กาแฟโรบัสตา คุณภาพเยี่ยมที่พัฒนาขึ้นมาโดยเกษตรกรชาวไทย ด้วยหลักการเกษตรอินทรีย์

กาแฟโรบัสตา : กว่าจะมาเป็นกาแฟคุณภาพระดับโลก

กาแฟโรบัสตา ที่ผลิตจากความใส่ใจ สู่รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์

แสงแดดยามเช้าในจังหวัดชุมพรช่วงฤดูฝนสาดลงยอดหญ้าสะท้อนน้ำค้างระยับ ฉันรีบเดินออกมาสูดอากาศที่เจือด้วยไอน้ำ และเดินไปหาอาหารรองท้องก่อนออกเดินทาง วันนี้ฉันมีนัดกับเจ้าของไร่กาแฟในอำเภอท่าแซะ เพื่อไปดูแหล่งผลิต กาแฟโรบัสตา คุณภาพที่ฉันกำลังนั่งจิบอยู่ในเช้านี้

จากตัวเมืองชุมพรเรามุ่งหน้าไปยังอำเภอท่าแซะ ใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมงเศษ เส้นทางขรุขระผ่านเรือกสวน ขึ้นเนินลงเนินกว่าสิบรอบ และยิ่งเป็นช่วงหน้าฝนด้วยแล้ว ความยากลำบากในการเดินทางยิ่งเพิ่มขึ้นกว่าเดิม แต่ต้องยอมรับในฝีมือการบังคับรถของพี่คนขับรถ ที่สามารถนำพาพวกเราทั้งหมดมาถึงจุดหมายปลายทางได้

ไร่กาแฟ, กาแฟโรบัสตา, สวนยางพารา
ทางดินที่ตัดเข้าสวนพี่พานิชเลียบไปกับสวนยางพารา ทำให้การเดินทางครั้งนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด

บรรยากาศช่วงสายอวลไปด้วยความชื้นในอากาศที่ระเหยขึ้นมาจากพื้นดิน สมกับเป็นเมืองที่มีฝนตกชุกเกือบทั้งปี ระหว่างทางที่เราผ่านมา ฉันเห็นสวนผลไม้ สวนปาล์ม และต้นกาแฟปลูกเรียงรายอยู่ไหล่ทาง  เราเดินอยู่ในพื้นที่ไร่กาแฟของพี่พานิช ชูสิทธิ์ เกษตรกรผู้อยู่เบื้องหลังรสชาติกาแฟโรบัสตา ที่สร้างชื่อในเวทีระดับโลกมาแล้ว

บริเวณทางเข้า ฉันเห็นต้นกล้ากาแฟวางเรียงรายอยู่ใต้ผืนผ้ากรองแสงแดดสีทะมึน เราเดินผ่านถนนดินแดงขึ้นไปบนเนินในส่วนของตัวบ้าน พี่พานิชออกมาต้อนรับพวกเราด้วยรอยยิ้มอย่างดีใจ เรานั่งพักจิบน้ำเย็นให้พอหายเหนื่อย แล้วพี่พานิชก็พาเราขึ้นรถกระบะเปื้อนโคลนไปสู่ไร่กาแฟที่เป็นความภาคภูมิใจของเขา

ไร่กาแฟ, กาแฟโรบัสตา
พี่พานิชพาเราไปบนจุดสูงสุดในไร่กาแฟ มองเห็นทิวทัศน์ป่าชุมพรไกลสุดตา

ระหว่างทางเราพลางพูดคุยและสอบถามถึงความเป็นมาเป็นไปของการปลูกกาแฟโรบัสต้าที่ชุมพร พี่พานิชเล่าย้อนไปถึงสมัยยุคบุกเบิก ที่ต้องผลิตเมล็ดกาแฟให้กับบริษัทเอกชนรายใหญ่ จนเวลาล่วงเลยผ่านไป พี่พานิชเล็งเห็นว่า เราน่าจะสร้างรสชาติกาแฟที่แตกต่างและเป็นเอกลักษณ์ จึงเริ่มลงมือศึกษา ค้นคว้า และลองผิดลองถูก “ด้วยตนเอง

