ธนาคารปู คือความร่วมมือจากคนในชุมชนปากน้ำชุมพร ที่เล็งเห็นถึงความเสื่อมโทรม

ธนาคารปู กับความยั่งยืนทางอาหาร

เธอก่อตั้ง ธนาคารปู ขึ้นมา เพราะเธอเห็นว่าทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกำลังเสื่อมโทรม

เสียงเรือดังอื้ออึงไปทั่วลำคลองส่งคลื่นน้ำกระทบฝั่งดังโครมครามมาจากใต้ถุนบ้าน บ้านเรือนแต่ละหลังสร้างขึ้นมาง่ายๆ บ้างจากไม้ บ้างจากปูนรูปทรงทันสมัย ฉันอยู่ที่บ้านหัวถนน ตำบลท่ายาง อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ที่นี่ ชาวประมงรวมตัวกันตั้ง ธนาคารปู หรือชมรมอนุรักษ์พันธุ์ปูปากน้ำชุมพร เพื่อรักษาและอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลอันมีค่าของพวกเขาให้มีความยั่งยืน

ถังพลาสติกตั้งเรียงรายอยู่บนนชานไม้ นับได้เกือบห้าสิบใบ แต่ละใบมีแม่ปูที่กำลังรอวางไข่ และบางถังก็เป็นกลุ่มพวงไข่หมึกที่รอฟักเป็นตัว สมาชิกในบ้านต้อนรับเราและเชิญให้เราไปนั่งบริเวณริมน้ำ น้องอุ้ม แกนนำชมรมอนุรักษ์พันธุ์ปู ปากน้ำชุมพร และสมาชิกในบ้าน ใช้พื้นที่บ้านของตัวเองในการเป็นแหล่งอนุบาลปูไข่ที่ติดมากับลอบวางปูของชาวประมง

ธนาคารปู, เพาะพันธุ์ปู, ชมรมอนุรักษ์พันธุ์ปูปากน้ำชุมพร
ถังพลาสติกที่เลี้ยงแม่ปูไข่ แต่ละถังมีสายออกซิเจนต่อลงไป เพื่อให้สร้างสภาวะที่เหมาะสมกับปู

เมื่อก่อนเราไม่เคยทำแบบนี้หรอกค่ะ เราทั้งจับกิน และเอาไปขายทั้งหมด ทั้งปูไข่ ปูเล็ก เราจับหมด” เธอเล่าด้วยน้ำเสียงทองแดงอย่างน่ารัก “จนมาถึงช่วงสองปีก่อน เราจับปูไม่ได้เลย หรือได้น้อยมาก” น้องอุ้มเล่าถึงสถานการณ์ที่เธอและชาวประมงในละแวกนี้พบเจอ ครอบครัวของเธอและชาวบ้านตระหนักดีว่า ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันเป็นปากท้องของพวกเขากำลังเสื่อมโทรม

ธนาคารปู, เพาะพันธุ์ปู, ชมรมอนุรักษ์พันธุ์ปูปากน้ำชุมพร
ลานไม้ที่หน้าของน้องอุ้มติดกับคลองที่ไหลลงสู่ทะเล

เธอจึงเสนอเรื่องนี้กับที่บ้านว่าต้องการทำธนาคารปู เพื่อเป็นแหล่งอนุบาลปูไข่และปูขนาดเล็ก ก่อนจะนำแม่ปูและไข่ปูกลับไปปล่อยคืนสู่ทะเล พ่อของเธอถามความสมัครใจของเพื่อร่วมอาชีพในละแวกนั้น หลายคนเห็นพ้องต้องกันว่า เราต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ก่อนจะไม่มีอาหารเหลือให้เรามีกิน

