ปรับปรุง จามจุรียักษ์ เมืองกาญจน์ กระทบหนักจากนักท่องเที่ยว

ปรับปรุงจามจุรียักษ์เมืองกาญจน์ กระทบหนักจากนักท่องเที่ยว

ปรับปรุง จามจุรียักษ์ เมืองกาญจน์ กระทบหนักจากนักท่องเที่ยว

หลังภาพถ่ายของต้น จามจุรียักษ์ ในอำเภอเมืองจังหวัดกาญจนบุรี  ที่ได้รับการปรับปรุงทัศนียภาพด้วยการทำทางเดินยกพื้นรอบต้น ได้รับการเผยแพร่ลงในโลกออนไลน์ ผู้คนในโซเชียลพากันแสดงความคิดเห็น “ไม่เห็นด้วย” กับโครงการปรับปรุงต้นไม้เก่าแก่อันเป็นสัญลักษณ์ของกาญจนบุรี โดยส่วนใหญ่มองว่าทัศนียภาพไม่เป็นธรรมชาติดังเดิม ถ่ายรูปไม่สวย ไปจนถึงตั้งข้อสังเกตว่างบประมาณในการปรับปรุงหลายล้าน กลับได้แนวทางการแก้ไขปัญหาเท่านี้?

 

ต้นจามจุรียักษ์ต้นนี้มีอายุมากกว่าร้อยปี เก่าแก่ขนาดที่ว่าผู้สูงอายุในจังหวัดเองเล่าว่า ตอนพวกเขาเด็กๆ ก็เห็นต้นจามจุรีใหญ่โตมากแล้ว ปัจจุบันต้นจามจุรียักษ์มีความสูงจากพื้นถึงยอดราว 20 เมตร ความกว้างต้องใช้ 10 คนโอบ มีเส้นผ่านศูนย์กลางของร่มเงายาวประมาณ 51.75 เมตร ซึ่งถือว่ากว้างมากและด้วยกิ่งก้านที่แผ่กระจายอย่างสวยงามร่มรื่นนี้เอง สถานที่แห่งนี้จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกทั่วสารทิศให้แวะมาเยือน

ทว่าด้วยความที่ต้นไม้อายุเก่าแก่มาก ประกอบกับคลื่นนักท่องเที่ยวอันล้มหลาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ บางครั้งรากไม้ที่โผล่พ้นดินได้รับความเสียหายจากนักท่องเที่ยวที่ไปนั่ง เหยียบ หรือขูดเอาโชคตามความเชื่อ ประกอบกับเมื่อมีการผูกผ้าสี พอถูกฝนเข้า ก็ก่อให้เกิดความชื้นและเชื้อรา ทางกองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ ๑ สังกัดกรมการสัตว์ทหารบก หน่วยงานเจ้าของพื้นที่จึงร้องขอให้กรมอุทยานเข้ามาปรับปรุง มิฉะนั้นแล้วต้นไม้โบราณอาจมีชีวิตรอดต่อไปได้อีกเพียงไม่กี่ปี

ชมแผนที่ของต้นจามจุรียักษ์ได้ ที่นี่

จามจุรียักษ์
ขอบคุณภาพถ่ายจาก โกวิทย์ ผดุงเรืองกิจ
จามจุรียักษ์
ขอบคุณภาพถ่ายจาก โกวิทย์ ผดุงเรืองกิจ

“โครงการปรับปรุงทัศนียภาพของต้นจามจุรียักษ์เป็นโครงการที่ดำเนินร่วมกับหน่วยงานวนวัฒนวิจัย ของกรมป่าไม้ และนักวิชาการอื่นๆ เพื่ออนุรักษ์ให้ต้นจามจุรียังคงยืนต้นต่อไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน” เป็นคำชี้แจงนายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี และระบุว่าภาพที่ถูกเผยแพร่ออกไปทางโซเชียลมีเดียนั้น เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของโครงการช่วงแรกเท่านั้น เมื่อแล้วเสร็จพื้นที่ตรงนี้จะมีหน้าดินยกสูงขึ้น มีไม้ดอกไม้ประดับ และทางเดินที่คร่อมรากต้นไม้ป้องกันคนไปรบกวน สิ่งที่มีผู้วิจารณ์กันไปในขณะนี้คือการปรับปรุงในขั้นที่ยังไม่เสร็จสิ้น ซึ่งหากเสร็จแล้วยืนยันว่าทัศนียภาพจะออกมาดูสวย กลมกลืน และเป็นธรรมชาติอย่างแน่นอน

