พื้นที่คุ้มครองทางทะเล ความหวังสุดท้ายของทะเลไทย - National Geographic Thailand

พื้นที่คุ้มครองทางทะเล ความหวังสุดท้ายของทะเลไทย

พื้นที่คุ้มครองทางทะเล ความหวังสุดท้ายของทะเลไทย

พื้นที่อุทยานแห่งชาติทางทะเลภายใต้การดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นรูปแบบของ “พื้นที่คุ้มครองทางทะเล”  (Marine Protected Area: MPA) ที่คนรู้จักกันดีที่สุด เพราะมี “การคุ้มครอง” ซึ่งทำให้เกิด “กลไกในการดูแลรักษาธรรมชาติ” ให้เห็นเป็นรูปธรรม  ในบ้านเรา อุทยานแห่งชาติทางทะเลที่จัดตั้งแล้วมีจำนวนมากถึง 24 แห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศบนสองฝั่งทะเลไทย หลายแห่งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ทั้งทางฝั่งอันดามัน เช่น อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา จังหวัดสตูล ส่วนฝั่งอ่าวไทยก็เช่น อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง จังหวัดตราด อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง  อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นต้น

“หลายคนรู้จักและคุ้นเคยกับอุทยานแห่งชาติทางทะเลเหล่านี้เป็นอย่างดี  ใครเล่าจะไม่รู้จักชื่อของ พีพี  สิมิลัน อ่าวพังงา เกาะช้าง เกาะเสม็ด พื้นที่อนุรักษ์เหล่านี้สร้างรายได้ให้กับประเทศปีละนับหมื่นล้านบาท แต่ก็ต้องยอมรับว่า เรายังมีปัญหาในการจัดการพื้นที่เหล่านี้อยู่ไม่น้อย” ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีหนุ่มแห่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้ความเห็น  “พื้นที่ที่โด่งดังมีชื่อเสียงก็ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าไปมากเกินไป จนเกินขีดความสามารถในการรองรับของธรรมชาติ ส่วนอุทยานแห่งชาติทางทะเลขนาดเล็กที่รัฐควรจัดการร่วมกับชุมชนก็ทำไม่ได้ เพราะติดข้อกฎหมาย บางครั้งข้อห้ามอันเคร่งครัดเกินไปของอุทยานแห่งชาติที่ห้ามไปหมดทุกอย่างก็เป็นข้อจำกัดในการสร้างการมีส่วนร่วมและจัดการพื้นที่คุ้มครองทางทะเลอย่างมีประสิทธิภาพ”

พื้นที่คุ้มครองทางทะเล
ฉลามวาฬวัยเด็กแหวกว่ายอยู่ใต้ท้องเรือที่พานักท่องเที่ยวออกชมสัตว์ทะเลหายากชนิดนี้ในน่านนํ้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา น่านนํ้าชุมพรกลายเป็นบริเวณที่มีการพบฉลามวาฬบ่อยที่สุดของไทย และทำให้การท่องเที่ยวทางทะเลเติบโตอย่างรวดเร็วตามไปด้วย

ดร.ปิ่นสักก์ ที่ใครๆเรียกกันว่า “ดร.โด่ง”เป็นคนโอภาปราศรัย ตัวสูงโด่งสมชื่อ เขาเป็นข้าราชการอาวุโสรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการทรัพยากรทางทะเลเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ​ ด้วยความที่มีพื้นฐานจากการเป็นนักวิทยาศาสตร์ทางทะเล ประกอบกับประสบการณ์อันยาวนานในการทำงานร่วมกับภาคประชาสังคมสมัยเป็นผู้อำนวยการอยู่ที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ทำให้เขาให้น้ำหนักกับการบริหารจัดการอย่างมีส่วนร่วมโดยอาศัยหลักวิชาการมาโดยตลอด

