ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ โพสต์ถึง มาเรียม ตายเพราะพลาสติก- National Geographic Thailand

ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ โพสต์เศร้าถึงลูกพะยูนมาเรียม เอ่ยถึงปัญหาพลาสติก

ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ โพสต์ภาพถ่ายของมาเรียมในขณะได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่ ภาพถ่ายโดย ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย


ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ นักแสดงฮอลลีวูดชื่อดังและนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โพสต์เล่าถึงการจากไปของ มาเรียม เนื่องจากปัญหาขยะพลาสติกในชาวโลกได้รับรู้

เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2562 ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ นักแสดงฮอลลีวูดชื่อดังที่มีบทบาทในการทำงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสรรพสัตว์ ได้โพสต์รูปภาพและข้อความถึง “มาเรียม” ลูกพะยูนเพศเมียกำพร้า ที่โด่งดังในโซเชียลมีเดียของไทยเนื่องจากความน่ารักและความผูกพันกับเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลชาวไทย ซึ่งเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา ในบัญชีอินสตราแกรมส่วนตัว @leonadodicaprio

โดยภายในโพสต์มีเนื้อหาสำคัญพูดถึงเรื่องราวของมาเรียมที่อยู่ภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ทางทะเลชาวไทย รวมไปถึงการพูดถึงสาเหตุการเสียชีวิตของมาเรียมที่เกิดจากปัญหาขยะพลาสติกเข้าไปอุดตันในลำไส้

View this post on Instagram

#Regram #RG @washingtonpost A beloved baby marine mammal in Thailand has died after consuming plastic and experiencing shock, Thai officials said Saturday. The young dugong, a relative of the manatee, was named Marium after marine biologists discovered her orphaned and lost in April in southern Thailand, the Associated Press reported. Soon, she captured hearts around the world as videos of her nuzzling up against caretakers circulated the Internet. Veterinarians found pieces of plastic blocking the young mammal’s intestines and said that Marium died of shock. Her intestines became inflamed, which caused gas in her digestive tract, an infection in her blood and pus in her lungs. The infection spread, causing shock, officials said in the announcement. Go to the link in our bio to read more. (Photo by Sirachai Arunrugstichai via AP, File)

A post shared by Leonardo DiCaprio (@leonardodicaprio) on

คำบรรยายภาพจากลีโอนาร์โด มีเนื้อหาดังต่อไปนี้

เจ้าหน้าที่จากประเทศไทยกล่าวว่า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมทางทะเลตัวหนึ่งซึ่งเป็นที่รักในประเทศไทยเสียชีวิตหลังจากรับประทานพลาสติกและประสบกับอาการช็อก เมื่อวันเสาร์ (ที่ 17 สิงหาคม) ที่ผ่านมา ลูกพะยูน อันเป็นสัตว์ที่มีความเกี่ยวข้องกับแมนนาที ได้รับการตั้งชื่อว่ามาเรียม หลังจากที่นักชีววิทยาทางทะเลได้ค้นพบว่าเธอเป็นพะยูนกำพร้าที่หลงฝูงมาในเดือนเมษายนที่ภาคใต้ของประเทศไทย

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า หลังจากนั้นไม่นาน เธอได้เข้าไปอยู่ในใจคนทั้งโลกจากคลิปวิดีโอที่เธอไปคลอเคลียกลับพี่เลี้ยงซึ่งไปเผยแพร่ในไปอินเทอร์เน็ตหลายคลิปด้วยกัน สัตวแพทย์พบชิ้นส่วนพลาสติกขวางลำไส้ของลูกพะยูนตัวนี้ และกล่าวว่ามาเรียมเสียชีวิตไปด้วยอาการช็อก ลำไส้ของเธอเริ่มอักเสบ ทำให้เกิดก๊าซในทางเดินอาหาร มีการติดเชื้อในเลือดและหนองในปอด การติดเชื้อแพร่กระจายไปทั่วร่างกายจนเกิดอาการช็อก ตามการประกาศจากเจ้าหน้าที่ (ภาพถ่ายโดย ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย ผ่านแฟ้มภาพสำนักข่าวเอพี)