(ค้นพบต้นไม้เก่าแก่ที่สุดในยุโรป และยังคงเติบโตอยู่)

 

ด้านเพจคนเมืองกาญจน์พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า งบประมาณของโครงการจริงไม่ถึง 5 ล้านบาท มีเพียงแค่ 3.4 ล้านเท่านั้น ทั้งยังมีงานก่อสร้างอื่นๆ อีกหลายรายการ เช่น การสร้างอาคารอเนกประสงค์ การทำสวนหย่อม ไปจนถึงการถมดินและปุ๋ยให้สูงขึ้นเพื่อให้รากได้อาหาร ปูหญ้าด้านบนให้ต้นไม้ได้รับความชื้น เนื่องจากปัจจุบันต้นไม้เก่านี้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ

ส่วนตัวสะพานที่ชาวโซเชียลไม่เห็นด้วยนั้นถูกออกแบบให้เป็นทางเดินคร่อมปกป้องรากต้นไม้ โดยลงเสาไม่ให้โดนราก ทุกมุมอยู่ในมุมที่ถ่ายรูปสวย มีเก้าอี้นั่งพักให้ชมเรือนไม้  “ในอนาคตจะเป็นการบังคับนักท่องเที่ยวว่าให้เดินชมต้นไม้ได้เฉพาะบนสะพานเท่านั้น ไม่ให้ลงไปเหยียบหญ้าหรือรากต้นไม้อีก” กฤต มังกะโรทัย และสโรชา คำแก้ว ปลัดอำเภอกล่าว “ตามสัญญาโครงการมีรายการที่ต้องทำ 14 รายการ แต่ทุกวันนี้เพิ่งทำไปได้แค่ 2 รายการเท่านั้นครับ วันเสาร์อาทิตย์นักท่องเที่ยวจะเยอะมากเราเลยทำงานไม่ได้” ทั้งนี้โครงการดังกล่าวคาดว่าจะเสร็จสิ้นประมาณวันที่ 17 ธันวาคม

(รู้หรือไม่ว่าต้นไม้สื่อสาร แบ่งปันอาหาร ตลอดจนเตือนภัยให้แก่กันได้?)

 

อย่างไรก็ดี ดร.วิภากร ธรรมวิมล อดีตนายกสมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย มองว่าโครงการดังกล่าวเป็นการแก้ปัญหาที่ขาดความเข้าใจในบริบทของต้นไม้มาตั้งแต่ต้น ดร.วิภากรชี้ว่า คุณค่าของต้นจามจุรีไม่ได้อยู่ที่ต้นไปจนถึงยอด แต่ยังรวมถึงรากที่แผ่กระจายงดงามด้วย เมื่อทางหน่วยงานไม่ได้ดำเนินนโยบายเพื่อการอนุรักษ์ตั้งแต่ต้น แต่กลับเน้นเพื่อการท่องเที่ยวปล่อยให้ผู้คนเข้าไปสัมผัสต้นไม้เก่าอย่างใกล้ชิด เหยียบรากแม้จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ตลอดจนการตั้งร้านค้าและห้องน้ำในบริเวณใกล้ๆ ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ต้นไม้ทรุดโทรมลง

หากเลือกที่จะอนุรักษ์อย่างยั่งยืน ดร.วิภากร เสนอว่า 1. ควรปิดพื้นที่ระยะเวลาหนึ่งเพื่อรื้อถอนโครงสร้างและฟื้นฟูต้นไม้ 2. ออกแบบใหม่ทั้งหมด เน้นการชมต้นไม้ที่ไม่ไปรบกวนหรือสัมผัส และข้อสุดท้ายสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเน้นย้ำคุณค่าของต้นไม้ในด้านการอนุรักษ์ ว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่แค่มาเพื่อถ่ายรูปสวยๆ แต่ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ความสำคัญของต้นไม้ใหญ่ และความสำคัญในฐานะที่เป็นสัญลักษณ์ของกาญจนบุรี เช่นการมีพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง เป็นต้น