สิ่งที่ ดร.โด่ง พยายามจะบอกหรือสื่อออกไปก็คือ พื้นที่คุ้มครองทางทะเลไม่ได้มีแต่เฉพาะอุทยานแห่งชาติเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงการอนุรักษ์ในรูปแบบอื่นๆที่แตกต่างหลากหลายออกไปด้วย เช่น เขตรักษาพืชพันธุ์สัตว์น้ำของกรมประมงที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์แหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำที่สำคัญ  พื้นที่ป่าชายเลนอนุรักษ์ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง  ซึ่งมุ่งปกป้องพื้นที่ป่า                     ชายเลนธรรมชาติที่ยังเหลืออยู่ และศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลของกองทัพเรือที่อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติว่าด้วยเขตปลอดภัยทางราชการ เพื่อสงวนพื้นที่จากกิจกรรมมนุษย์ให้เป็นแหล่งวางไข่ของเต่าทะเลตามธรรมชาติ เช่นที่เกาะมันใน จังหวัดระยอง แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นพื้นที่คุ้มครองทางทะเลที่ริเริ่มโดยหน่วยงานราชการทั้งสิ้น สิ่งที่ยังเป็นช่องว่างในบ้านเราคือพื้นที่คุ้มครองที่บริหารจัดการโดยชุมชน

 

ความหวังที่อ่าวมาหยา

ข่าวใหญ่ที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเป็นไปได้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา คือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตัดสินใจประกาศปิดอ่าวมาหยา แหล่งท่องเที่ยวสำคัญระดับโลกภายในอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เพื่อฟื้นฟูสภาพธรรมชาติทั้งทางบกและทางทะเลเป็นระยะเวลาสี่เดือน ตามข้อเสนอแนะของนักวิชาการที่นำโดย ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ กับกลุ่มพิทักษ์พีพี กลุ่มอนุรักษ์ท้องถิ่นที่ประกอบไปด้วยชาวบ้านและผู้ประกอบการบนเกาะพีพีกว่าร้อยคน

ข้อเสนอดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการพบว่า ปะการังภายในอ่าวมาหยาเสียหายอย่างหนักจนเหลือปะการังโขดที่ยังมีชีวิตอยู่ไม่กี่ก้อน เพราะต้องเจอกับกองทัพเรือเร็วที่วิ่งเข้า-ออกอ่าวมาหยาทุกวัน เกือบตลอดทั้งวันต่อเนื่องมาหลายสิบปี นอกจากนี้ ระบบนิเวศบนเกาะยังเผชิญกับทัพนักท่องเที่ยวที่มีมากถึงวันละ 4,000-5,000 พันคนทุกวัน

พื้นที่คุ้มครองทางทะเล
นักท่องเที่ยวเบียดเสียดบนชายหาดของอ่าวมาหยาบนเกาะพีพีเล อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี อ่าวมาหยาเป็นที่รู้จักทั่วโลกจากภาพยนตร์เรื่อง เดอะบีช ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามากว่า 5,000 คนต่อวัน และทำให้สภาพแวดล้อมของอ่าวเสื่อมโทรมลงอย่างมาก เพราะสามารถรองรับคนในช่วงเวลาหนึ่งได้เพียง 170 คนเท่านั้น

“ผมเชื่อว่าเรามาถูกทางแล้ว และทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันแล้วว่า เรายอมให้ทะเลถูกทำร้ายอย่างนี้ไม่ได้อีกต่อไป  แม้กระทั่งผู้ประกอบการและชาวบ้านที่อาจจะเสียผลประโยชน์จากการปิดพื้นที่ครั้งนี้” ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดี คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ความเห็น