บนความสูงประมาณ 200 เมตรจากระดับน้ำทะเล เรายืนอยู่บนจุดสูงสุดของไร่กาแฟ เบื้องหน้าเรามองเห็นทิวเขาสลับซับซ้อนทอดยาวไปจรดชายฝั่งทะเล มีฉากหน้าเป็นต้นกาแฟที่กำลังออกผลเบอร์รี่ทั้งสีเขียวและสีแดง ฉันรู้สึกลิงโลดในใจเหมือนเด็กที่ได้เห็นสิ่งแปลกใหม่ “เมล็ดที่อยู่บนต้นพวกนี้ยังเก็บเกี่ยวไม่ได้ ยังไม่ถึงเวลา” พี่พานิชเล่าระหว่างจับกิ่งกาแฟกิ่งหนึ่งชูขึ้นให้เราดู “ถ้าเป็นสวนที่ใช้สารเคมี เมล็ดจะขึ้นเต็มข้อมากกว่านี้ แล้วเขาก็เก็บเกี่ยวผลกาแฟรวมกันไปทั้งหมดเลย

ผลกาแฟ, เมล็ดกาแฟ, กาแฟโรบัสตา
ผลกาแฟสีแดงและเขียวเกาะติดอยู่บนกิ่งที่ทอดยาว

ในสวนกาแฟของพี่พานิชเป็นการปลูกกาแฟเชิงอินทรีย์ จึงได้ผลผลิตในปริมาณที่ไม่เยอะมาก แต่พี่พานิชบอกว่า “เราสามารถควบคุมรสชาติได้” แนวความคิดที่อยากให้กาแฟมีรสชาติที่แตกต่างเริ่มจากพี่พานิชชอบดื่มกาแฟ แล้วรู้สึกว่ากาแฟในท้องตลาดที่ขายอยู่ทั่วไปมีกระบวนการคั่วแรงมากเกินไป ทำให้รสชาติและกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์หายไป พี่พานิชจึงอยากปรับปรุงรสชาติกาแฟในสวนของตัวเอง

ไร่กาแฟ, กาแฟโรบัสตา, ต้นกาแฟ
เราเดินผ่านไร่กาแฟกลับลงไปยังด้านล่าง ระหว่างทางเราเดินลอดต้นกาแฟและเห็นความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในไร่กาแฟ

จุดเริ่มต้นคือการคัดเลือกสายพันธุ์กาแฟโรบัสตา เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศของจังหวัดชุมพร กระบวนการเตรียมดินที่พิถีพิถัน ตั้งแต่การศึกษาแร่ธาตุในดิน เพื่อการบำรุงต้นกาแฟอย่างถูกวิถี ช่วงเวลาในการเก็บเกี่ยวผลกาแฟ กระบวนการหมักและการตากเล็ดกาแฟ การสีเปลือกกาแฟ การคั่ว รวมไปถึงขั้นตอนการชงกาแฟที่ถูกวิถี กระบวนการที่กล่าวมาทั้งหมดล้วนส่งผลต่อรสชาติกาแฟ

กว่าจะมาเป็นกาแฟรสชาติกลมกล่อมคุณภาพสูงต้องผ่านการลงมือลงแรงอย่างสูง ผลผลิตเมล็ดกาแฟของพี่พานิชจึงได้เปรียบในการกำหนดราคาเอง เนื่องจากไม่ใช่กาแฟรสชาติที่หาได้ทั่วไป แต่เป็นกาแฟที่มีความพิถีพิถันตั้งแต่เริ่มปลูกต้นกาแฟ จากประสบการณ์ของฉัน รสชาติกาแฟที่ได้ลิ้มลองเป็นรสชาติที่ต่างออกไปจริงๆ กลิ่นเบอร์รี่ของกาแฟยังติดอยู่ที่ลิ้นขณะที่ฉันกลืนกาแฟผ่านลงคอ ความหอมอันเป็นเอกลักษณ์จากกาแฟคั่วสดเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งในยามที่เรายกแก้วกาแฟขึ้นใกล้จมูก

