การเผาขยะพลาสติกเป็นความคิดที่ดีหรือไม่? - National Geographic Thailand

การเผาขยะพลาสติกเป็นความคิดที่ดีหรือไม่?

แม้ว่าหลายคนในแวดวงโรงงานขยะจะคิดแบบนั้นแต่ การเผาขยะ หรือโครงการ “การผลิตไฟฟ้าจากขยะ” อาจส่งผลเสียให้แก่สิ่งแวดล้อมมากกว่าผลดี

จะจัดการกับกองขยะพลาสติกมหาศาลแบบนี้อย่างไร หากเราไม่ต้องการเห็นมันห้อยอยู่บนต้นไม้ ลอยอยู่ในมหาสมุทร หรือเข้าไปอุดตันอยู่ในท้องของนกทะเลและวาฬ?

ตามรายงานของ World Economic Forum มีการคาดการณ์ว่าในอีก 20 ปีข้างหน้าจะมีจำนวนการผลิตพลาสติกเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ขณะที่อัตราการรีไซเคิลคงที่อยู่ในปริมาณร้อยละ 30 ในทวีปยุโรป ร้อยละ 9 ในประเทศสหรัฐอเมริกา ในส่วนของประเทศกำลังพัฒนามีจำนวนรีไซเคิลที่น้อยมากจนแทบจะเป็นศูนย์เลยทีเดียว

เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทปิโตรเคมีและสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีชื่อว่า Alliance to End Plastic Waste ได้แก่ Exxon, Dow, Total, Shell, Chevron Phillips และ Procter & Gamble ให้คำมั่นจะลงทุนเป็นจำนวนเงิน 1.5 พันล้านดอลลาร์เพื่อที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ภายใน 5 ปี เป้าหมายของพวกเขาคือการสนับสนุนวัสดุทางเลือก พัฒนาโปรแกรมรีไซเคิล และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีที่สามารถเปลี่ยนพลาสติกให้เป็นเชื้อเพลิงหรือพลังงาน

เตาเผาขยะที่มีความซับซ้อนซึ่งเผาพลาสติกและขยะเทศบาลอื่นๆ สามารถผลิตความร้อนและไอน้ำได้เพียงพอที่จะเดินเครื่องกังหันผลิตไฟฟ้าทำงาน สหภาพยุโรปได้เผาขยะอินทรีย์ไปแล้วเกือบร้อยละ 42 ของขยะทั้งหมด ขณะที่สหรัฐอเมริกาเผาไปร้อยละ 12.5

จากรายงานของ World Energy Council เครือข่ายที่ได้รับการรองรับจากองค์กร U.N กล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมพลังงานเปลี่ยนขยะให้เป็นพลังงานมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคตอันใกล้ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยตอนนี้ในประเทศจีนมีโรงงานผลิตไฟฟ้าจากขยะกว่า 300 แห่งแล้ว และอีกกว่าหลายร้อยแห่งที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง

แล้วสรุปเป็นความคิดที่ดีหรือไม่

การเผาขยะ พลาสติกเพื่อนำไปสู่การสร้างพลังงานฟังดูเข้าท่า เพราะว่าสุดท้ายแล้วพลาสติกก็ผลิตมาจากไฮโดรคาร์บอนเหมือนน้ำมันและมีความหนาแน่นของพลังงานมากกว่าถ่านหิน แต่ขณะเดียวกันก็มีอุปสรรคหลายอย่าง

อีกอย่างหนึ่งคือการเลือกสถานที่โรงงานผลิตไฟฟ้าจากขยะเป็นเรื่องยาก เพราะไม่มีใครอยากอาศัยอยู่ใกล้โรงงานที่อาจมีรถบรรทุกขยะวิ่งผ่านหลายร้อยคันต่อวัน ซึ่งปกติแล้วโรงงานจะอยู่ใกล้กับชุมชนที่มีรายได้ต่ำ โดยตั้งแต่ปี 1997 สหรัฐอเมริกาได้มีโรงงานเผาขยะเพิ่มขึ้นเพียงแห่งเดียวเท่านั้น

อีกทั้งโรงงานผลิตไฟฟ้าจากขยะยังต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลในการสร้างและดำเนินการ ทำให้พวกเขามักจะคิดค่าใช้จ่ายที่แพงมากกว่า การเลือกขุดหลุมฝังกลบ เพราะโรงงานพวกนี้จะมีประสิทธิภาพหากมีขยะป้อนอยู่ตลอดเวลา จนบ่อยครั้งต้องไปนำเข้าขยะจากที่ไกลๆ มาเลย

