครั้งใหม่ยังคงสร้างความตื่นเต้น และแสดงศักยภาพของมนุษยชาติที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด การทำงานกับทีม GLASS โปรเจ็คต์ที่พาดาราศาสตร์ก้าวออกไปไกลกว่าเดิม GLASS หรือ Grism […]

วัดบวรนิเวศวิหาร มองรากฐานการศึกษาไทยผ่านบทบันทึก ประวัติศาสตร์มีชีวิต

วัดบวรนิเวศวิหาร จุดเริ่มต้นแผนพัฒนาคนให้เป็นอารยชน ผ่านการศึกษาในวัด พื้นที่ชุมชนพร้อมสรรพที่กระจายอยู่ทั่วเมืองไทย เช้าสดใสในเดือนอากาศดีของกรุงเทพฯ​ กับการตื่นเช้าเข้าวัดครั้งนี้ที่ไม่ได้หยุดแค่การทำบุญเช่นทั่วไป หากแต่เป็นการซึมซับเรื่องราวเล่าขานของเมืองไทยผ่านหลักฐานหน้าประวัติศาสตร์ฉบับจริงที่ถูกจัดแสดงให้สัมผัสประสบการณ์ด้วยตัวเอง กับพิพิธภัณฑ์ในวัดแบบเข้าใจง่าย และเป็นมิตรกับทุกคน ในวโรกาสเฉลิมพระเกียรติคุณวาระครบรอบ 100 ปี แห่งการสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส วันที่ 2 สิงหาคม 2564 รัฐบาลไทยและองค์การยูเนสโกร่วมเฉลิมพระเกียรติด้วยการยกย่องให้พระองค์เป็นบุคคลสำคัญของโลก สาขาสันติภาพ ประจำปีพุทธศักราช 2564 อันเป็นโอกาสอันดีในการจัดงาน ‘พระมหาสมณานุสรณ์’ เทิดพระเกียรติ สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ สำหรับประชาชนไทยทุกคนได้เข้ามาเดินเยี่ยมชมวัดในมุมมองที่ต่างออกไป นอกจากนิทรรศการที่จัดแสดงรายรอบบริเวณวัดบวรนิเวศวิหาร ผ่านสถาปัตยกรรมวัด พระตำหนัก อาราม พร้อมคำบรรยายแบบอินเตอร์แอคทีฟแล้ว ผู้ที่ไม่มีโอกาสได้ลงพื้นที่จริงยังสามารถชมพื้นที่ภายในวัด และชมนิทรรศการแบบประสบการณ์เสมือนจริง 360 องศา ไปพร้อมๆ กับบทความของเราในครั้งนี้ได้ผ่านทางเวบไซต์ https://mahasamana.org จากฟากวัด เดินเท้าข้ามมายังฝั่งโรงเรียน เลียบเลาะผ่านตรอกเล็ก ๆ ระหว่างโรงเรียนวัดบวรนิเวศสู่ทางเข้าอาคารกวีบรรณาลัย อาคารสีขาวซึ่งเป็นที่ตั้งของหอจดหมายเหตุ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส พื้นที่เล่นระดับภายในอาคารถูกตกแต่งอย่างโปร่งสบายแบบห้องนั่งเล่น เผยให้เห็นสถาปัตยกรรมอาคารดั้งเดิม พร้อมกับการจัดหมวดหมู่ของบันทึกประวัติศาสตร์ที่ยังคงเก็บรักษาไว้ในสภาพดี   บวร : บ้าน […]