ดร.ธรณ์ หรือที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางว่า “อาจารย์ธรณ์” เป็นหัวหอกในการจุดกระแสอนุรักษ์ทะเลไทยอย่างต่อเนื่องตลอด 20 ปีที่ผ่านมา การลุกขึ้นมาเรียกร้องให้ปฏิรูปการจัดการอุทยานแห่งชาติทางทะเล โดยเริ่มจากการปรับปรุงระบบการเก็บค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติทางทะเลให้มีความโปร่งใส จนทำให้สามารถเก็บค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติได้เพิ่มขึ้นปีละหลายพันล้านบาท เพื่อนำรายได้มาใช้ในการอนุรักษ์อย่างคุ้มค่า นับเป็นงานที่สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ในวงการอนุรักษ์ทะเลไทย

แต่อาจารย์ธรณ์ยังไม่หยุดแค่นั้น หากยังขยายไปถึงงานอนุรักษ์เชิงพื้นที่ เขาเรียกร้องให้ปิดพื้นที่ที่ระบบนิเวศเปราะบางเพื่อฟื้นฟูสภาพ เช่น บริเวณเกาะยูง ภายในอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ซึ่งหลังปิดพื้นที่ไปสองปีก็พบว่า แนวปะการรังที่เสียหายเริ่มฟื้นตัวจนมีแนวโน้มสามารถคืนสู่สภาวะปกติได้ นอกจากนี้  ยังริเริ่มกิจกรรมรณรงค์งดขาย งดบริโภค ปลาฉลามและปลานกแก้วบนเกาะพีพี  ใช้งานวิจัยในการติดตามการฟื้นฟูปะการังในอ่าวมาหยา เดินหน้าให้การศึกษาและสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้ประกอบการและชุมชนอย่างต่อเนื่อง  โดยดึงเอาผู้บริหารระดับสูงทั้งรัฐมนตรีและอธิบดีมาลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาด้วยตัวเอง จนเกิดเป็นต้นแบบความร่วมมือในการฟื้นฟูระบบนิเวศของเกาะพีพี หรือที่รู้จักกันในนาม “พีพีโมเดล”

พื้นที่คุ้มครองทางทะเล
ซากโครงกระดูกของวาฬบรูด้านอนสงบนิ่งอยู่บนลานทรายใต้ผืนนํ้าของเกาะห้า อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา สัตว์ทะเลหายากและว่าที่สัตว์สงวนชนิดใหม่ของไทยนี้ได้ประโยชน์จากการคุ้มครองพื้นที่ทางทะเลที่เข้มแข็งขึ้น จึงมีพื้นที่อยู่อาศัยและหากินเป็นบริเวณกว้างตลอดแนวชายฝั่งของทั้งอ่าวไทยและอันดามัน

แม้การปิดอ่าวมาหยาจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการโปรแกรมทัวร์และทำให้สูญเสียรายได้มหาศาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ข่าวการปิดอ่าวมาหยาซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงก็ดังไปทั่วโลก เสียงตอบรับจากนานาประเทศล้วนแล้วแต่ออกมาในทางชื่นชมว่า ในที่สุดรัฐบาลไทยก็เลือกคุ้มครองธรรมชาติ แทนที่จะปล่อยให้การท่องเที่ยวทำลายแหล่งธรรมชาติแห่งนี้ไปเรื่อยๆ

กรมอุทยานฯ บอกว่า หลังจากปิดอ่าวมาหยาสี่เดือนครั้งนี้แล้ว ก็จะไม่อนุญาตให้นำเรือเข้าอ่าวมาหยาอีกต่อไป โดยจะกำหนดเส้นทางศึกษาธรรมชาติใหม่ และอนุญาตให้เรือทั้งหมดพานักท่องเที่ยวเข้าจอดทางด้านหลังเกาะเพื่อลดผลกระทบต่อปะการังและระบบนิเวศ พร้อมกับพัฒนาเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติแบบยกพื้น  (boardwalk nature trail) เพื่อลดการเหยียบย่ำพืชพรรณชายหาด และจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวไม่ให้เกิน 2,000 คนต่อวัน

