ปรับปรุง จามจุรียักษ์ เมืองกาญจน์ กระทบหนักจากนักท่องเที่ยว

ปรับปรุงจามจุรียักษ์เมืองกาญจน์ กระทบหนักจากนักท่องเที่ยว

ปรับปรุง จามจุรียักษ์ เมืองกาญจน์ กระทบหนักจากนักท่องเที่ยว

หลังภาพถ่ายของต้น จามจุรียักษ์ ในอำเภอเมืองจังหวัดกาญจนบุรี  ที่ได้รับการปรับปรุงทัศนียภาพด้วยการทำทางเดินยกพื้นรอบต้น ได้รับการเผยแพร่ลงในโลกออนไลน์ ผู้คนในโซเชียลพากันแสดงความคิดเห็น “ไม่เห็นด้วย” กับโครงการปรับปรุงต้นไม้เก่าแก่อันเป็นสัญลักษณ์ของกาญจนบุรี โดยส่วนใหญ่มองว่าทัศนียภาพไม่เป็นธรรมชาติดังเดิม ถ่ายรูปไม่สวย ไปจนถึงตั้งข้อสังเกตว่างบประมาณในการปรับปรุงหลายล้าน กลับได้แนวทางการแก้ไขปัญหาเท่านี้?

หมดกัน …. ธรรมชาติ#bigtree ของฉัน ขออณุญาติใช้ภาพน่ะครับ#เมื่อก่อนมันก้อดียุ่วแล้ว#คนเมืองกาญ71000

โพสต์โดย จิ๊บ เมืองกาญจน์ เมื่อ วันอังคารที่ 25 กันยายน 2018

 

ต้นจามจุรียักษ์ต้นนี้มีอายุมากกว่าร้อยปี เก่าแก่ขนาดที่ว่าผู้สูงอายุในจังหวัดเองเล่าว่า ตอนพวกเขาเด็กๆ ก็เห็นต้นจามจุรีใหญ่โตมากแล้ว ปัจจุบันต้นจามจุรียักษ์มีความสูงจากพื้นถึงยอดราว 20 เมตร ความกว้างต้องใช้ 10 คนโอบ มีเส้นผ่านศูนย์กลางของร่มเงายาวประมาณ 51.75 เมตร ซึ่งถือว่ากว้างมากและด้วยกิ่งก้านที่แผ่กระจายอย่างสวยงามร่มรื่นนี้เอง สถานที่แห่งนี้จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกทั่วสารทิศให้แวะมาเยือน

ทว่าด้วยความที่ต้นไม้อายุเก่าแก่มาก ประกอบกับคลื่นนักท่องเที่ยวอันล้มหลาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ บางครั้งรากไม้ที่โผล่พ้นดินได้รับความเสียหายจากนักท่องเที่ยวที่ไปนั่ง เหยียบ หรือขูดเอาโชคตามความเชื่อ ประกอบกับเมื่อมีการผูกผ้าสี พอถูกฝนเข้า ก็ก่อให้เกิดความชื้นและเชื้อรา ทางกองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ ๑ สังกัดกรมการสัตว์ทหารบก หน่วยงานเจ้าของพื้นที่จึงร้องขอให้กรมอุทยานเข้ามาปรับปรุง มิฉะนั้นแล้วต้นไม้โบราณอาจมีชีวิตรอดต่อไปได้อีกเพียงไม่กี่ปี

ชมแผนที่ของต้นจามจุรียักษ์ได้ ที่นี่

จามจุรียักษ์
ขอบคุณภาพถ่ายจาก โกวิทย์ ผดุงเรืองกิจ
จามจุรียักษ์
ขอบคุณภาพถ่ายจาก โกวิทย์ ผดุงเรืองกิจ

“โครงการปรับปรุงทัศนียภาพของต้นจามจุรียักษ์เป็นโครงการที่ดำเนินร่วมกับหน่วยงานวนวัฒนวิจัย ของกรมป่าไม้ และนักวิชาการอื่นๆ เพื่ออนุรักษ์ให้ต้นจามจุรียังคงยืนต้นต่อไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน” เป็นคำชี้แจงนายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี และระบุว่าภาพที่ถูกเผยแพร่ออกไปทางโซเชียลมีเดียนั้น เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของโครงการช่วงแรกเท่านั้น เมื่อแล้วเสร็จพื้นที่ตรงนี้จะมีหน้าดินยกสูงขึ้น มีไม้ดอกไม้ประดับ และทางเดินที่คร่อมรากต้นไม้ป้องกันคนไปรบกวน สิ่งที่มีผู้วิจารณ์กันไปในขณะนี้คือการปรับปรุงในขั้นที่ยังไม่เสร็จสิ้น ซึ่งหากเสร็จแล้วยืนยันว่าทัศนียภาพจะออกมาดูสวย กลมกลืน และเป็นธรรมชาติอย่างแน่นอน

(ค้นพบต้นไม้เก่าแก่ที่สุดในยุโรป และยังคงเติบโตอยู่)

ผู้ว่าเมืองกาญจน์ ชี้แจง กรณี ต้นจามจุรียักษ์

นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ชี้แจงกรณี การปรับภูมิทัศน์ บริเวณ ต้นจามจุรียักษ์ เพื่อดูแลรักษา และอนุรักษ์ต้นจามจุรียักษ์ ให้อยู่สืบต่อไป..

