ชมรอยแตกของหิ้งน้ำแข็งลาร์เซน ซี กันแบบชัดๆ - National Geographic Thailand

ชมรอยแตกของหิ้งน้ำแข็งลาร์เซน ซี กันแบบชัดๆ

รับชมกันอีกครั้งแบบชัดๆ ถึงความกว้างใหญ่ไพศาลและใหญ่โตมโหฬารของพืดน้ำแข็ง (ice sheet)  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหิ้งน้ำแข็งลาร์เซน ซี (Larsen C Ice Shelf) ในแอนตาร์กติกาตะวันตก ก่อนหน้าที่มันจะแตกตัวออกและกลายเป็นภูเขาน้ำแข็ง (iceberg) ขนาดใหญ่กว่ากรุงเทพมหานครเกือบสี่เท่าหรือเกือบ 6,000 ตารางกิโลเมตร

วิดีโอนี้ถ่ายไว้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2017 เผยให้เห็นรอยแยกหลักบนหิ้งน้ำแข็ง ก่อนหน้าที่ภูเขาน้ำแข็งจะแตกตัวออกในสัปดาห์ที่สองของเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยภูเขาน้ำแข็งลูกใหม่นี้มีขนาดใหญ่ที่สุดลูกหนึ่งเท่าที่เคยบันทึกไว้

ปัจจุบันน้ำทะเลที่อุ่นขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะยังคงเร่งการละลายของน้ำแข็งทั่วโลก

 

อ่านเพิ่มเติม : ย้อนอดีตแอนตาร์กติกา: ชมภาพเก่าอายุ 100 ปีของทวีปน้ำแข็งที่คุณไม่เคยเห็นหิ้งน้ำแข็งกำลังแตกออกจากทวีปแอนตาร์กติกา และนี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นของหายนะ

เรื่องแนะนำ

เรื่องจริงที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับ น้ำมันปาล์ม

ความหิวกระหายน้ำมันปาล์มของโลกกำลังทำร้ายสิ่งแวดล้อมและสัตว์ป่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ในแอฟริกา กาบองหวังจะสร้างอุตสาหกรรมนี้ควบคู่ไปกับการรักษาผืนป่า

“ต้นไม้” วิธีที่ง่ายและยั่งยืนที่สุดในการลดปัญหาฝุ่นควัน

ล่าสุดทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาประกาศมาตรการระยะยาวในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 แล้ว หนึ่งในนั้นคือการเพิ่มพื้นที่สีเขียวสาธารณะให้มากขึ้น ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่าจะเป็นพื้นที่ใดบ้าง

มองอนาคต : เมืองอัจฉริยะ เหล่านี้มีนวัตกรรมล้ำยุคที่สุดในโลก

เมืองอัจฉริยะ ทั้งสิบแห่งทั่วโลกเหล่านี้มีนวัตกรรมที่ล้ำยุคที่สุดในโลก และหลายเมืองยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีควบคู่ไปกับการเป็นเมืองสีเขียวอีกด้วย ภายในปี 2050 มีการคาดการณ์ว่า ประชากรสองในสามจะอาศัยอยู่ในเขตเมือง เนื่องจากจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นและพื้นที่เมืองจะเชื่อมต่อกันมากขึ้น นักท่องเที่ยวกำลังออกเดินทางท่องเที่ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในปี 2017 นักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่าหนึ่งพันสามร้อยล้านคนเดินทางท่องเที่ยวไปยังจุดหมายต่างๆ ทั่วโลก จากรายงานล่าสุดขององค์กรการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations World Tourism Organization) เน้นว่าจำเป็นที่จะต้องแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนในการสร้างเมืองสำหรับอนาคต เมืองอัจฉริยะ (Smart City) กำลังเผชิญหน้าความท้าทายเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ ทั้งการพัฒนาถนน การส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยี การสนับสนุนมรดกเก่าแก่และชุมชนที่มีความหลากหลาย รวมไปถึงการปกป้องสิ่งแวดล้อม มาค้นหากันว่าเมืองที่มีนวัตกรรมล้ำยุคทั้งสิบเมืองนี้กำลังปกป้องโลกไปพร้อมกับการให้ประโยชน์ต่อทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวอย่างไรบ้าง เมืองทาลลินน์ ประเทศเอสโตเนีย เมืองหลวงของเอสโตเนีย ประเทศที่แยกตัวออกมาจากสหภาพโซเวียต ได้กลายมาเป็นเมืองศูนย์กลางทางเทคโนโลยี เป็นประเทศแรกของโลกที่ประกาศให้การเข้าถึงอินเตอร์เน็ตเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน มีการจัดการเลือกตั้งออนไลน์ และเป็นหนึ่งในประเทศแรกๆ ที่ให้บริการอินเตอร์เน็ต 5G กับทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว ในระหว่างการเตรียมการการเฉลิมฉลองครบรอบหนึ่งร้อยปีของการเป็นสาธารณรัฐ ได้มีการนำเสนอกิจกรรมมากมายตลอดทั้งปี 2020 เมืองออร์ฮูส ประเทศเดนมาร์ก เมืองโคเปนเฮเกนอาจมีความโดดเด่นมาก แต่เมืองอาร์ฮูสที่อยู่ห่างไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 160 กิโลเมตรนี้ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน เมืองที่มีสเน่ห์แห่งนี้ได้รับการออกแบบให้เป็นเมืองหลวงของวัฒนธรรมยุโรป และได้รับการยกย่องให้เป็นพื้นที่การท่องเที่ยวเชิงอาหาร มีตลาดอาหารที่ใหม่ มีการเชื่อมต่อรางรถไฟ ห้องสมุดแห่งอนาคต และโรงแรมสร้างสรรค์ที่ช่วยเพิ่มพลังและเสน่ห์ให้กับเมือง […]