ทางครอบครัวเราเป็นคนออกค่าใช้จ่ายในการดูแลปูทั้งหมด” เธอเล่าและเสริมว่า “สมาชิกในชมรมให้แม่ปูที่มาฝากเราไว้เป็นค่าตอบแทน” ฉันเห็นกระบวนการใส่ใจของเธอในการเรียนรู้ ดูแล และจัดการกับปูเหล่านี้ ฉันรู้สึกประหลาดใจในเยาวชนหญิงผู้ไม่ได้ศึกษามาทางวิทยาศาสตร์ และอายุเพียงยี่สิบต้นๆ เท่านั้น แต่เธอเรียนรู้และสังเกตจากประสบการณ์ส่วนตัว เพื่อสร้างสภาวะที่เหมาะสมในการเลี้ยงปูในถังพลาสติก

ธนาคารปู, เพาะพันธุ์ปู, ชมรมอนุรักษ์พันธุ์ปูปากน้ำชุมพร
น้องอุ้มตักน้ำที่มีตัวอ่อนให้เราดู ในแก้วใบนี้มีลูกปูในระยะ zoea นับล้านตัว
ธนาคารปู, เพาะพันธุ์ปู, ชมรมอนุรักษ์พันธุ์ปูปากน้ำชุมพร
นอกจากแม่ปูไข่แล้ว สมาชิกที่ดักจับไข่สัตว์น้ำชนิดอื่น เช่น ไข่หมึกกล้วย (ในภาพ) ก็นำมาฝากชมรมเลี้ยงก่อนนำไปปล่อย

ประสบการณ์ที่หนูเติบโตมากับทะเลตั้งแต่เด็ก ช่วยให้หนูเข้าใจว่าต้องเลี้ยงปูอย่างไรค่ะ” สายตาเธอแน่วแน่แต่เจือความไร้เดียงสา เธอคือเยาวชนคนหนึ่งที่อยากเห็นทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งยังสมบูรณ์ เพราะวิถีชีวิตของเธอต้องพึ่งพาสิ่งเหล่านี้ ไม่มีอาหารก็ไม่มีชีวิต ตอนเริ่มต้นทำงานอนุรักษ์เธอไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร แต่ผลจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาเกือบสิบเดือน เธอเห็นผลของการลงมือทำอย่างจริงจัง นั่นคือ ชาวประมงพื้นบ้านสามารถจับปูได้อย่างต่อเนื่องแม้เป็นฤดูมรสุม

จากความตั้งใจจริงในการอนุรักษ์ เธอจึงได้รับการสนับสนุนจากหลายหน่วยงานทั้งองค์กรรัฐ และมหาวิทยาลัย สำหรับสร้างองค์ความรู้ในการดูแลสัตว์น้ำ เพื่อให้เธอสามารถถ่ายทอดความรู้เหล่านี้ไปยังคนอื่นๆ ที่สนใจต่อไป

จำนวนไข่ปูที่เธอและชมรมฯ ช่วยกันปล่อยกลับคืนสู่ทะเลเป็นจำนวนมหาศาลนั้น ส่อเค้าไปในทางที่ดีขึ้น ฉันเห็นรอยยิ้มของพ่อเธอในขณะที่เล่าถึงสถานการณ์ทรัพยากรทางทะเลในปัจจุบันให้เราฟัง “เราตั้งกติการ่วมกันในชุมชน โดยการวางแนวเขตห้ามล่าที่ชัดเจน และใช้มาตรการในชุมชนนี่แหละเป็นตัวจัดการก่อนจะไปถึงการออกกฎหมาย” พ่อของน้องอุ้มเล่า ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมอย่างจริงจังของชุมชนคือกุญแจความสำเร็จในครั้งนี้ ปัจจุบัน ชมรมมีสมาชิกที่ลงชื่อเข้าร่วมจำนวน 45 คน ทุกคนที่จับปูไข่ได้ก็นำมาให้ที่ชมรมเลี้ยง และน้องอุ้มก็เป็นคนจัดการเอาไปปล่อยเมื่อไข่หลุดออกจากตัวแม่

ธนาคารปู, เพาะพันธุ์ปู, ชมรมอนุรักษ์พันธุ์ปูปากน้ำชุมพร
เรือประมงชาวบ้านพาเราออกจากลำคลองสู่ทะเลเปิดเพื่อปล่อยลูกปู