ในโพสต์ดังกล่าวของลีโอนาร์โด ได้มีผู้ใช้อินสตราแกรมจากทั่วโลกเข้ามาแสดงความเห็นถึงจากการจากไปของมาเรียม และภาพได้รับยอดการกดถูกใจว่า 1.5 ล้านครั้ง

โดยข่าวการเสียชีวิตของมาเรียม ได้มีรายงานผ่านทางสื่อต่างประเทศ ทั้งเดลีเมล์และบีบีซีจากอังกฤษ รวมไปถึง ซีเอ็นเอ็น จากสหรัฐอเมริกา ทำให้ข่าวการจากไปของมาเรียมไม่เป็นเพียงเรื่องเศร้าของประเทศไทย แต่เป็นเรื่องเศร้าของคนทั้งโลกด้วยเช่นกัน ซึ่งจะเป็นอีกหนึงเรื่องราวที่จะทำให้คนทั่วโลกได้ตระหนักถึงปัญหาขยะพลาสติกในธรรมชาติมากขึ้น


อ่านเพิ่มเติม มาเรียม: ดุหยงน้อยสู่ความหวังพะยูนไทย – บันทึกภาคสนามนักอนุรักษ์

 

เรื่องแนะนำ

ฝุ่นละออง PM 2.5 ภัยเงียบที่มองไม่เห็นได้ด้วยตา

ฝุ่นละอองขนาด 2.5 ไมครอน หรือเล็กเป็น 25 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางเส้นผมมนุษย์นี้ ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่พวกมันกำลังเป็นภัยร้ายขนาดใหญ่ที่คุกคามสุขภาพของผู้คนในหลายประเทศ

ทะเล “เดดซี” ในจีนเปลี่ยนเป็นสีรุ้ง

ภาพถ่ายทางอากาศเผยให้เห็นสีสันอันสวยงามของทะเลสาบน้ำเค็มในจีน ที่ได้กลายเป็นทะเลสาบสีรุ้งไปแล้ว ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เรียกว่า Algae Bloom หรือการขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วของสาหร่ายในน้ำ โดยเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น ส่งผลให้น้ำกลายเป็นสีสันแปลกตา ทะเลสาบน้ำเค็มแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็น “เดดซี” แห่งประเทศจีน มีอายุเก่าแก่ถึง 500 ล้านปี ปริมาณเกลือในน้ำมากพอที่จะทำให้นักท่องเที่ยวสามารถลอยตัวอยู่ได้ อย่างไรก็ตามแม้สีสันจะสวยงามชวนถ่ายภาพ แต่การเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศในน้ำนี้อาจส่งผลให้ปลาและจุลินทรีย์พากันล้มตายได้   อ่านเพิ่มเติม : รวมฟุตเทจหายากของภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงที่สุด, พลังของมนุษยชาติ