จามจุรียักษ์
ตัวอย่างของแปลนปรับปรุงต้นจามจุรียักษ์ที่คาดว่าจะเป็นเมื่อแล้วเสร็จ
ขอบคุณภาพจาก กฤต มังกะโรทัย
จามจุรียักษ์
ตัวอย่างของแปลนปรับปรุงต้นจามจุรียักษ์ที่คาดว่าจะเป็นเมื่อแล้วเสร็จ
ขอบคุณภาพจาก กฤต มังกะโรทัย
จามจุรียักษ์
ตัวอย่างของแปลนปรับปรุงต้นจามจุรียักษ์ที่คาดว่าจะเป็นเมื่อแล้วเสร็จ
ขอบคุณภาพจาก กฤต มังกะโรทัย
จามจุรียักษ์
ตัวอย่างของแปลนปรับปรุงต้นจามจุรียักษ์ที่คาดว่าจะเป็นเมื่อแล้วเสร็จ
ขอบคุณภาพจาก กฤต มังกะโรทัย
จามจุรียักษ์
ตัวอย่างของแปลนปรับปรุงต้นจามจุรียักษ์ที่คาดว่าจะเป็นเมื่อแล้วเสร็จ
ขอบคุณภาพจาก กฤต มังกะโรทัย
จามจุรียักษ์
ขอบคุณภาพถ่ายจาก โกวิทย์ ผดุงเรืองกิจ
จามจุรียักษ์
ขอบคุณภาพถ่ายจาก โกวิทย์ ผดุงเรืองกิจ

 

อ่านเพิ่มเติม:

นี่ไม่ใช่ภาพตัดต่อ แต่คือสะพานต้นไม้จริงที่ปลูกในอินเดีย

 

เรื่องแนะนำ

ภาพความกลัวจากในบ้านผีสิงเหล่านี้ ทำอดขำไม่ได้

เรื่อง เรเชล บราวน์ กล้องดักถ่ายภาพเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับบรรดานักวิทยาศาสตร์ผู้ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสัตว์ป่า พวกเขามักจะติดตั้งกล้องเหล่านี้ไว้ตามเส้นทางเดินของสัตว์ เพื่อให้ได้ภาพถ่ายตามธรรมชาติของมัน กล้องเหล่านี้ถูกควบคุมด้วยรีโมทเซ็นเซอร์ระยะไกล จึงใช้ได้ดีกับผู้ล่าอันตรายอย่างเสือจากัวร์ หรือใช้ในการติดตามพฤติกรรมโดยไม่ต้องรบกวนสัตว์ เช่นการรุมกินซากสัตว์ของฝูงอีแร้ง และเช่นเดียวกัน เทคโนโลยีนี้กำลังถูกนำมาใช้จับภาพความหวาดกลัวของผู้คน ที่บ้านผีสิง The Nightmares Fear Factory บ้านผีสิงชื่อดังในเมืองไนแอการาฟอลส์ ของแคนาดา ผู้เปิดให้บริการความขนหัวลุกมานานกว่า 30 ปี ในกลางทศวรรษที่ 20 Frank LaPenna เจ้าของกิจการได้แรงบันดาลใจจากกล้องถ่ายภาพบนรถไฟเหาะ เขาจึงตั้งใจว่าจะนำไอเดียเดียวกันนี้มาบันทึกภาพความหวาดกลัวของบรรดาลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเอาไว้ “ในตอนแรกผมยืนอยู่ในความมืด มีกล้องดิจิตอลตัวจิ๋วในมือคอยจับภาพผู้คนที่กำลังหวาดกลัว” เขาอธิบาย “จากนั้นผมจะวิ่งลงไปที่ลอบบี้ เอาเมมการ์ดออกจากกล้องเสียงเข้าคอมพิวเตอร์ และโชว์ภาพที่ถ่ายได้ขึ้นจอมอนิเตอร์ให้คนที่เพิ่งออกมาจากบ้านผีสิงได้เห็น” LaPenna ทำแบบนี้จนเมื่อเขาได้รู้จักกับเทคโนโลยีใหม่นั่นคือกล้องดักถ่ายภาพ ซึ่งจะบันทึกภาพอัตโนมัติ ด้วยเซนเซอร์ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อสัตว์ตัวนั้นๆ เดินผ่านอินฟาเรดที่ดักไว้ เขาออกแบบในรูปแบบที่คล้ายกันเพียงแต่ว่าเปลี่ยนจากอินฟาเรดเป็นปฏิกิริยาของผู้คนที่ตกใจเป็นสิ่งกระตุ้นให้กล้องทำงานแทน ด้วยวิธีนี้ช่วยให้เขาได้ภาพถ่ายของผู้คนกว่า 550 ภาพต่อวัน และบ้านผีสิงนี้เปิดทุกวันฉะนั้นในแต่ละปีเขาจึงมีภาพถ่ายที่รวบรวมเอาไว้หลายแสนภาพเลยทีเดียว ซึ่งในปี 2011 ภาพถ่ายเหล่านี้ถูกอัพโหลดขึ้นเว็บไซต์ของบ้านผีสิง เพื่อดึงดูดผู้ที่สนใจอยากลิ้มลองความสยองขวัญให้เข้ามาใช้บริการกันมากขึ้น แม้ว่าจะแตกต่างจากกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ที่ให้ประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ แต่คิดดูอีกที มองไปที่รูปถ่ายเหล่านี้ เราทุกคนล้วนคือสัตว์ที่เมื่ออะดรีนาลีนพลุ่งพล่านจากความกลัว ปฏิกิริยาที่แสดงออกมาผ่านภาพถ่ายจึงเป็นสัญชาตญาณล้วนๆ […]