โรงงานขนาดใหญ่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เพียงพอที่จะจำหน่ายไปให้ครัวเรือนนับหมื่นหลัง แต่จากการวิจัยแสดงให้เห็นว่าการรีไซเคิลช่วยประหยัดพลังงานได้มากกว่าการเผารวมกับขยะอื่นๆ ในครัวเรือน

ท้ายสุด โรงงานผลิตไฟฟ้าจากขยะมีศักยภาพในการปล่อยมลพิษระดับต่ำอย่างเช่น ไดออกซิน, ก๊าซที่มีฤทธิ์เป็นกรดต่างๆ และโลหะหนัก โรงงานสมัยใหม่ใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อนมากขึ้นในการลดมลพิษ แต่ตามรายงานของ World Energy Council ประจำปี 2017 รายงานว่า “เทคโนโลยีเหล่านี้มีประโยชน์ตราบใดที่โรงงานถูกควบคุมการปล่อยมลพิษอย่างถูกต้องและเหมาะสม”

ผู้เชี่ยวชาญบางคนกังวลว่าประเทศที่ขาดกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมหรือการบังคับใช้อย่างเข้มงวด อาจพยายามลดค่าใช้จ่ายในการควบคุมการปล่อยมลพิษ ซึ่งอาจจะไปส่งผลให้มีก๊าซเรือนกระจกเพิ่มมากขึ้น ในปี 2016 โรงงานเผาขยะของสหรัฐอเมริกาได้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นจำนวนกว่า 12 ล้านตัน โดยจำนวนมากกว่าครึ่งมาจากการเผาพลาสติก

การเผาขยะ
ภาพถ่ายโดย RANDY OLSON, NAT GEO IMAGE COLLECTION

มีวิธีอื่นอีกไหม?

อีกหนึ่งวิธีในการแปลงขยะให้เป็นพลังงานคือการทำให้เป็นก๊าซ ซึ่งเป็นกระบวนการหลอมพลาสติกที่อุณหภูมิสูงมากภายใต้สภาพที่แทบจะไร้ออกซิเจน (ซึ่งหมายถึงสารพิษอย่างไดออกซินและฟูแรนไม่สามารถก่อตัวขึ้นมาได้) กระบวนการนี้จะสร้างก๊าซสังเคราะห์ที่ให้พลังงานแก่กังหัน แต่ด้วยก๊าซธรรมชาติที่มีราคาถูกมาก ทำให้โรงงานผลิตก๊าซให้พลังงานไม่สามารถสู้ไหว

วิธีที่กำลังได้รับความนิยมตอนนี้คือ การไพไรโลซิส (Pyrolysis) ซึ่งพลาสติกจะถูกหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ละลายที่อุณหภูมิที่ต่ำกว่าและในสภาพแวดล้อมที่มีออกซิเจนน้อยกว่าด้านบนเสียอีก ความร้อนจะทำให้พอลิเมอร์ในพลาสติกแตกตัวกลายเป็นไฮโดรคาร์บอนขนาดเล็ก ซึ่งสามารถนำมากลั่นเป็นเชื้อเพลิงดีเซลได้

ไพโรไลซิสสามารถจัดการกับแผ่นพลาสติก กระเป๋า และวัสดุหลายชั้น ที่เครื่องรีไซเคิลเชิงกลส่วนใหญ่ไม่สามารถทำได้ กล่าวโดย Priyanka Bakaya ผู้ก่อตั้งบริษัทเปลี่ยนพลาสติกเป็นเชื้อเพลิงอย่าง Renewlogy และมันไม่ก่อให้เกิดสารก่อมลพิษที่เป็นอันตราย นอกเหนือไปจาก “การเพิ่มขึ้นของคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณเล็กน้อย”

ในทางกลับกัน นักวิจารณ์แย้งว่า ไพโรไลซิส เป็นเทคโนโลยีที่มีราคาแพงและยังไม่ได้รับการพิสูจน์อย่างแพร่หลาย โดยบริษัทสตาร์ทอัพที่ลองใช้เมื่อหลายปีที่ผ่านมา ยังไม่มีบริษัทไหนสามารถบรรลุข้อจำกัดในการควบคุมมลภาวะหรือเป้าหมายทางเทคนิคและการเงินได้เลย โดยการทำดีเซลจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ณ ตอนนี้ยังถือว่ามีราคาถูกกว่า