พื้นที่คุ้มครองทางทะเล
ชาวมอแกนเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีวิถีชีวิตผูกพันแน่นแฟ้นกับท้องทะเล ในอดีตพวกเขาใช้ชีวิตบนเรือออกร่อนเร่ไปตามหมู่เกาะและดำรงชีพจากความอุดมสมบูรณ์ของทะเลอันดามัน แต่ปัจจุบันชาวมอแกนส่วนใหญ่ในไทยตั้งถิ่นฐานเป็นหลักแหล่งและเลี้ยงชีพจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

การปิดอ่าวมาหยานับเป็นความหวังสำคัญ และเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของการปฏิรูปการจัดการพื้นที่คุ้มครองทางทะเลในประเทศไทยก็ว่าได้  เพราะหากสามารถปฏิวัติรูปแบบการท่องเที่ยวที่อ่าวมาหยาได้สำเร็จ เราย่อมสามารถแก้ปัญหาพื้นที่อื่นๆ ได้ไม่ยาก เพราะคงไม่มีพื้นที่คุ้มครองทางทะเลแห่งไหนที่มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผลประโยชน์เกี่ยวข้องมากเท่าที่เกาะพีพีอีกแล้ว

“ผมคิดว่ายังไม่สายเกินไป ตอนนี้คนตื่นตัวเรื่องการอนุรักษ์ทะเลกว่าแต่ก่อนมาก เมื่อก่อนเรารับรู้กันแต่ปัญหา น้ำเสีย ขยะล้นทะเล การท่องเที่ยวแบบทำลายล้าง สัตว์ทะเลหายากตายลงทุกวัน แต่เรามักจะไม่คิดว่ามีทางออก หรือเราจะไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้ แต่ผมพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เราทำได้ ทุกอย่างมีทางออก อยู่ที่ว่าเราจะทำไหม การอนุรักษ์ทะเลต้องลงมือทำเดี๋ยวนี้ เรารอไม่ได้อีกแล้ว หากพื้นที่ที่สำคัญขนาดอ่าวมาหยาเรายังรักษาไว้ไม่ได้ ก็อย่าหวังเลยว่าทะเลไทยจะเหลืออะไรอีก”  อาจารย์ธรณ์ ทิ้งท้าย

เรื่อง เพชร มโนปวิตร

ภาพถ่าย ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย

พื้นที่คุ้มครองทางทะเล
ทุ่งปะการังเขากวางที่สมบูรณ์ก็โผล่พ้นผิวนํ้าใต้แสงดาวจากทางช้างเผือก ริมชายหาดของเกาะบุโหลนเลในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา ปัจจุบันแนวปะการังนํ้าตื้นที่สมบูรณ์เช่นนี้หาได้ยากมาก

 