โพสต์โดย ร้อยเรื่อง เมืองกาญจน์ เมื่อ วันเสาร์ที่ 29 กันยายน 2018

 

ด้านเพจคนเมืองกาญจน์พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า งบประมาณของโครงการจริงไม่ถึง 5 ล้านบาท มีเพียงแค่ 3.4 ล้านเท่านั้น ทั้งยังมีงานก่อสร้างอื่นๆ อีกหลายรายการ เช่น การสร้างอาคารอเนกประสงค์ การทำสวนหย่อม ไปจนถึงการถมดินและปุ๋ยให้สูงขึ้นเพื่อให้รากได้อาหาร ปูหญ้าด้านบนให้ต้นไม้ได้รับความชื้น เนื่องจากปัจจุบันต้นไม้เก่านี้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ

ส่วนตัวสะพานที่ชาวโซเชียลไม่เห็นด้วยนั้นถูกออกแบบให้เป็นทางเดินคร่อมปกป้องรากต้นไม้ โดยลงเสาไม่ให้โดนราก ทุกมุมอยู่ในมุมที่ถ่ายรูปสวย มีเก้าอี้นั่งพักให้ชมเรือนไม้  “ในอนาคตจะเป็นการบังคับนักท่องเที่ยวว่าให้เดินชมต้นไม้ได้เฉพาะบนสะพานเท่านั้น ไม่ให้ลงไปเหยียบหญ้าหรือรากต้นไม้อีก” กฤต มังกะโรทัย และสโรชา คำแก้ว ปลัดอำเภอกล่าว “ตามสัญญาโครงการมีรายการที่ต้องทำ 14 รายการ แต่ทุกวันนี้เพิ่งทำไปได้แค่ 2 รายการเท่านั้นครับ วันเสาร์อาทิตย์นักท่องเที่ยวจะเยอะมากเราเลยทำงานไม่ได้” ทั้งนี้โครงการดังกล่าวคาดว่าจะเสร็จสิ้นประมาณวันที่ 17 ธันวาคม

(รู้หรือไม่ว่าต้นไม้สื่อสาร แบ่งปันอาหาร ตลอดจนเตือนภัยให้แก่กันได้?)

