เปิดโลกฝุ่น PM 2.5 วายร้ายในอากาศ ผ่านนิทรรศการ-ภาพฉายแบบล้ำๆ ที่ SX 2022

เปิดโลกฝุ่น PM 2.5 วายร้ายในอากาศ ผ่านนิทรรศการ-ภาพฉายแบบล้ำๆ ที่ SX 2022

เปิดโลก ฝุ่น PM 2.5 วายร้ายในอากาศ ผ่านนิทรรศการ-ภาพฉายแบบล้ำๆ ที่งาน SX 2022

ในห้วงของการระบาดของโรคโควิด-19 มีคำพูดในเชิงขำขัน (และไปทางเสียดสีเล็กน้อย) ว่า คนไทย โดยเฉพาะในเมืองใหญ่นั้นคุ้นชินกับการใส่หน้ากากอนามัยมาก่อนการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเสียอีก เพื่อป้องกันตัวจากสถานการณ์ของฝุ่น PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
.
โดยผลกระทบจาก PM 2.5 อาจเปรียบเทียบได้กับการ ‘ตายผ่อนส่ง’ เนื่องจากอนุภาคของเล็กๆ ของฝุ่น คนเราจะหายใจเอาฝุ่นนี้เข้าไปสะสมในร่างกาย ที่เข้าไปในระยะยาว จะส่งผลให้เกิดอาการ เจ็บป่วย เช่น ระบบทางเดินหายใจ ปอดอักเสบ หลอดเลือดสมอง เป็นต้น
.
เมืองที่มีปัญหาเรื่อง PM 2.5 ย่อมส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของพลเมือง และเมืองที่พบปัญหาเช่นนี้คือเมืองที่ประสบปัญหาในเรื่องของความยั่งยืนในหลายๆ ด้าน

.

ในงาน Sustainability Expo 2022 งานมหกรรมเพื่อความยั่งยืน จึงได้มีการจัดนิทรรศการ “รู้จักฝุ่นเมือง Know Your PM2.5” ที่นำเสนอความรู้ของฝุ่น PM 2.5 ที่อยู่ในเมืองใหญ่ (โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ) เพื่อให้ผู้ชมได้มีความรู้ในเรื่องของการเกิดฝุ่นที่มีอนุภาคเล็กในอากาศ ที่ส่งผลต่อสุขภาพ
.
โดยในนิทรรศการจะแสดงถึงองค์ประกอบของฝุ่นแบบแยกส่วนให้เราเข้าใจถึงที่มา ช่วงเวลาการเกิด มอนิเตอร์แสดงความหนาแน่นของฝุ่นแบบเรียลไทม์ ข้อดีของการเล่าเรื่องด้วยนิทรรศการก็คือ มีการสังเคราะห์ข้อมูลและออกแบบมาเป็นโครงสร้าง เป็นวัตถุที่จับต้องสัมผัสได้ เข้าไปมีประสบการณ์ร่วมได้
.
ยิ่งถ้าคุณได้มาร่วม ‘เล่นฝุ่น’ ในนิทรรศการนี้แล้ว จะยิ่งเข้าใจเรื่องฝุ่น ลึกซึ้งเข้าไปถึงอณูของมันเลยทีเดียว
.
เข้าร่วมนิทรรศการ “รู้จักฝุ่นเมือง Know Your PM2.5” โดย ทีมวิจัยคณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในโซน Better Community งาน SUSTAINABILITY EXPO 2022 ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันที่ 26 กันยายน – 2 ตุลาคม 2565 เข้าชมฟรีตลอดทั้งงาน
.
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/SX.SustainabilityExpo/

นิทรรศการนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “While you’re relaxing, someone never gets rest” หรือ ในขณะที่คุณพักผ่อน ยังมีบางสิ่งที่ไม่ได้พักผ่อนตาม
.
นั่นคือฝุ่นในชนิดต่างๆ ที่กำลังก่อตัวในชั้นบรรยากาศ และก็เป็นที่มาของฝุ่นที่คนในเมืองใหญ่หายใจเข้าไปในระบบทางเดินหายใจ