กาแฟโรบัสตา, เมล็ดกาแฟคั่ว

เมล็ดกาแฟ,, กาแฟโรบัสตา, เมล็ดกาแฟคั่ว
เมล็ดกาแฟที่คั่วจนหอมฟุ้งไปทั่วลานบ้าน

พี่พานิชยกตัวอย่างให้เราดูกันตรงนั้นโดยการใช้ความร้อนที่แตกต่างกันสำหรับคั่วเมล็ดกาแฟชนิดเดียวกัน ผลที่ได้คือรสชาติของกาแฟที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง “นี่เป็นเพียงปัจจัยเดียวเท่านั้นที่ส่งผลต่อรสชาติกาแฟ” พี่พานิชบอกและเสริมว่า “กาแฟคุณภาพที่นำไปแข่งขันระดับโลกต้องคั่วอ่อนได้” จากกระบวนการทั้งหมดที่พี่พานิชเล่าให้ฟัง ฉันเข้าใจเลยว่า เพราะเหตุใดพี่พานิชจึงกำหนดราคาเมล็ดกาแฟต่อกิโลกรัมได้สูงกว่าท้องตลาด

ในวันนั้น ผู้ร่วมเดินทางของเรามีทั้งเจ้าของโรงแรมที่ซื้อเมล็ดกาแฟของพี่พานิช และเกษตรกรรุ่นใหม่ เรามีโอกาสได้พูดคุยกันว่า ทำไมถึงเลือกใช้เมล็ดกาแฟของที่นี่เสิร์ฟให้ลูกค้าในโรงแรม “ผมอยากสนับสนุนของท้องถิ่น แล้วกาแฟของพี่พานิชก็สร้างเรื่องราวได้” พี่คม – คม ศรีราช เจ้าของโรงแรมวิลล่า วาริช อธิบายและเสริมว่า “ผมสามารถเล่าเรื่องที่มาที่ไปของกาแฟให้กับลูกค้าฟังได้ และรสชาติกาแฟก็เป็นความประทับใจหนึ่งของลูกค้าที่มาพักกับเรา

การคั่วกาแฟ, กาแฟโรบัสตา
พี่คม (ซ้าย) และพี่พานิช กำลังช่วยกันคั่วกาแฟและคุมอุณหภูมิให้ได้ตามความต้องการ

ถ้าเราใช้สารเคมีเยอะๆ ในไร่กาแฟ ดินของเราก็จะเสื่อมสภาพไปเรื่อยๆ แล้วเราก็ต้องลงทุนกับการปรับปรุงดินใหม่” พี่พานิชเล่าระหว่างยกกาแฟมาเสิร์ฟพวกเรา “แต่ถ้าเราทำการเกษตรแบบอินทรีย์ สภาพแวดล้อมในสวนของเราก็ดีตามไปด้วย เรามีเวลาทุ่มเทกับเรื่องการพัฒนารสชาติของเรา

แนวคิดของพี่พานิชพาให้ฉันนึกถึงหลักความยั่งยืนในการสร้างผลผลิต มันอาจดูยากลำบากและไม่สวยหรูนักในช่วงแรก แต่ถ้าเราทำจนเป็นกระบวนการแล้ว เราก็จะมีผลผลิตคุณภาพดีออกสู่ท้องตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยที่เราไม่ต้องลงทุนกับเรื่องเดิมๆ เป็นการลดต้นทุนการผลิตได้อีกทางหนึ่ง และกระบวนการความใสใจตั้งแต่เริ่มต้นก็ส่งผลให้ผลผลิตมีคุณภาพที่ดี จำหน่ายได้ในราคาที่เกษตรกรสามารถกำหนดได้เอง

เรื่อง: ณภัทรดนัย

ภาพถ่าย: เอกรัตน์ ปัญญะธารา

พบกับบุคคลที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตได้ที่งาน SB CHUMPHON ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

https://www.sustainablebrandsbkk.com/


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ท่องเที่ยวชุมชน ที่บ้านบางหมาก จังหวัดชุมพร