สร้างทำไม! เพื่อ? ต้นจามจุรียักษ์กาญจนบุรี

สะพานล้อม 🌳ต้นจามจุรียักษ์ สร้างทำไม❓ เพื่อ❓ ประเด็นร้อนแรงในขณะนี้ วันนี้แอดมินพามาหาความจริงอีกด้าน(🎬ฉบับวีดีโอแบบเต็ม) โดยการเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ชี้แจงจึงเจตนารมณ์การก่อสร้าง และประเด็นดราม่าต่างๆในครั้งนี้ครับ (ถ้าใครดูวีดีโอจบแล้วยังไม่เห็นด้วย ไม่ว่ากัน ทุกท่านมีสิทธิเห็นต่าง แต่ให้คุยด้วยเหตุผลจ้า… หรือให้รอใกล้เสร็จ เห็นเป็นรูปเป็นร่างก่อน แล้วค่อยวิจารณ์ติชมกันได้ครับ)หากใครไม่อยากดูวีดีโอ ผมสรุปๆได้ว่า ดังนี้1.สะพานเดินไม่ใช่แค่สวยงาม แต่สิ่งสำคัญเพื่อไม่ให้คนไปเหยียบลากไม้ มาหมื่นๆแสนๆคน/ปี เหยียบไปเท่าไร ดีกว่าหรือไม่มีทางเดินให้เลย2.การก่อสร้างมีเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับต้นไม้ตรวจสอบแล้ว ขุดฟังเสายังไงไม่ให้สงผลเสีย จุดไหนตั้งเสาได้หรือไม่ มิใช่การก่อสร้างทันที3.ที่บอกว่า ปล่อยไว้เฉยๆก็ได้ ท่านอาจไม่รู้ว่า มีต้นจามจุรียักษ์อายุประมาณ 80 ปี อยู่ใกล้เคียงกัน ได้ตายไปแล้ว เพราะติดโรค ไม่มีการดูแลรักษา4.เราต้องยอมรับว่า ปัญหาเกิดจากคน บางคนที่บอกว่าการก่อสร้างเป็นการทำลาย แต่ตัวเองเวลาไปถ่ายรูปก็ไปยืนบนลากไม้ หรือปีนบนกิ่งไม้ บางคนเอารถเข้าไปจอดเลยจ้า นี่คือเหตุผลสำคัญของการก่อสร้างสะพานไว้เดิน5.งบใช้จริงไม่ใช่ 5 ล้าน เนื่องจากเพื่อความโปร่งใส งานนี้เป็นระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ(Online) ให้ผู้ประมูลงานที่ถูกที่สุด ไม่เห็นหน้ากัน โอกาสฮั้วประมูลหรือคอรัปชั่นน้อยมาก แถมได้ราคาจาก 5ล้าน เหลือประมาณ 3.4ล้านเท่านั้น โดยการก่อสร้างไม่ใช่แค่สะพาน แต่มีงานก่อสร้างตัวอาคาร และอื่นๆ ประมาณ 8-10 รายการมี ทางเดินห้องน้ำ , จุดถ่ายรูป , จุดขายของ , ศาลา , เดินน้ำ+ไฟ(ชาวบ้านได้ใช้ด้วย ปกติพื้นที่ใช้ไฟไม่ได้)6.ไม่สวยขัดตา ตอนนี้ยังเห็นเป็นปูนอยู่ แต่ถ้าที่เสร็จแล้วจริงๆ จะมีการตกแต่งสะพานให้กลมกลื่นเรื่องสีและตกตแต่ให้สะพานเหมือนส่วนนึงของต้นไม้7. บนสะพานมีส่วนยื่นออกมาหลายมุม เพื่อใช้สำหรับถ่ายภาพโดยเฉพาะ8.ทุกความคิดเห็นแม้แง่มุมคิดต่าง ทุกคนคิดดีหมด เพื่อประโยชน์ส่วนรวม ไม่มีใครผิดหรือถูกจ้า*** ผมไม่สามารถตอบข้อสงสัยบางอย่าง หรือแนวทางการดูแลในอนาคตได้เพราะทราบข้อมูลเบื้อง้ตเท่านี้ แต่หากสมาชิกสงสัยจะพยายามสอบถามให้นะครับ*** ไม่ขอก้าวล่วงสิทธิ์การแสดงความคิดเห็นแต่ละท่าน อ่านครบ7ประเด็น สามารถวิพากษ์วิจารณ์เพื่อก่อสิ่งที่ดีร่วมกัน แต่อยากให้รับฟัง2ด้านก่อนเท่านั้น เพื่อชั่งน้ำหนักความเหมาะสมอย่างเป็นธรรม เป็นเรื่องธรรมดาที่มีคนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่ให้คำนึงถึงการรักษาต้นไม้ไว้ให้นานที่สุด ทุกความคิดเห็นเชื่อว่าหวังดีกันทุกท่าน—————————ขอบคุณข้อมูลจาก- ป แอม สโรชา คำแก้ว- ป กฤต กฤต มังกะโรทัย

โพสต์โดย คนเมืองกาญจน์ เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน 2018

 

อย่างไรก็ดี ดร.วิภากร ธรรมวิมล อดีตนายกสมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย มองว่าโครงการดังกล่าวเป็นการแก้ปัญหาที่ขาดความเข้าใจในบริบทของต้นไม้มาตั้งแต่ต้น ดร.วิภากรชี้ว่า คุณค่าของต้นจามจุรีไม่ได้อยู่ที่ต้นไปจนถึงยอด แต่ยังรวมถึงรากที่แผ่กระจายงดงามด้วย เมื่อทางหน่วยงานไม่ได้ดำเนินนโยบายเพื่อการอนุรักษ์ตั้งแต่ต้น แต่กลับเน้นเพื่อการท่องเที่ยวปล่อยให้ผู้คนเข้าไปสัมผัสต้นไม้เก่าอย่างใกล้ชิด เหยียบรากแม้จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ตลอดจนการตั้งร้านค้าและห้องน้ำในบริเวณใกล้ๆ ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ต้นไม้ทรุดโทรมลง

หากเลือกที่จะอนุรักษ์อย่างยั่งยืน ดร.วิภากร เสนอว่า 1. ควรปิดพื้นที่ระยะเวลาหนึ่งเพื่อรื้อถอนโครงสร้างและฟื้นฟูต้นไม้ 2. ออกแบบใหม่ทั้งหมด เน้นการชมต้นไม้ที่ไม่ไปรบกวนหรือสัมผัส และข้อสุดท้ายสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเน้นย้ำคุณค่าของต้นไม้ในด้านการอนุรักษ์ ว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่แค่มาเพื่อถ่ายรูปสวยๆ แต่ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ความสำคัญของต้นไม้ใหญ่ และความสำคัญในฐานะที่เป็นสัญลักษณ์ของกาญจนบุรี เช่นการมีพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง เป็นต้น