หน้าทางเข้านิทรรศการ จะมีกล้องจุลทรรศน์ที่ส่องให้เห็นถึงถึงเส้นผมเส้นเล็กๆ ซึ่งเส้นผมจะเป็นตัวเปรียบเทียบของฝุ่นขนาดต่างๆ ที่จะบอกเล่าในนิทรรศการ โดยฝุ่นที่มีขนาดใหญ่สุดอย่าง PM10 มีขนาดเล็กกว่าเส้นผม 5-7 เท่า โดยฝุ่นที่มีขนาดเล็กสุด คือ PM1 มีขนาดเทียบเท่าได้กับแบคทีเรีย
.
ซึ่งเมื่อเราก้าวเข้าไปในนิทรรศการ เราก็จะกลายเป็นฝุ่น 1 อนุภาค ที่กำลังจะไปพบกับอนุภาคของฝุ่นอีกมากมายที่อยู่ภายใน รวมไปถึงรู้จักแหล่งกำเนิดของฝุ่น

เมื่อเข้าไปด้านใน จะมีภาพกราฟฟิกที่เป็นตัวแทนของ สถานีตรวจวัดอุตุนิยมวิทยาใกล้ผิวดินและมลสารทางอากาศ (KU TOWER) ความสูง 117 เมตร ของทีมวิจัยคณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัย และมีเสาที่ตั้งอยู่ที่ตึกใบหยก กรุงเทพมหานคร
.
สถานีตรวจวัดนี้มีการตรวจวัดฝุ่นที่ระดับ 30, 75 และ 110 เมตร เพื่อให้ทราบถึงระดับความเข้มข้นของฝุ่น เปรียบเทียบตามช่วงเวลาและกิจกรรมต่างๆ ของผู้คนในเมืองที่เกิดขึ้นระหว่างวัน ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เสี่ยงได้รับผลกระทบจากฝุ่น โดยเฉพาะ PM2.5

สถานีตรวจวัดสามารถติดตามไปถึงที่มาของฝุ่นได้ด้วย เช่น การจราจร โรงงานอุตสาหกรรม การเผาชีวมวล ทั้งที่เกิดขึ้นภายในเมืองและเกิดขึ้นนอกเมืองแต่ลมพัดพามา เป็นต้น

พื้นที่ด้านล่างของนิทรรศการจะมี ‘ลูกบอล’ ที่มีขนาด ลักษณะ และสีที่แตกต่างกัน เป็นตัวแทนของฝุ่นประเภทต่างๆ ที่ลักษณะทางกายภาพ ที่มา และแหล่งกำเนิดที่ต่างกัน ซึ่งเป็นส่วนการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับเด็กๆ และคนทุกวัยที่จะมาเรียนรู้ในเรื่องของประเภทของฝุ่นได้ผ่านลูกบอลหลากสีนี้

ไฮไลท์ของนิทรรศการนี้คือ การนำเสนอ “ฝุ่นเมือง” ทั้ง 6 แบบ ได้แก่ 1. Midnight Particle Patterns หรือเรียกว่า “ฝุ่นหลังเที่ยงคืน” / 2. Inversion Particle Patterns หรือ “ฝุ่นอุณหภูมิผกผัน” ที่เรามักเรียกกันว่า “ฝุ่นฝาชีครอบ” / 3. Transboundary Particle Patterns หรือฝุ่นจากการเคลื่อนที่ระยะไกล / 4. Secondary Particle หรือ Photochemical Particle Patterns หรือฝุ่นทุติยภูมิ / 5. Mixed Particle Patterns ซึ่งเป็น ฝุ่นรูปแบบผสมผสาน / 6. Unpattern หรือ ฝุ่นไม่มีรูปแบบ
.
โดยนิทรรศการจะให้ความรู้ผ่านการฉายภาพผ่านจอรูปทรงวงกลม ซึ่งจำลองเป็นอนุภาคของฝุ่น

