ฤดูหนาว : มนตร์สะกดแห่งแดนหนาวเหน็บ - National Geographic Thailand

ฤดูหนาว : มนตร์สะกดแห่งแดนหนาวเหน็บ

ฤดูหนาว : มนตร์สะกดแห่งแดนหนาวเหน็บ

ปล่อยเขตร้อนกับทะเลทรายให้คนอื่นเขาไปเถอะ สายเลือดทรหดคนบึกบึนอย่างเรา ต้องไปขั้วโลก ยิ่งหนาว…ยิ่งดี

วันใน ฤดูหนาว เช่นวันนี้ เลียบชายฝั่งอ่าวฮัดสันของแคนาดา  เราห้าคนนั่งอยู่ในพาหนะที่สั่งทำขึ้นเฉพาะส่งเสียงกระหึ่มเหนือดินแดนทุนดราเพื่อตามหาหมีขั้วโลก พายุหิมะปั่นป่วนจนสภาพข้างนอกขาวโพลน จนบางคนในพวกเราบอกว่า เหมือนขับรถอยู่ในลูกปิงปองอย่างนั้น

แต่แล้วความอุ่นในรถบั๊กกีตะลุยหิมะก็หายไป ต่อให้พยายามกู้ชีพสักกี่ครั้ง ก็หาได้ฟื้นคืนกลับมาไม่ มีเพียงกระจกบางๆ ชั้นเดียวกับโลหะที่ปกป้องเราจากลมฟ้าอากาศข้างนอก

พระอาทิตย์กำลังตก และอากาศหนาวจับใจ

แต่พวกเราปลอดภัยแน่นอน เพราะอยู่ไม่ไกลจากที่พักอันอบอุ่น ต่อให้เราเริ่มรู้สึกถึงความเหน็บหนาวตอนไปถึงที่นั่นแล้วก็ตาม เราซุกกายในเสื้อพาร์กาตัวหนา เจอไวน์ขวดหนึ่งกับวิสกีอีกขวด  เราล้อมวงปล่อยมุกฮากระจายว่าด้วยสถานการณ์ของพวกเราเอง

มันหนาว แต่เราก็เป็นสุข และผมได้อยู่ในถิ่นของผม

จากการฝ่าน้ำแข็งทะเลอาร์กติกในเรือตัดน้ำแข็ง ถึงการต้านพายุกระหน่ำในแอนตาร์กติกา จากการพักแรมในกระท่อมที่อะแลสกาถึงการไปยืนอยู่ที่ขั้วโลกเหนือ  เหตุการณ์สำคัญส่วนใหญ่ในชีวิตผมล้วนเกี่ยวข้องกับความหนาวเย็นจับขั้วหัวใจ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสถานที่และสิ่งแวดล้อมที่ผมรู้สึกว่าเป็นบ้านมากที่สุด เป็นที่ที่ผมเลือกใช้ชีวิตและตั้งตาคอยที่จะได้ไปเยี่ยมเยือน และเป็นถิ่นที่ผมต้องกลับไปเสมอ

แต่ใช่ว่าผมจะโอบกอดความหนาวเย็นอย่างไม่มีข้อจำกัด  แม้จะมีค่ำคืนที่ผมเดินเตะหิมะให้ฟุ้งกระจายเหมือนเด็กเล่นสนุก  แต่ก็มีวันที่ผมลนลานวางเครื่องทำความร้อนให้เป่าท่อที่กลายเป็นน้ำแข็ง และนึกในใจว่าผมน่าจะได้อยู่ในที่อุ่นๆอย่างฮาวาย  ผมไม่ปฏิเสธว่า ช่วงของ ฤดูหนาว ที่ผมโปรดปรานที่สุดคือ ตอนที่ฤดูใบไม้ผลิกำลังจะมาแทนที่  และกระทั่งในหมู่ “ชิโอโนไฟล์” (chionophile – คำศัพท์เรียกคนที่รักความหนาวเย็น) ด้วยกัน ผมก็ไม่ได้เป็นแบบนี้อยู่คนเดียว เอลีซา แมกคอล เพื่อนผมบอกว่า “ฉันรักความเงียบสงัด” ของชีวิตในภูมิอากาศหนาวเย็น เธอเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานกับองค์กรหมีขั้วโลกสากล ประจำอยู่ที่เยลโลว์ไนฟ์ แคนาดา (ที่อุณหภูมิในฤดูหนาวอาจลดต่ำลงถึงลบ 40 องศา) และเป็นหนึ่งในผู้โดยสารบนรถบั๊กกีหนาวสะท้านที่กล่าวถึงตอนต้น  แต่เธอก็สารภาพว่า “ฉันเคยรอรถบัสข้างนอกกลางฤดูหนาว และหวังว่าอากาศจะไม่หนาวจนบาดผิว”