แล้วมันเป็นพลังงานหมุนเวียนหรือเปล่า

เชื้อเพลิงจากพลาสติกนับว่าเป็นทรัพยากรหมุนเวียนหรือไม่? จากฐานข้อมูลของ State Incentives for Renewables and Efficiency ระบุว่ามี 16 รัฐในสหรัฐอเมริกา พิจารณาขยะมูลฝอยในเขตเทศบาลรวมถึงพลาสติกว่าเป็นแหล่งเชื้อเพลิงหมุนเวียน แต่พลาสติกไม่สามารถนำมาหมุนเวียนได้ในแง่เดียวกับไม้ กระดาษ หรือว่าฝ้าย เนื่องจากเราผลิตพลาสติกจากเชื้อเพลิงฟอสซิลที่สกัดมาจากพื้นดินและในแต่ละขั้นตอนของกระบวนการนั้นมีศักยภาพที่จะก่อให้เกิดมลพิษได้

ในสหภาพยุโรปมีเพียงขยะพลาสติกที่ผลิตจากวัสดุอินทรีย์เพียงน้อยนิดของขยะชุมชนเท่านั้นที่ถือว่าเป็นพลังงานหมุนเวียน แต่ไม่ว่าพวกเขาจะนับคาร์บอนกันอย่างไร การเผาพลาสติกเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในเตาเผาขยะ ดูเหมือนว่าจะขัดต่อกับเป้าหมายของสหภาพในปี 2015 ภายใต้เป้าหมาย “เศรษฐกิจแบบวงกลม” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาทรัพยาการไว้ใช้ให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และเรียกร้องให้บรรจุภัณฑ์พลาสติกทั้งหมดสามารถนำกลับมาใช้ใหม่หรือย่อยสลายได้ ภายในปี 2030

ผู้สนับสนุนขยะเหลือศูนย์กังวลว่าวิธีการแปลงขยะพลาสติกให้เป็นพลังงานต่างๆ ไม่ได้ช่วยลดความต้องการผลิตภัณฑ์พลาสติกใหม่ หรือช่วยบรรเทาปัญหาการสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด “วิธีการเหล่านี้มีไว้แค่หันเหความสนใจจากวิธีแก้ปัญหาที่แท้จริง” Claire Arkin ผู้รณรงค์กับ Global Alliance for Incinerator Alternatives กล่าวพร้อมกับเสริมว่า..

..วิธีแก้ปัญหาที่แท้จริงคือการรณรงค์ให้ผู้คนใช้พลาสติกน้อยลง และนำกลับมาใช้ซ้ำหรือรีไซเคิลกันมากขึ้น

***แปลและเรียบเรียงโดย รชตะ ปิวาวัฒนพานิช
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


อ่านเพิ่มเติม : โลกของ Aquaman กำลังจมขยะพลาสติก

Aquaman

เรื่องแนะนำ

เที่ยวน่าน ตามรอยความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูผืนป่า

การเดินทางมา เที่ยวน่าน ครั้งนี้ ได้เผยให้ฉันเห็นความการทำงานร่วมมือกันอย่างบูรณาการ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีต่อทุกฝ่าย ในเรื่องการฟื้นฟูพื้นที่ป่า เวลาหัวค่ำนอกหน้าต่างคอนโดมิเนียมกลางเมืองหลวง ฉันเห็นแสงไฟวับวาม และรถราเคลื่อนสลับไปมาไม่หยุดหย่อน ภาพชินตาเช่นนี้สร้างความรู้สึกชินชาให้เกิดขึ้นในจิตใจ กระหน่ำซ้ำด้วยการประกาศล็อกดาวน์ในช่วงการระบาดใหญ่ของโรคร้ายที่ผ่านมา แผนการเดินทางเพื่อประโลมจิตใจของฉันในปีนี้ จึงเป็นอันต้องพับเก็บไปทั้งหมด ใจที่กระหายการเดินทาง และนิสัยไม่อยู่ติดกับที่ของฉัน เฝ้ารอการได้ออกไปเดินย่ำบนผืนดินอีกครั้ง ในใจตอนนี้คิดว่า ขอเป็นที่ไหนก็ได้ให้ฉันได้หายไปจากเมืองนี้สักสองถึงสามวัน ก่อนจะกลับมาเผชิญเรื่องราวบทเดิมในชีวิตการทำงานอีกครั้ง แล้วเหมือนใครสักคนได้ยินเสียงเรียกร้องของใจที่หิวกระหาย ในที่สุดฉันก็ได้รับการติดต่อให้เดินทางไปจังหวัดน่าน เพื่อเยี่ยมชมความร่วมมือกันฟื้นฟูผืนป่าที่ถูกทำลายให้กลับมาเขียวชอุ่มอีกครั้ง เมื่อวันเดินทางมาถึง ฉันจดจ่อที่จะได้เห็นบรรยากาศของสนามบินหลังผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์  ในสนามบินนานาชาติดอนเมือง มีขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยตามมาตรการเฝ้าระวังโรคติดต่ออย่างเข้มงวดทุกขั้นตอน แต่ก็ใช้เวลาเพียงน้อยนิดสำหรับการผ่านจุดคัดกรองต่าง ๆ ฉันมาถึงสนามบินน่านนครในเวลาเพียงชั่วโมงเศษ และนัดหมายกับเพื่อนร่วมทางขาประจำไว้ที่นั่น เขานำรถยนต์มารอรับฉันที่สนามบิน และเรากำลังจะเดินทางไปยังตำบลเมืองจัง อำเภอภูเพียง ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลของเรา ระหว่างทางเราแล่นผ่านแมกไม้ที่ขึ้นอยู่สองข้างทางในบรรยากาศเเบบชนบท ได้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อยู่กันอย่างเรียบง่าย เรือกสวนต่าง ๆ ทั้งลำไย มะม่วง และไร่ข้าวโพด ปรากฏสลับกันไปตลอดทาง บ้านเมืองจังอยู่ห่างจากอำเภอเมืองฯ จังหวัดน่าน ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงโดยรถยนต์ สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา ชาวบ้านจึงต้องอาศัยอยู่ตามพื้นที่หุบเขา “เราเคยถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้บุกรุกป่าครับ” สำรวย ผัดผล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองจัง กล่าวกับพวกเราเมื่อเดินทางไปถึง ความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับชาวบ้านเกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน ส่วนหนึ่งที่ฉันสอบถามจากชาวบ้านพบว่า แต่ละฝ่ายต่างมีข้อมูลที่ดินของตนเอง […]