ในภาพฉายนี้แสดงกระบวนการเกิดฝุ่น 6 ชนิด ในเมือง ซึ่งแต่ละชนิดจะมีที่มาและปัจจัยจาก กิจกรรมต้นกำเนิด ธรรมชาติลักษณะโครงสร้างของฝุ่น และสภาพทางอุตุนิยมวิทยา ซึ่งมีผลต่อการเกิดประเภทต่างๆ
.
สามารถอ่านเรื่องราวของฝุ่นทั้ง 6 ชนิด เป็นความรู้เบื้องต้นก่อนได้ที่ https://ngthai.com/environment/44337/particle-patterns

รู้ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในเมือง แบบนาทีต่อนาที
.
นอกจากเรื่องของฝุ่นแล้ว ภายในนิทรรศการจะมีจอแสดงการวัดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เปรียบเทียบระหว่างพื้นที่ในเมืองที่มีพื้นที่สีเขียว หรือมีต้นไม้อย่างหนาแน่น (ในภาพคือสถานีตรวจวัดที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) กับพื้นที่ในเมืองที่มีความหนาแน่นในพื้นที่สีเขียวน้อยกว่า ซึ่งวัดกันแบบ Real time นาทีต่อนาที เปรียบเทียบกับสถานีตรวจวัดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่มลรัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นแหล่งอ้างอิงในระดับโลก
.
โดยภาพในจอจะแสดงให้เห็นว่า พื้นที่ที่มีพื้นที่สีเขียวหนาแน่นกว่า สามารถดักจับคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่าพื้นที่ในเมือง โดยปริมาณการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มากย่อมส่งผลต่อการเกิดก๊าซเรือนกระจก ที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือภาวะโลกรวน ที่น้อยลง ส่งผลให้โลกของเรามีสภาพบรรยากาศที่ดีขึ้น และทำให้โลกของเราน่าอยู่ได้อย่างยั่งยืน

โดยผู้จัดนิทรรศการจากทีมวิจัยคณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คาดหวังว่าผู้ที่ได้เข้าชมนิทรรศการนี้จะมีความรู้ในเรื่องฝุ่นประเภทต่างๆ ในเมือง เช่น PM2.5 มากขึ้น โดยเฉพาะแหล่งต้นกำเนิด เพื่อให้รู้ว่าฝุ่นในเมืองเกิดได้อย่างไร ทั้งการเกิดจากกิจกรรมในระดับปัจเจกบุคคล รวมไปถึงปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้อย่างสภาพอากาศ และเรื่องของโครงสร้างฝุ่นซึ่งจะทำให้เกิดความเข้าใจในเรื่องของฝุ่นเมืองแบบภาพรวม และตระหนักได้ว่าทุกคนในเมืองสามารถมีส่วนร่วมการแก้ปัญหาได้ รวมไปถึงรู้จักวิธีการป้องกันตนเองจากอันตรายที่เกิดขึ้นจากฝุ่นเมือง
.
เข้าร่วมนิทรรศการ “รู้จักฝุ่นเมือง Know Your PM2.5” โดย ทีมวิจัยคณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในโซน Better Community งาน SUSTAINABILITY EXPO 2022 ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันที่ 26 กันยายน – 2 ตุลาคม 2565 เข้าชมฟรีตลอดทั้งงาน
.
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/SX.SustainabilityExpo/