จามจุรียักษ์
ตัวอย่างของแปลนปรับปรุงต้นจามจุรียักษ์ที่คาดว่าจะเป็นเมื่อแล้วเสร็จ
ขอบคุณภาพจาก กฤต มังกะโรทัย
จามจุรียักษ์
ตัวอย่างของแปลนปรับปรุงต้นจามจุรียักษ์ที่คาดว่าจะเป็นเมื่อแล้วเสร็จ
ขอบคุณภาพจาก กฤต มังกะโรทัย
จามจุรียักษ์
ตัวอย่างของแปลนปรับปรุงต้นจามจุรียักษ์ที่คาดว่าจะเป็นเมื่อแล้วเสร็จ
ขอบคุณภาพจาก กฤต มังกะโรทัย
จามจุรียักษ์
ตัวอย่างของแปลนปรับปรุงต้นจามจุรียักษ์ที่คาดว่าจะเป็นเมื่อแล้วเสร็จ
ขอบคุณภาพจาก กฤต มังกะโรทัย
จามจุรียักษ์
ตัวอย่างของแปลนปรับปรุงต้นจามจุรียักษ์ที่คาดว่าจะเป็นเมื่อแล้วเสร็จ
ขอบคุณภาพจาก กฤต มังกะโรทัย
จามจุรียักษ์
ขอบคุณภาพถ่ายจาก โกวิทย์ ผดุงเรืองกิจ
จามจุรียักษ์
ขอบคุณภาพถ่ายจาก โกวิทย์ ผดุงเรืองกิจ

 

อ่านเพิ่มเติม:

นี่ไม่ใช่ภาพตัดต่อ แต่คือสะพานต้นไม้จริงที่ปลูกในอินเดีย

 

เรื่องแนะนำ

ส่องโรงแรมม่านรูดสารพัดธีมในญี่ปุ่น

คนญี่ปุ่นแต่งงานช้าลง อัตราการเกิดใหม่ของเด็กญี่ปุ่นกำลังลดต่ำลงเรื่อยๆ แต่ในขณะเดียวกันธุรกิจโรงแรมม่านรูดกลับเฟื่องฟูอย่างมาก มาร่วมสำรวจเข้าไปในดินแดนอีโรติกอันแสนลี้ลับนี้กัน

ทำไมการมีตำรวจหญิงจึงเป็นเรื่องสำคัญ?

ในคดีความผิดทางเพศ การถามปากคำผู้เสียหายซึ่งเป็นหญิงจะดำเนินการโดยพนักงานสอบสวนหญิง แต่ทำไมสำนักงานตำรวจแห่งชาติกลับยกเลิกนักเรียนนายร้อยตำรวจหญิง? คำถามจากสุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง ผู้จัดการมูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม

ชนเผ่าผู้ไม่สังคมโลก

ในปี 2013 ประมาณจำนวนของชนเผ่าที่ไม่ติดต่อกับโลกภายนอกประมาณ 100 ชนเผ่าที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนโลก ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาอาศัยอยู่ในผืนป่าในพื้นที่ห่างไกลอย่างป่าแอมะซอนหรือบนเกาะนิวกินี

การเดินทางของอาหาร

นี่ไม่ใช่ภาพหุ่นนิ่งจากยุโรปสมัยศตวรรษที่สิบเจ็ด แต่เป็นผลผลิตสดใหม่จากตลาดระดับบนสี่แห่งในแมนแฮตตัน การกินอาหารที่ผลิตหรือปลูกในท้องถิ่นและลดการปล่อยคาร์บอนอาจกำลังเป็นที่นิยม แต่ผักผลไม้เหล่านี้ขนส่งเป็นระยะทางไกลมายังมหานครนิวยอร์ก บางชนิดเดินทางมาไกลเกือบ 15,000 กิโลเมตร ที่จริงแล้วการ นำเข้าผลผลิตในสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปี 1980 อมิต รตานศีพ่อค้าที่ตลาดขายส่งแห่งหนึ่งในย่านบรองซ์ บอกว่า พ่อครัวและคนซื้อ “อยากรู้ว่าอาหารของพวกเขามาจากที่ไหน” ซึ่งอาจหมายถึงไร่นาใกล้เคียง อีกฝั่งหนึ่งของประเทศ หรือถ้าเป็นสินค้าจากต่างแดนก็อยู่ห่างออกไปครึ่งโลก อยากรู้ไหมว่าผลผลิตอาหารเหล่านี้เดินทางมาจากที่ไหนบ้าง คลิกชมได้ ที่นี่    อ่านเพิ่มเติม : กล้ากินหมึกตัวเป็นๆ ไหม?, เทศกาลปามะเขือเทศเป็นการสิ้นเปลืองอาหารหรือไม่?

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.