การสร้างเขื่อน ส่งผลกระทบต่อการไหลของแม่น้ำ ซึ่งเป็นอันตรายต่อมนุษย์

เขื่อน Xiaowan ที่มีความสูงราว 291 เมตร ซึ่งสร้างเสร็จในปี 2010 เป็นแหล่งพลังงานให้กับบรรดาเมืองและอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตบริเวณชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศจีน การสร้างเขื่อนนี้ทำให้ชาวบ้านกว่า 38,000 คน ต้องอพยพ ภาพถ่ายโดย DAVID GUTTENFELDER, AP/NAT GEO IMAGE COLLECTION  การศึกษาครั้งใหม่แสดงให้เห็นว่า แม่น้ำ ซึ่งให้ประโยชน์หลายอย่างกับมนุษย์ เป็นแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร และช่วยป้องกันน้ำท่วม กำลังอยู่ในภาวะเสี่ยง เนื่องจากการสร้างเขื่อน และการเปลี่ยนเส้นทางน้ำ มี แม่น้ำ สายใหญ่ที่สุดในโลกจำนวนเพียงหนึ่งในสามสายเท่านั้นที่ยังไหลตามธรรมชาติ เพราะแม่น้ำเหล่านี้ไม่ได้ถูกสร้างเขื่อนกั้นหรือขัดขวางทางน้ำโดยฝีมือมนุษย์ บรรดานักวิทยาศาสตร์เตือนว่าแม่น้ำสาขา ของแม่น้ำสายใหญ่หลายแห่งของโลก ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากการสร้างเขื่อนกั้นทางน้ำ ได้คุกคามระบบนิเวศที่ทั้งมนุษย์และสัตว์ต้องพึ่งพิงเพื่อความอยู่รอด เหล่านักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า สายน้ำที่ไหลตามธรรมชาตินั้นสามารถก่อให้เกิดแหล่งอาหารของคนนับร้อยหรือนับล้านคน พัดพาตะกอนดินซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการทำการเกษตร และบรรเทาความเสียหายจากน้ำท่วมและภัยแล้ง และเกื้อหนุนความระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ “ประโยชน์ของ แม่น้ำ ที่ไหลตามธรรมชาตินั้นมีมากมายครับ” เดเนียล เพอร์รี นักภูมิศาสตร์แหล่งน้ำแห่งมหาวิทยาลัยนอร์ธเทิร์นแอริโซน่า ใน Flagstaff กล่าวและเสริมว่า “แม่น้ำคือเส้นเลือดของโลก” จากการใช้ภาพถ่ายดาวเทียมและข้อมูลอื่นๆ เพื่อสำรวจแม่น้ำทั่วโลกที่มีความยาวราว 12 ล้านกิโลเมตร นักวิจัยพบว่ายิ่งแม่น้ำมีความยาวมากเท่าไร […]