เรื่องแนะนำ

2 สร้าง 2 เก็บ: โมเดลพลิกความแห้งแล้งสู่แหล่งน้ำยั่งยืนแห่งชุมชนรอบเขายายดา จ.ระยอง

จากชุมชนที่ต้องประสบปัญหาภัยแล้งเมื่อ 20 ปีก่อน ทุกวันนี้ ชุมชนแห่งเดียวกันนี้ได้กลายเป็นต้นแบบของการบริหารจัดการน้ำด้วยตัวชาวบ้านอย่างยั่งยืน พวกเขาทำได้อย่างไร เมื่อราว 20 ปีก่อน ชุมชนรอบเขายายเป็นพื้นที่แห่งความแห้งแล้ง ชุมชนรอบเขายายดา ที่กินพื้นที่ในบริเวณอำเภอเมืองและอำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง เป็นพื้นที่ตั้งของหมู่บ้าน ราว 10 หมู่บ้าน ซึ่งชาวบ้านประกอบอาชีพทำสวนผลไม้และยางพารา ต้องประสบปัญหาเรื่องน้ำที่รุมเร้าและยืดเยื้อ พื้นที่ป่าเป็นป่าดิบแล้งที่เคยผ่านการทำสัมปทานป่าไม้ ประสบกับปัญหาไฟป่าคุกคามหลายต่อหลายครั้ง ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ทำให้เกิดพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม นอกจากนี้ การรุกพื้นที่ป่าเพื่อแห่ปลูกพืชเศรษฐกิจเชิงเดี่ยว ทำให้ดินในพื้นที่ป่าไม่สามารถดูดซับน้ำ ประกอบกับลักษณะภูมิศาสตร์ซึ่งเป็นพื้นที่ติดทะเล  และเป็นดินทรายที่มีลักษณะการกักเก็บน้ำต่ำ ทำให้เมื่อถึงหน้าฝน น้ำฝนที่ตกลงมากลายเป็นน้ำผิวดินที่ไหลลงสู่ลำธารและไหลลงสู่ทะเลอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงหน้าแล้ง ทำให้ไม่มีน้ำกักเก็บเพื่อทำการเกษตร และลุกลามไปถึงการขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ของชาวบ้าน ปัญหาการขาดแคลนน้ำส่งผลกับวิถีชีวิตการเกษตรของชุมชนรอบเขายายดา ซึ่งเป็นแหล่งพื้นที่ปลูกผลไม้ขนาดใหญ่ของประเทศ เช่น ทุเรียน มังคุด เงาะ สัปปะรด ลองกอง เมื่อไม่มีน้ำเพื่อลดผลผลิต ชาวบ้านต่างขาดรายได้หลักที่นำมาหล่อเลี้ยงชีวิต ทำให้วิถีชีวิตของชาวบ้านตกอยู่ในภาวะระส่ำระสาย โมเดล 2 สร้าง 2 เก็บ เปลี่ยนชุมชนเขายายดาจากความแห้งแล้งสู่แหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ วันดี อินทรพรม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 บ้านมาบจันทร์ จังหวัดระยอง ในฐานะผู้นำชุมชน ย้อนรำลึกถึงความทุกข์ยากของลูกบ้านที่เกิดจากภายแล้งในครั้งนั้น […]

