การเมืองเรื่องน้ำ: ปัญหาการจัดการน้ำในเมืองไทย - National Geographic Thailand

การเมืองเรื่องน้ำ: ปัญหาการจัดการน้ำในเมืองไทย

ประเทศไทยเผชิญกับ ปัญหาน้ำท่วม มานานหลายทศวรรษ แผนการแก้ปัญหาต่างๆ ที่ผุดขึ้นดูเหมือนไม่ช่วยแก้ไขให้เป็นอย่างเป็นรูปธรรม เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น

เรื่อง ราชศักดิ์ นิลศิริ
ภาพถ่าย สิทธิชัย จิตตะทัต

ตีพิมพ์ใน เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนพฤศจิกายน 2557

ทางหลวงชนบทจากอำเภอทุ่งเขาหลวงมุ่งหน้าอำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด แคบเพียงรถวิ่งสวนกัน สองข้างทางเป็นนาร้าง ทุกสองสามกิโลเมตร ปรากฏสุขภัณฑ์นั่งยองสีขาวบนไหล่ทางราวกับอนุสาวรีย์แห่งความทุกข์ “พอหน้านํ้าท่วม ชาวบ้านจะย้ายครัวมาอาศัยบนถนนครับ” สิริศักดิ์ สะดวก บอกที่มาที่ไปของฐาน

ปฏิบัติการปลดทุกข์เหล่านั้น เอ็นจีโอหนุ่มชาวศรีสะเกษผู้นี้ทำงานกับศูนย์พิทักษ์สิทธิการจัดการทรัพยากรชุมชนในลุ่มนํ้าชีตอนล่าง องค์กรเอกชนที่เคลื่อนไหวต้านเขื่อนในแม่นํ้าชีแถบจังหวัดร้อยเอ็ด เขากำลังพาผมไปเยี่ยมชาวบ้านหลายคนในพื้นที่ “พอท่วมซํ้าซากทุกปี แล้วก็ท่วมหนัก ท่วมนานหลายเดือน ก็เลยสร้างส้วมถาวรไว้เสียเลย หน้านํ้าทีก็เอาสังกะสีมาล้อมบังตาเอา” เขาเฉลย

ความอายของการปลดทุกข์ริมทางหลวงคงเป็นเรื่องขี้ปะติ๋วเมื่อเทียบกับความเดือดร้อนที่ชาวบ้านแถบนี้ประสบ ทุกปีนาข้าวและบ้านเรือนของพวกเขาต้องเผชิญนํ้าท่วมสูงถึงคอนานสองสามเดือนเป็นอย่างน้อย นานและซํ้าซาก (เกิน) พอจนทำให้พวกเขาเชื่อว่าเป็นผลมาจากเขื่อน [ทางราชการเรียก ฝาย] ร้อยเอ็ดกลางแม่นํ้าชีใกล้หมู่บ้านที่สร้างเสร็จตั้งแต่ปีพ.ศ. 2542 “ต้องเป็นเพราะเขื่อนแน่ๆ ครับ ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้ แต่ก่อนมันท่วมก็จริง ไม่กี่วันก็หาย แต่นี่ท่วมได้ยังไงตั้งหลายเดือน” บุญจันทร์ สาระกลม ชาวนาในพื้นที่ บอกผม

ปัญหาน้ำท่วม, เกาะเกร็ด
เด็กชายลอยคออยู่กลางบ้านในตำาบลเกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ในมหาอุทกภัยเมื่อปี พ.ศ. 2554 วิกฤติการณ์คราวนั้น คือมูลเหตุของโครงการบริหารจัดการน้ำขนาดใหญ่เป็นประวัติการณ์ ทว่าหลายโครงการยังไม่ได้ข้อสรุปกระทั่งปัจจุบัน

เขื่อนร้อยเอ็ดเป็นหนึ่งใน 22 เขื่อนตามโครงการผันนํ้า “โขง-ชี-มูล” โครงการชลประทานขนาดยักษ์ที่เริ่มสร้างมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2530 มีระยะเวลาดำ เนินการยาวนานกว่า 40 ปี ภายใต้งบประมาณ 228,000 ล้านบาท โดยพุ่งเป้าไปที่การผันนํ้าสู่พื้นที่เกษตรห่างไกลในภาคอีสานเพิ่มพื้นที่ชลประทานให้ได้ถึง 4.98 ล้านไร่ และหวังว่าปริมาณนํ้าทำการเกษตรที่เพียงพอจะช่วยลดปัญหาแรงงานชนบทอพยพเข้าสู่เมือง