เพื่อนอีกคนพูดหนักกว่านั้น  เอริก ลาร์เซน เคยสกีไปถึงขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ ปีนขึ้นเอเวอเรสต์ และข้ามพืดน้ำแข็งในไอซ์แลนด์  ประโยคลงท้ายอีเมลของเขาก็คือ “หนาวสิเท่!”  แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็พูดไปขำไปว่า “เอาจริงๆ ผมไม่ชอบหนาวหรอก  ผมเกลียดตอนตัวเองหนาว ผมชอบความอุ่นในที่ที่หนาวเหน็บต่างหาก”

ฤดูหนาว
“ลมกระโชกพัดอย่างเกรี้ยวกราดต้องผิวหน้าบริเวณที่ไม่มีอะไรปกคลุม เราขยับผ้าพันคอกับฮู้ดขึ้นมาคลุมศีรษะไว้ แล้วจู่ๆ ลมก็สงบลง  เพียงขณะหนึ่งที่มีแต่ความเงียบ เรามองหน้ากันแล้วยิ้มออกมา” (ภาพถ่าย: CMANNPHOTO, GETTY IMAGES)

ความสุขที่สุดของการอยู่ท่ามกลางความหนาว ก็คืออยู่อย่างอบอุ่น ทนฝ่าฟันผ่านฤดูหนาว เพื่อจะโผล่ที่ปลายทาง แล้วดื่มด่ำกับความรู้สึกที่ได้ฉลองชัยร่วมกัน

ผมไม่เคยคิดอย่างนั้นมาก่อน  จนเอริกเอ่ยขึ้นมา แต่เขาพูดถูก  ความสุขที่สุดของการอยู่ท่ามกลางความหนาวก็คืออยู่อย่างอบอุ่นนั่นแหละ  การประสบความยากลำบากด้วยกันเช่นนี้  ย่อมก่อให้เกิดมิตรภาพที่พิเศษสุด นั่นคือการไว้เนื้อเชื่อใจกันและความเป็นหุ้นส่วนกัน การที่คนแปลกหน้ามองตาแล้วรู้ใจกัน การประโคมใส่เสื้อผ้าจนเหลือแต่ลูกตา หรือการเดินสวนกันบนถนนน้ำแข็ง  ทนฝ่าฟันผ่านฤดูหนาวเพื่อจะโผล่ที่ปลายทาง แล้วดื่มด่ำกับความรู้สึกที่ได้ฉลองชัยร่วมกัน

ในโลกที่คล้ายจะหมุนเร็วขึ้นทุกที อย่างที่สมาร์ตโฟนกับโซเชียลมีเดียต้องการการตอบสนองทันทีนั้น ความหนาวเย็นบังคับให้เราทำอะไรช้าลง มันทำให้เราหรือกระทั่งบีบให้เรารู้เนื้อรู้ตัว และรู้สึกถึงสภาพแวดล้อมรอบตัวในแบบที่สิ่งแวดล้อมอื่นๆ อีกไม่กี่แห่งจะทำได้

เอริกบอกว่า การใช้ชีวิตในที่ที่อุณหภูมิต่ำจำเป็นต้องมีความรอบคอบมากกว่าเดิม  เพราะ “การปราศจากความปลอดภัยในสภาพแวดล้อมเช่นนั้น”  เขามองว่า “ความลำบากยากเข็ญนั่นแหละที่ดึงดูดเรา เพราะยิ่งเป็นสิ่งท้าทาย”

ฤดูหนาว
กระต๊อบสำหรับตกปลาในแคนาดา จากชุดภาพ Ice Huts โดยริชาร์ด จอห์นสัน (ภาพถ่ายทั้งหมด: RICHARD JOHNSON GALLERY)