ในวันนั้น เรามาถึงในช่วงเวลาที่น้องอุ้มต้องออกไปปล่อยตัวอ่อนปู เราจึงถือโอกาศติดตามออกไปดูกระบวนการปล่อยไข่ด้วย ลมทะเลพัดปะทะหน้าในตอนที่เรือแล่นจากคลองออกสู่ทะเล จุดปล่อยปูมีทุ่นสีส้มเด่นชัดเป็นเครื่องหมายให้ทุกคนรู้ว่าห้ามล่าสัตว์ทุกชนิดในบริเวณนี้ ไข่ปูที่หลุดออกมาจากตัวแม่ จำเป็นจะต้องนำไปปล่อยลงทะเลภายใน 48 ชั่วโมง หรือเร็วที่สุด เพื่อเพิ่มอัตราการรอดให้กับตัวอ่อนของปู “ช่วงนี้ เราออกมาปล่อยไข่ปูทุกวันเลยค่ะ ถ้าหนูไม่ได้มา น้องชายก็มาแทน” น้องอุ้มเล่าให้เราฟัง

ธนาคารปู, เพาะพันธุ์ปู, ชมรมอนุรักษ์พันธุ์ปูปากน้ำชุมพร
ทุกวัน น้องอุ้มต้องออกเรือในเวลาบ่ายแก่ๆ เพื่อออกมาปล่อยลูกปูที่เธออนุบาล

พระอาทิตย์คล้อยไปหลังป่าชายเลน ความมืดคืบเข้ามาแทนฟ้าสีคราม แม่ของน้องอุ้มยกสำรับเล็กๆ ออกมาให้พวกเราลองชิมอาหารทะเลสดๆ ทั้งทอดมันปลาอินทรีย์ และผัดหมึกกล้วย ด้วยความสดของอาหารจึงไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปรุงรสมากนัก แต่รสชาติกลับเป็นที่ถูกอกถูกใจของพวกเราทุกคน ค่ำวันนั้น เรานั่งคุยกันอยู่ริมน้ำต่ออีกพักใหญ่ เรื่องราวที่พูดคุยก็เป็นเรื่องทั่วไปเกี่ยวกับชีวิตของเธอว่าต่อจากนี้อยากพัฒนาชมรมต่อไปอย่างไร “หนูคิดว่า อยากให้ชาวประมงที่ทำประมงพื้นบ้านทุกคนตระหนักเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งค่ะ” เธอบอกและเสริมว่า “ถ้าเราทำแค่กลุ่มเดียว มันก็ได้ผลเท่านี้ แต่ถ้าทุกคนช่วยกันมันก็จะเห็นผลใหญ่ขึ้น

ธนาคารปู, เพาะพันธุ์ปู, ชมรมอนุรักษ์พันธุ์ปูปากน้ำชุมพร
บรรยากาศยามอัสดงบนลานที่เป็นทั้งบ้านและแหล่งอนุบาลปูไข่

จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของลูกสาวชาวประมง เวลาผ่านไปไม่นาน เธอสร้างประชากรปูกลับคืนมาในแหล่งธรรมชาติได้อีกครั้ง เพราะความร่วมมือของคนในชุมชนที่เห็นความสำคัญของทรัพยากรที่ตนจำเป็นต้องพึ่งพา และเห็นถึงผลกระทบต่อชีวิตที่ต้องสูญเสียทรัพยากรไป จึงเกิดจิตสำนึกขึ้นจากประสบการณ์ตรงที่ชาวบ้านได้พบเจอกับตัวเอง สิ่งเหล่านี้คือกระบวนการสำคัญอย่างหนึ่งในการสร้างความยั่งยืนในชุมชน เมื่อเกิดความยั่งยืนทางทรัพยากรธรรมชาติ ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจก็ตามมา