“แต่มันยิ่งกลับทำให้คนหนีเข้าเมืองมากขึ้น เพราะอะไรรู้ไหมคะ ก็นํ้าท่วมไง มันอยู่ไม่ได้” อมรรัตน์ วิเศษหวาน ขึ้นเสียงสูง แม่บ้านผู้จงชังเขื่อนชนิดหัวชนฝา ระบายความอัดอั้น

การก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่เมื่อ 20 ปีก่อนเป็นเรื่องง่ายกว่าทุกวันนี้มาก ชาวบ้านหลายรายเล่าด้วยนํ้าเสียงขุ่นเคืองว่า พวกเขาไม่เคยมีส่วนร่วมใดๆกับการสร้างเขื่อน และไม่เคยรู้มาก่อนว่าจะได้รับผลกระทบอย่างไร แต่ที่ชอกชํ้าที่สุดคือ เมื่อเกิดความเดือดร้อน เจ้าหน้าที่รัฐกลับไม่เหลียวแล

บัว สาโพนทัน ชาวนาอีกรายที่ผันตัวมารับตำแหน่งประธานคัดค้านการสร้างเขื่อน เล่าว่า “ผมเคยไปร้องรัฐมนตรีเกษตร เค้าถามว่าไงรู้ไหม เค้าถามว่าร้อยเอ็ดนํ้าท่วมด้วยเหรอ ไม่เห็นรู้ ผมได้แต่ส่ายหน้าแล้วถามว่า ท่านเป็นถึงรัฐมนตรี แต่ไปอยู่ที่ไหนมา”

ปัญหาน้ำท่วม, ชาวนา, ชัยนาท
ชาวนาในจังหวัดชัยนาทกำลังเฝ้ารอสูบน้ำจากคลองชลประทานเข้าสู่ที่นาของตนเอง

สิริศักดิ์เล่าว่า สาเหตุของนํ้าท่วมในพื้นที่เกิดจากหลายปัจจัย ตั้งแต่ภูมิประเทศลุ่มตํ่า การไม่เปิดประตูระบายนํ้าให้สอดคล้องกับฤดูกาล ไปจนถึงการถมลำนํ้าชีเดิมจนนํ้าระบายไม่ทัน และนํ้าหนุนจากแม่นํ้ามูลที่เชื่อมกับแม่นํ้าชีทางทิศใต้ในหน้านํ้า

“ชาวบ้านเคยเสนอให้แขวนบานประตูนํ้าตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเพื่อระบายนํ้า” เขาเล่าถึงทางการ “แต่เขาบอกว่า เดี๋ยวคนทางโน้นไม่มีนํ้าทำนา เห็นไหมครับ เขาจับชาวบ้านสองฝั่งมาทะเลาะกันอีก”

เรื่องราวทำนองนี้เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย การจัดการนํ้าที่สร้างผลกระทบกับคนเล็กคนน้อย เป็นปัญหาเรื้อรังที่บ่มเพาะมาจากยุคการปฏิวัติเขียวช่วงต้น พ.ศ. 2500 การชลประทานซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในสูตรสำเร็จของการปฏิวัติเขียวทั่วโลก กลับเป็นงานยากในภูมิภาคที่มีระบบแม่นํ้าและลุ่มนํ้าซับซ้อนอย่างประเทศไทย

(อ่านต่อหน้า 2)

เรื่องแนะนำ

สปีชีส์ใหม่ๆ ของสัตว์และพืชถูกค้นพบทุกวันในป่าแอมะซอน

โดย ซาร่าห์ กิบเบ็นส์ ภายในป่าแอมะซอนเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตมากมาย ผลจากการค้นพบที่ผ่านมา นักวิจัยรายงานว่าพวกเขาค้นพบสปีชีส์ใหม่ๆ ของสัตว์และพืชทุกวัน โดยเฉลี่ย นั่นคือข้อสรุปจากการทำงานตลอด 2 ปีทีผ่านมาของ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF องค์กรเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ตั้งอยู่ในบราซิล WWF ติดตามรายงานการค้นพบสัตว์มีกระดูกสันหลังและพืชสายพันธุ์ใหม่ๆ จากป่าแอมะซอน ในปี 2014 และปี 2015 จากรายงานทีมนักวิจัยค้นพบสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่รวมทั้งสิ้น 381 ชนิด โดยเป็น พืช 216 ชนิด ปลา 93 ชนิด สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 32 ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 20 ชนิด สัตว์เลื้อยคลานอีก 19 ชนิด และนกอีก 1 ชนิด อย่างไรก็ตามการค้นพบสิ่งมีชีวิตใหม่ๆ จากป่าแอมะซอนนี้ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ ป่าแห่งนี้มีพื้นที่กว้างถึง 4 ล้านตารางไมล์ แอมะซอนคือบ้านของพืชและสัตว์หลากหลายสายพันธุ์ที่คิดเป็นสัดส่วน 10% จากทั้งหมดของโลก แต่ความประหลาดใจคือการที่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่บางชนิดนั้น สามารถหลบซ่อนตัวอยู่ได้จนมาถึงปัจจุบันต่างหาก คำบอกกล่าวจากพาโบล […]