อ่านเพิ่มเติม

สัตว์มหัศจรรย์แห่งทะเลใต้ผืนน้ำแข็งอาร์กติก

เรื่องแนะนำ

ภารกิจพิทักษ์ ปากแม่น้ำโอกาวางโก

เรื่อง เดวิด ควาเมน ภาพถ่าย คอรี ริชาร์ดส์  เมื่อมองจากอวกาศ ดินดอนสามเหลี่ยมโอกาวางโกแผ่กว้างอยู่บนภูมิประเทศทางเหนือของบอตสวานา นี่คือพื้นที่ชุ่มน้ำอันยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งบนพื้นพิภพ กอปรด้วยทางน้ำและลากูนหลายหลากที่หล่อเลี้ยงสรรพชีวิต อีกทั้งหนองบึงที่เกิดตามฤดูกาลในภูมิภาคที่มีความแห้งแล้งรุนแรงของแอฟริกา ดินดอนสามเหลี่ยมแห่งนี้ไม่ได้ไหลออกสู่ทะเล หากอยู่เฉพาะในแอ่งคาลาฮารีเท่านั้น โดยสิ้นสุดลงตามแนวตะเข็บด้านตะวันออกเฉียงใต้แล้วกลืนหายไปใต้ผืนทรายของทะเลทรายคาลาฮารี  ที่นี่อาจถือเป็นโอเอซิสขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เป็นที่พักพิงอันชุ่มเย็นของช้าง ฮิปโป จระเข้ และหมาในแอฟริกา  เรื่อยไปจนถึงแอนทิโลปเขตชุ่มน้ำ หมูป่า ควายป่า สิงโต ม้าลาย และนกที่มีอยู่อย่างหลากหลายน่าอัศจรรย์  ไม่ต้องพูดถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมูลค่าหลายร้อยล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี น้ำเกือบทั้งหมดมาจากแองโกลา เพื่อนบ้านของบอตสวานาซึ่งอยู่ห่างออกไปสองประเทศ  ต้นน้ำมาจากเขตที่สูงชุ่มชื้นซึ่งมีฝนตกชุกบริเวณตอนกลางของแองโกลาไหลไปทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ โดยไหลเชี่ยวในแม่น้ำสายหลักอย่างคูบังโก และไหลช้ากว่าในแม่น้ำคูอิโต ก่อนจะมารวมกันเป็นทะเลสาบต้นน้ำ และไหลซึมช้าๆ ผ่านที่ราบน้ำท่วมถึงที่เป็นทุ่งหญ้า ชั้นดินที่มีพีตทับถม และชั้นทรายเบื้องล่าง ลงสู่ลำน้ำสาขาต่างๆ แม่น้ำคูอิโตและคูบังโกบรรจบกันเป็นแม่น้ำสายใหญ่ขึ้นที่ชายแดนทางใต้ของแองโกลา นี่คือแม่น้ำโอกาวางโกซึ่งไหลผ่านฉนวนคาพริวี (ผืนดินแคบๆ ในนามีเบีย) เข้าสู่บอตสวานา โดยเฉลี่ยในแต่ละปีจะมีมวลน้ำไหลเข้ามา 9.4 ล้านล้านลิตรต่อปี หากปราศจากน้ำที่แองโกลามอบเป็นของขวัญให้บอตสวานานี้ ดินดอนสามเหลี่ยมโอกาวางโกจะสิ้นสูญ การเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นหรือในอนาคตอันใกล้ในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของแองโกลา ทั้งการใช้ที่ดิน การผันน้ำ ความหนาแน่นของประชากร และการค้าขาย ทำให้การคาดการณ์อันมืดมนนี้มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นจริง นั่นคือสาเหตุที่ทำให้คนบางกลุ่มให้ความสนใจแม่น้ำคูอิโตและคูบังโกอยู่เงียบๆ […]