ประวัติศาสตร์น่าทึ่งว่าด้วยการปิดสมัยประชุมรัฐสภาอังกฤษโดยกษัตริย์

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร อ่านสุนทรพจน์ในการประชุมสภาขุนนาง หรือสภาสูงแห่ง รัฐสภาอังกฤษ เพื่อเริ่มต้นการประชุมสภา ที่โดยปกติจะเริ่มต้นขึ้นในช่วงฤดูในไม้ผลิ และมีสมัยประชุมเป็นระยะเวลา 1 ปี ภาพถ่ายโดย ALASTAIR GRANT, WPA POOL/GETTY จากเบร็กซิตสู่การระบาดของไข้รากสาดใหญ่ มีการใช้เครื่องมือที่เป็นกลการเมืองนี้เป็นเวลานับร้อยปีเพื่อปิดสมัยประชุมสภานิติบัญญัติของอังกฤษ ใน รัฐสภาอังกฤษ สมัยการประชุมจะยุติลงเมื่อปีของการประชุมสภานิติบัญญัติ หรือที่เรียกว่าสมัยการประชุมสิ้นสุดลง จากนั้นสมัยการประชุมครั้งใหญ่จะเริ่มต้น อาจฟังดูเป็นเรื่องง่าย แต่ไม่เป็นอย่างนั้นเสียทีเดียว การปิดสมัยการประชุมของอังกฤษเต็มไปด้วยเรื่องของวัฒนธรรมและโอกาสทางการเมือง ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานมานับศตวรรษ และบางครั้งมีการใช้เป็นกลเม็ดเล่ห์เหลี่ยมของรัฐบาล โดยวิธีการปิดสมัยประชุมเป็นเครื่องมืออันเย้ายวนของนักการเมืองอังกฤษที่ต้องการแขวนการออกกฎหมายที่พวกเขาไม่พึงประสงค์ การปิดสภา (บางสำนักข่าวใช้คำว่า ระงับการประชุมสภา) เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองครั้งล่าสุดเกิดจากนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีจากพรรคอนุรักษ์นิยม ซึ่งวางแผนที่จะปิดสมัยประชุมที่ยาวนานที่สุดในรอบ 400 ปี โดยประกาศขยายเวลาการพักการประชุมสภาออกไปจนถึงวันที่ 14 ตุลาคม ก่อนถึงกำหนดวันที่อังกฤษต้องถอนตัวออกจากสมาชิกของสหภาพยุโรป (อียู) แบบไร้ข้อตกลงได้ตามกำหนด ก็คือ ในวันที่ 31 ตุลาคม นี้ ถ้าบอริสสามารถดำเนินการตามแผนนี้ได้สำเร็จ จะเป็นเหตุให้สมาชิกสภานิติบัญญัติหยุดปฏิบัติหน้าที่ในสภาเป็นเวลา 5 สัปดาห์ และทำให้การอภิปรายเรื่องการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักรสั้นลงไปอย่างมาก กล่าวคือ […]