เรื่อง: ณภัทรดนัย

ภาพถ่าย: เอกรัตน์ ปัญญะธารา

ข้อมูลเพิ่มเติม 

ชมรมอนุรักษ์พันธุ์ปูปากน้ำชุมพร จังหวัดชุมพร 

https://www.sustainablebrandsbkk.com/


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : กาแฟโรบัสตาฝีมือเกษตรกรไทย ที่สร้างชื่อเสียงระดับสากล

เรื่องแนะนำ

ปากบารา : มรดกแบบไหนที่เราจะส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป

เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เคยนำเสนอสารคดีเรื่อง “ทางแพร่งของปากบารา” ในฉบับเดือนกรกฎาคม 2560 ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย ช่างภาพ และนักเขียน ศักดิ์อนันต์ ปลาทอง ในตอนนั้น ข่าวเรื่องโครงการสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา เกิดขึ้นพร้อมๆ กับความพยายามผลักดันทะเลอันดามันของไทยให้เป็นมรดกโลก... วันนี้ เกือบสองปีให้หลัง ความพยายามจะเดินหน้าโครงการสร้างท่าเรือน้ำลึกแห่งนี้เกิดขึ้นอีกครั้ง เราขอความเห็นจาก ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย ช่างภาพ และนักอนุรักษ์ ผู้ถ่ายภาพสารคดีชิ้นนี้ว่าเขาคิดอย่างไร

ลิงกังญี่ปุ่น : วัฒนธรรมหรือทารุณกรรม

ลิงกังญี่ปุ่น มีความเป็นมายาวนานในฐานะผู้ให้ความบันเทิงและสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม แต่ในญี่ปุ่นทุกวันนี้ การใช้งานพวกมันในการแสดงแบบละครสัตว์ กำลังเป็นที่จับตามองมากขึ้น โดยเฉพาะจากนักรณรงค์เคลื่อนไหวด้านสวัสดิภาพสัตว์

สำรวจโลก : พิราบตรวจอากาศ

พิราบตรวจอากาศ เช้าอากาศสดใสวันหนึ่งของฤดูใบไม้ผลิปี 2016 นกพิราบสื่อสาร 10 ตัวถูกปล่อยขึ้นสู่ฟากฟ้าเหนือ กรุงลอนดอน บางตัวได้รับการติดอุปกรณ์ ขนาดจิ๋วที่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลปริมาณไนโตรเจนไดออกไซด์และโอโซนในอากาศของมหานครแห่งนี้ นี่เป็นภารกิจแรกของโครงการ “พิราบตรวจอากาศ” (Pigeon Air Patrol) นับตั้งแต่ยุคโบราณ ผู้คนใช้ประโยชน์จากนกที่มีพรสวรรค์ด้านการนำทางนี้ เจงกิสข่านและชาวโรมันใช้พวกมันเป็นผู้ส่งสาร ฝรั่งเศสถึงกับมอบเหรียญกล้าหาญให้นกพิราบสองตัวที่รับใช้ชาติในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง และในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง นกพิราบถูกฝึกให้นำจรวดไปยังเป้าหมายด้วยการจิกไปที่ เป้าหมายบนจอซึ่งติดตั้งไว้ภายในหัวจรวด (ระบบนำวิถีด้วยวิทยุทำให้พวกมันไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์นี้ แต่เทคโนโลยีที่ใช้ในการฝึกก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีจอสัมผัสหรือทัชสกรีนในปัจจุบัน) โครงการพิราบตรวจอากาศสมัยใหม่ได้รับการพัฒนาโดยห้องปฏิบัติการพลูมแลบส์ (Plume Labs) ของโรเมน ลาคอมบ์ เพื่อช่วย สร้างความเข้าใจให้สาธารณชนเกี่ยวกับอากาศที่ พวกเขาหายใจ การศึกษาชิ้นหนึ่งประมาณการว่า มลพิษในอากาศของลอนดอนเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตถึง 9,416 รายในแต่ละปี โครงการพิราบตรวจอากาศได้ผลเกินคาดจนสามารถชักจูงให้อาสาสมัครที่เป็นมนุษย์สวมใส่อุปกรณ์แบบเดียวกัน ซึ่งนับแต่นั้นสามารถทำแผนที่คุณภาพอากาศของเส้นทางต่างๆ ในลอนดอนรวมแล้ว 2,100 กิโลเมตร “เราใช้อะไรที่ตรงข้ามกับเทคโนโลยีเพื่อทำ สิ่งที่ลํ้าสมัยเอามาก ๆ” ลาคอมบ์บอก ก่อนจะทิ้งท้ายว่า “ถ้านกพิราบช่วยให้คนหันมาสนใจปัญหานี้ได้ ก็จะเป็นอะไรไปเล่า” เรื่อง นีนา สตรอคลิก ภาพถ่าย: DIGITASSLBI; APIC/HULTON ARCHIVE/GETTY IMAGES […]