งานวิจัยเผย ขณะนี้โลกใช้พลังงานฟอสซิลมากเกินกว่าจะลดโลกร้อนได้สำเร็จ

งานวิจัยชิ้นใหม่พบว่า โลกต้องปลดระวางโรงไฟฟ้าและโรงงานถ่านหินจำนวนมาก เพื่อจำกัดการเพิ่มขึ้นเฉลี่ยของอุณหภูมิโลกให้ต่ำกว่า 1.5 องศาเซลเซียส ตามที่ตั้งเป้าไว้ มีงานวิจัยฉบับใหม่ระบุว่า ณ ขณะนี้ โลกของเรามีโรงงานไฟฟ้า โรงงาน ยานพาหนะ และอาคารที่อาศัย พลังงานฟอสซิล อยู่มากมาย ถ้าสถานที่เหล่านี้ยังคงใช้พลังงานฟอสซิลอย่างเช่นทุกวันนี้ไปเรื่อยๆ อุณหภูมิของโลกจะสูงเกินความตกลงปารีส (Paris Agreement) ที่ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 1.5 องศาเซลเซียส เพื่อไม่ให้โลกได้รับอันตรายอย่างใหญ่หลวงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ งานวิจัยฉบับนี้ยังให้แนวทางว่า เพื่อจำกัดการเพิ่มขึ้นเฉลี่ยของอุณหภูมิโลกไว้ที่ 1.5 องศาเซลเซียส ไม่เพียงแต่โลกของเราต้องยุติการสร้างโครงสร้างพื้นฐานใดๆ ที่มีการใช้ พลังงานฟอสซิล เท่านั้น แต่โรงไฟฟ้าที่ใช้พลังงานฟอสซิลที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้จำเป็นต้องปิดลงโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังมีแผนหรือการดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานฟอสซิลอยู่อีกมากมาย “งานวิจัยของเรานั้นง่ายมาก” สตีเวน ดาวิส จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ไอร์วีน ผู้เขียนร่วมงานวิจัยฉบับนี้ที่เผยแพร่ลงในนิตยสาร Nature กล่าวและเสริมว่า “ เราอยากรู้ว่า จะเกิดอะไรขึ้นถ้าไม่มีการสร้างโรงงานเชื้อเพลิงเผาไหม้ฟอสซิลดังเช่นในช่วงปี 2018 ที่ผ่านมา ” เพื่อตอบคำถามนี้ ดาวิสและผู้ร่วมงานวิจัยได้ตรวจสอบการปล่อยก๊าซของไฟฟ้า, แหล่งพลังงาน, การจราจรขนส่ง, ที่พักอาศัย และโครงสร้างพื้นฐานเชิงพาณิชย์ ของปี […]

พลังของมนุษยชาติ

โลกของเราเต็มไปด้วยความงดงาม แต่ขณะเดียวกันก็ทรงไว้ซึ่งพลานุภาพอันยิ่งใหญ่ มีพลังทางธรรมชาติหลายอย่างที่สามารถสร้างความเสียหายใหญ่หลวง การทำลายล้าง และความพินาศย่อยยับ พลังที่ดูเหมือนไม่มีอะไรจะหยุดยั้งได้ แต่สำหรับทุกปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ก็มีพลังหนึ่งที่ทรงพลานุภาพไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน นั่นคือ… จิตวิญญาณแห่งความเป็นมนุษย์ที่ทอแสงอยู่ในชุมชนท้องถิ่น มีคนที่พร้อมจะเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยคนแปลกหน้าที่ประสบอุทกภัย เจ้าหน้าที่กู้ภัยผู้ไม่เกรงกลัวความตายเสี่ยงชีวิตช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากซากปรักในเหตุแผ่นดินไหวหรือเจ้าหน้าพิทักษ์ป่าที่ต้องต่อกรกับไฟที่โหมกระหน่ำและเผาผลาญทุกสิ่งในเส้นทางยังมีที่อีกแห่งหนึ่งที่คุณยังสามารถพบหรือสัมผัสกับพลังนี้ได้ แม้พายุจะพัดผ่านไปแล้ว นั่นคือชุมชนของนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ และนักสำรวจนานาชาติ ที่เพียรพยายามอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันในการเรียนรู้ และทำความเข้าใจในทุกวิถีทางเท่าที่ทำได้ เพื่อทำนาย เตรียมความพร้อม และช่วยให้พวกเรารอดชีวิตในปรากฏการณ์ทำลายล้างต่างๆ ความรู้ที่พวกเขาสั่งสม เรื่องราวที่พวกเขาบอกเล่า คอยย้ำเตือนให้พวกเรารู้เสมอว่ายังมีพลังอีกอย่างในธรรมชาติที่ไม่มีสิ่งใดหยุดยั้งได้ในโลกของเรา พลังนั้นยิ่งใหญ่กว่าเฮอร์ริเคน แผ่นดินไหว หรือสึนามิ พลังนั้นคือ…. มนุษยชาติ   อ่านเพิ่มเติม : เมื่อพายุมาทุกคนวิ่งหนี แต่พวกเขาพุ่งเข้าใส่เพื่อการวิจัย, ‘สืบ’ สานงานอนุรักษ์