ภาพถ่ายบุคคลแห่งความหวังและการฟื้นตัวหลังจากเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์

ภาพถ่ายบุคคลแห่งความหวังและการฟื้นตัวหลังจาก เฮอร์ริเคนฮาร์วีย์ ทุกวันนี้ ผู้คนราว 40,000 คนอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงทั่วรัฐเทกซัส ลุยเซียนา และเทนเนสซี หลังจาก เฮอร์ริเคนฮาร์วีย์ พัดถล่ม วิลเลียม วิดเมอร์ ช่างภาพ เดินทางไปยังศูนย์การประชุมจอร์จ อาร์. บราวน์ ในเมืองฮิวสตัน เพื่อบันทึกเรื่องราวเหล่านั้นบางส่วนให้เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก พายุลูกนี้พัดถล่มเมืองฮิวสตันและภูมิภาคโดยรอบเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำท่วมรุนแรง และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 60 ราย ตอนนี้นอกจากผู้คนหลายพันคนที่อยู่ในศูนย์พักพิง คนอีกมากยังต้องการความช่วยเหลือในการสร้างที่พักอาศัยขึ้นใหม่ หน่วยงาน Federal Emergency Management Agency กล่าวว่า ผู้คนกว่า 500,000 คนลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือด้านภัยพิบัติ ซึ่งรวมถึงการซ่อมแซมและการสูญเสียทรัพย์สิน ตอนที่วิดเมอร์มาถึง น้ำลดลงจากย่านใจกลางเมืองฮิวสตันแล้ว ผู้คนนับหมื่นส่วนใหญ่ซึ่งมาหลบภัยที่ศูนย์การประชุมในช่วงที่ภัยพิบัติรุนแรงที่สุดได้เริ่มย้ายออกไปแล้ว ส่วนคนที่ยังอยู่ล้วนมีความบอบช้ำในระดับต่างๆกัน ภาพถ่ายบุคคลของวิดเมอร์คือบทพิสูจน์ของประสบการณ์แห่งความโศกเศร้า ความสูญเสีย และความอยู่รอด ที่มนุษย์แบ่งปันกัน ภาพถ่าย วิลเลียม วิดเมอร์, National Geographic อ่านเพิ่มเติม : เมื่อพายุมาทุกคนวิ่งหนี […]