การระบาดของโควิด-19 กำลังสร้างขยะที่ปนเปื้อนเชื้อโรค

โรงพยาบาลหลายแห่งกำลังเผชิญกับความกังวลเรื่อง ขยะติดเชื้อ ที่เพิ่มมากขึ้นจากจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ในหลายประเทศ ปริมาณ ขยะติดเชื้อ หรือขยะมูลฝอยส่วนใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้น เป็นอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ อย่างหน้ากากอนามัย ถุงมือยาง ชุด PPE และอุปกรณ์อื่นๆ ที่สัมผัสกับผู้ป่วยติดเชื้อ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการจำกัดอย่างถูกวิธี ในอู่ฮั่น ประเทศเทศจีน จุดที่พบการระบาดครั้งแรก ทางการจีนไม่เพียงแต่สร้างโรงพบาบาลเพื่อรองรับผู้ติดเชื้อเท่านั้้น แต่ยังสร้างโรงกำจัดขยะติดเชื้อเพิ่มอีกด้วย เนื่องจากโรงพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยทั้งหมดสร้างขยะมากกว่าช่วงเวลาปกติถึงหกเท่า โดยมีปริมาณเฉลี่ย 240 ตันต่อวัน ในสหรัฐอเมริกา จำนวนขยะมูลฝอยที่เกิดจากครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้นหลังการระบาดที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากประชาชนจำเป็นต้องใช้ทั้งกระดาษชำระ และหน้ากากอนามัย จากการรายงานของสเตอไรไซเคิล (Stericycle) บริษัทรีไซเคิลในสหรัฐ กล่าวว่า ในปี 2018 ปริมาณขยะติดเชื้อทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 816 ล้านกิโลกรัม และด้วยวิธีการกำจัดที่ไม่เหมือนกับการกำจัดขยะจากครัวเรือนทั่วไป จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับการคาดการณ์มปริมาณขยะติดเชื้อในปีนี้ ขั้นต่อไปคือการเตรียมการรับมือกับปริมาณขยะที่จะเข้าสู่ระบบรีไซเคิล หรือการกำจัดอย่างถูกวิธี “สถานการณ์ตอนนี้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการคาดการณ์ปริมาณขยะยังเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก” เจนิเฟอร์ โคนิก ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรของบริษัทสเตอไรไซเคิล กล่าวในเว็บไซต์ The Verge และเสริมว่า “พวกเรากำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับบริษัทพันธมิตรทั้งหมด เพื่อร่วมกันประเมินสถานการณ์ขยะในขั้นต่อไป” แต่ละประเทศล้วนมีแนวทางการกำจัดขยะติดเชื้อที่มีมาตรฐานคล้ายกัน คือขยะติดเชื้อทั้งหมดต้องไม่ปนเปื้อนเข้าสู่สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ ในโรงพยาบาลส่วนใหญ่มักมีมาตรการกำจัดเชื้อก่อนทิ้งขยะเข้าสู่พื้นที่ฝังกลบ […]