เรื่องแนะนำ

เหตุผลที่เราไม่อาจเลี่ยงหายนะ

ความล้มเหลวของเราในการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กำลังสร้างความเสียหายแก่โลก นวัตกรรมอาจช่วยเราไว้ได้ แต่โลกคงไม่น่าดูอีกต่อไป “วันพิเศษยิ่งในประวัติศาสตร์อเมริกากำลังสิ้นสุดลง” วอลเตอร์ ครองไคต์ กล่าวอย่างเคร่งขรึมในรายการซีบีเอสอีฟนิ่งนิวส์ เมื่อวันที่ 22 เมษายน ปี 1970 การเฉลิมฉลองวันคุ้มครองโลก (Earth Day) ครั้งแรกในวันนั้นดึงดูดผู้คนให้ออกมาชุมนุมตามท้องถนนราว 20 ล้านคน เกินความคาดหมายของวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ เกย์ลอร์ด เนลสัน ผู้ปลุกปั้นงานนี้ไปมาก ผู้ร่วมเฉลิมฉลองแสดงความห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อมในรูปความรื่นเริงอันเป็นเอกลักษณ์ พวกเขาร้องรำทำเพลง สวมหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ เก็บขยะที่ถูกทิ้งเรี่ยราด ในนิวยอร์ก พวกเขาลากซากปลาไปตามท้องถนนในบอสตัน พวกเขาประท้วงโดยการแสร้งตายในสนามบินนานาชาติโลแกน ส่วนที่ฟิลาเดลเฟีย พวกเขาร่วมลงนามใน “คำประกาศแห่งการพึ่งพาอาศัยกัน” ของสิ่งมีชีวิตทุกเผ่าพันธุ์ฉบับใหญ่ยักษ์ ฉันเองก็เป็นผลผลิตจากช่วงเวลา “พิเศษยิ่ง” ครั้งนั้น ทั้งการประท้วงแบบแกล้งตายและคำประกาศต่างๆ ฉันใช้เวลาในช่วงทศวรรษ 1970 ไปกับการประท้วงกลางสายฝนพยายามชักชวนเพื่อนร่วมชั้นให้รีไซเคิลกระป๋องนํ้าอัดลม ใส่กางเกงขาบานพิมพ์ลายดอกไม้สีม่วงดอกโต ๆ และเป็นห่วงอนาคตของโลก ย้อนหลังไปเมื่อปี 1970 คำว่า “ภาวะโลกร้อน” ยังไม่ถูกคิดค้นขึ้นมา นักวิทยาศาสตร์รู้ว่าก๊าซกลุ่มหนึ่งซึ่งมีคาร์บอนไดออกไซด์รวมอยู่ด้วย กักความร้อนใกล้พื้นผิวโลกเอาไว้ เราเข้าใจปรากฏการณ์นี้ตั้งแต่ยุควิกตอเรีย แต่มีไม่กี่คนที่พยายามคำนวณว่าการเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิลก่อให้เกิดผลกระทบอย่างไรบ้าง และแบบจำลองสภาพภูมิอากาศยังเป็นเหมือนทารกแรกเกิด นับแต่นั้นมา แบบจำลองต่าง ๆ […]

กลยุทธ์ 7 Go Green เพื่อสิ่งแวดล้อม 24 ชั่วโมงของ ซีพี ออลล์

แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Change ส่งผลกระทบต่อทุกชีวิต ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของมนุษย์ ไปจนถึงการเจริญเติบโตด้านธุรกิจและอุตสาหกรรม เป็นสาเหตุให้ทั่วโลกเริ่มตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว และตั้งเป้าหมายดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อไม่ให้อุณหภูมิโลกสูงเกินกว่า 1.5 หรือ 2 องศาเซลเซียส และลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้มากที่สุดภายในปี 2030 เช่นเดียวกับ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ประกอบธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจค้าปลีกประเภทร้านค้าสะดวกซื้อ ทั้งสินค้าบริโภคและอุปโภคมากกว่า 13,000 สาขา ภายใต้เครื่องหมายการค้า ‘7-Eleven’ ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อม ภายใต้กลยุทธ์ 7 Go Green เพื่อสิ่งแวดล้อมตลอด 24 ชั่วโมงในส่วนของธุรกิจค้าปลีกและโลจิสติกส์ ประกอบด้วย หลัก Green Store เน้นเรื่องการออกแบบและบริหารจัดการร้านด้วยการหันมาประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ต่อมาคือหลัก Green Logistics เริ่มต้นตั้งแต่การออกแบบศูนย์กระจายสินค้าโดยใช้หลักเกณฑ์ในระดับสากล คือมาตรฐานอาคารเขียว หรือ Leadership in Energy & Environmental […]