วิศวะฯ นานาชาติเชิงบูรณาการ 4 หลักสูตรใหม่ จาก Thammasat School of Engineering

ก้าวสู่โลกกว้างของวิศวกรยุคใหม่ กับทักษะรอบด้านที่มีมากกว่า อัปเดตกว่า ย่อมได้เปรียบกว่า โลกแห่งการทำงานและการเรียนในปัจจุบันก้าวข้ามคำว่าขอบเขตไปแล้ว เพราะไม่ว่าจะสาขาวิชาชีพใดก็จำเป็นจะต้องวิ่งตามให้ทันนวัตกรรมและแนวโน้มของยุคสมัยให้ได้ เช่นเดียวกันกับสาขาวิชาวิศวกรรม อีกหนึ่งสาขาที่นับเป็นอาชีพผู้สร้างนวัตกรรมและขับเคลื่อนโลกให้เดินไปข้างหน้า ทักษะและองค์ความรู้ข้ามสายงานเป็นเครื่องมือจำเป็นที่จะทำให้ได้เปรียบในตลาดแรงงานยุคใหม่ทั้งในสายงานวิศวกรรมศาสตร์ รวมไปถึงภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต หลักสูตร ‘วิศวะฯ นานาชาติเชิงบูรณาการ’ หรือ TEPE (Thammasat English Programme of Engineering) โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงเริ่มต้นขึ้นในปีการศึกษา 2566 เพื่อสร้างวิศวกรศักยภาพสูง เติมทักษะความรู้หรือคุณสมบัติที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ไปพร้อมกับการสร้างวิศวกรผู้สร้างนวัตกรรมที่ตอบกับความต้องการรอบด้านของประชากรโลก สร้างหลักสูตรใหม่ จากแนวโน้มวิศวกรรมแห่งอนาคต ตลอดระยะทางกว่า 3 ทศวรรษของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผ่านทั้งเทรนด์การศึกษาในแต่ละยุคสมัยและเพาะบ่มความเชี่ยวชาญของการเป็นพื้นที่แห่งองค์ความรู้จนเชี่ยวกรำ จนมาถึงยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม การปรับตัวของมหาวิทยาลัยก็มีบทบาทในการปรับกรอบความคิดหรือ Mindset โดยเฉพาะด้านการเรียนรู้ข้ามศาสตร์และทักษะความรู้ให้กับนักศึกษาเช่นเดียวกัน “มาถึงปัจจุบันเป็นปีที่ 33 แล้ว ถึงเวลาต้องมีการทบทวนบทบาทของสถาบันการศึกษาด้านวิศวกรรมที่เป็นส่วนสำคัญของห่วงโซ่การพัฒนาคนรุ่นใหม่ เป็นที่มาของปฐมบทใหม่ของการเรียนวิศวกรรมเชิงบูรณาการ โดยมุ่งเน้นการบูรณาการทักษะตามความต้องการของอนาคต” รศ.ดร.ธีร เจียศิริพงษ์กุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวในงานเปิดตัว 4 หลักสูตรใหม่ หลักสูตรโครงการหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตหลักสูตรนานาชาติ คณะวิศวกรรมศาสตร์ หรือ TEPE […]

กำเนิดวิทย์ โรงเรียนวิทยาศาสตร์ที่มุ่งสร้างนักวิจัยพร้อมนวัตกรรม

กำเนิดวิทย์ โรงเรียนวิทยาศาสตร์ ที่ต้องการบ่มเพาะให้ผู้เรียนเป็นผู้สร้างองค์ความรู้ และสร้างคนเก่งที่เป็นคนดี หากพูดถึงคำว่า ‘คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์’ เชื่อว่าหลายคนจะคิดถึงชื่อวิชาที่ต้องเรียนจนจบหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับ แต่ที่ โรงเรียน กำเนิดวิทย์ ความหมายของคำนี้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องของวิชาการ แต่เป็นเรื่องของกระบวนการคิด สร้างสรรค์ และหลักเหตุผลที่หลอมรวมเข้าในทุกวิชาเรียน “ทำไมเราต้องมาสนใจเด็ก gifted?” ดร.ธงชัย ชิวปรีชา ผู้อำนวยการ โรงเรียน กำเนิดวิทย์ เริ่มต้นเท้าความถึงดำริของโรงเรียนที่มองภาพใหญ่คือการสร้างบุคลากร เพื่อนำนวัตกรรมกลับมาสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ ด้วยการสร้างองค์ความรู้ทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี “ถ้าเราหันกลับไปดูว่า ทำไมประเทศของเราถึงยากจน ถ้าเราดูย้อนหลังปี 1965 GDP ของเราสูงกว่าเกาหลีนะ แต่หลังจากนั้นอีก 20-30 ปี เราน้อยกว่าเขา 4-5 เท่า หรือจีนที่พึ่งเปิดประเทศไม่นาน ตอนนี้เขาล้ำหน้ากว่าเราไปมาก ทำไมเราทำไม่ได้? “ณ วันนี้ เรามีคนที่ประกอบอาชีพนักวิจัย นักประดิษฐ์ อยู่ประมาณ 1,300 คนต่อประชากรล้านคน ในขณะที่ญี่ปุ่นกับเกาหลีอยู่ที่ประมาณ 6 พัน ทั้งหมดทั้งประเทศไทยมีนักวิจัยประมาณ 8-9 หมื่นคน […]