อุรังอุตัง 150,000 ตัวตายเพราะกิจกรรมของมนุษย์

อุรังอุตัง 150,000 ตัวตายเพราะกิจกรรมของมนุษย์ ผลการวิจัยใหม่ชี้ว่า ตั้งแต่ปี 1999 -2015 จำนวนของอุรังอุตังมากกว่าครึ่งบนเกาะบอร์เนียวต้องล้มหายตายจากลงจากการคุกคามถิ่นที่อยู่อาศัยของพวกมันเพื่อทำสวนปาล์มไปจนถึงการตัดไม้ทำลายป่า บรรดาพวกลักลอบค้าสัตว์ป่าและหาของป่ารวมไปถึงกิจกรรมอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตมนุษย์คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประชากรของอุรังอุตังลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว หากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป ในอีก 35 ปี ทีมนักวิจัยชี้ว่าเกาะบอร์เนียวจะสูญเสียประชากรอุรังอุตังไปเพิ่มอีกราว 45,000 ตัว อย่างไรก็ตามยังคงมีความหวัง จากผลการวิจัยพบว่าอุรังอุตังเป็นสัตว์ที่ปรับตัวเก่งมาก เชื่อกันว่าหากกระบวนการล่าและทำลายป่าสิ้นสุดลงในวันนี้ อุรังอุตังซึ่งปัจจุบันเป็นถูกจัดให้เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์จะมีโอกาสเพิ่มจำนวนขึ้น รวมไปถึงสัตว์อื่นๆ ด้วยเช่นกัน   อ่านเพิ่มเติม คืนชีพเสือทัสมาเนียหลังสูญพันธุ์ไปแล้ว 38 ปี

การทำความสะอาดชายหาดไม่อาจเก็บขยะพลาสติกจำนวนหลายล้านชิ้น

ขยะพลาสติกกองพะเนินอยู่บนชายหาดทางเหนือของเกาะไดเรกชัน ประเทศออสเตรเลีย ภาพถ่ายโดย SILKE STUCKENBROCK, COURTSEY OF SPRINGER NATURE ผลการศึกษาชิ้นใหม่เผยว่า ขยะพลาสติก ส่วนใหญ่บนชายหาดสักแห่งเป็นพลาสติกชิ้นเล็กจิ๋วที่ฝังอยู่ใต้ผืนทราย ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา การทำความสะอาดชายหาดกลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก บ่อยครั้งที่อาสาสมัครมารวมตัวกันเพื่อทำงานที่ดูเหมือนไม่มีวันสำเร็จได้ นั่นคือการเก็บ ขยะพลาสติก ปัจจุบัน งานวิจัยชิ้นใหม่ที่ศึกษาหมู่เกาะโคโคส (Cocos) หรือคีลิง (Keeling) ซึ่งเป็นกลุ่มเกาะห่างไกลของออสเตรเลียชี้ว่า การทำความสะอาดชายหาดอาจปิดบังความเสียหายที่แท้จริงของมลพิษจากพลาสติกอย่างไม่ตั้งใจ เนื่องจากพลาสติกส่วนใหญ่ถูกฝังอยู่ใต้ผืนทราย   “น่าเศร้าที่สถานการณ์นี้ไม่ได้เกิดแค่บนหมู่เกาะโคโคส” เจนิเฟอร์ เลเวอร์ส (Jennifer Lavers) นักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลแห่งมหาวิทยาลัยแทสเมเนีย ประเทศออสเตรเลีย เขียนในผลการศึกษาที่ติมพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ปี 2019  “เมื่อเรามีเกาะน้อยใหญ่กว่า 2,000 เกาะในมหาสมุทรทั่วโลก และในแต่ละวัน ข้าวของพลาสติกนับพันๆ ชิ้นถูกคลื่นลมพัดมาเกยชายหาดของเกาะห่างไกล  จึงไม่มีทางที่เราจะเก็บขยะได้ทัน หากไร้ซึ่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีนัยสำคัญ การจัดการกับปัญหาขยะพลาสติกในทะเลจะยังคงเป็นความพยายามที่ไม่มีวันสำเร็จ” นอกจากนี้ งานวิจัยดังกล่าวยังบอกเป็นนัยถึงอนาคตที่อาจเกิดขึ้นกับชายหาดในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นหากไม่มีการทำความสะอาด  จนทำให้ขยะพลาสติกสะสมมากขึ้นปีแล้วปีเล่า  กระทั่งแตกตัวกลายเป็นไมโครพลาสติกที่ไม่สามารถกำจัดได้ด้วยการเก็บขยะทั่วไป  อีกทั้งยังไม่มีไครทราบว่าขยะเหล่านี้มีจำนวนเท่าใด […]