Future is in Our Hand จาก Climate Change สู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์  

จาก Climate Change สู่ Net Zero   เหตุการณ์สำคัญของโลกครั้งหนึ่ง เพื่อต่อต้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ คือการประชุม Conference of the Parties ครั้งที่ 21 หรือ COP21 ในปี 2015 ที่ประเทศฝรั่งเศส ครั้งนั้นทำให้เกิด ‘ข้อตกลงปารีส’ (Paris Agreement) ซึ่งเป็นสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ลงนามโดยผู้นำโลกใน 197 ประเทศ เป็นสัญญาณเริ่มความพยายามครั้งใหญ่ของมนุษยชาติในการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีเป้าหมายที่ท้าทายคือ จำกัดการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้สูงขึ้นเกิน 2 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับยุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรม โดยพยายามจำกัดให้อยู่ที่ 1.5 องศาเซลเซียส เพราะหากเทียบกับการเปลี่ยนแปลงที่ 2 องศาเซลเซียสนั้น อุณหภูมิที่ต่ำกว่าย่อมมีความปลอดภัยกว่ามาก คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change หรือ IPCC) ได้ประเมินหากโลกมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส ยังคงส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น แนวปะการังฟอกสี เกิดการเพิ่มขึ้นของคลื่นความร้อน […]

ถ้าไม่เผา แล้วเขาได้อะไร? ‘Defire – ดีไฟร์’ รางวัลสุดยอดนักธุรกิจแบ่งปัน ผู้เปลี่ยนควันไฟเป็นคาร์บอนเครดิต

‘Defire – ดีไฟร์’ สตาร์ทอัพผู้เปลี่ยนการเผาป่า เป็นคาร์บอนเครดิต ระหว่างที่ฝุ่นละอองขนาดจิ๋ว เส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน ล่องลอยปะปนอยู่ในอากาศ คุณกำลังทำอะไร? ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้าน? อ่านรีวิวเพื่อมองหาเครื่องฟอกอากาศดีๆ สักเครื่อง? ดาวโหลดแอพฯ บอกคุณภาพอากาศ พกหน้ากากกันฝุ่น และหามาตรการแบบวันต่อวันเพื่อป้องตัวเองให้ดีที่สุด? เอิ๊ก-ธีธัช รังคสิริ เคยเป็นโรคภูมิแพ้จึงต้องทำแทบทุกข้อ แถมโอกาสนี้เขายังทำทำวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทเพื่อค้นหาสาเหตุของการเกิดฝุ่น ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “การเผา”  “ผมไม่ได้บอกว่า การเผาเป็นสาเหตุเดียว แต่ผมเลือกศึกษาปัจจัยการเผาหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตเป็นหัวข้อ และอาศัยพื้นฐานจากงานประจำ ที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ซึ่งทำธุรกิจเพื่อสังคม จึงพอมีเครือข่ายเกษตรกรอยู่บ้าง และจากการพูดคุยเกษตรกรก็ยอมรับว่ายังใช้วิธีเผาไร่น่า หลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตอยู่ ผมจึงอยากศึกษาว่ามีปัจจัยที่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้บ้าง” ประกายของการคิดหาโมเดลเพื่อยุติ “การเผา” เริ่มจากตรงนั้น และความสนใจเดียวกันนี้ยังมีเพื่อนร่วมงานที่มูลนิธิ คือ พัตเตอร์ – ภัทรารัตน์ ตั้งนิสัยตรง และเพื่อนๆ สมาชิกอีกจำนวนหนึ่งที่ลงขันทางความคิด  ก่อนที่ทั้งหมดจะเป็นจุดร่วมของธุรกิจที่ชื่อ ดีไฟร์ (Defire) แพลตฟอร์มที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาการเผาไร่นาซึ่งต้องการลดมลพิษและพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวนาควบคู่ไปด้วยกัน เปลี่ยน “การเผา” เป็น “คาร์บอนเครดิต” ลองจินตนาการง่ายๆ […]