“เอาจริงๆ ผมไม่ชอบหนาวหรอก  ผมเกลียดตอนตัวเองหนาว ผมชอบความอุ่นในที่ที่หนาวเหน็บต่างหาก”

มันยังเป็นความท้าทายที่น้อยคนนักในหมู่พวกเราจะมีโอกาสรับมือ  ขณะที่อันตรายจากการหายไปของถิ่นที่หนาวเย็นในโลกยังไม่ปรากฏในอนาคตอันใกล้  แต่ขนาด ระยะเวลา และความลึกล้ำของช่วงเวลาที่หนาวเหน็บที่สุดอาจกำลังหดสั้นลง  โลกกำลังร้อนขึ้น

ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ยี่สิบเป็นต้นมา อุณหภูมิเฉลี่ยในฤดูหนาวของสหรัฐอเมริกาสูงขึ้นเกือบสองเท่าของอัตราการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิในฤดูร้อน  ตลอดห้าหรือหกทศวรรษที่ผ่านมา อาร์กติกอุ่นขึ้นเกินสองถึงสามองศา มากกว่าที่อื่นใดในโลกอย่างมีนัยสำคัญ  ขอบเขตน้ำแข็งทะเลของอาร์กติกที่น้อยที่สุดในแต่ละปีกำลังลดลงราวร้อยละ 13 ต่อทศวรรษ  ขณะที่ผมเขียนอยู่นี้  ฤดูร้อนปี 2019 ในซีกโลกเหนือ พืดน้ำแข็งในกรีนแลนด์กำลังประสบกับอัตราการละลายที่แบบจำลองพยากรณ์ไว้ในปี 2070

พอถึงตรงนี้ ผมควรจะแก้ไขสิ่งที่ผมเขียนไว้ตอนต้นเกี่ยวกับการยืนอยู่ตรงขั้วโลกเหนือให้ถูกต้องว่า โดยประมาณแล้ว ผมยืนอยู่ใกล้ขั้วโลก  ตอนที่ผมอยู่ตรงนั้นเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2017 พื้นที่บริเวณขั้วโลกเป็นทะเลเปิดเกือบหมด

ผมคิดถึงคำพูดของเอริกถึงการเดินทางไปขั้วโลกเหนือครั้งสุดท้ายที่แตกต่างจากหนอื่นๆ คิดถึงตอนที่เขาหล่นทะลุน้ำแข็งที่บางลงและแตกมากกว่าที่เคยพบมา  ผมคิดถึงเพื่อนอีกคนที่ใช้เวลานานเป็นทศวรรษๆ ในการศึกษาแมวน้ำบนน้ำแข็งทะเลอาร์กติก ซึ่งโอดครวญว่า ลูกชายจะไม่มีโอกาสได้ทำอย่างเดียวกัน

ฤดูหนาว
กระต๊อบสำหรับตกปลาในแคนาดา จากชุดภาพ Ice Huts โดยริชาร์ด จอห์นสัน (ภาพถ่ายทั้งหมด: RICHARD JOHNSON GALLERY)

ผมคิดใหม่อีกทีถึงประสบการณ์ของการอยู่ท่ามกลางความหนาวเหน็บของตัวเอง  คิดถึงความแห้งแล้งของชีวิต  หากไม่มีประสบการณ์เหล่านั้น  ผมคิดถึงทะเลรอสส์ในแอนตาร์กติกาเมื่อเดือนมกราคม ปี 1993  ถึงตอนปีนหน้าผาริมทะเลกับเพื่อนสมาชิกลูกเรือ กรีนพีซ และนั่งอยู่บนยอด มองลงมายังอ่าวเบื้องล่าง  การเดินทางทั่วมหาสมุทรอันยาวนานและยากลำบากของพวกเราที่เสาะหาเรือล่าวาฬซึ่งไม่อยากให้เราเจอ  ก่อนหน้านั้นหลายปี แอนตาร์กติกาก็หันด้านที่ร้ายที่สุดให้เรา ด้วยการถล่มเรือของเราด้วยพายุและคลื่นที่เย็นจัดแทบเป็นน้ำแข็ง  เมื่อพายุสงบลงและน้ำแข็งถูกกวาดออกไป เพื่อนลูกเรือกับผมถึงมีโอกาสได้เหยียบแผ่นดิน