เป้าหมายสีเขียวของดูไบ

เรื่อง โรเบิร์ต คุนซิก ภาพถ่าย ลูกา โลกาเตลลี เพื่อดื่มด่ำกับความหลุดโลกของดูไบ นครที่ซึ่งแท่งคอนกรีต กระจก และเหล็กกล้า ผุดขึ้นราวดอกเห็ด และแผ่ขยายท่ามกลางผืนทรายอันร้อนแล้งของทะเลทรายอาหรับในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา คุณอาจเริ่มจากการลองไปเล่นสกีดูก่อน เมื่อมองจากด้านนอกศูนย์การค้าเดอะมอลล์ออฟดิเอมิเรตส์ ทางลาดของลานสกีดูราวกับยานอวกาศสีเงินที่ปักลงไปในพื้น เมื่อเข้าไปด้านใน คุณอาจเดินเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง แล้วค่อยผลักประตูกระจกเข้าไปยังลานสกีดูไบ เสื้อยืดคอกลมที่ระลึกที่ผมซื้อมามีภาพวาดการ์ตูนเป็นภาพเทอร์มอมิเตอร์หน่วยเป็นองศาเซลเซียส เขียนว่า “ฉันเปลี่ยนจาก +50 เป็น -8” จะว่าไปก็ไม่ได้รู้สึกหนาวถึงขนาดนั้นเมื่ออยู่บนลานสกี แต่อุณหภูมิภายนอกในดูไบอาจสูงเกือบ 50 องศาเซลเซียสได้ในฤดูร้อน ความชื้นยิ่งชวนให้อึดอัดเพราะอยู่ใกล้ทะเล แต่แทบไม่มีฝนเลย ดูไบมีปริมาณฝนน้อยกว่า 100 มิลลิเมตรต่อปี และไม่มีแม่น้ำที่อยู่ถาวร อีกทั้งแทบไม่มีผืนดินที่เหมาะแก่การเพาะปลูก แล้วถิ่นฐานบ้านเรือนแบบไหนถึงจะเหมาะกับสถานที่เช่นนี้  ดูไบเคยเป็นหมู่บ้านประมงและเมืองท่าค้าขายที่ทั้งเล็กและยากจนมาหลายร้อยปี แล้วการเติบโตอย่างพรวดพราดจากน้ำมันและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็เปลี่ยนโฉมที่นี่ให้กลายเป็นเมืองแห่งเส้นขอบฟ้าที่เต็มไปด้วยผลงานด้านสถาปัตยกรรมอันน่าอัศจรรย์  และยังมีท่าอากาศยานที่มีผู้ใช้มากที่สุดเป็นอันดับสามของโลกอีกด้วย “ถ้าจะพูดกันถึงความยั่งยืนแล้วละก็ คุณคงไม่มาสร้างที่นี่หรอกครับ” ยานุส โรสตอก สถาปนิกคนสำคัญจากโคเปนเฮเกนผู้มาตั้งรกรากที่นี่ บอก ทว่านครแห่งความยั่งยืนนี่แหละ คือเป้าหมายที่รัฐบาลดูไบประกาศว่า ต้องการจะสร้างให้สำเร็จ ดูไบกับความยั่งยืนอย่างนั้นหรือ รอให้น้ำท่วมหลังเป็ดก่อนเถอะ คุณอาจคิดในใจ ช่วงปีแห่งความเติบโตเหล่านั้นทำให้ดูไบกลายเป็นสัญลักษณ์ของความล้นเหลือ อันเป็นผลพวงจากการมีพลังงานฟอสซิลราคาถูก […]

ไฟป่า : ภารกิจดิ่งสู่ไฟนรกของเหล่าสโมกจัมเปอร์

ไฟป่า : ภารกิจดิ่งสู่ไฟนรกของเหล่าสโมกจัมเปอร์ ทุกปีเมื่อถึงฤดูร้อน นักผจญเพลิงทางอากาศระดับหัวกะทิที่เรียกกันว่า สโมกจัมเปอร์ (smokejumper) จะเสี่ยงตายกระโดดร่มลงสู่พื้นที่ทุรกันดารของอะแลสกาเพื่อเร่งรุดดับไฟป่า ก่อนจะลุกลามสร้างความเสียหายมหาศาลแก่ผืนป่า ชีวิต และทรัพย์สิน