ใช้ชีวิตอย่างไรในช่วงน้ำประปาเค็ม

หญิงสาวชาวปากีสถานแบกน้ำดื่มข้ามถนนที่เสียหายในเมือง Baseera ในเดือนสิงหาคม ปี 2010 เมื่อแม่น้ำสินธุเข้าท่วมหลายเมือง ในระยะยาว เส้นทางไหลของน้ำก็ลดน้อยลงไปด้วย ภาพถ่ายโดย AARON FAVILA, AP เมื่อน้ำประปาที่ชาวกรุงเคยบริโภคอย่างปกติสุขกลับมีรสเค็มจนน่ากังวล สาเหตุนี้เกิดจากอะไร เราควรรับมือและใช้น้ำอย่างไรในสถานการณ์นี้ คุณภาพชีวิตชาวกรุงเทพมหานครช่วงเปิดศักราช 2563 มีความย่ำแย่ลงเมื่อต้องพบเจอกับภาวะ “น้ำประปาเค็ม” ซึ่งสร้างความกังวลให้กับชาวเมืองจำนวนมากที่โดยปกติแล้วต้องพึ่งพาน้ำประปาเพื่อการอุปโภคบริโภค สอดคล้องกับที่การประปานครหลวงออกมายอมรับว่า แหล่งน้ำที่นำมาผลิตน้ำประปามีค่าความเค็มเกินมาตรฐานตั้งแต่ช่วงกลางเดือนธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา ภัยแล้งยาว น้ำจืดหดหาย น้ำทะเลหนุนสูง สาเหตุทำน้ำประปาเค็ม การประปานครหลวงได้อธิบายถึงสาเหตุของภาวะน้ำประปาเค็มว่า เกิดจากสถานการณ์ภัยแล้งสูงสุดในรอบ 50 ปี ทำให้แหล่งน้ำจืดหดหาย เกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลหนุนสูงเข้ามาในระบบการผลิตน้ำประปา โดยเฉพาะในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ใช้เป็นแหล่งน้ำดิบเพื่อนำไปผลิตน้ำประปา ทำให้เกิดสถานการณ์นํ้าทะเลซึ่งเป็นน้ำเค็มที่มีมวลและความหนาแน่นมากกว่ารุกเข้ามาในแม่นํ้าเจ้าพระยา โดยเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2562 ทำให้รสชาตินํ้าประปาในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่นํ้าเจ้าพระยาเปลี่ยนไป และคาดการณ์ว่าในช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม 2563 น้ำทะเลจะหนุนสูงมากเป็นพิเศษ และภัยแล้งที่ส่งผลต่อคุณภาพน้ำประปานี้จะเกิดไปจนถึงปลายเดือนพฤษภาคม 2563 องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดค่าแนะนำเพื่อความน่าดื่มของน้ำประปาและการยอมรับของผู้บริโภคเอาไว้ โดยกำหนดให้มีโซเดียมในน้ำไม่เกิน 200 มิลลิกรัมต่อลิตร และคลอไรด์ไม่เกิน […]

เสี่ยงตายเพื่อความรู้…ภารกิจของนักล่าพายุ

หลายปีก่อน เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก สูญเสียนักล่าพายุ และวิศวกรผู้อุทิศตนให้กับการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับกลไกการเกิดพายุ เขาผู้นั้นคือ ทิม ซามารัส แม้จะรู้ว่าความเสี่ยงนั้นใหญ่หลวงนัก และความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย อาจหมายถึงชีวิต แต่บรรดานักล่าพายุก็ไม่หวาดหวั่น คลิปวิดีโอนี้เป็นผลงานของ Anton Seimon นักล่าพายุ และนักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ผู้พยายามศึกษากลไกการเกิดพายุทอร์นาโด และผลกระทบอันเลวร้ายที่พายุนี้ก่อขึ้นบนภาคพื้นดิน ภาพเคลื่อนไหวของพายุทอร์นาโดนั้นน่าตื่นตาตื่นใจและน่าพรั่นพรึงในเวลาเดียวกัน  แต่ขณะเดียวกันก็มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ด้านลมฟ้าอากาศและพายุ Anton Seimon นักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก อาศัยกล้องวิดีโอความละเอียดสูงเพื่อพยายามทำความเข้าใจ พฤติกรรมของพายุทอร์นาโด ณ จุดที่มันก่อผลกระทบเลวร้ายต่อมนุษย์มากที่สุด นั่นคือ บนพื้นดิน Seimon และทีมงาน บันทึกภาพเคลื่อนไหวของทอร์นาโดหลายลูกในแถบมิดเวสต์ของสหรัฐฯ เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2017 พวกเขาหวังจะใช้คลิปวิดีโอของพายุลูกเดียวกันที่ได้จากสาธารณชน เพื่อนำมาสร้างเป็นแผนที่สามมิติที่จะช่วยสร้างความกระจ่างเกี่ยวกับพฤติกรรมของพายุอันตรายเหล่านี้   อ่านเพิ่มเติม : นาทีชีวิต กู้ภัยช่วยชาวบ้านเผชิญน้ำท่วมหนักในจีน, ความงามอันพรั่นพรึงแห่งอสุนีบาต