ชาวญี่ปุ่นใช้นกกาน้ำช่วยจับปลา

ชาวญี่ปุ่นใช้นกกาน้ำช่วยจับปลา Ukai คือชื่อเรียกของวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวประมงญี่ปุ่นที่ใช้นกกาน้ำช่วยจับปลา พวกเขาจะคล้องเชือกไว้กับตัวนก และปล่อยให้พวกมันดำน้ำลงไปจับปลาตามธรรมชาติ เมื่อได้ปลาแล้วตามพฤติกรรมของนกกาน้ำ พวกมันจะเก็บสะสมปลาที่จับได้ไว้ในคอ ชาวประมงจะใช้มือดันให้พวกมันยอมคายออกมา ทุกวันนี้ธรรมเนียมดังกล่าวกลายมาเป็นการแสดงโชว์ประจำท้องถิ่น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ดีมีหลายคนที่ไม่เห็นด้วยและมองว่าวัฒนธรรมเช่นนี้เป็นการทรมานสัตว์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง   อ่านเพิ่มเติม ลิงกังญี่ปุ่นแช่น้ำร้อนเพื่อคลายเครียด

ยินดีต้อนรับสู่โรงพยาบาลตุ๊กตาที่ยังคงเปิดทำการ

ยินดีต้อนรับสู่โรงพยาบาลตุ๊กตาที่ยังคงเปิดทำการ “ทุกๆ วันผู้คนจะถามเราว่าได้เก็บเจ้าสาวของชัคกี้ไว้ไหม” Manuela Cutileiro “ศัลยแพทย์ตุ๊กตา” ประจำโรงพยาบาล de Bonecas ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1830 ในย่าน Praça da Figueira อันแสนจอแจของกรุงลิสบอน เมืองหลวงประเทศโปรตุเกสกล่าว สถานที่แห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็น โรงพยาบาลตุ๊กตา ที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังคงตั้งอยู่ที่เดิมและเปิดทำการ ที่นี่รับรักษาตุ๊กตาทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาพลาสติก, ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ, ตุ๊กตาโลหะ, ตุ๊กตาไม้, ตุ๊กตาผ้า มั่นใจได้ว่าทุกตุ๊กตาจะมีชีวิตใหม่ที่งดงาม สำหรับกระบวนการคืนชีวิตใหม่ให้ตุ๊กตานั้นใช้เวลาร่วม 4 เดือน หลายครั้งตุ๊กตาเหล่านี้เข้ามายังโรงพยาบาลด้วยสภาพอันน่าสยดสยอง เช่น ใบหน้าแหว่ง, แขนแตกร้าว หรือดวงตาหายไป ตั้งแต่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบจากเยอรมันที่ตกแต่งอย่างปรานีต ไปจนถึงตุ๊กตาสีดำที่ผลิตขึ้นเมื่อปี 1915 ในแองโกลา Cutileiro อดีตครูโรงเรียนประถมศึกษา หมดความรู้สึกหวาดกลัวบรรดาผู้ป่วยของเธอ  “เราไม่ได้ให้ความสำคัญกับตุ๊กตาตัวไหนเป็นพิเศษค่ะ” เธอกล่าว “ที่นี่ทุกตุ๊กตามีคุณค่าเหมือนกัน” เมื่อเดินทางมาถึงตุ๊กตาจะถูกติดแทกที่ระบุวันที่เข้ารับการรักษาและอาการป่วย พวกมันจะได้นอนพักในกล่องเล็กๆ ที่เจ้าหน้าที่เรียกกันว่าเตียงเพื่อรอรับการรักษา ใกล้ๆ กันนั้นมีตู้ที่เต็มไปด้วยอะไหล่มากมายไม่ว่าจะเป็น แขน ขา ดวงตา หรือแม้แต่เส้นผมที่จะถูกเลือกใช้ การทำงานที่ละเอียดและต้องอาสัยความเพียรพยายามนี้ส่งผลให้พวกเขาได้รับใบรับรองจาก Fundaçao […]