ท่องเที่ยวชุมชน ที่บ้านบางหมาก จังหวัดชุมพร

ท่องเที่ยวชุมชน สัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่น กินกาแฟ ดูลิง และชมเรือกสวน ในบรรยากาศชุมชนแดนใต้ หลังจากผ่านการนั่งหลังขดหลังแข็งบนรถตู้เป็นเวลา 6 ชั่วโมง จากกรุงเทพถึงชุมพร แดดยามบ่ายอาบไล้ไปทั่วผิวกายทันทีที่เราก้าวลงจากรถ “ฝนพึ่งหยุดตกเมื่อวันนี้เอง” เสียงจากพี่คม – คม ศรีราช เจ้าของที่พัก เอ่ยต้อนรับเมื่อพบกับเรา บรรยากาศสวนมะพร้าว สวนปาล์ม และสวนผลไม้ รายล้อมพื้นที่โรงแรมวิลล่า วาริช โรงแรมขนาด 14 ห้องพักในรูปแบบบ้านในสวน ที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านบางหมาก อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร เราเลือกมาพักที่นี่จากความนิยมของคะแนนรีวิวที่สูงลิ่วในเว็บไซต์จองที่พักชื่อดัง ฉันยังแอบถามตัวเองในใจว่า “โรงแรมเล็กๆ ในหมู่บ้านชนบท ได้รับคะแนนสูงขนาดนี้ได้อย่างไร” และอีกหนึ่งเหตุผลคือมาดูรูปแบบการจัดการ ท่องเที่ยวชุมชน ก่อนหน้านี้ทั้งพี่คมและพี่แตง – นพรัตน์ ศรีราช ภรรยาของพี่คม เคยเป็นพนักงานบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ในกรุงเทพ และเมื่อถึงวันที่ทั้งคู่มองเห็นช่องทางในการกลับบ้านเกิด จึงเกิดแนวความคิดในการสร้างที่พักขึ้น โดยตั้งใจให้เป็นที่พักสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสประสบการณ์ร่วมกับชุมชนท้องถิ่น (Local experiences) “ในช่วงแรก พี่เสนอแนวคิดที่พักแบบนี้กับคนในครอบครัว แต่ไม่มีใครสนับสนุนเราเลย” พี่คมเล่าด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม “ทุกคนถามว่า ใครจะเข้ามาพักในหมู่บ้านเล็กๆ แบบนี้” แต่จากประสบการณ์ที่เคยเดินทางไปต่างประเทศหลายเมือง […]

ธนาคารน้ำใต้ดิน – นวัตกรรมภูมิปัญญาที่เปลี่ยนน้ำหลากจากหน้าฝนสู่ความชุ่มชื้นในหน้าแล้ง

ธนาคารน้ำใต้ดิน นวัตกรรมการกักเก็บน้ำหลากในหน้าฝน สำรองไว้ใต้ดินให้กลายเป็นความชุ่มชื้นในหน้าแล้ง สร้างแหล่งน้ำอันอุดมสมบูรณ์ด้วยวิธีการง่าย ๆ ที่ชาวบ้านทั่วไปสามารถทำได้ ที่ชุมชนรอบเขายายดา จ. ระยอง ชาวบ้านโดยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการเกษตร น้ำจึงถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชาวบ้านดำรงชีวิตและทำมาหากินได้อย่างปกติสุข แต่ถ้าหากย้อนเวลากลับไปเมื่อราว 15-20 ปีก่อน ชุมชนรอบเขายายดาประสบปัญหาในเรื่องน้ำในลักษณะของน้ำที่หลากท่วมในช่วงหน้าฝน และการขาดแคลนน้ำใช้ในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งเกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน ด้วยเหตุนี้ ชาวบ้านรอบชุมชนเขายายดาจึงตัดสินใจที่จะเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหาน้ำของพื้นที่ให้ดีขึ้น จนเกิดเป็นโครงการ “เก็บน้ำดี มีน้ำใช้ ด้วยโมเดล 2 สร้าง 2 เก็บ” ภายใต้การสนับสนุนและให้คำแนะนำของ เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ เอสซีจีซี (SCGC) เพื่อการสร้างองค์ความรู้การจัดน้ำของชุมชนเขายายดา ซึ่งมีหลักการที่สำคัญคือ “เก็บน้ำหลากในหน้าฝนไว้ใช้ในหน้าแล้ง” หนึ่งในนวัตกรรมที่ชุมชนในพื้นที่นำมาใช้เก็บน้ำสร้างความชุ่มชื้นคือ “ธนาคารน้ำใต้ดิน” ซึ่งเป็นวิธีการสร้างหลุมเพื่อกักเก็บน้ำฝนที่ตกลงมาในระดับผิวดินช่วงฤดูฝนไว้ในใต้ดิน เป็นการเติมระบบน้ำใต้ผืนดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ สามารถก่อให้เกิดความชุ่มชื้นเพื่อหล่อเลี้ยงต้นไม้ในสวน หรือใช้ในชีวิตประจำวันได้ในหน้าแล้ง ธนาคารน้ำใต้ดินสามารถแบ่งได้เป็นสองประเภทคือ ระบบปิด คือการขุดหลุมเพื่อดึงน้ำฝนที่อยู่บนพื้นดินลงสู่ใต้ดินในระดับชั้นผิวดิน มีจุดประสงค์เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้ดินในพื้นที่โดยรอบ และ ระบบเปิด คือการขุดหลุมไปให้ถึงชั้นหินอุ้มน้ำ ซึ่งเป็นจุดที่เจาะน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ เพื่อให้น้ำฝนเติมเข้าสู่ชั้นหินที่กักเก็บน้ำบาดาลได้โดยตรง เชื่อมต่อกับระบบน้ำใต้ดินเพื่อสามารถขุดมาเป็นน้ำบาดาลมาใช้ในหน้าแล้งได้ โดยประโยชน์ที่ได้รับจากธนาคารน้ำใต้ดินคือการก่อให้เกิดความชุ่มชื้นต่อหน้าดิน ประหยัดน้ำในการรดน้ำต้นไม้บริเวณใกล้เคียง ลดน้ำท่วมขังได้ในช่วงหน้าฝน […]