ลมกระโชกพัดอย่างเกรี้ยวกราดต้องผิวหน้าบริเวณที่ไม่มีอะไรปกคลุม เราขยับผ้าพันคอกับฮู้ดขึ้นมาคลุมศีรษะไว้ แล้วจู่ๆ ลมก็สงบลง  เพียงขณะหนึ่งที่มีแต่ความเงียบ เรามองหน้ากันแล้วยิ้มออกมา

เราไม่ได้พูดอะไรสักคำ และก็ไม่จำเป็นด้วย  เราแค่นั่งอยู่ตรงนั้น ตรงยอดผาในแอนตาร์กติกา  ยิ้มอยู่ในความเงียบ

อยู่ในความหนาวเย็น

เรื่อง เคียราน มัลเวนี

——————————————————————–

 เคียราน มัลเวนี เป็นนักเขียนสายสัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อม มีผลงานหนังสือเช่น At the Ends of the Earth: A History of the Polar Regions  ยามที่ไม่ได้เดินทางในอาร์กติกหรือแอนตาร์กติกา ซึ่งปีนี้เป็นครั้งที่เก้าแล้ว เขาอยู่ที่เวอร์มอนต์ที่หนาวน้อยกว่าขั้วโลกนิดหน่อย

ฤดูหนาว
กระต๊อบสำหรับตกปลาในแคนาดา จากชุดภาพ Ice Huts โดยริชาร์ด จอห์นสัน (ภาพถ่ายทั้งหมด: RICHARD JOHNSON GALLERY)

สดุดีนักสำรวจผู้บริภาษความหนาว

ภูมิภาคที่หนาวเย็นของโลกทำให้คนเราทรมานได้พอๆ กับที่ต้องตกตะลึง ดังที่นักสำรวจหลายคนเคยกล่าวเอาไว้

“ที่นั่นดูเหมือนดินแดนในเทพนิยาย” โรอัลด์ อามุนด์เซน กล่าวระหว่างที่เขากำลังเดินทางไปขั้วโลกใต้เพื่อเอาชนะ โรเบิร์ต ฟอลคอน สกอต ในปี 1911  ส่วนสกอตเห็นต่างออกไป เขาระบายความโกรธไว้ในสมุดบันทึกว่า “พระเจ้า! ที่นี่ช่างเลวร้ายมาก” หลังจากที่รู้ว่าอามุนด์เซนเอาชนะเขาได้

ชอง-บัปติสต์ ชาร์โกต์ มีความสัมพันธ์หวานอมขมกลืนกับแอนตาร์กติกา ซึ่งเขาสำรวจช่วงต้นศตวรรษที่ยี่สิบ  “ทำไมตอนนั้นเราถึงรู้สึกว่าแรงดึงดูดอันน่าประหลาดต่อขั้วโลกทั้งสองเป็นความรู้สึกอันทรงพลัง ซึ่งพอเมื่อเรากลับบ้านก็ลืมความลำบากทางกายและใจเสียสิ้น และไม่อยากทำอะไรอีก นอกจากหวนกลับไปที่นั่น นักสมุทรศาสตร์ชาวฝรั่งเศส กล่าว  “ทำไมเราถึงหวั่นไหวต่อเสน่ห์ของภูมิทัศน์เหล่านั้น ทั้งๆที่มันช่างเวิ้งวางและน่ากลัว”

***อ่านสารคดีฉบับเต็มได้ในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนธันวาคม 2562


สารคดีแนะนำ

ไอซ์แลนด์ ดินแดนแห่งภูเขาไฟและน้ำแข็ง

เรื่องแนะนำ

แรดขาวเหนือ : บทเรียนจากความตายของสัตว์ตัวสุดท้าย

เอมี วิทาเล ช่างภาพหญิงผู้บันทึกภาพในพื้นที่ขัดแย้งทั่วโลก เช่น โคโซโว, แองโกลา, ฉนวนกาซา, อัฟกานิสถาน และแคชเมียร์ ค้นพบจุดเปลี่ยนในชีวิตเมื่อเธอได้พบกับ "ซูดาน" แรดขาวเหนือเพศผู้ตัวสุดท้ายที่เหลืออยู่ในโลก นี่คือเรื่องราวที่หลอมรวมเราไว้ด้วยกันในฐานะมนุษย์

สัตว์ในมหาสมุทรกำลังขาดอากาศหายใจเพราะสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง

ผลของการที่สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงไม่ใช่แค่ทำให้อุณหภูมิของน้ำทะเลสูงขึ้นเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้ปริมาณของออกซิเจนในน้ำลดลงด้วย

Explorer Awards 2019 : วีรยา โอชะกุล

"ถ้าเราทำอย่างเข้มข้น สม่ำเสมอ ไม่เลือกว่าอันนี้คุณทำได้ อันนี้คุณทำไม่ได้  เอาระเบียบเป็นตัวตั้ง เชื่อมั่นอย่างนั้นก็เลยทำ และรู้ว่าถ้าทำอย่างสม่ำเสมอ อย่างต่อเนื่อง เอาจริงเอาจัง ทรัพยากรไม่มีทางจะหดหายไปได้มากขนาดนี้" คือจุดยืนในการทำงานของ วีรยา โอชะกุล "ดอกไม้เหล็กแห่งผืนป่าตะวันตก" ผู้รับรางวัล National Geographic Thailand Explorer Awards ประจำปี 2019

ภารกิจขนน้ำช่วยเลียงผาบนเขาสมโภชน์

ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์ หมู… บดินทร์ จันทศรีคำ ผู้ชายที่มีใจอาสาเพื่อป่าไม้และสัตว์ป่า ทำไมต้อง “ขนน้ำให้ เลียงผา ” ผมได้รับข้อมูลที่มีการส่งต่อกันมาทางเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับเรื่องการเชื้อชวนคนขนน้ำขึ้นไปให้ เลียงผา จึงเกิดความใคร่รู้ว่า กระบวนการ และกรรมวิธีเป็นอย่างไร เพราะอะไรทำใมมนุษย์อย่างเราๆ จึงต้องขนน้ำไปให้เลียงผา จากความสงสัยดังกล่าว ผมจึงได้พุดคุยกับน้าหมู บดินทร์ จันทร์ศรีคำ ผู้เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่างในงานอาสาครั้งนี้ และเป็นประธาน​ชมรมฅนรักษ์​สัตว์​-ป่า สังกัด​องค์กร​อนุรักษ์ น้าหมูเล่าให้ฟังถึงที่มาของการขนน้ำขึ้นเขาสมโภชน์ว่า โครงการขนน้ำให้เลียงผาที่เขาสมโภชน์ เป็นโครงการต่อเนื่องมาจากเขาแผงม้าที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2542 ส่วนที่เขาสมโภชน์น้าหมูเริ่มลงมือทำเมื่อปี 2549 เพราะได้รับเงินทุนจากโครงการไทยเข้มแข็ง ให้จัดตั้งศูนย์อนุบาลสัตว์ป่าที่บาดเจ็บและสัตว์ป่วยในพื้นที่เขาใหญ่และพื้นที่ภาคกลางทั้งหมด เราต้องหาสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับก่อสร้างศูนย์ฯ และสุดท้ายได้ข้อสรุปร่วมกันที่จังหวัดนครนายกนครนายก โดยทางอุทยานแห่งชาติมอบพื้นที่ 500 ไร่เพื่อให้สร้างศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าภาคกลางนครนายก เพื่อรับรองดูแลสัตว์ป่าของกลางที่อยู่ระหว่างดำเนินคดี ให้นำมาอนุบาลไว้ที่นี่ วันหนึ่ง เจ้าหน้าที่พบเลียงผาเสียชีวิตใกล้ศูนย์ฯ ทางทีมสัตวแพทย์จึงผ่าตัดชันสูตร ผลปรากฏว่า เลียงผาตัวนั้นตายจากการติดเชื้อ และที่สำคัญคือพบสารเคมีในร่างกาย อีกไม่ถึงสองอาทิตย์ก็พบเลียงผาตายเป็นตัวที่สอง เจ้าหน้าที่ทุกคนที่อยู่ในศูนย์ฯ เกิดความสงสัยว่ามันมาจากไหน หนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่เป็นคนท้องถิ่นบอกว่า เลียงผามาจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสมโภชน์ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี เมื่อทีมสัตวแพทย์ชันสูตรก็พบผลลัพธ์เหมือนเลียงผาตัวแรก คือพบสารเคมีในเสือดและร่างกายขาดน้ำอย่างรุนแรง […]