กบหม้อต้ม เสื้อหนาวที่ไม่ได้ใส่ และเป้าหมายความยั่งยืน ของ ‘รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส’ เบอร์ 1 SCG

การทำธุรกิจอย่างยั่งยืน และความหมายของการดำรงอยู่ในโลกธุรกิจของ SCG คืออะไร? เข้าใจเรื่องนี้ไปด้วยกันจากบทสัมภาษณ์พิเศษนี้ ไม่มีใครปฏิเสธความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรธุรกิจ SCG หรือ บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ที่ร่วมเปลี่ยนผ่านภาคอุตสาหกรรมไทยมากว่าศตวรรษ ด้วยขนาดสินทรัพย์ที่มีกว่า 8.6 แสนล้านบาท สร้างรายได้สูงถึง 5.4 แสนล้านบาท (ข้อมูล ณ ปี 2564) องค์กรที่เราเรียกกันติดว่า ‘ปูนใหญ่’ นี้ เป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศก้าวไปข้างหน้าสอดคล้องไปกับมิติด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เรานั่งคุยกับ ‘รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส’ กรรมการผู้จัดการใหญ่ของ SCG ในมุมสบายๆ ใต้ร่มไม้ใหญ่ เพื่อทำความเข้าใจเรื่องหมุดหมายสำคัญในปี 2573 ที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตต่อเนื่อง ไปพร้อมกับความต้องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 20% จากปัจจุบัน สู่ปลายทางที่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ท้าทายมากโดยเฉพาะกับองค์กรด้านอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยอมรับว่า SCG เองถือเป็นหนึ่งในตัวละครสำคัญที่เป็นต้นตอของก๊าซเรือนกระจกจำนวนมากที่เป็นอยู่ในขณะนี้ และสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมของไทยก็เหมือน ‘กบไร้เดียงสาในหม้อต้มน้ำที่ใกล้แตะจุดเดือด’ มากขึ้นทุกทีแล้ว อากาศทุกวันนี้กับอากาศตอนที่คุณรุ่งโรจน์เรียนจบมาใหม่ๆ ต่างกันเยอะหรือไม่? ต่างกันเยอะนะ สมัยยังเด็ก พอช่วงวันลอยกระทงประมาณต้นเดือนพฤศจิกายน จะรู้สึกเย็น เริ่มได้ลมหนาว […]